วันเวลาปัจจุบัน 28 พ.ย. 2020, 01:15  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 11 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มิ.ย. 2018, 06:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว




Image-4503.jpg
Image-4503.jpg [ 111.99 KiB | เปิดดู 1035 ครั้ง ]
ภวจักร ๒
ภวจักร แปลว่า หมุนเวียนไปในภพต่างๆ
ซึ่งมีความหมายเดียวกันกับ ปฏิจจสมุปบาทนี่นเอง

ในปฏิจจสมุปบาทธรรม จำแนกภวจักรออกเป็น ๒ ภวจักร คือ
๑. ปุพฺพนฺตภวจกฺก เป็นภวจักรตัวแรก หรือ หัวขบวนรถจักรหัวขบวนแรก
คือ นับตั้งแต่อดีตเหตุจนถึงปัจจุบันผล เมื่อว่าตามองค์ปฏิจจสมุปบาทแล้ว
มีองค์ ๗ ได้แก่ :-
อวิชชา, สังขาร, วิญญาณ, นามรูป, สฬายตนะ, ผัสสะ, เวทนา,
ในภวจักรนี้มี "อวิชชา" เป็นต้น เป็นเหตุเป็นหัวขบวนนำให้ถึงเวทนา

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มิ.ย. 2018, 07:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว




Image-5376.jpg
Image-5376.jpg [ 93.95 KiB | เปิดดู 1034 ครั้ง ]
........
๒. อปรนฺตภวจกฺก เป็นภวจักรตัวหลัง คิอ นับตั้งแต่ ปัจจุบันเหตุ ไปจนถึงอนาคต
เมื่อวาาโดยปฏิจจสมุปบาทธรรมแล้ว มีองค์ ๕ ได้แก่ :-
ตัณหา, อุปาทาน, กัมมภว, ชาติ, ชนามรณะ,
ในภวจักรนี้มี "ตัณหา" เป็นเหตุนำให้ถึงชรามรณะ

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มิ.ย. 2018, 08:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว




Railnation-trains-01-06-red-kite.png
Railnation-trains-01-06-red-kite.png [ 149.58 KiB | เปิดดู 1033 ครั้ง ]
ในปุพพันตภวจักร มุ่งหมายเอาเฉพาะองค์ที่ปรากฏออกหน้า
อวิชชา, สังขาร, วิญญาณ, นามรูป, สฬายตนะ, ผัสสะ, เวทนา,
และในขณะที่ภวจักรแรกนี้ หมุนเวียนอยู่นั้น ตัณหา, อุปาทาน, กัมมภวะ, ชาติ, ชรามรณะ,
ที่เป็นภวจักรหลังที่หมุนตามไปด้วยืหมายความว่า :-
สัตว์ทั้งหลายที่เกิดอยู่ในปีจจุบันภพนี้ ย่อมเกิดด้วยอำนาจของอวิชชาเป็นผู้นำ
และมีสังขารเป็นผู้จัดแจงที่ในภพก่อน

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มิ.ย. 2018, 09:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว




unnamed (15).png
unnamed (15).png [ 137.69 KiB | เปิดดู 1029 ครั้ง ]
ฉะนั้น อวิชชา จึงเรียกว่า ปุพพันตมูล เมื่อมีอวิชชาเป็นผู้นำ
มีสังขารเป็นผู้จัดแจงแล้วในภพนี้นั่นก็ต้องมี ตัณหา,อุปาทาน,กัมมภว,
เกิดขึ้นด้วยเพราะ อวิชชาเป็นผู้ปกปิดไม่ให้เห็นโทษ และเห็นธรรมที่เป็นจริง
จึงมำให้ผู้นั่นเกิดความยินดีอยากได้ความเห็นผิด ความยึดมั่นขึ้น และกระทำการต่างๆ
ด้วย กาย วาจา ใจ เป็นกุศลบ้าง อกุศลบ้าง ตามความประสงค์ของ ตัณหา อุปาทาน ให้สำเร็จลง
โดยมีสังขารเป็นผู้จัดแจงให้กระทำ

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มิ.ย. 2018, 09:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว




gif-bestpage-sk-123.gif
gif-bestpage-sk-123.gif [ 23.3 KiB | เปิดดู 1027 ครั้ง ]
สำหรับร่างกายของสัตว์ทั้งหลาย ที่เกิดอยู่ในปัจจุบันภพนี้ิได้แก่
วิญญาณ, นามรูป, สฬายตนะ, ผัสสะ, เวทนา, ซึ่งระหว่างทีรมีชีวิตอยู่่
ราางกายของสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ
คือ จากเด็ก เป็นหนุ่มสาว จากหนุ่มสาวเปนผู้ใหญ่ จากผู้ใหญ่ถึงวัยชรา
ผมหงอก ฟันหัก หนังเหี่ยว เสื่อมถอยลงตามลำดับ และที่สุดถึงกาลมรณะลงในชาตินั่น

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มิ.ย. 2018, 11:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว




Image-5136.jpg
Image-5136.jpg [ 73.95 KiB | เปิดดู 1017 ครั้ง ]
เมื่อ วิญญาณ, นารูป, สฬายตนะ, ผัสสะ, เวทนา, เริ่มปรากฏเกิดขึีนในภพใหม่
ชาติ ก็สงเคราะห์สำเร็จอยู่ในกาลนั้นแล้ว จึงกล่าวว่าเมื่อ อวิชชา, สังขาร,
วิญญาณ, นามรูป, สฬายตนะ, ผัสสะ, เวทนา, องค์ทั้ง ๗ เหล่านี้หมุนเวียนอยู่
ในปุพพันตภวจักร ตัณหา, อุปาทาน, กัมมภวะ, ชาติ, ชนามรณะ องค์ทั้ง ๗ นี้ก็ย่อมหมุนตามไปด้วย

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2018, 03:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว




Image-4732.jpg
Image-4732.jpg [ 111.99 KiB | เปิดดู 978 ครั้ง ]
ส่วน ในอปรันตภวจักร มุ่งหมายเอาแต่เฉพาะองค์ที่ปรากฏออกหน้า เช่นเดียวกัน
แต่ในขณะองค์ ๕ (ตัณหา, อุปาทาน, กัมมภวะ, ชาติ, ชรามรณะ) หมุนเวียนไปอยู่นั้น
อวิชชา, สังขาร, วิญญาณ, นามรูป, สฬายตนะ, ผัสสะ, เวทนา, ทั้ง ๗ เหล่านี้ก็หมุนตามไปด้วย
หมายความว่า สัตว์ทั้งหลายที่จะไปเกิดในภพหน้านั้น ย่อมไปเกิดด้วยอำนาจแห่ง ตัณหา เป็นผู้นำ
อุปาทาน, กัมมภวะ, เป็นผู้ช่วย

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2018, 04:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว




Image-1098.jpg
Image-1098.jpg [ 103.18 KiB | เปิดดู 970 ครั้ง ]
......
ฉะนั้น ตัณหา จึงเรียกว่า "อปรันตมูล" และสัตว์ทั้งหลายที่ปรากฏในโลกนี้
เว้นไว้แต่พระอรหันต์ นอกนั้น ย่อมมีการกระทำต่างๆ ด้วย กาย วาจา ใจ
ที่เป็นไปด้วยความพอใจ ความยึดมั่น ความเห็นผิด ที่มีอยู่ประจำในตน

อันนี้เรียกว่า ตัณหา อุปาทาน กัมมภวะ และเพราะความพอใจ ความยึดมั่น
ความเห็นผิดต่างๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นเพราะผู้นั้น มองไม่เห็นโทษ
หรือไม่เห็นสภาพธรรมตามความเป็นจริง ที่เรียกว่า อวิชชา เป็นผู้ปกปิดไว้
และมี สังขาร คือ ปุพพเจตนา เป็นผู้กระตุ้นให้ทำการงานต่างๆ ให้สำเร็จตามความประสงค์

ฉะนั้น ตัณหา, อุปาทาน, กัมมภวะ, ที่เป็นตัวสำคัญในอปรันตภวจักร
มี อวิชชา, สังขาร, หมุนตามไปด้วย

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 มิ.ย. 2018, 16:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว




20180616_164900.jpg
20180616_164900.jpg [ 73.31 KiB | เปิดดู 928 ครั้ง ]
สำหรับวิญญาณ นามรูป สฬายตนะ ผัสสะ เวทนา ที่หมุนตาม
ชาติ ชรา มรณะ ไปด้วยนั้น คือสัตว์ทั้งหลายมีการกระทำต่างๆ
ด้วย กาย วาจา ใจ เป็น กุศลบ้าง อกุศลบ้าง ตามด้วยตัณหา อุปาทาน
อยู่เป็นประจำนั้น เมื่อตายจากโลกนี้ไปแล้ว ก็ต้องไปเกิดในภพใดภพหนึ่ง
และเมื่อมีความเกิดแล้ว ความแก่ความตาย ก็ต้องปรากฏขึ้นตามลำดับการ
เกิด แก่ เจ็บ ตาย ที่เรียกว่าชาติ ชรามรณะนี้ิก็ได้แก่ วอญญาณ นาทรูป สฬายตนะ
ผัสสะ เวทนา นั้นเอง ที่เป็นผู้ เกิด แก่ เจ็บ ตาย

ด้วยเหตุ จึงกล่าวว่า เมื่อตัณหา อุปาทาน กัมมภวะ ชาติ ชรามรณะ องค์ทั้ง ๕ นี้
หมุนเวียนอยู่ในอปรันตภวจักร วอวิชชา สังขาร วิญญาณ นามรูป สฬายตนะ
ผัสสะ เวทนา องค์ทั้ง ๗เหล่านี้ก็หมุนตามไปด้วย
เมื่อพิจารณาปุพพันตภวจักร และอปรันตภวจักรทั้ง ๒ืนี้แล้ว จนเห็นได้ว่า
องิชชา สังขาร และ ตัณหา อุปสทาน กัมมภวะ ที่เกิดในภพกาินนั้น สงเคราะห์เข้าในปุพพันตภวจักร

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ย. 2018, 09:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว




bug-4.gif
bug-4.gif [ 200.32 KiB | เปิดดู 800 ครั้ง ]
เมื่อพระโพธิสัตว์พิจารณาธรรมปฏิจจสมุปบาท ชัดแจ้งจนเข้าถึงสัจจะ ๔
พระโพธิสัตว์ก็เข้าถึงความเป็นพระพุทธเจ้าในกาลบัดนั้นทันที

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 พ.ค. 2020, 20:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาสาธุ :b8: :b16: :b8:

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 11 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร