วันเวลาปัจจุบัน 02 ธ.ค. 2020, 10:59  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 20 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ย. 2009, 05:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


คุณกำลังคบหาดูใจกับผู้ชายคนหนึ่ง ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างกำลังไปกัน
ได้ดี ไม่ว่าจะหน้าที่การงาน นิสัยใจคอ วันหนึ่งคุณต้องไปต่างจังหวัดกับเขาคนนั้นแล้วทางไป
ก็ต้องผ่านบ้านเขาด้วย เขาชวนคุณแวะบ้าน คุณก็ตกลง เมื่อไปถึงขณะที่เข้าไปในบ้านไม่มีใคร
อยู่เลย มีแต่เขากับคุณแล้วเขาก็ขอตัวไปทำธุระส่วนตัวที่ห้องนอนของเขา คุณรอเขาอยู่ที่ห้องรับแขก
ดูอะไรไปเรือยๆ แล้วก็เปิดอัลบัมรูปดูเพื่อเป็นการฆ่าเวลา
แล้วคุณก็เห็นอัลบัมเล่มหนึ่งเป็นงานแต่งงาน ก็เอามาเปิดดูแบบไม่ตั้งใจ เจ้าสาวเป็นพี่สาวของว่าที่
คนรักคุณ แต่เจ้าบ่าวซิ ตอนแรกไม่แน่ใจ แต่ยิ่งดูก็ยิ่งเหมือน และก็ใช่ในที่สุด เจ้าบ่าวก็คือพีเขย
ของคุณเอง ดูวันที่แต่งงาน เป็นวัดที่ถัดจากงานแต่งงานของพี่สาวกับพี่เขยคุณเพียงหนึ่งอาทิตย์
จากวันนี้จนวันนี้ มันผ่านมาหลายปี จนกระทั้งคุณและเขามีหลานพ่อเดียวกันข้างละสอง อายุก็ไล่เลี่ยกัน
ว่าที่คนรักคุณไม่รู้เรื่องนี้ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย โดยหน้าทีการงานของพี่เขยคุณเขาต้องไปต่างประเทศ
เป็นประจำ เวลากลับไม่แน่นอน ไม่มีทางรู้ตารางงานของเขาได้เลย
คุณเป็นคนเดียวที่รู้ความลับอันนี้ คุณควรทำอย่างไรค่ะ? บอกพี่สาวดีไหม? หรือควรเฉยไว้ให้ทุกอย่าง
ดำเนินไปตามวิถีของมันเอง?

:b41: :b41: :b41: :b43: :b41: :b41: :b41:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ย. 2009, 09:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2009, 15:01
โพสต์: 408

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ่านข้อความของคุณแล้ว มันก็ตอบยากนะค่ะ ดิฉันเข้าใจในความรู้สึกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของคุณ จะทำอย่างไรดี? บอกไปแล้วพี่สาวของคุณเค้าก็ทุกข์ใจ ไหนจะหลานๆ ของคุณอีก และอีกฝ่ายหนึ่งดิฉันก็ไม่ทราบว่า เค้าจะรู้ไหมว่าสามีของเค้าก็ไปแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งมาแล้ว

ในความคิดเห็นส่วนตัวของดิฉัน ดิฉันจะพูดคุยกับพี่เขยให้รู้เรื่องไปเลย แต่อย่างน้อยๆ ถ้าเค้าไม่เลิกกับฝ่ายไหนฝ่ายหนึ่ง เค้าก็ต้องรับผิดชอบเรื่องการเลี้ยงดู และให้ความเอาใจใส่ให้มากเท่าที่ควร เพื่อชดเชยกับความผิดของเค้า ส่วนแฟนของคุณถ้าปัจจุบันยังคบหาดูใจกันอยู่ ควรหาเวลาและโอกาสเหมาะๆ พูดคุยกับเค้าเรื่องนี้ เพราะหากวันหนึ่งที่เค้ารู้ เค้าอาจจะเสียใจที่คุณรู้เรื่องแต่ไม่ได้บอกกับเค้า

สิ่งที่เราพูด ไม่ได้หมายความว่าไปกดดัน พี่เขยให้เลือกใคร แต่ต้องการให้พี่เขยเค้ารู้ว่า เราทราบเรื่อง เพื่อเค้าจะได้ชดเชยกับความผิดที่เค้าก่อขึ้นกับผู้หญิงทั้ง 2 ฝ่าย

เจริญในธรรมนะค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ย. 2009, 09:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ค. 2009, 16:10
โพสต์: 149

งานอดิเรก: ปลูกต้นไม้
ชื่อเล่น: off
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cool น่าจะบอกดีกว่าค่ะ

.....................................................
(กัมมุนา วัตตะตี โลโก)
สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ย. 2009, 12:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2009, 12:24
โพสต์: 42

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คิดว่าไม่บอกดีกว่าค่ะ เพราะเรื่องได้ล่วงเลยผ่านมาตั้งนานแล้ว ขนาดที่ว่าผู้หญิงทั้งสองฝ่ายต่างก็มีลูกกันแล้ว ถ้าเราไปบอกให้พี่เขยเลือก แน่นอนว่าต้องมีแต่คนเสียใจทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเก็บไว้เป็นความ
ลับต่อไป หรือถ้าเรื่องนี้จะเปิดเผยขึ้นมาเพราะเหตุอื่น ก็เป็นเพราะถึงเวลาที่เรื่องนี้จะเปิดเผยขึ้น เราเอง
ก็จะไม่ต้องเสียใจว่าเป็นผู้ทำให้ใครต่อใครต้องเสียใจ เสียน้ำตา หรือรู้สึกผิดว่า เป็นเพราะเราเป็นคนไป
เปิดเผยเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นก็ตามแต่ดวงเพราะเรื่องที่เกิดขึ้น คิดว่าเป็นเพราะแต่ละคนสร้างเหตุมาแต่
ชาติที่แล้ว เราเป็นเพียงผู้ดู ดูด้วยใจที่เป็นอุเบกขา จะดีกว่านะคะ
ปล.เป็นความคิดเห็นส่วนตัว อาจไม่ถูกต้อง หรือไม่ถูกใจใคร ก็ต้องขออภัยด้วยค่ะ แบบว่านานาจิตตัง
น่ะค่ะ smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ย. 2009, 12:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ย. 2009, 17:07
โพสต์: 29

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เหมือนโลกกลม ๆ ใบนี้ มันช่างแคบ...ไปถนัดตา...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ย. 2009, 21:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


ขอบคุณค่ะ สำหรับทุกคำตอบ ที่จริงเรื่องนี้มานานมาแล้วค่ะแล้วทุกอย่างก็
จบสิ้นไปแล้ว คนที่กำความลับก็เลือกทำแบบที่คุณคนเดินทางแนะนำ คือนิ่งเฉยเสีย ทำทุกอย่างให้
เป็นปกติ แต่ก็เฝ้าระวังดูพี่สาวห่างๆ ดูว่าพี่เขยเขารับผิดชอบดีอยู่หรือเปล่า? ยอมรับค่ะว่าเขาเป็นคน
ที่เก่งมากๆ เขาสามารถทำทุกอย่างได้เป็นปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย จนกระทั่งวันหนึ่งทุกอย่าง
ก็เปิดเผยด้วยตัวของมันเอง เขาก็ยังไม่เลือกใครอยู่ดี ที่นี่ทั้งสองฝ่ายก็ห่ำหั่นกันเอง
ทุกข์ทั้งสองฝ่าย ปัญหายุติตรงที่ ฝ่ายกลางเป็นมะเร็ง และเสียชีวิตไปแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้ครอบครองสูญเสียทั้งคู่
ที่นี่เรื่องมันมีต่อค่ะหลังจากนั้นคนที่กำความลับ ก็แต่งงาน แต่ไม่ได้แต่งกับน้องของคู่กรณีนะค่ะ
เหตการณ์มันผันผวน ได้ไปแต่งกับอีกคนหนึ่ง ก็อยู่กันมาแบบปกติสุข มีลูกด้วยกันสองคนเหมือนกัน แล้ววันหนึ่งฟ้าก็ผ่าลงมากลางกระหม่อม คือสามีก็แอบมีผู้หญิงอีกคนหนึ่ง เวลาไล่เลี่ยกับที่เราแต่งงานกัน แอบมีซึ่งกันและกันมาตลอด รู้อีกทีเขาก็มีลูกด้วยกัน โดยที่เพือนฝูง คนรอบข้างเรา เขาก็รู้เรื่องนี้มาตลอดแต่ไม่มีใครกล้าบอกเรา ที่จริงเรื่องมันก็จบไปแล้วค่ะ คือเดี๋ยวนี้ก็ต่างคนต่างอยู่ เขาก็เลี้ยงลูกไป แราก็ทำหน้าที่ของเราไป เพียงแต่มานั่งนึกถึงเหตุการณ์แล้ว มีคำถามขึ้นมาในใจว่า
การที่เราไม่บอกพี่สาวตอนนั้น เป็นสิ่งที่ผิดไหม? ถ้าไม่ผิด ทำไมเราจึงมาเจอเหตุการณ์
เหมือนเขาเลย เหมือน "กรรมสนองกรรม" อย่างไรอย่างนั้นเลย ทั้งที่เราก็คิดว่าคิดถูกแล้วที่ใช้ธรรมะข้อ "เอเบกขา" แต่เราก็ยังโดน "สนอง" แล้วถ้าเราตัดสินใจบอก ไม่รู้ว่าจะโดน "สนอง" แบบไหนอีก เป็นเพียงเรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว
ทุกอย่างตอนนี้ก็ลงตัวดีแล้ว ที่นำเสนอมานี้เพื่อต้องการให้มิตรทุกท่านได้เรียนรู้เรื่องของ "กรรม" และ
อาจได้ข้อคิดอะไรดีๆ จากเรื่องนี้ค่ะ

อนุโมทนา เจริญในธรรม

:b41: :b41: :b41: :b43: :b41: :b41: :b41:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.ย. 2009, 17:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ค. 2008, 14:07
โพสต์: 285

อายุ: 0
ที่อยู่: ประเทศไทย

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณ สำหรับประสบการณ์ เล่าสู่กันฟัง

.....................................................
"ใครเกิดมา ไม่พบพระพุทธศาสนา ไม่เลื่อมใส ไม่ปฎิบัติ ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย เป็นโมฆะตลอด ตั้งแต่วันเกิดจนวันตาย"

"ให้พากันหมั่นให้ทาน รักษาศีล เจริญเมตตาภาวนา"

พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
http://www.luangta.com/

"ทำสมาธิมากเนิ่นช้า คิดพิจารณามากฟุ้งซ่าน หัวใจของการปฏิบัติคือการมีสติในชีวิตประจำวัน"
หลวงปู่มั่น

"ดูจิต...ด้วยความรู้สึกตัว"
หลวงพ่อปราโมทย์ สวนสันติธรรม ชลบุรี
http://www.wimutti.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.ย. 2009, 19:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


taktay--

อ้างคำพูด:
การที่เราไม่บอกพี่สาวตอนนั้น เป็นสิ่งที่ผิดไหม? ถ้าไม่ผิด ทำไมเราจึงมาเจอเหตุการณ์
เหมือน เขาเลย เหมือน "กรรมสนองกรรม" อย่างไรอย่างนั้นเลย ทั้งที่เราก็คิดว่าคิดถูกแล้วที่ใช้ธรรมะข้อ "เอเบกขา" แต่เราก็ยังโดน "สนอง" แล้วถ้าเราตัดสินใจบอก ไม่รู้ว่าจะโดน "สนอง" แบบไหนอีก เป็นเพียงเรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว
ทุกอย่างตอนนี้ก็ลงตัวดีแล้ว ที่นำเสนอมานี้เพื่อต้องการให้มิตรทุกท่านได้เรียนรู้เรื่องของ "กรรม" และ
อาจได้ข้อคิดอะไรดีๆ จากเรื่องนี้ค่ะ


อนุโมทนาคุณtaktay กับการนำเรื่องนี้มาเสนอเป็นอุทาหรณ์ทางธรรมครับ :b8:

นับว่าคุณtaktay ตั้งคำถามทางกรรมจากเรื่องนี้อย่างน่าสนใจ ว่า
อ้างคำพูด:
การที่เราไม่บอกพี่สาวตอนนั้น เป็นสิ่งที่ผิดไหม? ถ้าไม่ผิด ทำไมเราจึงมาเจอเหตุการณ์
เหมือน เขาเลย เหมือน "กรรมสนองกรรม" อย่างไรอย่างนั้นเลย ทั้งที่เราก็คิดว่าคิดถูกแล้วที่ใช้ธรรมะข้อ "เอเบกขา" แต่เราก็ยังโดน "สนอง" แล้วถ้าเราตัดสินใจบอก ไม่รู้ว่าจะโดน "สนอง" แบบไหนอีก เป็นเพียงเรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว
..

ผมคิดว่า เมื่อตอนที่เราปกปิดความลับนั้น เราคงทำด้วยเจตนาดี (เฉพาะกรณีนี้) เมื่อเป็นเจตนาดี ผลที่ได้จึงกลายเป็นปัจจัยที่ดีแก่เราในภายหลัง หากจะว่าไป ถ้าคนอื่นมาเล่าให้ทราบก่อนหน้านี้ บางทีคุณ taktay อาจไม่มีโอกาสได้รู้จักธรรมจนถึงปัจจุบัน อาจทำเหตุอื่นๆที่ไม่สมควรด้วยประการต่างๆเพื่อการแย่งชิง เป็นต้น แต่จะอย่างไรก็ตาม สิ่งนี้คืออดีตแล้ว นำมาเป็นเครื่องเตือนใจในการตั้งเจตนาครั้งใหม่หากต้องเกี่ยวข้องเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันนี้ดีกว่านะครับ :b12: :b41: :b47: :b48: :b49:

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2009, 04:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


อนุโมทนา สาธุค่ะ คุณ -dd- tongue

เจริญในธรรมค่ะ

:b41: :b41: :b41: :b43: :b41: :b41: :b41:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2009, 14:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2009, 11:51
โพสต์: 505

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณทักทายน่ารักมาก คงใจดีด้วยนะ เพราะคุณเป็นคนที่มีเมตตาจิตจริง ๆ
ขอบคุณที่ให้คำแนะนำทุกเมื่อ ขอให้เจริญในธรรม และหาเรื่องมาให้อ่านเพื่อเป็นข้อคิดข้อเตือนใจอีกนะคะ
รัก+คิดถึงจริง ๆ นะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ก.ย. 2009, 14:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2009, 12:54
โพสต์: 70

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b16: เห็นคุณทักทายเล่าประสพการณ์และถามว่านี่คือ"กรรมสนองกรรม"หรือเปล่าดิฉันก็มีเรื่องจะถามคุณเหมือนกันค่ะ..เมื่อก่อนตั้งแต่สมัยเรียน ป.ตรี ดิฉันก็มีเพื่อนสนิทที่เป็นเมียน้อยเขาสามีเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างเหมือนกันเพื่อนคนนี้จะคอยเอาอกเอาใจตัวสามีเขาทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีเงินใช้และได้ตัวเขาตัวสามีก็มีลูก 3 คนแล้วเหตุเกิดขึ้นว่าดิฉันก็เห็นว่าเป็นเพื่อนกันมานานตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเลยไม่ว่าอะไรถือว่าชีวิตใครชีวิตมันค่อยให้คำปรึกษาเพื่อนในยามที่มีเรื่องกับบ้านใหญ่..พอดิฉันเรียนจบไปทำงานก็ไปเช่าห้องอยู่ข้างห้องทุกห้องเป็นเมียน้อยทั้งหมดเลยอยู่ในแวดวงเมียน้อยทั้งนั้นทุกวันโดยที่มีเพื่อนร่วมห้องเป็นเมียน้อยแต่ดิฉันก็เห็นใจพวกเขานะค่ะไม่มีเวลาเป็นส่วนตัวถึงแม้จะได้เจอสามีกันทุกวันแต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อวันบางคนก็ต้องอยู่กลางวันเพื่อจะรอสามีมาหาบางคนต้องรีบกลับห้องถึงแม้ว่ากำลังเดินเที่ยวตลาดนัดอย่างสนุกก็ต้องตารีตารานเพื่อที่จะกลับมาหาสามีพวกเขาบอกว่าสามีคนอื่นต้องตักตวงเวลาและเงินทองไว้เพื่อที่บ้านใหญ่จะได้ไม่สงสัย...ดิฉันก็ให้คำแนะนำและเป็นเพื่อนปรึกษายามเหงาทุกราย..จนกระทั้งปัจจุบันดิฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะมาเจอเข้ากับตัวเองจะถามคุณทักทายว่านี่ใช่กรรมสนองกรรมหรือเปล่าค่ะ.. :b10: :b1:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.ย. 2009, 05:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


แม่ลูกสาม เขียน:
:b16: เห็นคุณทักทายเล่าประสพการณ์และถามว่านี่คือ"กรรมสนองกรรม"หรือเปล่าดิฉันก็มีเรื่องจะถามคุณเหมือนกันค่ะ..เมื่อก่อนตั้งแต่สมัยเรียน ป.ตรี ดิฉันก็มีเพื่อนสนิทที่เป็นเมียน้อยเขาสามีเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างเหมือนกันเพื่อนคนนี้จะคอยเอาอกเอาใจตัวสามีเขาทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีเงินใช้และได้ตัวเขาตัวสามีก็มีลูก 3 คนแล้วเหตุเกิดขึ้นว่าดิฉันก็เห็นว่าเป็นเพื่อนกันมานานตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเลยไม่ว่าอะไรถือว่าชีวิตใครชีวิตมันค่อยให้คำปรึกษาเพื่อนในยามที่มีเรื่องกับบ้านใหญ่..พอดิฉันเรียนจบไปทำงานก็ไปเช่าห้องอยู่ข้างห้องทุกห้องเป็นเมียน้อยทั้งหมดเลยอยู่ในแวดวงเมียน้อยทั้งนั้นทุกวันโดยที่มีเพื่อนร่วมห้องเป็นเมียน้อยแต่ดิฉันก็เห็นใจพวกเขานะค่ะไม่มีเวลาเป็นส่วนตัวถึงแม้จะได้เจอสามีกันทุกวันแต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อวันบางคนก็ต้องอยู่กลางวันเพื่อจะรอสามีมาหาบางคนต้องรีบกลับห้องถึงแม้ว่ากำลังเดินเที่ยวตลาดนัดอย่างสนุกก็ต้องตารีตารานเพื่อที่จะกลับมาหาสามีพวกเขาบอกว่าสามีคนอื่นต้องตักตวงเวลาและเงินทองไว้เพื่อที่บ้านใหญ่จะได้ไม่สงสัย...ดิฉันก็ให้คำแนะนำและเป็นเพื่อนปรึกษายามเหงาทุกราย..จนกระทั้งปัจจุบันดิฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะมาเจอเข้ากับตัวเองจะถามคุณทักทายว่านี่ใช่กรรมสนองกรรมหรือเปล่าค่ะ.. :b10: :b1:


เป็นคำถามที่ทักทายอึ้งไปเหมือนกัน ขอตอบตามความรู้ทางธรรมที่มีเท่าหางมด
และตามความรู้สึกที่มีอยู่ในใจนะค่ะ ผลมันตามเหตุเสมอ ถ้าเราขว้างบอลใส่ผนัง
ไม่ว่าบอลนั้นจะเป็นของใคร ถ้าเราเป็นคนขว้างแล้วละก้อ มันต้องกระดอนกลับมาหาเราเสมอ จะถูกตัวเราตรงๆ หรือเฉียดๆ
ก็แล้วแต่ว่าเรารู้จักหลบหรือหลีกได้ไวแค่ไหน?
คุณมีเพื่อนที่เป็น "เมียน้อย" เขา คุณไม่ได้สนับสนุนให้เป็น แต่ก็ไม่ได้ชี้แจงให้เขารู้ผิดชอบ
และแนะนำให้เขาเลิก เหมือนคุณเห็นโจรเข้าบ้านใครสักคน คุณไม่ได้บอกเจ้าของบ้าน เขาถูกขโมยคุณรู้ว่า
เขาสูญเสียทรัพย์ไปคุณไม่ได้ขัดขวางเจ้าหัวขโมยถึงจะไม่สนับสนุนแต่เขาก็ได้ทรัพย์ที่ตั้งใจขโมยไป
โดยมีคุณช่วยปกปิดความผิด อย่างไม่ได้ตั้งใจ ทักทายเห็นว่ากรรมมันก็เอื้อกันอยู่ ตอนนี้ก็เลยถึงเวลา
ขโมยเข้าบ้านคุณบ้างแล้ว ก็น่าจะเป็นผลของการปกปิดความผิดให้โจรโดยไม่ไดัตั้งใจ
แต่คุณให้คำปรีกษาพวกเขา คุณมีเจตนาดีให้คำปรึกษาด้วยความเมตตา เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้
คุณจึงมีเพื่อน มีคนคอยให้กำลังใจ มีคนร่วมทุกข์กับคุณ มากมายหลายท่าน มีความรู้สึกเป็นห่วงปลอบโยนกัน
ทั้งๆที่ไม่เคยเห็นหน้ากันเลยนี่ก็เป็นกุศลกรรมที่คุณเคยมีคำแนะนำดีๆให้กับพวกเขามา
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มันเกี่ยวพันกันเสมอค่ะ นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะค่ะ อาจจะผิดบ้างถูกบ้าง
ก็ต้องขออภัย เพราะฉะนั้น ทักทายถึงเชื่อเรื่อง"การกระทำ"ค่ะ จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ มันก็ให้ผลเสมอค่ะ

เจริญในธรรม

:b41: :b41: :b41: :b43: :b41: :b41: :b41:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.ย. 2009, 22:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


มานิตา เขียน:
คุณทักทายน่ารักมาก คงใจดีด้วยนะ เพราะคุณเป็นคนที่มีเมตตาจิตจริง ๆ
ขอบคุณที่ให้คำแนะนำทุกเมื่อ ขอให้เจริญในธรรม และหาเรื่องมาให้อ่านเพื่อเป็นข้อคิดข้อเตือนใจอีกนะคะ
รัก+คิดถึงจริง ๆ นะ


ขอบคุณสำหรับคำชม มีอะไรที่นึกๆได้ก็จะลองเรียบเรียงมาให้อ่านดู
"ชีวิตมนุษย์" ศึกษาไม่มีวันจบสิ้นจริงๆค่ะ คุณมานิตาก็ต้องรีบๆขึ้นมาจาก
ทะเลทุกข์ให้เร็วและข้ามมาอยู่ฝั่งเดียวกัน เพื่อร่วมด้วยช่วยกันฉุดพี่ๆน้องๆในลานนี้
ให้ล่วงพ้นความทุกข์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ซิค่ะ ทักทายก็มีความรู้สึกผูกพันและรักกันจริงๆค่ะ
เห็นท่านไหนที่ดีขึ้น ก็รู้สึกดีใจด้วย เห็นท่านไหนที่ยังแย่อยู่ ก็ทุกข์ไปด้วย คงแกะกันไม่ออกแล้วค่ะ

เจริญในธรรม

:b41: :b41: :b41: :b43: :b41: :b41: :b41:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ย. 2009, 00:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2009, 11:51
โพสต์: 505

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณแม่ลูกสามช่างเหมือนฉันจริง ๆ ทุกวันนี้ฉันนึกอยู่ตลอดเวลาว่าเหมือนกรรมตามสนอง
แต่ก็ไม่ได้พูดให้ใครฟัง ในชีวิตฉันไม่เคยคลุกคลีหรือมีเพื่อนที่เป็นเมียเล็กเมียน้อยเลยเท่าที่สำรวจดู
เมื่อประมาณสองปีผ่านมา มีการย้ายที่ทำงานเปลี่ยน บิ๊ก ใหม่ บิ๊กมีเมียน้อย บิ๊กใช้ฉันเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ ไปไหนก็เอาฉันไปด้วยเป็นตัวกัน ( ฉันเป็นเลขาบิ๊ก) เมียน้อยจะมาหาบิ๊กก็แกล้งมาหาฉันก่อน ฉันก็หลบหลีกได้บ้างไม่ได้บ้าง จนเพื่อน ๆ ที่ทำงานบอกว่าระวังนะเมียหลวงรู้เราจะซวย
ฉันไม่เห็นด้วยและไม่ชอบแต่บางครั้งก็เหมือนรู้เห็นเป็นใจเพราะหลบหลีกไม่ได้ ด้วยหน้าที่การงาน
เช่น เวลาติดต่องานหรือไปข้างนอกกินข้าว บิ๊กก็จะแอบโทรนัดกันมาเจอกัน เมียหลวงฉันก็รู้จัก
หน้าที่การงานดี มีสตางค์ นิสัยดีด้วย ฉันก็ลำบากใจ สามีฉันเองก็รู้ พอบิ๊กย้ายที่ทำงานอีกฉันดีใจมากตั้งแต่บัดนั้นมาฉันก็ไม่ค่อยได้เจอทั้งคู่อีกเลยไม่โทรหาไม่สนใจด้วย หลังจากนั้นฉันก็รู้ข่าวว่าสามีฉันติดผู้หญิงเหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่อยู่กันมาร่วม 30 ปี ยังอยู่ได้ คุณทักทาย คุณแม่ลูกสามและ
คุณ ๆ ที่อ่านช่วยบอกหน่อยว่า ใช่กรรมสนองหรือเปล่า
:b26: :b26: :b26:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ย. 2009, 04:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


นั่นซิค่ะ คุณมานิตา เราก็ว่าเราไม่ผิดนะ แต่เราก็เจอเหตุการณ์เหมือนกับที่เรา
เคยร่วมรับรู้ เพราะฉะนั้นอย่างที่ทักทายเข้าใจนะค่ะ การกระทำหรือเหตุใดๆก็ตาม
ไม่ว่าถูกหรือผิด ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ มันให้ผลเสมอ จะแรงหรือเร็วก็อยู่ที่เจตนาตอนนั้น
ของเราเอง หลีกเลี่ยงคงไม่ได้ค่ะ

อนุโมทนา เจริญในธรรม

:b41: :b41: :b41: :b39: :b41: :b41: :b41:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 20 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร