วันเวลาปัจจุบัน 17 ก.ค. 2026, 05:57  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ค. 2026, 14:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2282

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


หลวงตาม้า (พระวรงคต วิริยธโร) วัดถ้ำเมืองนะ จ.เชียงใหม่

ชาติภูมิ พระวรงคต วิริยะธโร มีชาติกำเนิดในสกุล สุวรรณคุณ เดิมชื่อ วรงคต สุวรรณคุณ เกิดเมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๔๘๗ ตรงกับวันพฤหัสบดี ปีวอก บ้านเดิมอยู่ที่ จ.สกลนคร โยมบิดา-โยมมารดา ชื่อ นายวันดี กับ นางโสภา มีพี่น้องร่วมบิดามารดาอยู่ ๓ คน

ก่อนที่จะมาบวช ท่านทำงานอยู่ที่ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่

เมื่อท่านอายุได้ ๔๓ ปี ก็ได้เข้าพิธีบรรพชาอุปสมบท เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๓๑ เวลา ๑๐.๐๖น. ตรงกับวันอาทิตย์ ณ วัดพุทไธฯ อยุธยา เป็นการอุปสมบมหมู่ โดยมีท่านอาจารย์ ศุภรัตน์ แสงจันทร์ และพระอีก ๗ รูป รวม ๙ เณร ๑ โดยมีหลวงพ่อ หวล วัดพุทธไธฯเป็นพระอุปัชชาย์ ในพรรษาแรก ท่านได้ปฏิบัติภาวนาตลอด โดยยึดหลักการปฏิบัติสายหลวงปู่ดู่ วัดสะแก

พอออกพรรษาแล้ว ท่านได้เข้าไปกราบลาหลวงพ่อหวลเพื่อธุดงค์ เมื่อหลวงพ่อหวลอนุญาติแล้ว ท่านก็ได้ไปกราบลาหลวงปู่ดู่ วัดสะแก บอกจุดประสงค์ต่อหลวงปู่ดู่ ท่านชี้ไปทางพระอาจารย์มั่นท่านบอกว่า ถ้าจะไปนิพพานน่ะเดินตามนั้น คืนนั้นไม่มีใครอยู่ในกุฏิหลวงปู่ดู่ ท่านเลยกราบลาหลวงปู่ดู่คืนนั้น แล้วท่านก็บอกหลวงปู่ดู่ว่าจะจำวัดในโบสถ์ หลวงปู่ดู่ท่านให้พระปูนรูปเหมือนหลวงปู่ดู่ ๑ องค์ แล้วบอกว่า ถ้าแกอยากรู้อะไรให้ถามพระองค์นี้ หลวงปู่ดู่ท่านยังเมตตาให้เงินติดตัวมาอีก ๕๐๐ บาท พร้อมทั้งมอบของใช้สำหรับสงฆ์ แล้วบอกว่าเวลาแกไปไหนข้าไปด้วย

เมื่อเดินทางมาถึงเชียงใหม่ ท่านได้พักที่พระธาตุจอมแจ้ง พอมาถึงท่านได้อธิษฐานจิตกลางแจ้งเลยว่า ท่านอยากจะหาสถานที่ที่สงบเพื่อเก็บตัวสัก ๔ ปี พอเช้าวันรุ่งขึ้นมีผู้เฒ่าคนหนึ่งมาบอกว่าที่เมืองนะมีถ้ำน่าอยู่ หลวงตาบอกว่าถ้าไม่เจอผู้เฒ่าคนนี้คงไปอยู่พระบาท ๔ รอยแล้ว ผู้เฒ่าคนนี้ก็ไปจำศีลที่พระธาตุจอมแจ้ง พอท่านธุดงค์มาถึงถ้ำนะแล้วท่านรู้สึกว่าที่นี้แหละที่ตั้งใจไว้ ซึ่งตรงกับต้นปี ๒๕๓๒ ท่านก็ตั้งจิตอธิษฐานทันทีว่าจะไม่ออกไปไหน ๔ ปี แล้วท่านก็ส่งข่าวมาทางหลวงปู่ดู่และอาจารย์ศุภรัตน์ให้ทราบถึงเรื่องถ้ำแห่งนี้ หลังจากนั้นไม่นานอาจารย์ศุภรัตน์ก็ได้ไปเช่าหาพระพุทธชินราช ที่เสาชิงช้าด้วยตัวเอง แล้วนำมาให้หลวงปู่ดู่ทำพิธีพุทธาภิเษก เพื่ออันเชิญไปไว้ถ้ำนะ พระพุทธชินราชองค์นี้จึงเป็นพระพุทธรูปองค์แรกของถ้ำ ที่ได้อันเชิญมาไว้ที่เมืองนะจนถึงทุกวันนี้

เวลาผ่านไปไม่นานจนเข้าปี ๒๕๓๓ หลวงตาได้รับข่าวว่าหลวงปู่ดู่เสีย หลวงตาจึงรีบเดินทางกลับมายังอยุธยาหลังจากผ่านพิธีพระราชทานเพลิงเรียบร้อย หลวงตาได้เดินทางไปวัดป่าดาราภิรมณ์เพื่อขอตั้งถ้ำนะเป็นสำนักสงฆ์และได้รับอนุมัติในปีเดียวกันนั้นเองเป็นวัดสาขาของวัดป่าดาราภิรมย์

เมี่อประมาณปี ๒๕๒๐ ข้าพเจ้าได้เข้าทำงานที่ธนาคารกสิกรไทยสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่ถนนสีลมและได้ทำงานร่วมกับท่าน สมัยท่านยังเป็นฆารวาส ท่านมีนามว่า “วรงคต นามสกุล สุวรรณคุณ" ท่านเป็นบุคคลที่มีอุปนิสัยดี เรียบร้อยเป็นมิตรกับผู้ร่วมงานทุกคนไม่ว่าจะเป็น ผู้บังคับบัญชาและรุ่นพี่กับรุ่นน้อง ท่านเป็นคนทำอะไรทำจริง และรักษาคำพูดเป็นที่สุด สมัยทำงานก็เหมือนกับพนักงานทั่วๆ ไปคือมีการสังสรรค์กันบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปรกติ ของพนักงาน อาจจะหนักบ้างเบาบ้างแล้วแต่สถานะการ แต่ตัวผมเองหนักตลอดเวลา ขอโทษออกนอกเรื่องนิดหน่อย เรื่องของเรี่องที่หลวงตาท่าน จะด้วยบุญบารมีของท่านที่นำพาท่านให้ได้พบ และปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ดู่ โดยมีเพื่อนซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ได้นำพา และชักนำมากราบหลวงปู่ที่วัดสะแก สมัยนั้นก็อย่างว่าแหละครับ (เรื่องสุรา) เมื่อท่านได้ไปกราบหลวงปู่ ครั้งแรกหลวงปู่ ท่านให้หลวงตาท่านอาราธนาศีล หลวงตาท่านก็กราบเรียนหลวงปู่ว่า กระผมยังดื่มสุรา และถ้าออกจากวัดคงจะไปดื่มอีก หลวงปู่ท่านมีจิตเมตตาต่อหลวงตา ท่านจึงกล่าว บอกกับหลวงตาว่า ตอนนี้แกยังไม่ดื่มก็ยังมีศีลอยู่ ถ้าแกออกไปนอกวัดก็ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และท่านก็ขอให้หลวงตาท่านปฏิบัติภาวนาวันละ ๕ นาที ซึ่งหลวงตา ท่านก็รับคำของหลวงปู่ด้วยความที่ท่านเป็นคนทำอะไรทำจริง และรักษาคำพูดเป็นที่สุด จากวันละ ๕ นาที ที่ท่านตกปากรับคำกับหลวงปู่ ท่านเริ่มปฏิบัติภาวนาสวดมนต์จากวันละ ๕ นาที เป็นเวลานานขึ้นนานขึ้น

จนปัจจุบันท่านได้บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบเจริญรอยตามหลวงปู่ดู่ซึ่ง เป็นเปรียบเสมือน "พ่อ แม่ ครูอาจารย์" ของท่านสืบมา จนปัจจุบันนี้

หมายเหตุข้อความบางตอน ผมได้นำมากล่าวนี้บางส่วนได้คัดลอกมาจากหนังสือที่ "อาจารย์ศุภรัตน์ แสงจันทร์" ซึ่งเป็นศิษย์คนสำคัญของหลวงปู่ดู่อีกท่านหนึ่ง

ผมขอกราบคารวะ ท่านด้วยความเคารพ

เรี่องที่ได้เล่าให้ฟังนี้อาจจะ มีสิ่งใดขาดตกบกพร่องต้องขอกราบขอโทษ และถ้ามีตอนใด ตอนหนึ่งซึ่งไปกระทบหลวงตาท่าน ผมขอการ โยโธโสฯ ท่านครับ ขอกล่าวเพิ่มเติม

เมื่อครั้งหลวงตาท่านได้รับคำกับหลวงปู่ แล้วท่านนำมาปฏิบัติและเรียนรู้เพิ่มเติมกับหลวงปู่ อีกเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี เมื่อท่านมีเวลาว่างหรือวันหยุด ท่านจะรีบเดินทาง ไปกราบหลวงปู่ และศึกษาหาความรู้จากหลวงปู่ทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นการสวดมนต์ ภาวนาแล้ว ฝึนจิตใจ จนกล่าวได้ว่า ท่านเป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้รับการอบรมสั่งสอน จากหลวงปู่มาเป็นเวลาอันยาวนานมาก ขนาดยอมละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหน้าที่ การงานที่ท่านกำลังรุ่งเรือง และทรัพย์สินอันมีค่าทุกอย่าง

เพื่อท่านจะได้ละเพศฆราวาส เพื่อศึกษาพระธรรม และเจริญรอยตามคำสอนของหลวงปู่ ซึ่งมีเมตตาอบรมสั่งสอนศิยษ์ผู้นี้ คือหลวงตาม้า

กระผมและเหล่าบรรดาเพี่อนๆ ที่เคยได้ร่วมงานกันมา มิเคยสงสัยหรือผิดหวังในตัวท่าน เพราะพวกเราต่างทราบกันดี ว่าท่านเป็นพระอริยสงฆ์อีกรูปหนึ่งที่ มีความเพียรปฏิบัติ และจริยวัตรงดงามมีความเมตตาต่อลูกศิษย์ และบุคคลทั่วๆ ไปกระผมขอกราบแทบเท้า ท่านด้วยความปิติยินดี และยกให้ท่านแทนพ่อแม่ ครูอาจาย์สืบทอดคำสอนของ

หลวงปู่ดู่ "พรหมปัญโญ" สาธุครับ
สรุปคำสอนของหลวงปู่ดู่โดย อาจารย์ ศุภรัตน์แสงจันทร์

ท่านเคยพูดถึงการสมาทานศีลว่าได้ทั้ง ๕ และจะลดลงเมื่อละเมิด ถ้าตายในขณะนับศีลหรือยังไม่ทันละเมิดย่อมมีอานิสงส์ดีกว่าไม่มีศีล ชึ่งอาจเกิดจากรับศีลจากพระหรือตั้งใจรักษาเอง แต่ผู้ปฏิบัติได้มโนยิมธิขอรับจากพระพุทธองค์บอกหรือหลวงปู่ทวดก็ได้

เรื่อง สมศักดิ์ ครุฑคำรณและกายสิทธ์ เรียบเรียง Tj

https://www.facebook.com/silithailand99 ... 489608303/


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร