วันเวลาปัจจุบัน 26 พ.ย. 2020, 14:41  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ธ.ค. 2008, 06:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ต.ค. 2007, 07:23
โพสต์: 29

ที่อยู่: ร้อยเอ็ด

 ข้อมูลส่วนตัว www


5 ธันวา เรียกว่า “วันพ่อ” เป็นวันพ่อปีที่เท่าไหร่ของลูก ทำใมลูกไม่เคยจดจำ?... เพราะลูกไม่เคยที่จะ กราบเท้า พ่อ เลยสักครั้งในชีวิต... เนื่องจากลูกผู้ชายจะอาย และเขินทุกครั้ง เมื่อต้องแสดงความรักที่มีต่อพ่อ... ไม่รู้ทำไม ?...
...ทั้งๆที่รู้... พ่อไม่เคยแม้คิดจะก้มศีรษะใคร แต่สำหรับลูก....พ่อก้มแทบเท้า..
...ไม่เพียงเท่านั้น .....พ่อยังบรรจงเป่าที่เท้าของลูกเมื่อมีความเจ็บปวด...
..ไม่มีใครบอก..ไม่มีใครบังคับ..พ่อสามารถรู้เองและก้มตัดเล็บเท้าให้ลูกได้...
แต่ทำไม?ลูกไม่...แม้กระทั่งจะคิดกราบแทบเท้าพ่อ...
นั่นคือการกระทำที่ผิด ที่ลูกจะต้องจำฝังใจไปตลอดชีวิต...
เพราะวันนี้ … ลูกไม่มีพ่อให้กราบอีกแล้ว....
ทุกวันนี้... ลูกเสียใจ..ที่ลูกไม่ได้บอกว่ารักพ่อ...(แม้สักครั้งเดียวจริงๆ)
ทุกวันนี้..ลูกเสียใจ..ที่ลูกไม่ได้เป็นลูกที่ดีที่สุดของพ่อ (เพราะพ่อมักได้ยินเขาพูดถึงลูกชายคนนี้ในเรื่องเลวทรามอยู่เสมอๆ)
ทุกวันนี้.. ลูกเสียใจที่ลูกๆไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับพ่อด้วยความดี มีคนชื่นชม
… ลูกเสียใจที่สุดที่ลูกได้อยู่กับพ่อ.. เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนพ่อจะหมดลม
พ่อจ๋า....ลูกยังจำวันนั้น... 7 วันที่เราอยู่ด้วยกันครั้งสุดท้ายได้ดี.. .
พ่ออิดออดไม่อยากไปร่วมปฏิบัติธรรมกับลูก... แต่เมื่อลูกอ้างถึงผ้าเหลืองที่ลูกจะเปลื้องทิ้ง มาดูแลทรัพย์สินที่พ่อเป็นห่วง พ่อจึงจำใจมากับลูก
และประโยคสุดท้ายในวันที่7นั้น... ที่ลูกยังจำฝังใจจนถึงวันนี้...
พ่อบอกลูกว่า....
ไม่เป็นไรแล้ว... แม้จะตาย.. พ่อก็คงไม่มีอะไรห่วง... ความสุขทางธรรมมันเป็นเช่นนี้เอง.. ลูกมาทราบภายหลังว่า พ่อมีอาการปวดท้องตลอดเวลาที่ปฏิบัติธรรมอยู่กับลูกตลอด 7 วัน เนื่องจากต้องอดข้าวรักษาศีล 8 ข้อ
พ่อจ๋า ....ลูกไม่ทราบ...ลูกจึงเดินทางกลับกรุงเทพฯเพื่อศึกษาต่อ ......ด้วยมุ่งมั่นให้เป็นดั่งคำที่พ่อกล่าวบอกสอนตอนจะห่มผ้ากาสาวะ หน้าพระอุโบสถ
”บวชแล้วต้องเรียน ต้องศึกษานะลูก อย่าให้เขาดูถูกอีก เป็น มหาเปรียญ ให้พ่อกับแม่ดีใจบ้างนะ ”
พ่อยังบอกลูกอีกว่า ”พ่อกับแม่คงไม่ได้มาตักบาตรจังหัน เพราะระยะทางมันไกล... ตั้งใจ นะลูกนะ ”
แล้วน้ำตาลูกผู้ชายของพ่อก็ไหล.... พ่อก้มหน้าลงกราบลูกพระ ก่อนที่พ่อจะเดินกลับไป....
พ่อจ๋า... ลูกอยากกราบเท้าขอโทษพ่อที่ลูกทำให้พ่อเสียใจในวันนั้น...
แต่...อยากฝากคำถามถึงพ่อ..ทำไม?เพียงแค่ 7 วัน พ่อไม่รอแสดงความยินดี...ทั้งๆที่พ่อก็รู้ว่า 7 วันข้างนั้น เป็นความหวังสำคัญในชีวิตพ่อ... ลูกชายคนโตจะเข้ารับพระราชทานปริญญาเป็น"มหาบัณฑิต"ส่วนลูกชายที่เป็นบรรพชิตจะรับพัดยดเป็น"มหาเปรียญ"
ทำไมพ่อ....ต้องรีบไป...ขนาดนั้น...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ธ.ค. 2008, 14:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ย. 2008, 23:07
โพสต์: 151

ที่อยู่: BKK.

 ข้อมูลส่วนตัว


กราบมนัสการพระคุณเจ้า :b8:
แวะมาคนนี้พูดอะไรไม่ถูกแต่เข้าใจความรู้สึกนั้น เพราะเคยสูญเสียเช่นนั้นมาก่อน

.....................................................
จงระมัดระวังกาย วาจา ใจ ไม่ให้ไปทำร้ายใคร


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2009, 01:02 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ย. 2006, 23:41
โพสต์: 21

งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
สิ่งที่ชื่นชอบ: อมตะ
อายุ: 0
ที่อยู่: แผ่นดิน

 ข้อมูลส่วนตัว


นมัสการค่ะพระคุณเจ้า...คนเราผิดพลาดกันได้ค่ะ แต่ว่าตอนนี้ พ่อ คงจะมีความสุขมากแล้วค่ะ
:b8: :b8: :b8:

.....................................................
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 มี.ค. 2009, 23:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2009, 22:06
โพสต์: 194

อายุ: 38
ที่อยู่: นันทบุรีศรีนครน่าน

 ข้อมูลส่วนตัว


นมัสการ พระคุณเจ้า

กระผมก็สูญเสียพ่อไปไม่นาน ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ กระผมและครอบครัวจะอ่านหนังสือธรรมะให้ท่านฟังตลอดเวลา 2 ปีที่ท่านป่วย วันนี้กระผมไม่มีโอกาสกอดพ่ออีกแล้ว กระผมเองไม่อายที่จะกอดพ่อและพ่อเองก็ชอบให้ลูกๆกอด กระผมเคยอ่านเจอในหนังสือว่า กอดพ่อ กอดแม่เถอะ ท่านชอบ ก่อนจะไม่มีท่านให้กอด กระผมยังจำความอบอุ่นในอ้อมกอดของพ่อได้ดี และจะอยู่ในความจำในใจกระผมตลอดไป ก็อยากจะฝากถึงกัลยาณมิตรทุกท่านที่ได้เข้ามาอ่านในกระทู้นี้ครับว่า กอดท่านเถอะ ก่อนจะไม่มีท่านให้กอด ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะรักเราอย่างบริสุทธิ์และแท้จริงเท่าพ่อแม่เป็นไม่มี ไม่ต้องไปร้องขอความรักจากใครอื่นให้มากมาย ความสุขไม่ได้อยู่ไกลจากตัวเราเลยครับ ผมยังจำได้ดีกระผมสวดมนต์และพูด
ประโยคสุดท้ายที่กระผมกระซิบข้างหูพ่อก่อนจะสิ้นลมคือ
"สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้น สิ่งนั้นย่อมมีการดับไปเป็นธรรมดา
สิ่งทั้งหลายทั้งปวงเกิดขึ้นเพราะมีเหตุ สิ่งนั้นย่อมดับได้
สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นในเบื้องต้น ตั้งอยู่ในท่ามกลางและ..ดับไป..ในที่สูด"
เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่เที่ยงแท้..


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 มี.ค. 2009, 13:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


กราบนมัสการพระคุณเจ้า..

ความเศร้าโศกเสียใจ ที่ต่อเนื่องเช่นนี้ย่อมไม่เป็นประโยชน์แก่ทั้งตนเองแลผู้อื่น เพราะขณะนั้นจิตเป็นไปกับอกุศล การที่บิดามีจิตยินดีในการบวชของลูกย่อมเป็นมหากุศลที่มีอานิสงค์แรงมากๆ อยู่แล้ว และการที่
ท่านผู้เป็นลูกตั้งใจประพฤติพรหมจรรย์อย่างดี โดยมีเป้าหมายที่พระนิพพานนั่นย่อมมีผลมากต่อบิดา โดยแท้ ท่านอาจจะไม่เคยกราบเท้าบิดา ไม่เคยทำอะไรๆแบบโลกๆที่ทำกันและเรียกกันว่าเป็นการตอบแทนคุณพ่อแม่ แต่ท่านเอง พึงทราบว่าการกระทำไรๆในโลกที่เรียกว่าตอบแทนคุณพ่อแม่ เทียบเท่ากับ การ
ยังมารดาบิดาให้ตั้งอยู่ในไตรสรณคมน์และมีศีลนั้น
หามีไม่ ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สามารถกล่าวได้ว่าเป็นอภิชาตบุตรผู้สมารถตอบแทนบุญคุณบิดาได้อย่างเต็มภาคภูมิ...
ขอกราบอนุโมทนาในมหากุศลกิจอันสูงยิ่งนี้ อันบุคคลทั้งหลาย ทำได้ยากแท้ในโลก
ส่วนบิดานั้น ท่านสิ้นอายุขัยด้วยกรรมของท่านเอง หาได้เกิดจากใครๆมาทำให้ท่านสิ้นไปได้ไม่ ข้อนี้ท่านไม่พึงปรารภว่าเกิดจากการที่ท่านชักชวนบิดามาปฏิบัติธรรม แม้ท่านจะไม่มาปฏิบัติธรรม เมื่ออายุขัยท่านหมดท่านก็ย่อมถึงมรณะด้วยเหตุอื่นๆอยู่ดี... ท่านพึงวางใจว่าได้นำพาบิดามาประกอบมหากุศลอันยิ่งใหญ่นักแล้ว อันเป็นสิ่งที่ทำกันได้ไม่ง่ายเลย..
ท่านพึงยังจิตให้ัเป็นไปกับปิติโสมนัสในกิจอันสมบูรณ์นี้เถิดแลมุ่งปฏิบัติสมณกิจเพื่อผลอันไพบูลย์ทั้งต่อตนและผู้ร่วมสังสารทุกข์ที่ยังต้องการ "นาบุญ"อันยิ่งใหญ่ในโลกนี้เถิด

กระผมกราบขออโหสิกรรมและขอขมาหากล่วงเกินท่านด้วยข้อเขียนนี้ขอรับ :b8: :b8: :b8:

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 มี.ค. 2009, 15:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ม.ค. 2009, 11:27
โพสต์: 17


 ข้อมูลส่วนตัว


ดิฉันเองก็เคยสูญเสียทั้งบิดาและมารดา โดยท่านทั้งสองเสียที่โรงพยาบาล แต่ไม่ได้เสียในคราวเดียวกัน
ตอนคุณแม่เสียดิฉันบอกหนทางท่านอยู่หลายชั่วโมง ดิฉันนั่งลูบขาท่านเรื่อยไปจนถึงปลายเท้า
มือข้างหนึ่งกำพระหลวงปู่ทวดที่ดิฉันแขวนอยู่เป็นประจำ อีกมือหนึ่งก็ลูบขาท่านและก็พร่ำพูดอยู่ในใจ
ตลอดเวลาว่าขอให้พระธรรมนำทางท่านไปสว่างไสว ดิฉันทำเช่นเดียวกับที่ท่านเคยทำให้ดิฉัน
ตอนที่ดิฉันเจ็บไข้ไม่สบาย คุณแม่มักจะลูบไล้ส่วนที่เจ็บปวด และปากก็พูดว่านะโมพุทธายะ
ตั้งแต่เล็กจนโต จนถึงปัจจุบันมีครอบครัวแล้วคุณแม่ก็ยังทำแบบนี้กับดิฉันตลอดจนลูกหลานทุกคน
ดิฉันไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งดิฉันก็ทำเช่นเดียวกัน แต่ตอนคุณพ่อเสียท่านอยู่คนเดียวไม่มีใครบอก
หนหางเลย มันเลยติดค้างอยู่ในใจดิฉันตลอดมา ดิฉันกับคุณพ่อสนิทกันมากท่านให้ความรู้ดิฉันมากมาย
ดิฉันทำบุญใส่บาตรสวดมนต์ภาวนาให้ท่านอยู่ทุกวัน ดิฉันหวังว่าดวงวิญญาณท่านคงรับรู้


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร