วันเวลาปัจจุบัน 10 เม.ย. 2020, 04:34  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


- สถานที่ปฏิบัติธรรม
แนะนำรายชื่อสถานที่ปฏิบัติธรรมกรรมฐานทั่วประเทศ
http://www.dhammajak.net/forums/viewforum.php?f=9

- รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=30



กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ต.ค. 2019, 22:47 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1993

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ทาน ศีล ภาวนา

พระครูญาณทัสสี (หลวงปู่คำดี ปภาโส)
วัดถ้ำผาปู่ อำเภอเมือง จังหวัดเลย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๑


รูปภาพ

ณ โอกาสนี้จะได้แสดงพระธรรมเทศนา
เพื่อฉลองศรัทธาพวกพุทธบริษัททั้งหลาย ตามสมควรแก่เวลา
วันนี้ประสงค์จะพูดเรื่องง่ายๆ ที่เกี่ยวกับ “ทานํเทติ สีลํรกฺขติ ภาวนํภาเวตฺวา”
คือ ทาน ศีล ภาวนา นั่นเอง
ทานํเทติ คือ การทำบุญให้ทานโดยวิธีต่างๆนั่นแหละ
สีลํรกฺขติ คือ การรักษาศีลตามฐานะของตน
ภาวนํภาเวตฺวา คือ การฝึกหัดทำสมาธิภาวนา
เรารวมเรียกบุญทั้ง ๓ วิธีการนี้ว่า “บุญกิริยาวัตถุ ๓ ประการ”

ทั้ง ๓ ประการนี้ ตามหลักท่านแสดงไว้ว่า
อานิสงส์ของการทำทาน คือ บันดาลให้มีโภคทรัพย์สมบัติ
ทานนี้เปรียบเหมือนเสบียงสำหรับการเดินทาง ต้องเตรียมให้เพียงพอ
การทำความเพียรเพื่อที่จะให้สำเร็จมรรคผลนิพานนั้น เปรียบเหมือนการเดินทางไกล
ซึ่งพระนิพพานเป็นระยะทางที่ไกลมาก เราท่านทั้งหลายต้องมีหน้าที่เดินทาง
จึงมีความจำเป็นจะต้องสะสมเสบียงให้เพียงพอ การที่เราทำทานก็เปรียบได้เช่นนี้

อานิสงส์ของการรักษาศีล คือ สามารถที่จะทำให้บุคคลมีร่างกายที่สมบูรณ์ ไม่เป็นคนพิการ
ทำให้เป็นคนที่มีพละกำลังแข็งแรงพอที่จะใช้ในการที่เราต้องเดินทางไกลไปสู่พระนิพพาน

อานิสงส์ของการภาวนา คือ ทำให้เกิดปัญญา ความรู้ ความฉลาด
เปรียบเหมือนบุคคลที่มีสายตาที่ดี สามารถมองเห็นทางที่จะต้องเดินทางไปสู่พระนิพพาน

บุคคลที่มีทานอย่างเดียว ไม่มีการรักษาศีลแล้ว
เปรียบเหมือนบุคคลที่มีข้าวของสมบัติหรือมีเสบียงมากมาย
แต่ว่าร่างกายไม่สมบูรณ์ มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ไม่มีกำลังวังชา
ก็ไม่สามารถที่จะเดินทางไกลๆ ได้ หรือไม่สามารถที่จะไปสู่พระนิพพานได้นั่นเอง
บุคคลที่มี ทาน ศีล แต่ขาดการภาวนานั้น เปรียบเหมือนบุคคลที่มีเสบียงพร้อมแล้ว
มีร่างกายที่สมบูรณ์ มีกำลังวังชาที่ดี แต่บุคคลนั้นเป็นบุคคลที่ตาบอด
เขาผู้นั้นก็ไม่สามารถที่จะเดินทางไปสู่พระนิพพานได้เช่นกัน

สำหรับบุคคลที่มี ทาน ศีล ภาวนา พร้อมทั้ง ๓ อย่าง
เปรียบเหมือนบุคคลที่มีเสบียงที่พร้อมสมบูรณ์
มีร่างกายที่มีสุขภาพที่แข็งแรง มีสายตาที่ดี
บุคคลนี้ก็จะสามารถที่จะเดินทางไกลไปสู่พระนิพพานได้
บุญกิริยาวัตถุ ๓ จึงเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องซึ่งกันและกันดังที่พูดมานี้
บุคคลที่มีศีล ๕ และมีทาน ก็อาจที่จะไปสวรรค์ได้

บุคคล ๓ จำพวก
๑. อันธจักษุ คือ คนที่มืดบอด
๒. เอกจักษุ คือ คนที่มีตาเดียว
๓. ทวิจักษุ คือ คนที่มีสองตา


อันธจักษุ หมายถึง คนที่ยากไร้ ไม่มีปัญญาในการประกอบอาชีพ เป็นคนทุกข์คนยากคนจน
เรียกว่าเป็นบุคคลที่มีผลทานน้อย ผลศีลน้อย การทำสมาธิภาวนาก็ไม่สนใจ

เอกจักษุ คือ คนตาเดียว หมายความว่า คนฉลาดแต่ในทางโลก ฉลาดแต่ทำมาหาเลี้ยงชีพ
เป็นบุคคลที่มีฐานะดีแต่ไม่สนใจในศีลธรรม เป็นผู้ที่มีคุณธรรมต่ำหรือขาดคุณธรรม
ถึงแม้จะมีทรัพย์สมบัติมากหรือเกิดในตระกูลที่สูง ก็จัดเป็นคนต่ำต้อยอยู่นั่นเอง
ยังเป็นคนที่ต้องทนทุกข์ต่อสิ่งต่างๆ แม้จะมีสมบัติมากมายก็ตาม เราไม่ควรถือเป็นตัวอย่าง

ทวิจักษุ คือ คนสองตา หมายถึง คนที่มีความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม
ทางโลกก็บริบูรณ์ด้วยข้าวของเงินทอง บริบูรณ์ด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง
และก็ยังมีทานมีศีลที่บริสุทธิ์ สนใจในสมาธิภาวนาปฏิบัติธรรม
ถึงขั้นได้เกิดฌานสมาบัติขั้นใดขั้นหนึ่ง
อย่างนี้เราเรียกว่าเป็นคนสองตา เราควรถือเป็นตัวอย่าง

บุคคลทั้งสามจำพวกที่กล่าวมานี้ มีอยู่ในโลก หาได้อยู่ในโลก
เราต้องเลือกถือเอาไปปฏิบัติสำหรับตนเอง
เรื่องทานนี้ก็บำเพ็ญกันมามากพอสมควร
ยังขาดบกพร่องก็แต่เรื่องของศีลและการภาวนาสมาธิ
เรื่องศีลกับสมาธิ ถ้าเราจะนับเป็นอันเดียวกันก็ได้
หมายความว่ารักษาศีลและทำสมาธิภาวนาควบคู่กันไปก็ได้

ศีล หมายถึง การสำรวมกาย วาจา ใจ ให้เรียบร้อย
ใจเป็นเจ้าของ สั่งให้พูดแต่ในสิ่งที่ดี ทำแต่ในสิ่งที่ดี คิดแต่ในสิ่งที่ดี
ผู้ที่ตระหนักในการภาวนา บากบั่นในการภาวนาเพื่อหาความสงบ
จะต้องระมัดระวังในเรื่องของศีลเป็นอย่างมาก
เพราะถ้าเรามีศีลที่ไม่บริสุทธิ์แล้ว ความสงบของจิตใจก็จะเกิดได้ยาก
ท่านจึงว่าศีลกับสมาธิเป็นเรื่องเดียวกันก็ได้

สมาธิภาวนา คือ การทำจิตใจให้ตั้งมั่นในอารมณ์อันเดียว
เรามีลมหายใจอยู่แล้ว ให้กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก
ให้รู้อยู่ว่าหายใจเข้า หายใจออก
การที่เราทำงานต่างๆ แล้วไม่เรียบร้อย ก็เพราะขาดสติขาดเจตนา
ถ้าเรามีการทำสมาธิด้วยแล้ว การทำงานของเราจะไม่บกพร่อง ไม่มีการผิดพลาด
การปฏิบัติแบบนี้เป็นการที่ทำได้ง่าย แต่ได้ผลมหาศาล
แต่เราท่านไม่ค่อยจะรู้ถึงคุณค่าของการภาวนา จึงไม่ค่อยจะยอมปฏิบัติกัน

สมาธิที่อบรมดีแล้วให้ผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่ สมจริงที่ท่านกล่าวไว้เหลือเกิน
ผู้ที่ยังไม่เคยมีโอกาสปฏิบัติให้เกิดผลของสมาธิ ก็ให้หาโอกาสนั้นเสีย
เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดคุณแก่จิตใจเป็นที่สุด มีคำกล่าวไว้ว่า
“เมื่อเราไม่รักษาศีลก็ได้ชื่อว่าไม่รักษาจิตใจ
ไม่ทำสมาธิภาวนาก็ได้ชื่อว่าไม่รักษาจิตใจ”

ที่ได้แสดงมาในเรื่องของ ทาน ศีล ภาวนา ก็เห็นสมควรแก่เวลา เอวัง



คัดมาจาก : หนังสือ ธรรมโอวาท
อนุสรณ์เนื่องในการที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์
และเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์
ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
วันเสาร์ที่ ๒๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๕
:b8: :b8: :b8:


:b50: :b49: ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่คำดี ปภาโส”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=21222

:b50: :b49: รวมคำสอน “หลวงปู่คำดี ปภาโส”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=40903


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2019, 12:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2007, 13:49
โพสต์: 698


 ข้อมูลส่วนตัว


onion

.....................................................
ทำความดีทุกๆ วัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ธ.ค. 2019, 21:01 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1701


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร