วันเวลาปัจจุบัน 26 ก.ย. 2020, 04:01  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 เม.ย. 2020, 21:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 1246


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

ความสามัคคีเป็นเรื่องสำคัญ
พระธรรมเทศนาโดย...หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
วัดแพร่ธรรมาราม อ.เด่นชัย จ.แพร่

:b50: :b45: :b50:

พระพุทธเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นผู้ที่เมตตา
เป็นผู้สั่งสอนหมู่เทวดาและมนุษย์ให้ดำเนินตามอย่างถูกต้อง
แม่เป็นครูคนแรกของลูก คุณครูเป็นครูคนที่สองของนักเรียนนักศึกษา
ผู้เป็นพ่อแม่ก็ต้องประพฤติปฏิบัติเป็นคนดี เป็นตัวอย่างของลูก
ลูกก็จะได้ยอมรับ จะได้เคารพศรัทธา
คนเราที่ไม่มีศรัทธายากที่จะเชื่อฟัง ยากที่จะปฏิบัติตาม
เพราะการพูดร้อยครั้งยังไม่เท่าทำให้ดูครั้งเดียว

ความสุขของครอบครัวที่จะเริ่มต้นให้ดีได้ก็มาจากพ่อจากแม่
พ่อแม่เคารพรักกัน เมื่อพ่อแม่ดี ลูกก็มีความศรัทธา
ความเชื่อมั่น มีความอบอุ่น พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของลูก


ครูคนต่อไปก็ได้แก่คุณครู ครูบาอาจารย์ซึ่งไม่ได้เป็นพ่อแม่ที่แท้จริง
เราจะปฏิบัติยังไงที่จะให้นักเรียนนักศึกษาเคารพนับถือ
ประการแรกก็คงไม่พ้นความรักความเมตตา
เราต้องมีความเมตตามากๆ ต่อเด็ก แสดงออกทางกาย ทางวาจา ทางจิตใจ
เราต้องเอาหัวใจของเด็กให้ได้ก่อน เพราะเด็กกำลังต้องการที่พึ่ง
พึ่งทั้งกาย พึ่งทั้งวาจาและจิตใจ เราจำเป็นต้องฝึกเมตตาฝึกสงสารให้มากๆ
ให้ถือว่าลูกเขาก็คือลูกเรา เพราะว่าเป็นลูกศิษย์เรา
เมื่อเด็กมันเคารพศรัทธาแล้วการบอกการสอนมันก็ง่าย

เด็กช่วง ๗-๑๖ ปีเป็นเด็กที่กำลังบังคับได้ฝึกได้
เราพยายามสอนให้เขาทำความดี ทั้งพระเดชทั้งพระคุณ
มีความดีเท่าไหร่เอาไปยัดให้ มีสิ่งไม่ดีก็ให้บอกให้สอน
ช่วงหนึ่งของเด็กคุณครูยังประมาทไป
เด็กบางคนจบ ป.๕ ป.๖ ยังอ่านหนังสือไม่ได้เลย
เราพยายามอยู่กับเด็ก สอนเขา อยู่แบบเพื่อน อย่าไปพูดเหน็บแนมพูดหยาบ
เดี๋ยวเด็กมันจะไม่เข้าห้องเรียน เราต้องมีวิธีสอนเด็กมีอุบายสอนเขา

ข้อที่สำคัญที่ทุกคนควรรู้ไว้ สิ่งที่จะนำความเจริญมาสู่ครอบครัวต่อสถาบัน
คือความสามัคคี ความสามัคคีนี้ก็สำคัญมาก
ที่ตัวเรามันไม่เจริญ ครอบครัวมันไม่เจริญ สถาบันมันไม่เจริญ
พระพุทธเจ้าท่านถือว่าการไม่สามัคคีกัน เป็นการแตกแยก
เป็นกรรม เป็นอนันตริยกรรม เป็นกรรมหนัก

ที่ประชาชนทะเลาะกัน เพราะเดินขบวนประท้วง มันมาจากการไม่สามัคคีกัน
พระภิกษุทะเลาะกันพระพุทธเจ้ายังห้ามไม่ให้ทะเลาะกัน
แม้แต่พระภิกษุต้องขาดจากความเป็นพระ

คนที่เขาไม่รักเราไม่ชอบเรา
เราต้องเป็นคนให้เขา คนที่รักเราอยู่แล้ว เราก็ให้เขา
ถ้าเราไม่ให้เขามันก็จะนำความแตกแยก
เขาจะผิดบ้างถูกบ้าง เราก็รู้จักช่างหัวมัน
พระพุทธเจ้าถึงห้ามไปฟังความข้างหนึ่ง
และก็มาพูดให้อีกข้างหนึ่ง ถ้าเราฟังแล้วก็แล้วไป
คนเราถ้าพูดแล้วเพื่อใส่ไฟคนอื่นเผาคนอื่น
เราอย่าเป็นคนหูเบา เราอย่าไปพูดตรง พูดขวานผ่าซาก
เดี๋ยวจะหาเรื่องหาราวให้เขาเกลียด
เราอย่าไปทำตามความสะใจ ความรุนแรง
เพราะว่าความรักความสามัคคีเป็นเรื่องใหญ่

เราต้องรู้จักรักษาน้ำใจผู้อื่น ไม่เกลียดผู้อื่น
ถึงเป็นผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาหรือคนยากจนเขาก็มีหัวใจเหมือนกัน
คนเรามันก็อยากจะเป็นเจ้านาย เป็นคนมีอำนาจวาสนาทุกคน
แต่ถ้ามันกำลังจะแตกแยกกันแล้ว ก็หาวิธีให้มันกลับมาเหมือนเดิม
ที่มันกำลังจะแตกแยกให้หยุดไว้ก่อน
ทุกคนในโลกนี้ก็อยากให้เขาทำตามตัวเองทั้งหมดแหละ
เมื่อเราเป็นคนดีแท้ เป็นคนมีคุณธรรมแท้ เขาถึงจะเคารพ
เราอย่าไปเอาอำนาจบาตรใหญ่ไปใช้
เราอยากเป็นคนใหญ่คนโตเราต้องไม่ใช้อำนาจ
ความดี ความเสียสละ ความไม่เห็นแก่ตัวมันจะนำทุกอย่างเข้าสู่ความร่มเย็น

ผัวเมีย ๒ คน อยากเป็นใหญ่ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้
เราอย่าทำตัวเป็นเสือ ถ้าเสือหลายตัวอยู่ด้วยกันไม่ได้ในถ้ำเดียวกัน
มันต้องเป็นราชสีห์ เป็นราชสีห์ที่มีเมตตา
เราต้องให้กำลังใจกับทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นคนดีคนไม่ดี
ต้องให้กำลังใจให้ความรักความเมตตากับเขาหมด
เราต้องฝึกฟังคนอื่น เพราะทุกคนความชำนาญไม่เหมือนกัน
ถ้าเราไม่รู้จักฟังคนอื่นก็จะไม่ได้ใจเขา จะได้แต่กายเขา


ความกตัญญูกตเวทีนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ
ต้องรู้จักบุญคุณของพ่อแม่ของครูบาอาจารย์
วัตถุข้าวของเงินทอง เสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค
ถ้าเราไม่รู้จักคุณค่าของพ่อแม่ของครูบาอาจารย์
ข้าวของเงินทอง ต้นไม้ ดินฟ้าอากาศ
เราจะเป็นคนไร้ค่า เช่น ของที่ใช้แล้วไม่เก็บรักษา
กินข้าวไม่ล้างจาน มีผัวก็ด่าผัว ขี่รถก็ไม่ดูแลรถ
พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้ไปตากแดด ไม่ให้ตกแตก
ท่านเป็นคนที่มีความกตัญญูกตเวทีถึงได้เป็นพระพุทธเจ้า
ท่านไม่ยกตัวเสมอครูบาอาจารย์ พ่อแม่ ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง
เราจะได้ดีก็ต้องมาจากพ่อแม่ ครูบาอาจารย์
ชินวโร ภิกขุ
(บันทึก)
๔/๕/๕๔


:b8: :b8: :b8: คัดลอกเนื้อหามาจาก ::
หนังสือ สมบัติของพ่อ
หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม เล่มที่ ๑


:b44: รวมคำสอน “หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=47448

:b44: ประมวลภาพ “หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=37258


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 พ.ค. 2020, 10:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ต.ค. 2008, 19:58
โพสต์: 288

โฮมเพจ: https://www.facebook.com/McDoorEdgeRubber
แนวปฏิบัติ: ตามหาพุทโธ
งานอดิเรก: ถ่ายภาพ สะสมพระเครื่องพระบูชา เลี้ยงปลา เลี้ยงแมว
ชื่อเล่น: Mc
อายุ: 0
ที่อยู่: สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
ถ้าจะตาย จะเสียดายทำไมเล่าชีวี
ต้องรู้เท่าทันธาตุขันธ์นี้ ล้วนแต่มีอนิจจังทั้งหมด


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร