วันเวลาปัจจุบัน 22 พ.ย. 2019, 01:55  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=22



กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ส.ค. 2019, 08:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7106

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
“สมเด็จพระสังฆราชเจ้า” พระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
(หม่อมเจ้าภุชงค์ ชมพูนุท สิริวฑฺฒโน)
หรือเรียกอีกพระนามว่า สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร

>>>> http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=20842

:b44: :b47: :b44:

เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๖๔
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา “พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์”
ขึ้นเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
นับเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
กล่าวคือ เป็นสมเด็จสกลสังฆปริณายก หรือสมเด็จสกลมหาสังฆปริณายก
ประธานาธิบดีแห่งสงฆมณฑลทั่วพระราชอาณาจักร
โดยโปรดเกล้าฯ สถาปนาคำนำพระนามสำหรับเรียกตำแหน่งนี้ว่า
“สมเด็จพระสังฆราชเจ้า” ซึ่งปรากฏพระนามนี้ขึ้นเป็นครั้งแรกในคราวนี้

ครั้นถึงปีพุทธศักราช ๒๔๖๙ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้สถาปนาเลื่อนพระอิสริยยศขึ้นเป็น กรมหลวง

คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
หรือเรียกอีกพระนามว่า สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์


พระจริยวัตรของพระองค์เป็นที่กล่าวขวัญในบรรดาศิษยานุศิษย์
ว่าไม่เคยมีผู้ใดเคยเห็นพระอาการ พระวาจากริ้วโกรธ
หรือพระกิริยาอัชฌาศัยที่ไม่ต้องด้วยพระธรรมวินัยและสมณสารูป
เลยแม้แต่ครั้งเดียว จนเป็นที่สรรเสริญกันว่า
ทรงเป็น “พระแท้” ที่ควรกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ


ทรงผนวชเป็นพระภิกษุและทรงดำรงในสมณเพศจนตลอดพระชนมชีพ
ทรงเป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ยุคที่ ๒
และได้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปประการ เช่น
เป็นพระราชกรรมวาจารย์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๖ และรัชกาลที่ ๗ เมื่อครั้งทรงผนวชเป็นพระภิกษุ


อีกทั้งยังทรงมีผลงานพระนิพนธ์มากมาย เช่น พระคัมภีร์อภิธานนัปปทีปิกา
(พจนานุกรมบาลี-ไทยเล่มแรก), มหานิบาตชาดก, ต้นบัญญัติ, สามเณรสิกขา ฯลฯ
และมีพระปรีชาสามารถด้านร้อยกรอง ดังจะเห็นได้จากพระนิพนธ์โคลงเรื่องรามเกียรติ์
ซึ่งจารึกอยู่บนพระระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ในพระบรมมหาราชวัง
นอกจากนี้ยังทรงเป็นประธานในการจัดทำพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ
และทรงเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ อีกด้วย

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ส.ค. 2019, 08:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7106

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
“สมเด็จพระสังฆราชเจ้า” พระองค์ที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
(หม่อมราชวงศ์ชื่น นภวงศ์ สุจิตฺโต)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
วัดบวรนิเวศวิหาร (วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร)

>>>> http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=20236

:b44: :b47: :b44:

เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๘๘
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา
สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ (หม่อมราชวงศ์ชื่น นภวงศ์ สุจิตฺโต)
เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุติกา (เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต)
ขึ้นเป็น สมเด็จพระสังฆราช ในพระราชทินนามเดิม คือ
“สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก”
ทรงเศวตฉัตร (ฉัตรขาว) ๓ ชั้น
ดำรงตำแหน่งสกลสังฆปรินายก ปธานาธิบดีแห่งสงฆมณฑลทั่วราชอาณาจักร
นับเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ถึงปีพุทธศักราช ๒๔๙๓ เนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกาศสถาปนาเฉลิมพระนาม
สมเด็จพระสังฆราชให้เต็มพระเกียรติยศตามราชประเพณี
เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓


แม้ว่าพระองค์ทรงมีชาติตระกูลอันสูง อีกทั้งทรงดำรงตำแหน่งประมุขสงฆ์
แต่พระองค์ทรงมีชีวิตอย่างเรียบง่าย สมถะ
มีเมตตาและเป็นกันเองอย่างยิ่ง ไม่เฉพาะกับผู้คน แต่ยังรวมถึงสรรพสัตว์ด้วย

เป็นที่รู้กันดีว่าเมื่อได้เวลาฉัน พระองค์จะเสด็จไปประทับที่ห้องเล็ก
นั่งกับพื้น หันหลังพิงฝา ระหว่างที่ฉันก็จะหยิบข้าวสุกทีละเมล็ดจิ้มกับข้าว
แล้วเอาติดไว้ที่ฝาเบื้องหลัง แล้วเอานิ้วเคาะที่ฝาเบาๆ ครั้งสองครั้ง
จิ้งจกก็จะวิ่งออกมากิน บางตัวก็รู้เวลา ออกมาคอย
และกินอาหารจากพระหัตถ์ของพระองค์เลยทีเดียว
ว่ากันว่าพระองค์ทรงรู้จักจิ้งจกทุกตัวในกุฏิ

พระองค์ยังทรงเป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องความเป็นกันเอง
ไม่ถือพระองค์ อีกทั้งไม่มีพิธีรีตอง

คราวหนึ่งพระองค์เสด็จไปงานบุญที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี
ชาวบ้านที่มาทำบุญไม่รู้จักพระองค์ ก็เรียกพระองค์ว่าหลวงตา
พระองค์ก็ตอบรับ สนทนากับชาวบ้านทั้งวันอย่างสนุกและสบายใจ

บางครั้งพระองค์หายไปจากวัดบวรนิเวศวหารเป็นเวลานาน
พระผู้ใหญ่ในวัดตามหากันจนวุ่น
ถามใครก็ไม่มีใครรู้ว่าเสด็จออกจากวัดตอนไหน
เพราะไม่มีรถหลวงประจำตำแหน่งสังฆราชมารับ ครั้นราวๆ เที่ยงเศษ
ผู้คนก็โล่งใจเมื่อเห็นพระองค์เดินถือตาลปัตรกลับมาเอง
เพราะทรงรับนิมนต์ชาวบ้านไปสวดมนต์และฉันเพลตามห้องแถวเล็กๆ
บริเวณเสาชิงช้าหรือบางลำพู เรื่องแบบนี้เลขานุการประจำพระองค์มักไม่รู้
เพราะใครที่ประสงค์จะมานิมนต์พระองค์
สามารถเข้าถึงพระองค์ได้โดยตรงและง่ายดาย
ส่วนพระองค์ก็มักจดวันเวลาไว้ตามเศษกระดาษบ้าง
ห่อใบชาบ้าง สุดแท้แต่ว่ามีอะไรอยู่ใกล้มือ

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เล่าถึงหลังจากที่พระองค์ได้รับการสถาปนา
ขึ้นที่สมเด็จพระสังฆราชแล้ว ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านได้รับฎีกานิมนต์
มางานพระราชพิธีในพระบรมมหาราชวัง
ระหว่างที่ลูกศิษย์วัดกำลังจับกลุ่มรอพระราชาคณะในขณะที่พระราชพิธีเสร็จสิ้นลง

เด็กคนหนึ่งถามขึ้นว่า “สังฆราชองค์ใหม่ชื่ออะไรโว้ย”

ทันใดนั้นก็มีเสียงห้าวๆ ตอบมาจากข้างหลังว่า “ชื่อ ชื่น โว้ย”

ซึ่งเป็นเสียงของสมเด็จฯ ท่านที่ออกมาจากพระที่นั่ง
กำลังเดินตามหาลูกศิษย์ของท่านเพื่อกลับวัด
แล้วบังเอิญมาได้ยินเสียงปุจฉาของเด็กนั้นพอดี ก็เลยตอบให้

สมดังพระฉายาที่มีผู้คนถวายสมเด็จฯ ในยุคนั้นว่า
“สมเด็จฯ วัดบวรพูดดีไม่เป็น สมเด็จฯ วัดเทพศิรินทร์พูดเล่นไม่มี”

อันมีที่มาจากอุปนิสัยของสมเด็จฯ ๒ องค์คือ
สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ วัดบวรนิเวศวิหาร
ทรงมีอุปนิสัยเป็นคนตรง พูดโผงผาง
และสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวโร) วัดเทพศิรินทร์
เป็นคนเคร่งครัดเคร่งเครียดในการเรียนการสอนนั่นเอง


หลังเสด็จออกทรงพระผนวชเป็นพระภิกษุ และเสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
โดยมี สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
(หม่อมราชวงศ์ชื่น นภวงศ์ สุจิตฺโต)
ทรงเป็นพระราชอุปัธยาจารย์ (พระอุปัชฌาย์)

ครั้นถึงวันที่ ๒๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๙๙
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระสมณศักดิ์และฐานันดรศักดิ์
พระราชอุปัธยาจารย์ (พระอุปัชฌาย์) ในพระองค์เมื่อครั้งทรงพระผนวช
ขึ้นเป็น “สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์”
นับเป็น “สมเด็จพระสังฆราชเจ้า” พระองค์ที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ทรงฉัตรตาดเหลืองหรือฉัตรตาดสีทอง ๕ ชั้น
เกือบ ๒ ปีถัดมา สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ พระองค์นั้นก็ได้ทรงสิ้นพระชนม์
เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๐๑

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ส.ค. 2019, 08:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7106

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
“สมเด็จพระสังฆราชเจ้า” พระองค์ที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสน์ วาสโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

>>>> http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=20005

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ส.ค. 2019, 08:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7106

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
“สมเด็จพระสังฆราชเจ้า” พระองค์ที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

>>>> http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=19822

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร