วันเวลาปัจจุบัน 15 ก.ค. 2020, 12:34  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ต.ค. 2010, 12:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ต.ค. 2010, 11:36
โพสต์: 1

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ในขณะที่ผมนั่งสมาธิอยู่ดูเหมือนผมกำลังหลับอยู่แต่ก็รู้สึกตัวและจะมีแสงวิ่งไปมาซ้ายบ้างขวาบ้างแล้วมาบรรจบอยู่ตรงกลางไม่ทราบเกิดจากอะไรครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ต.ค. 2010, 22:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2010, 00:17
โพสต์: 255

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b42: ผ่านมาสองรอบแล้ว ไม่มีใครตอบสักคน ก็เห็นใจคนรอคำตอบ ความจริงคุณจะถามเพื่อหาคำตอบ ต้องถามให้ชัดเจน และให้ข้อมูล รื่องวิธีการนั่ง ระยะเวลาในการนั่งมานิดหน่อย ก็อาจมีผู้รู้มาตอบและแนะนำได้ เอาเป็นว่าคุณต้องอธิบายเพิ่ม มาอีกตามที่เราว่า แต่ในเบื้องต้นจับคำพุดได้คำหนึ่งคือ
ตอนนั่งรู้สึกเหมือนกำลังจะหลับนั้น ก็พออุปมานได้ว่าการนั่ง หรือการกำหนดจิตไม่น่าจะจะถูกแล้ว เพราะการนั่งสมาธิเราจะต้องรู้สึกตื่นอยู่ตลอดเวลา ถ้าเหมือนจะหลับนั้นแสดงว่าจิตคูณตามตัวกำหนด
ซึงจะเป็นลมหายใจ หรือการกระเพื่อมของหน้าท้อง ไม่ทัน มันจึงง่วงเหมือนจะหลับ หรือจิตอาจหลบเข้าไปอยู่ในภวังค์ ส่วนเรื่องแสงนั้นยังตอบไม่ได้ชัดเจน และก็เกิดขึ้นไม่เหมือนกันในแต่ละคน มันอาจไม่มีประโยชน์เลยแต่อาจมีโทษบางอย่าง ถ้าจะเลี่ยงไม่ให้เกิด ให้กำหนดจิตตามตัวกำหนดให้ทัน ทำจิตให้เป็นกลางไม่ยินดียินร้ายมีหน้าที่กำหนดจิตตามตัวกำหนดให้ทัน ถ้าตามลมหายใจ ก็ตามหัวลมไป ตามทัน ไม่ช้า-ไม่เร็วกว่าลมหายใจ หายใจเข้า-หายใจออกตามไปไม่บังคับลม ไม่หลุดออกจากลมหายใจ แสงมันจะดับไปเอง ว่าจะไม่ตอบนะคำถามพวกนี้ ลองอธิบายเพิ่มมา อาจมีคนตอบได้ชัดเจนกว่านี้..../เจโตวิมุติ..


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ต.ค. 2010, 15:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 เม.ย. 2010, 09:39
โพสต์: 219

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุญาติครับ

ถ้าต่อไป สิ่งนี้ไม่เกิดขึ้นอีกก็ไม่ต้องแสวงหา หากสิ่งนี้ปรากฏขึ้นอีกก็ไม่ต้องตามมันไป
หากตามมันไปมันจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ไม่มีที่สิ้นสุด

เมื่อเราฝึกสติ ระลึกรู้ในอารมณ์เดียว ให้สมาธิเกิด อันเป็นความสงบ ดังนี้แล้ว รูปนิมิตร
นามนิมิตรทั้งหลายให้ยกไว้ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหลายรวมแล้วมันเกิดอยู่ในนั้นทั้งหมด
เมื่อผู้ปฏิบัติชำนาญในทางแล้ว เราจะเป็นผู้รู้เองว่าอะไรควรเอา อะไรไม่ควรเอา

ยังไงก็ขอให้มีความเพียร ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท นะครับ :b16:

.....................................................
.................................................ธ ทรงครองแผ่นดินโดยทศพิธราชธรรม
........................................................พระปฐมบรมราชโองการว่า
.......................“ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม “

........................ขอพ่อเจ้าอยู่หัว ทรงพระเจริญ มีพระชนย์มายุ ยิ่งยืนนาน พระพุทธเจ้าข้า


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ต.ค. 2010, 16:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


tongue

สิ่งที่ผู้เห็นนั้น "เห็นจริง" แต่สิ่งที่ "ถูกเห็น" ไม่เป็นความจริง...เป็นสิ่งที่จิตของผู้เห็น ปรุงแต่งขึ้นมาเอง
การไปหลงติดอยู่ใน "นิมิตร" จะทำให้การปฏิบัติธรรมไม่ก้าวหน้า...ดังนั้นไม่ควรสนใจ เมื่อสิ่งใดปรากฏให้กำหนดมีสติระลึกรู้..แค่รู้ว่าเป็นเพียงสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นเท่านั้น หรือ ให้ดึงจิตกลับมาอยู่ที่องค์บริกรรมเดิม (วิธีการภาวนาที่คุณใช้อยู่) ...แล้วนิมิตรนั้นจะหายไปเอง...

ธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม :b8:

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ต.ค. 2010, 18:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2010, 00:17
โพสต์: 255

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b42: อย่าปฎิบัติเพื่อจะเอาอะไร จงปฎิบัติเพื่อจะละอะไร เห็นไหมมีสายตรงมาตอบแล้ว แสง สี เสียง ภาพ ในสมาธิล้วนเป็นสิ่งไม่ควรยึดหน่วงไว้ มีสติเพียงจิตต้องตามรู้ตัวบริกรรมเท่านั้น ตามตัวภาวนาให้ทัน เหมือนแผ่นโฟมลอยบนผิวน้ำ กระแสน้ำไหลไป โฟมก็เพียงแตะอยู่บนผิวไร้น้ำหนักกด ไหลตามน้ำไป ไม่เร็ว- ไม่ช้ากว่ากระแสน้ำเลย แล้วสิ่งดีๆก็จะเริ่มปรากฏให้เห็นเอง เมื่อเห็น เมื่อรู้ ก้สักแต่ว่ารู้ .....เจริญในธรรม.../.เจโตวิมุติ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ต.ค. 2010, 13:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 เม.ย. 2009, 22:00
โพสต์: 406

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


แสงสว่างที่เกิดขึ้นขณะทำสมาธิ มันก็คือโอภาส
ถ้ามันเกิดขึ้น แวบๆ วับๆ จะเกิดในขณิกสมาธิ
ถ้ามันเกิดขึ้น สว่างไสว จะเกิดในอุปจารสมาธิ
ถ้าตีความว่าโอภาสคือ นิมิตร อันนี้ไม่แน่ใจ
โอภาสเกิดก็กำหนดรู้ แล้วก็เข้าอารมณ์กรรมฐานเดิม แล้วไม่ต้องไปสนใจอีก
แต่ถ้าจะอะแดบเอาแสงสว่างนั้นเป็นอารมณ์ คล้ายกับกสิณ ไม่เคยลองเหมือนกันครับ รอถามคนเคย


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร