วันเวลาปัจจุบัน 29 มี.ค. 2020, 00:47  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=19



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.พ. 2009, 11:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


นักวิจัยชี้ ‘ขิง’ และ‘ชาเขียว’ อาจรักษามะเร็งได้

นักวิจัยหลายคณะ รายงานผลการศึกษา
ต่อที่ประชุมสมาคมวิจัยโรคมะเร็งอเมริกันว่า
การบริโภคขิง ชาเขียว และสมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง
อาจหยุดยั้งการสร้างเซลล์มะเร็งได้

แอนน์ โบด และต่ง จี้กัง จากมหาวิทยาลัยมินเนโซตา
ได้ทำการทดลองโดยการฉีดเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่
จากมนุษย์เข้าไปในตัวหนู จากนั้นได้ให้อาหาร หนูเหล่านี้
ด้วยสารสกัดจากขิงเป็นเวลา 15 วัน
ปรากฏว่า หนูกลุ่มที่ได้รับสารสกัดจากขิง
มีอัตราการเติบโตของเซลล์มะเร็งน้อยกว่าหนูที่ได้รับอาหารธรรมดา

ด้านทีมนักวิจัยจากยูเนียน คอลเลจใน รัฐเนแบรสกา
พบว่า สมุนไพรจีนที่เรียก ว่า เป่าจื้อเหลียน
หรือชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Scutellaria barbata
มีสรรพคุณในการหยุดยั้งการลุกลามของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากในตัวหนู

ส่วนคณะนักวิจัยจากศูนย์โรคมะเร็งแอริโซนา
ได้ทดลองให้ผู้ที่สูบบุหรี่จัด 118 คนดื่มชาเขียวและชาดำ
อย่างน้อยวันละ 4 ถ้วย ปรากฏว่าผู้ที่ดื่มชาเขียวเป็นประจำตลอด 4 เดือน
สามารถลดการหลั่งสารเคมี 8-OhdG
ที่ร่างกายผลิตออกมาเพื่อตอบสนองการที่ดีเอ็นเอถูกทำลาย
ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งได้ถึง 31%
ขณะที่ผู้ที่ดื่มชาดำไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ดื่มโกโก้วันละแก้วสุขภาพดี

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผลการศึกษาหลายชิ้น
ได้เน้นถึงคุณสมบัติในการเสริมสร้างสุขภาพ
ที่พบใน ชา ไวน์แดง และโกโก้
โดยมีงานวิจัยในจีน พบว่า คนที่ดื่มน้ำชาเป็นประจำนั้น
มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มกว่าครึ่งหนึ่ง

นักวิจัยในฝรั่งเศสรายงานว่า ดื่มไวน์ แดงวันละแก้ว
อาจช่วยลดโอกาสความเสี่ยงของโรคหัวใจ
และในปี 1998 ได้มีการ ศึกษากับคนอเมริกันกว่า 8,000 คน
พบว่าช็อกโกแลต ซึ่งผลิตมาจากโกโก้นั้นอาจช่วยให้อายุยืนขึ้น
เนื่องจากอุดมไปด้วยโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
ที่จะช่วยกวาดล้างของเสียที่ผลิตจากร่างกาย
โดยของเสียเหล่านั้นมีส่วนทำลายเซลล์ และก่อให้เกิดมะเร็งได้

ในการศึกษาล่าสุดนี้ ดร. ชาง ยง ลี
และคณะจากมหาวิทยาลัยคอร์แนล ในนิวยอร์ก
ได้ทำการทดสอบโดยวัดระดับ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ
ใน ชา ไวน์แดง และโกโก้ พบว่าโกโก้ถ้วยหนึ่งนั้น
มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์มากที่สุด
โดยมีมากกว่าไวน์แดง 1 แก้วถึง 2 เท่า
มากกว่าชาเขียว 1 ถ้วยถึง 3 เท่า
และมากกว่าชาดำถึง 5 เท่าเลยทีเดียว

แม้ว่าโกโก้จะถูกนำไปทำเป็นอาหารหลายอย่างรวมทั้งช็อกโกแลต
แต่นักวิจัยเผยว่าทางที่ดีที่สุดที่จะได้รับคุณค่าสารอาหารอย่างเต็มที่
ก็คือการดื่มโกโก้โดยตรง ที่เป็นเช่นนี้
ก็เพราะว่าในช็อกโกแลต 1 แท่งอุดมไปด้วยไขมัน
โดยช็อกโกแลตแท่ง ขนาด 40 กรัมนั้นมีไขมันมากถึง 8 กรัม
ขณะที่โกโก้ร้อน 1 ถ้วยมีไขมันเพียงแค่ประมาณ 0.3 กรัมเท่านั้น

เดินวันละชั่วโมงลดโอกาสมะเร็งเต้านม


นักวิจัยระบุการเดินวันละชั่วโมง และออกกำลังกายเบาๆ ต่ออีกนิดหน่อย
ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งลงกว่าครึ่ง เมื่อเทียบกับคนที่อยู่เฉยๆ
ไม่ชอบยืดเส้นยืดสายการค้นพบนี้ ช่วยยืนยันการศึกษาในอดีตที่ชี้ว่า
แม้การออกกำลังกายเบาๆ ก็สามารถปกป้องสุภาพสตรีจากโรคร้ายนี้ได้

ปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านมมีตั้งแต่ภาวะน้ำหนักเกิน
การมีสมาชิกครอบครัว เคยเป็นโรคนี้มาก่อน
การสูบบุหรี่ และการย่างเข้าสู่วัยทอง

การศึกษาล่าสุดของมหาวิทยาลัย เมืองนาโกยา ญี่ปุ่น
ติดตามผลผู้หญิง 30,000 คน นาน 12 ปี
เพื่อติดตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตและปัจจัยเสี่ยงมะเร็ง
กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดจะถูกสอบถามว่า
แต่ละวันได้เดินไม่ถึง 30 นาที, 30-59 นาที หรือหนึ่งชั่วโมงขึ้นไป

ผลการศึกษาพบว่าคนที่เดินวันละอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง
และวิ่ง ว่ายน้ำ หรือเข้าฟิตเนสอีกหนึ่งชั่วโมงต่อสัปดาห์
มีแนวโน้มเป็นมะเร็งเต้านมลดลงถึง 55%

อนึ่ง ผู้หญิงที่มีความเสี่ยงมากกว่า
คือผู้ที่อยู่ในช่วงวัยหมดประจำเดือนหรืออ้วน
ได้ประโยชน์จากการเดินทุกวัน
เช่นเดียวกับกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำผลการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งพบว่า
การออกกำลังกาย ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งโดยรวม
แต่คนคนนั้นจะต้องนอนหลับพักผ่อนเพียงพอในตอนกลางคืนด้วย
ทั้งนี้ นักวิจัยอเมริกันพบว่า คนที่มีกิจกรรมทางกายมากที่สุด
มีโอกาสเป็นมะเร็ง ซึ่งรวมถึงมะเร็งเต้านมน้อยลง
แต่ถ้านอนน้อยกว่าคืนละ 7 ชั่วโมง ประโยชน์นั้นจะหายไปทันที
และกลับกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งด้วยซ้ำ

จัดระบบแพทย์ฉุกเฉิน
ลดเสี่ยงเสียชีวิตพิการจากโรคหลอดเลือดสมอง


น.พ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนัก งานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่ทำให้เกิดความพิการในระดับต้นๆ
เมื่อเกิดอาการโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันแล้ว
ผู้ป่วยเหล่านี้ต้องได้รับการรักษาภายใน 3 ชั่วโมง
เพื่อฉีดยาละลาย ลิ่มเลือด
ผู้ป่วยก็มีอายุยืนยาวต่อไปและลดอัตราความพิการ
ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ารักษาได้ทันเวลามีเพียงร้อยละ 1.96 เท่า นั้น
ซึ่งทำให้อัตราการเสียชีวิตและพิการสูงมาก
ดังนั้นการมีระบบการดูแลรักษาที่ถูกต้องรวดเร็ว
และมีความพร้อมจะช่วยลดความพิการและอัตราเสียชีวิตลงได้
สปสช.ได้ร่วมมือกับสถาบันประสาทวิทยา และกระทรวงสาธารณสุข
จัดแนวทางใหม่ในการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินโรคหลอดเลือดสมอง
เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2550 มีสถานพยาบาลนำร่องฯ
เข้าร่วม 15 แห่ง โดยเป็นหน่วยบริการ
ที่มีศักยภาพในการช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันท่วงทีเมื่อมีการร้องขอ

“สัญญาณของโรคนี้ที่สำคัญ ได้แก่ เวียน ศีรษะ เดินเซ แขนขาอ่อนแรง
มีอาการชาครึ่งซีก พูดไม่ได้ และพูดไม่ออก ปากเบี้ยว สับสน
สำลักบ่อย อาจหมดสติ ต้องรีบพบแพทย์ด่วนภายใน 3 ชั่วโมง
โดยสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนบัตรทอง 1330 หรือ ศูนย์นเรนทร 1669”

นพ.สมบัติ มุ่งทวีพงษา หน่วยประสาท วิทยาคณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า
คนไทยป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 250,000 รายต่อปี
ในจำนวนนี้เสียชีวิต 50,000 รายต่อปี
และยังมีประชาชนเสี่ยงที่จะป่วยจากโรคดังกล่าวอีกประมาณ 10 ล้านคน
โรคหลอดเลือดสมองหากเป็นแล้ว
แม้รอดชีวิตก็มักจะมีความพิการหลงเหลืออยู่
ปัจจัยเสี่ยง คือ ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ โรคหัวใจ เบาหวาน
ไขมันในเลือดสูง สามารถป้องกันโดยการออกกำลังกาย
การปรับพฤติกรรมการกิน ไม่ควรกินเนื้อสัตว์ล้วนๆ
กินผักผลไม้ให้ ได้ครึ่งหนึ่ง ลดการกินอาหารไขมันสูงและงดการสูบบุหรี่


ดื่มกาแฟหนัก ระวังประสาทหลอน!!


เตือนการดื่มกาแฟสำเร็จรูปวันละกว่า7 แก้ว
เพิ่มความเสี่ยงในการได้ยินหรือเห็นภาพหลอนสามเท่า
เมื่อเทียบกับการดื่มกาแฟแค่แก้วเดียว
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเดอร์แรมของอังกฤษ
ขอให้นักศึกษา 219 คนบันทึกจำนวนกาแฟที่กินในแต่ละวัน
โดยอิงกับข้อเท็จจริงว่ากาแฟสำเร็จรูปแต่ละแก้วมีคาเฟอีนอยู่ 45 มิลลิกรัม
รวมทั้งสอบถามนักศึกษาว่ามีประสบการณ์ประสาทหลอนบ่อยแค่ไหน
ซึ่งได้ผลลัพธ์ ออกมาตามที่ระบุไว้ด้านบน
โดยนักวิจัยเชื่อว่าต้นเหตุมาจากการที่คาเฟอีน
ไปกระตุ้นระดับคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียด

ทั้งนี้ สมาคมผู้ผลิตกาแฟของอังกฤษระบุว่า
การดื่มกาแฟวันละ 4-5 แก้วปลอดภัยสำหรับคนทั่วไป
และอาจดีต่อสุขภาพ ในบางด้าน ขณะที่สำนักงานมาตรฐานอาหาร
แนะนำให้สตรีมีครรภ์จำกัดการบริโภคคาเฟอีน
ไม่ให้เกินวันละ 200 มิลลิกรัม


คัดลอกจาก...ASTVผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/Dhamma/ViewNew ... 0000013005


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร