วันเวลาปัจจุบัน 30 ต.ค. 2020, 23:52  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 10 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ม.ค. 2009, 15:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2009, 16:34
โพสต์: 37

ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ดิฉันมีลูกชายคนเดียวอายุประมาณ 20 ปี ตอนเด็ก ๆ เขาเป็นเด็กน่ารัก เชื่อฟังพ่อแม่มาก แต่พอเริ่มโตเป็นหนุ่ม ค่อนข้างที่จะดื้อ เอาแต่ใจตัวเอง พูดบอกอะไรก็ไม่ค่อยฟัง เอาแต่ความคิดของตัว แต่ในบางครั้งเขาก็ยังมีความเป็นห่วงแม่ เพราะเขารักดิฉันมาก แต่เสียตรงที่บอกสอนอะไรไม่ค่อยฟัง เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ดิฉันเป็นห่วงเขามากเป็นทุกข์ใจ แต่บางครั้งดิฉันก็ไม่อยากจะนึก เพราะว่าความเป็นห่วงของดิฉันมันอาจจะไปทำให้ลูกของดิฉันมีบาปที่ทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจ ดิฉันเป็นห่วงอนาคตของลูก ส่งเสียให้แกเรียนสูง ๆ พอแกคิดว่าคงเรียนไปไม่ไหวก็อยากจะเลิกเรียนอย่างเดียว ดิฉันสอนแกและแนะนำหลายครั้งไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การใช้ชีวิตในสังคม อ้างเหตุผลสารพัด ตามที่เราได้พบได้เห็นมาให้ฟัง ลูกก็ดื้อจะเอาแต่ว่าตัวเองคิดอย่างนี้ถูกต้อง เพราะเราเป็นแม่ ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ดูแลเขาได้นานแค่ไหน กลัวลูกจะไม่มีอนาคตที่ดี ทุกวันนี้ดิฉันสวดมนต์ให้สิ่งดี ๆ แก่ลูก ให้ลูกเป็นเด็กดี คิดดี ทำดี :b36:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ม.ค. 2009, 16:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ม.ค. 2009, 21:03
โพสต์: 26


 ข้อมูลส่วนตัว


ศึกษาธรรม ปฏิบัติธรรมบ่อยๆนะครับ

แล้วจะรู้ว่าตัวเรายังไม่ใช่ของเราเลย

แบกขันธ์ 5 คือตัวเราคนเดียวก็ทุกข์แล้ว

ยังต้องแบกลูกอีก.....

ต้องสอนให้เค้ารู้จักการอด การรอคอย ความลำบากบ้าง

การมีลูกคนเดียวการเลี้ยงย่อมตามใจเป็นพิเศษแต่วัยเด็ก ทำให้โตมาเค้าจึงเป็นเช่นนี้

อาจไม่ใช่เด็กผิดคนเดียว เราอาจผิดในการเลี้ยงดูด้วย เข้าข่ายพ่อแม่รังแกฉัน

โตแล้วอาจสอนยาก แต่ไม่ใช่ว่าสอนไม่ได้ สัตว์ป่ายังฝึกนิสัยได้เลย นี่คนนะ อย่าท้อแท้

ค่อยๆสอนเค้า มีเมตตา กรุณา เมื่อเค้าไม่ฟังต้องวางอุเบกขาให้เป็น

เราเลี้ยงได้แต่กาย แต่ใจตอนนี้เค้าโต เลี้ยงยาก เชื่อเพื่อนมากกว่าพ่อแม่

ให้เค้าคบเพื่อนดีๆ อาจช่วยได้บ้าง

ห่างเหินเค้าบ้าง...อย่าดูแล ห่วงมากเช่นเด็กๆ อะไรๆอาจดีขึ้นครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ม.ค. 2009, 09:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ธ.ค. 2008, 09:07
โพสต์: 22


 ข้อมูลส่วนตัว


:b24: :b8: ขอบคุณพี่มากๆนะคะที่ตอบกระทู้ของนู๋ นู๋ก็เป็นอย่างที่ลูกพี่เป็นค่ะ แต่นู๋ว่าพอคนเราถึงเวลาก็จะเข้าใจหัวอกพ่อแม่ เข้าใจถึงความสำคัญของพ่อแม่ ฉะนั้นพี่ปล่อยวางเถอะคะเรื่องนี้ถ้าพื้นฐานลูกพี่ไม่ใช่คนเลวร้าย สักวันเขาจะเข้าใจทุกอย่างเอง :b41: :b43: :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ม.ค. 2009, 19:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ย. 2008, 23:07
โพสต์: 151

ที่อยู่: BKK.

 ข้อมูลส่วนตัว


วิธีการสั่งสอนวัยรุ่นไม่เหมือนวิธีการสั่งสอนเด็กน้อย เมื่อเราดตขึ้นเราจะมีความคิดเป็นของตัวเอง และเพื่อนจะมีอิธิพลมากกว่าครอบครัวเพราะเขาย่อมแสวงหาการยอมรับจากคนวัยเดียวกัน
มันก็เลยดูเหมือนผู้ใหญ่กับวัยรุ่นต่อกันไม่ติด สังคมวัยรุ่นในปัจจุบันไม่เหมือนวัยรุ่นสมัยคุณแม่ยังสาว
คิดว่าทำตัวแบบพี่เลี้ยงจะดีกว่า เข้าไปในโลกของเขา สังเกตว่าเขาสนใจอะไร ไม่สนใจอะไร
ถ้าเขาชอบดนตรีก็ซื้อเครื่องดนตรีให้ซะเลย อนุญาตให้เขาพาเพื่อนมาเที่ยวบ้าน กินข้าวที่บ้าน เราก็จะได้มีโอกาสเห็นว่าเขาคบเพื่อนแบบไหนอยู่
ส่วนคนเขียนเองก็มีหลานเป็นวัยรุ่น หลานchatอาก็chat บางทีหลานใช้คำวัยรุ่น อาก็เอามั่ง
ยังคิดเลยว่าจะพาหลานสะพายเป้ลุยด้วยกัน
:b43:

.....................................................
จงระมัดระวังกาย วาจา ใจ ไม่ให้ไปทำร้ายใคร


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ม.ค. 2009, 09:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2009, 22:30
โพสต์: 61


 ข้อมูลส่วนตัว


ชีวิต ลูกคุณ หรือว่า ชีวิตคุณ ?
:b6:

ผมไม่แปลกใจว่าทำไม เด็กไทย ของเราจึงไม่เข้มแข็ง หรือมีปัญหา

เพราะส่วนหนึ่งมาจาก พ่อแม่ นี่เอง

ลองถามกลับด้านกันดู ก่อนว่า คุณอยากให้เขาเป็นอย่างที่คุณต้องการ หรือว่า
คุณอยากให้เขาเป็นตัวของเขาเอง

คุณต้องคิดเสมอนะว่า ผู้ชาย ต้องเข้มแข็ง และ ประสบการณ์ชีวิตต้องมากมาย เพื่อที่จะได้เป็น
หัวหน้าครอบครัว
แต่ชีวิตของเขาจะดี หรือไม่ จะรวยหรือไม่ เราให้เขาเป็นอย่างที่เราคิดไม่ได้
ต้องให้เขารู้จักตัดสินใจด้วยตัวเอง ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง

เพราะวันข้างหน้า เราจะอยู่เคียงข้างเขาไปตลอดหรือ?

ถ้าเขาเป็นเด็กดี และเลี้ยงตัวเองไม่เป็น คุณคิดว่ามันจะดีไหมล่ะ?

คุณต้องเอาอย่าง นกบ้าง เมื่อถึงเวลา ก็ต้องให้ลูก ออกบินหาอาหารเอง จะไปคาบเหยื่อมาเลี้ยงตลอดก็ไม่ได้ หรือจะให้ลูกอยู่แต่กับรัง ก็ไม่ได้

ต้องให้เขารู้จักเผชิญโลก โลกแห่งความเป็นจริง

เรามีหน้าที่คือ คอยอบรม แนะนำ สั่งสอน ให้รู้จักชั่วดี เหตุและผลที่จะเกิดจากการกระทำ

ส่วนตัวเขาคือ ผู้ตัดสินใจและรับผลนั้น ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี

เด็กจะได้โตด้วยตัวเอง

อย่างเลี้ยงลูก เหมือน ตุ๊กตา ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่บ้าง แบบฝรั่งนิดๆ ก็ดี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 มี.ค. 2009, 00:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 810

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


ปัญหาจริงไม่ได้อยู่ที่ลูกดื้อหรอกครับ แต่อยู่ที่เจ้าของกระทู้กลัวจะไม่ได้เห็นอนาคตที่ดีของลูกตามที่ตนปรารถนาไว้
เลยพยายามแนะนำต่างๆนาๆ เพื่อให้ลูกคิดเหมือนตัวเอง
:b40:

บางครั้งอนาคตเป็นสิ่งที่ลูกตัดสินใจเอง พ่อแม่ตัดสินใจแทน หรือห้ามเป็นนั่นเป็นนี่ ต้องเป็นอย่างที่ตนกำหนด
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือความดื้อที่ลูกๆแสดงออกให้เห็น เป็นการตอบกลับ
:b44:

เห็นทุกวันนี้ได้สวดมนต์บ่อยเพื่อให้ลูกมีอนาคตที่ดี รวมถึงไม่ดื้อด้วยล่ะนะ ตรงนี้ก็ถือว่าดีแล้วแต่ว่า
สิ่งที่แม่ต้องแสดงออกก็คือต้องพูดดี คิดดี ทำดี กับเขาด้วยเหมือนกัน เมื่อมีสิ่งนี้ประกอบกับสวดมนต์
ด้วยจิตตั้งมั่นในบารมีธรรมของพระรัตนตรัย + จิตเมตตาปรารถนาดีกับลูกคนนี้ต้องการให้เขามีความ
สุข ความเจริญ เราก็แผ่เมตตาไปให้เขาหลังจากสวดมนต์เสร็จ โดยอย่าไปคาดหวังว่าสวดแล้วเราจะ
อยากให้เขาเป็นอย่างที่เราให้เป็น คิดแบบนี้ผิดวัตถุประสงค์ของการสวดมนต์แผ่เมตตา และทำให้เขา
ยิ่งดื้อกันไปใหญ่ ทำให้พูดจากันไม่เข้าใจกัน บางครั้งต้องปล่อยเขาบ้าง ให้โอกาสเขาได้คิดและค้น
หาตัวเองซึ่งแม่ก็เพียงแค่เป็นคนดูแลและแนะนำเขาอยู่ข้างหลัง จึงจะเป็นสิ่งที่ดีสุดและเป็นวิธีเหมาะ
สมที่จะทำกับเด็กคนนี้ครับ
:b42:

.....................................................
"มีสติเป็นเรือนจิต ใช้ชีวิตเป็นเรือนใจ ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างส่องทางเดินไปเถิด จะได้ล้ำเลิศในชีวิตของท่าน มีความหมายอย่างแท้จริง"
ในการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อท่านบอกว่า ให้ตัดปลิโพธกังวลใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูก สามี ภรรยา ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง อย่าเอามาเป็นอารมณ์ จากหนังสือ: เจริญกรรมฐาน7วันได้ผลแน่นอน หัวข้อ12: ระงับเวรด้วยการแผ่เมตตา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 มี.ค. 2009, 16:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


เห็นด้วยกับคุณอินทรีย์5 ตรงนี้ครับ....

อ้างคำพูด:
ปัญหาจริงไม่ได้อยู่ที่ลูกดื้อหรอกครับ แต่อยู่ที่เจ้าของกระทู้กลัวจะไม่ได้เห็นอนาคตที่ดีของลูกตามที่ตนปรารถนาไว้
เลยพยายามแนะนำต่างๆนาๆ เพื่อให้ลูกคิดเหมือนตัวเอง

.....และนึก "สงสาร" ลูกขึ้นมาตะหงิดๆแล้วสิ...

อ้างคำพูด:
ดิฉันมีลูกชายคนเดียวอายุประมาณ 20 ปี


คุณแม่ครับ คนอายุ 20ปีนั้น เราถือว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว สามารถตัดสินใจได้ด้วยวิจารณญานของตนได้แล้ว..นี่ถ้าเขาแต่งงานมีครอบครัว เขาก็เป็นหัวหน้าครอบครัวแล้วนะครับ ... โอ้หนอ ความรักที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา มีอำนาจผลักดันให้คิดครอบครองครอบงำความคิดของคนอื่นเช่นนี้เอง...

อ้างคำพูด:
แต่ในบางครั้งเขาก็ยังมีความเป็นห่วงแม่ เพราะเขารักดิฉันมาก แต่เสียตรงที่บอกสอนอะไรไม่ค่อยฟัง


อ่านตรงนี้ยิ่งชัดใหญ่ว่า ความเลวของลูกคือการไม่ยอมให้แม่คิดแทน!??!! :b14: :b1: :b5: :b7: :b2: อะไรจะขาดเหตุผลกันได้ขนาดนี้ ....ซ้ำร้าย ก็รับรองความรักที่ลูกมีให้ตน "แต่กลับมองความดีวิเศษเช่นนี้ไม่ออก"!!?? เรียกว่าได้ลูกดีแล้วยังรู้ไม่ได้ (สำนึก)...นี่มันอะไรกันเล่า?!..กรรมทั้งของตน ของลูก แลข้าพเจ้าผู้อ่านด้วยความทึ่งอยู่นี่...

อ้างคำพูด:
แต่บางครั้งดิฉันก็ไม่อยากจะนึก เพราะว่าความเป็นห่วงของดิฉันมันอาจจะไปทำให้ลูกของดิฉันมีบาปที่ทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจ

คุณแม่ได้เข้าใจหลักธรรมผิดไปกันใหญ่โตน่ากลัวเสียแล้วครับ
คนที่กำลังทำบาปกรรมหนักนั้น ข้าพเจ้าเห็นชัดเลยว่าคือคุณแม่เอง.ไม่ใช่ลูกนะครับ!!...ข้อนี้เพราะเหตุไร?

พระพุทธองค์ตรัสว่า ดูกรภิกษุ เรากล่าว เจตนาว่าเป็นกรรม..

คุณแม่มีเจตนาที่เป็นโลภะทิฏฐิคสัมปยุตต์ คือโลภที่อยากไปจัดการความคิดแลพฤติกรรมผู้อื่นด้วยความเห็นผิดว่า นั่นลูกของเรา นี่เราเป็นแม่นะอันมีฐานมาจากความหลงหรือโมหะ..ที่คุณแม่ทุกข์อยู่นั้นเพราะเหตุแห่งตัณหาที่มีอยู่ในตนนั้นเอง หาได้เกิดเพราะลูกไม่ ลองตรองดูดีๆในที่สงบๆสักพักหนึ่ง อาจพอมองออกได้ ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้อที่คุณแม่เป็นห่วงลูกว่าจะบาปที่ทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจ นั้นจึงไม่มีมูลเลย

คุณแม่ควรแต่จักมนัสสิการถึงความพร่องของตนเองว่า ยังไม่เต็มด้วยอะไร เพราะเหตุใด ?? เพ่งเล็งตนเองว่าที่คิดแลทำอยู่นี้ เบียดเบียนตนเองและคนอื่นอยู่หรือไม่? คุณแม่มีโอกาสดีแล้วที่มาหา
กัลยณมิตรในที่นี้ ท่านเหล่านี้มีคำแนะนำที่มีประโยชน์ นี่คุณแม่ก็มาพบก็ด้วยบุญของตนเองนั่นแหละ...
จึงขอให้ตั้งโยนิโสมนัสสิการว่า เราทั้งหลายต่างมีกรรมเป็นของๆตน ดังนั้น เมื่อคุณแม่หวังดีต่อลูกก็พึงสั่งสอนไปด้วยจิตเมตตา อย่าใช้ตัณหาของตนนำร่อง...เขาจะฟังหรือไม่ แม่ต้องวางอุเบกขาด้วยโยนิโสมนัสสิการที่กล่าวมา บุญจักเกิดขึ้นต่อตนด้วยประการนี้..

คุณแม่จะเคยทราบบ้างหรือไม่ว่า พ่อแม่บางรายสามารถกดดันลูกจนลูกมีอาการสติแตกหรือที่เราท่านรู้จักกันว่า โรคจิต เป็นที่มาของการฆ่าตัวตายโดยไม่จำเป็น..

คุณแม่จะเคยทราบบ้างหรือไม่ว่า..พ่อแม่บางราย.สร้างเล่ห์อุบายที่จะบังคับลูกให้ตามทำและเป็นไปตามตัณหาของตนโดยนึกว่านี่คือความรักของพ่อแม่ จนลูกหันไปหายาเสพติดหรือกระทำการต่างๆที่เรียกว่าเสียผู้เสียคนก็มีมากมาย..

.....และยังมีพ่อแม่ที่รักลูกด้วยตัณหาของตนจนลูกๆ"เดี้ยง" ไปด้วยสรรพอาการจาระไนกันไม่หมดในหน้านี้...

คุณแม่คงคิดว่า..."โฮ้ย..เรื่องเช่นนี้ฉันไม่ทำแน่!" จริงเฉพาะความคิดครับ ..แต่ตัณหาอันตนสั่งสมจนเกิดความแก่กล้าเป็นอุปนิสสยปัจจัย... เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ให้กระทำการคือบาปกรรมอันตนนั้นแลคาดไม่ถึง รู้ไม่ได้ด้วยเหตุแห่งความมืดบอด..อันตัณหานั้นครอบคลุมจนมิดชิดนั่นเทียว คุณแม่อย่าได้ประมาทแม้กิเลสเล็กน้อยเลยเพราะเขานั้นเติบโตตามตัวทีเดียวเชียว..

ขอเชิญชวนคุณแม่ให้เร่งรีบเรียนรู้คำสอนของพระพุทธเจ้าเสียโดยพลัน เข้าถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอย่างมั่นคง เร่งปฏิบัติศีล เจริญสติอยู่เป็นปกติ เพราะบัดนี้ เราก็กำลังถูกชราพาไปอยู่ ควรหาที่พึ่งอันเกษมสูงสุดเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางต่อไปในสังสารวัฏอันเหมือนหลุมถ่านเพลิงด้วยทุกข์นานัปการเถิด.. แม้บุตรแลสามีอันเป็นที่รักยิ่ง ก็ไม่อาจช่วยอะไรๆเราได้เลยเมื่อเรากำลังผจญมัจจุมารคือความตายอยู่..

พ่อแม่เป็นพรหมของลูกเมื่อเป็นผู้ประพฤติศีล และมีธรรม นอกจากนี้ท่านเป็นเพียงผู้ให้กำเนิด..
แลอาจได้ชื่อว่าเป็นมารของลูกได้...เราเลือกเป็นได้ครับ

ขอกราบระลึกถึงพระคุณของมารดาบิดา และขอบพระคุณในความเมตตาอันหาที่สุดมิได้ต่อบุตรทั้งหลาย แทนลูกๆครับ..

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


แก้ไขล่าสุดโดย -dd- เมื่อ 28 มี.ค. 2009, 16:29, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 มี.ค. 2009, 16:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.พ. 2009, 04:12
โพสต์: 1067


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: เก็บไว้เป็นข้อมูล เผื่อได้ใช้ในอนาคต
สาธุค่ะ
:b41: :b41: :b41:

.....................................................
...นฺตถิตัณหา สมานที...
ห้วงน้ำใหญ่โต เสมอด้วยตัณหาไม่มี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 เม.ย. 2009, 17:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


เห็นคนเขาเลี้ยงเด็กเล็กนะ
ต้องบังคับให้กิน ไม่งั้นไม่ยอมกิน กินยากมาก
เราไม่บังคับก็ไม่ได้นะ เพราะเด็กมันหากินเองไม่เป้น ไม่รู้จักว่าอะไรกินได้ กินไม่ได้
เราเลยต้องบังคับบงการไปก่อน

พอโตหน่อยเริ่มหากินเองได้นะ
ทำเองได้ ไม่ต้องบังคับป้อน แต่ก็อดไม่ได้ ต้องบังคับอยู่ตลอดๆ

พอโตเป็นหนุ่มเป็นสาว เริ่มมีความคิดเป้นของตัวเองนะ
ว่าจะกินอะไร ไม่กินอะไร ยิ่งบังคับยากนะ เลยยิ่งเข้มงวดบังคับมากขึ้นอีก

เด็กโตขึ้นทุกวัน มีความคิดก็โตขึ้นตามสภาพ
แต่คนที่ไม่โตเลยคือแม่นะ เพราะยังอยากจะป้อนสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกตลอดเวลา
บังคับให้ลูกกินนั่นกินนี่ตลอดเวลา กลัวลูกจะผอม กลัวลูกจะตาย กลัวจะไม่ได้กินดี

บางพ่อแม่จับลูกกรอกอาหารลงปากเลยนะ

ความหวังดีทั้งหลายก็เหมือนอาหาร ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากจะป้อนลูกด้วยยาพิษ
มีแต่อยากจะป้อนอาหารดีๆทั้งนั้น

แต่เวลาเอาอาหารมาให้ลูก ไม่ได้เอามาให้แบบธรรมดา แต่บังคับให้กิน
เอาความรักที่ลูกมีให้มาเป้นตัวประกันว่าถ้าไม่กินไม่รัก ไม่กินจะเป้นลูกอกตัญญู
บางที กินแบบชิมๆก็ไม่ได้นะ โดนเอ็ดให้กินให้หมด ชอบไม่ชอบก้ต้องกินให้หมด
ด้วยเหตุผลง่ายๆว่า ."นี่คือสิ่งที่พ่อแม่คิดว่าดี"

เวลาเลี้ยงลูก อย่างเลี้ยงด้วยตันหาแบบนี้
ให้เลี้ยงเขาด้วยอิทธิบาท 4

คือต้องให้เขาค้นหาสิ่งที่เขารักให้เจอ (ฉันทะ-รักในสิ่งที่จะทำ)
หน้าที่เราต้องคอยสนับสนุนดูแลจัดหาโอกาสให้เขาได้ค้นหาตัวเองให้เจอ ว่าชอบอะไร
อย่าไปพิพากษาหรือกำกับชีวิตของเขา

ถ้าเขาพบแล้วว่าเขาชอบอะไำร เขาจะมีวิริยะเอง (วิริยะ-ทำในสิง่ที่รัก)
เขาจะลงมือวุ่นวายในสิง่ที่เขารักเอง โดยเราแทบไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องบังคับอะไรเลย

แล้วเราไปลากเขาออกมาจากสิ่งที่เขารักก็ไม่ได้ ไปบอกว่าให้เลิกคิด เลิกฝัน อันนี้เราทำไม่ได้เลย
เพราะจิตใจเขามันจดจ่ออยู่กับสิ่งที่รัก (จิตตะ-จิตใจจดจ่อแน่วแน่)

แล้วเขาจะมีทางไปของเขาเอง ว่าสิ่งที่เขาสนใจนี้ มีสอนตรงไหน อาจารย์เก่งๆอยู่ตรงไหน
ขุมความรู้ของอาชีพนี้มันอยู่ตรงไหน เขาพัฒนากันยังไง
เขาจะหมั่นค้นคว้าพัฒนาความรู้ของเขาให้ถูกให้ตรงตามหลักวิชา เขาทำของเขาเอง
(วิมังสา-หมั่นทำความเห็นความคิดให้ตรงตามหลักวิชา)


อ่าน คคห ข้างบนๆทั้งหมดแล้ว คนเป็นแม่โดนหนักนะครับ
นึกว่าตัวเราเป็นแม่ แล้วคิดว่าทำถูกนะ แตกลับเป้นว่าโดนตำหนซะมาก

ที่เป้นอย่างนี้เพราะธรรมชาติของลูกนั้น เขาต้องโตขึ้นเป้นลำดับ
โตแล้วเขาต้องมีความคิดของตัวเอง
แต่คนเป็นแม่ไม่โตตามลูกนะ
แถมงอแง จะเอานั่น จะเอานี่ เอาแต่ใจขึ้นทุกวัน แล้วก็เที่ยวบงการคนอื่นนะ

.....................................................
อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ
ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ ตสฺมา สีลํ วิโสธเย
ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย
เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
....................................

"หากเป็นคนฉลาดก็มีแต่จะทำให้คนอื่นรักตนเท่านั้น-วาทะคุณกุหลาบสีชา"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 เม.ย. 2009, 17:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


นอกเหนือจากคำแนะนำและความเห็น
อันเป็นประโยชน์ของเพื่อนสมาชิกทุกท่านข้างต้นแล้ว...

หากเป็นไปได้...
อยากให้ คุณทะเลใจ
ได้มีโอกาสลองอ่านบทความจากบอร์ดเก่านี้ดูนะคะ...
เชื่อว่าคงได้รับประโยชน์เพิ่มเติมขึ้นอีกแน่นอนค่ะ :b4:

:b43: :b43: :b43:

คือหัตถาครองพิภพจบสากล : การเลี้ยงลูก (ชยสาโร ภิกขุ) :b8:
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13479


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 10 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร