วันเวลาปัจจุบัน 15 ธ.ค. 2019, 18:06  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 57 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2019, 06:45 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1947

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ฐานิยปูชา ๒๕๕๒ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2019, 06:48 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1947

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สารบัญ

• คนไทยด้อยพัฒนาตัวเอง
• เราทุกคนเป็นวงศ์วานกันทั้งสิ้น
• ไม่คบคนพาล ให้คบบัณฑิต
• บูชาบุคคลผู้ควรบูชา
• สติปัญญาพาให้พ้นจากการควบคุมของกฎธรรมชาติ
• เคล็ดเรียกหนี้คืน
• อย่าใช้มนต์ไล่ผี
• คาถาสำหรับคนกลัวผี
• กรรมสนองกรรม
• สร้างกรรมดีหนีกรรมชั่ว
• พระดูหนังดูละคร ผิดศีลหรือไม่
• แก้ปัญหาไม่ตก เพราะนักภาวนาทุศีล
• สรุปธรรมะจากรามเกียรติ์
• พระวินัยกับกฎหมายบ้านเมือง
• พระดูทีวี ซื้อล็อตเตอรี่ ซื้อหวย ผิดไหม
• พระต้องอาบัติปาราชิก บรรลุมรรคผลได้หรือไม่
• พุทธศาสนาสำเร็จมาด้วยบุญบารมีของมหาบุรุษ
• สัจธรรมไม่เสื่อมสูญ
• ช่วยกันรักษาวงศ์สกุลพระพุทธศาสนา
• อย่ากลัวติดดี
• เด็กๆ อยากเรียนเก่ง ให้เอาอย่างหลวงตา
• ปฏิบัติธรรมที่บ้านก็ได้
• การปฏิบัติสมาธิเพื่อชีวิตประจำวัน
• ไม่ใช้บริกรรม พุทโธ ได้ไหม
• ปฏิบัติสมาธิได้ประโยชน์ทั้งกายและใจ
• จิตมีอำนาจเหนือกาย
• จิต-สติ-ปัญญา
• จิตมีลักษณะเช่นใด
• ทุกสิ่งคืออารมณ์จิต
• จิตในสมาธิเป็นเองโดยอัตโนมัติ
• สติเป็นองค์แห่งการตรัสรู้
• ถ้าปฏิบัติหวังผล จะไม่ได้ผล
• ภาวนาแบบไหนก็ได้ผลถ้าทำจริง
• ทำอย่างไรเมื่อภาวนาแล้วจิตไม่เคยสงบ
• วิธีแก้จริต ๖
• ปฏิบัติปราบโทสะ
• สติปัฏฐาน ๔ แบบง่ายๆ
• องค์ฌาน ๕
• สมถะ-วิปัสสนา มุ่งสู่จุดหมายเดียวกัน
• สมถะ-วิปัสสนา เป็นชื่อแห่งวิธีการเท่านั้น
• ปัญญาในสมาธิแก้ไขปัญหาจิตได้เด็ดขาด
• อย่าบังคับจิตให้หยุดนิ่ง
• ภาวนาแบบนักสู้
• เห็นกายในกาย เห็นจิตในจิต เป็นอย่างไร
• จิตฟุ้งซ่านหรือเกิดปัญญา
• สายทางเดินของวิปัสสนา
• พิจารณากายจนใสเป็นแก้ว
• พิจารณากายภาคพิสดาร
• พิจารณาความตาย
• วิปัสสนาความรู้แจ้ง
• การเห็นธรรม
• ทำความเข้าใจเรื่องการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
• เดินตามรอยพระพุทธองค์

ภาคผนวก

• สะกดจิตดูกายสลายโรค


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2019, 06:49 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1947

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คนไทยด้อยพัฒนาตัวเอง

ประชาชนคนไทยเรานี่ ยังด้อยการพัฒนาตัวเอง มันไปเที่ยว พัฒนาแต่คนอื่น แม้แต่ครูอาจารย์ในโรงเรียนต่างๆ ก็ไปพัฒนาแต่ เด็กนักเรียน แต่ตัวเองไม่พัฒนา ปัญหาอย่างนี้จึงแก้ไม่ตก

ผู้ใหญ่ต้องแก้ตัว ปรับปรุงตัวให้เด็กมันดูเอาเป็นตัวอย่าง ทีนี้เราสอนแต่หลักวิชา แต่ตัวอย่างให้ดูมันไม่มี


ปัจจุบันบ้านเมืองเราใฝ่ฝันหาประชาธิปไตย ในเมื่อนักการเมืองหันหลังให้ศีล ๕ จ้างอีกก็ไม่เจอประชาธิปไตย


••••••••••••
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2019, 06:49 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1947

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เราทุกคนเป็นวงศ์วานกันทั้งสิ้น

พระองค์หนึ่งไปพบยายแก่เศรษฐีนี เข้าไปทักว่า

“เราเป็นแม่เป็นลูกกันมาหลายภพหลายชาติแล้ว มาชาตินี้ ตามหาโยมแม่อยู่ตั้ง ๑๐ ปี เพิ่งจะมาเจอเดี๋ยวนี้เอง”

แค่นี้มันก็ฟ้องแล้ว ชาติก่อนชาติไหนยังรู้ได้ ชาตินี้ใช้เวลาตามหาตั้ง ๑๐ ปี โกหกหรือเปล่า เพราะฉะนั้น พวกนี้จึงต้องประสบกับความวิบัติ

พระพุทธเจ้าเคยเทศน์ไว้
สัตว์ในโลกนี้ที่ไม่เคยเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นลูก เป็นญาติ เป็นวงศ์วานกันนี่ ไม่มีเลย เพราะว่าเราเกิดมาหลาย ภพหลายชาติ ไม่รู้กี่ภพกี่ชาติแล้วที่เราเกิดมานี่ กว่าจะได้มาพบศาสนาของพระพุทธเจ้า

ชั่วระยะเวลาระหว่างศาสนาต่อศาสนานี่ หลังจาก ๕,๐๐๐ ปีล่วงไปแล้ว คนจะทำบาปทำกรรม อายุน้อยลงๆๆๆ จนเหลืออายุขัย ๕ ปี ไฟประลัยกัลป์จะไหม้โลก น้ำจะท่วมโลก มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายพากันตายเกลื่อนกลาด แล้วยังเหลือมนุษย์ที่เดนตายอยู่ไม่กี่คนที่ไปหลบซ่อนอยู่ในหุบเขา ในป่าในดง

ทีนี้มนุษย์ทั้งหลายเหล่านั้น พอมองเห็นว่า สัตว์โลกมันฉิบหายวายป่วงเพราะการทำบาปทำกรรม เขาจะได้สำนึก เขาจะสร้างความดีขึ้นมา อายุขัย ๕ ปี เลื่อนขึ้นมา ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปี ๑๐๐ ปี ๑,๐๐๐ ปี ๑๐,๐๐๐ ปี ๑๐๐,๐๐๐ ปี กว่ามนุษย์จะเจริญขึ้นไปถึง ๑๐๐,๐๐๐ ปีนี่ ร่างจะใหญ่ขึ้น มันไม่รู้กี่กัปกี่กัลป์

พอไปถึง ๑๐๐,๐๐๐ ปี มนุษย์เกิดความประมาท พากันทำบาปทำกรรม อายุก็ลดน้อยลงมาๆ เหลืออยู่ ๘๐,๐๐๐ ปี พระศรีอาริย์จึงจะมาตรัสรู้

นี่ ระยะกาลพระพุทธเจ้าแต่ละองค์นี่มันนานแค่ไหน กัปหนึ่งมีคำกล่าวเปรียบเทียบไว้ว่า ถึงวัน ๑๕ ค่ำ เทวดาเอาผ้าละเอียดอ่อนเหมือนสำลีมาปัดยอดเขาพระสุเมรุ จนกระทั่งมันราบลงเสมอกับพื้นดิน นั่นแหละคือกัปหนึ่ง


••••••••••••
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2019, 06:50 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1947

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ไม่คบคนพาล ให้คบบัณฑิต

วันนี้จะพูดถึงกิจวัตรของชาวบ้าน ในมงคลสูตรท่านแสดงไว้ว่า อเสวนา จ พาลานํ ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา, ปูชา จ ปูชะนียา นํ เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ

การไม่คบคนพาล หนึ่ง การคบแต่บัณฑิต หนึ่ง บูชาบุคคล ผู้ควรบูชา หนึ่ง


คนพาลมีลักษณะส่อแสดงให้เราเห็นว่า การทำก็ไม่ดี เป็นทุจริต การพูดก็ไม่ดี เป็นทุจริต แม้แต่ความคิดก็ทุจริต กายทุจริต คือ กายประพฤติชั่ว วาจาทุจริต คือ วาจาพูดชั่ว ใจทุจริต คือ ใจคิดชั่ว คิดชั่วแล้วทำความชั่ว แสดงออกมาทางกาย ทางวาจา อันนี้เป็นลักษณะของคนพาล

บัณฑิตมีลักษณะการทำก็สุจริต การพูดก็สุจริต การคิดก็สุจริต การกระทำทางกายเป็นสุจริต คือ เป็นการถูกต้องตามศีลธรรมและกฎหมายปกครองบ้านเมือง การพูดก็เป็นสุจริต คือ พูดถูกต้องตามศีลธรรมและกฎหมายปกครองบ้านเมือง อันนี้เป็นลักษณะของบัณฑิต

ทีนี้ ความประพฤติระหว่างเรากับคนพาล คนพาลชอบชักจูงไปในทางที่ไม่ดีไม่งาม ยกตัวอย่างเช่น ชวนไปกินเหล้า ชวนไปเล่นการพนัน ชวนไปเที่ยวเตร่ เมื่อเราคบคนพาลบ่อยๆ เพราะการชักจูงของคนพาล บางทีเราอาจจะเผลอสติคล้อยตามการชักจูงของเขาก็ได้ เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงให้เว้นจากการคบคนพาล

ส่วนบัณฑิตจะชักจูงไปในทางที่ดีที่ชอบ ชวนให้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ชี้แนะแนวทางการทำงาน เพื่อการทำมาหาเลี้ยงชีพ ช่วยเหลือกิจการอันเป็นประโยชน์แก่เรา อันนี้เป็นลักษณะของบัณฑิต


••••••••••••
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2019, 06:51 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1947

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


บูชาบุคคลผู้ควรบูชา

เมื่อเราเลิกคบคนพาล คบแต่บัณฑิต เรามาสร้างหลักใจ ปูชา จ ปูชนียานํ การบูชาบุคคลผู้ควรบูชา

คนที่ควรบูชาอันดับแรก คือ บิดามารดา เมื่อเรามีความเคารพบูชาบิดามารดาของเรา มันเป็นหลักใจ คล้ายๆ กับว่าเราอยู่ไม่ห่างจากพ่อแม่ ไม่ห่างจากบิดามารดา บิดามารดาย่อมคอยคุ้มครองป้องกันบุตรธิดาของตนไม่ให้เกิดความเสียหายหรือประพฤติไม่ดีไม่งาม เมื่อเราอยู่ใกล้ท่าน เราก็ได้ที่พึ่ง ได้หลักใจ เช่นเดียวกันกับลูกช้างน้อยอยู่ในป่า ลูกช้างน้อย ตัวมันไม่ห่างพ่อห่างแม่มัน มันก็ไม่มีทางที่จะเกิดอันตรายได้ ถ้ามันเผลอห่างพ่อห่างแม่มันไป พอมันรู้ว่าจะเกิดอันตราย มันร้องขึ้น พ่อแม่มันรีบวิ่งไปช่วย ลูกคนเรานี่ก็เหมือนกัน บิดามารดานอกจากจะปกป้องคุ้มครองบุตรไม่ให้เกิดอันตรายหรือไม่ให้ตกไปในทางที่ไม่ดีไม่งามแล้ว ท่านยังช่วยเลี้ยงดูให้วิชาความรู้ ให้ทรัพย์สมบัติ

เพราะอาศัยท่านมีคุณงามความดีกับบุตรธิดาอย่างที่กล่าวมานี้ การประทุษร้ายต่อบิดามารดา อย่างน้อยแม้แต่เพียงทำให้ท่านเจ็บช้ำน้ำใจ ก็ถือว่าเป็นบาป เป็นอนันตริยกรรม การฆ่าพ่อฆ่าแม่เป็นอนันตริยกรรม จะฆ่าด้วยศัสตราอาวุธ ฆ่าด้วยมือเปล่าๆ ฆ่าด้วยการทรมานจิตใจให้ท่านได้รับความทุกข์เศร้าทุกข์โศก เสียอกเสียใจเพราะความประพฤติของเรา บางทีอาจจะตรอมใจตาย ก็ถือว่าเป็นการฆ่า อันนี้เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวัง

การที่เราจะเอาดีกับบิดามารดา :


มาตาปิตุอุปฏฺานํ อุปัฏฐากเลี้ยงดูบิดามารดา เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ เป็นมงคลอันสูงสุด

มาตา เปติ พลํ ชนฺ การเลี้ยงดูบิดามารดาก็ดี

กุเล เชฏฺา ปจฺจายินํ การเคารพนบนอบต่อผู้หลักผู้ใหญ่ในวงศ์ตระกูลก็ดี


อันนี้เป็นคุณธรรมที่ทำคนให้เป็นยอดคน เป็นคุณธรรมที่ทำคนให้เป็นพระอินทร์ “อินทร์” แปลว่า จอมหรือยอด เมื่อผู้มาประพฤติดังที่กล่าวมา ได้ชื่อว่า เป็นยอดคน เป็นจอมคน เป็นพระอินทร์ ทั้งๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ ถ้าหากว่าดำรงยึดมั่นอยู่ในข้อปฏิบัติอันนี้ชั่วชีวิต ในเมื่อสิ้นชีวิตแล้ว ก็ไปเกิดเป็นพระอินทร์บนสรวงสวรรค์ อันนี้คืออานิสงส์

การเลี้ยงดูบิดามารดาก็ดี การเคารพต่อผู้หลักผู้ใหญ่ในวงศ์สกุลก็ดี เป็นการเชิดชูวงศ์สกุล เป็นการรักษาวงศ์สกุลไว้มิให้เสื่อม เพราะเมื่อเรามีความเคารพบูชาบิดามารดาปู่ย่าตายายของเรา เราก็พร้อมที่จะเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อบิดามารดาปู่ย่าตายายของเรา เช่น ท่านเป็นห่วงวงศ์สกุล กลัวว่าวงศ์สกุลจะเสื่อม เราก็ประพฤติตนให้เป็นผู้สมควรแก่การรับทรัพย์มรดก ในเมื่อได้ทรัพย์มรดกจากบิดามารดา เรารักษาเอาไว้ให้คงที่หรือสร้างเสริมให้เจริญยิ่งขึ้น วงศ์สกุลของเราก็มีความเจริญรุ่งเรือง
ไม่เคยมีลูกต่างสกุลไปทำลายวงศ์สกุลของคนอื่นให้เสื่อม มีแต่ลูกหลานในวงศ์สกุลของเรานั่นแหละ จะเป็นผู้ทำลายวงศ์สกุลของเรา


••••••••••••
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2019, 06:51 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1947

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สติปัญญาพาให้พ้นจากการควบคุมของกฎธรรมชาติ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2019, 06:57 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1947

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เคล็ดเรียกหนี้คืน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2019, 06:57 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1947

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อย่าใช้มนต์ไล่ผี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2019, 06:57 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1947

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คาถาสำหรับคนกลัวผี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2019, 06:58 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1947

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรรมสนองกรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2019, 06:58 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1947

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สร้างกรรมดีหนีกรรมชั่ว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2019, 06:59 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1947

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พระดูหนังดูละคร ผิดศีลหรือไม่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2019, 06:59 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1947

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


แก้ปัญหาไม่ตก เพราะนักภาวนาทุศีล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2019, 06:59 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1947

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สรุปธรรมะจากรามเกียรติ์


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 57 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร