วันเวลาปัจจุบัน 16 ธ.ค. 2019, 03:28  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านนิทาน จากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=5



กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ต.ค. 2010, 10:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ย. 2010, 16:10
โพสต์: 190

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ



ตอนสมัยเป็นนักเรียนประถม มัธยม รองเท้านักเรียนสำคัญกับคุณขนาดไหน?

Children of heaven หนังอิหร่านสะท้อนความงดงามของความสัมพันธ์และความใสซื่อของพี่น้องคู่หนึ่งที่เกิดในครอบครัวที่ยากจน ในขณะที่แม่กำลังป่วยหนัก และยังมีน้องที่ยังแบเบาะที่ต้องช่วยกันดูแล ดังนั้นน้องสาวก็ต้องมาทำงานช่วยแม่ ทำงานบ้านสารพัด และยังต้องเลี้ยงน้องคนเล็ก ส่วนพี่ชายก็ต้องช่วยน้องและแม่ในกรณีที่เป็นงานหนัก คนพี่เป็นเด็กฉลาดและเรียนเก่ง รักน้องและครอบครัว

เหตุอันก่อให้เกิดเริ่องราวอันซาบซึ้งใจนี้เกิดขึ้นเมือ่พี่ชายคนโตนั้น ดันไปทำรองเท้าของน้องสาวที่เพิ่งจะซ่อมมาหายไป ด้วยความที่จะโดนดุ โดนตีก็เลยสัญญากับน้องว่าจะหามาให้ แต่ห้ามบอกพ่อกับแม่ และให้ใส่รองเท้าของตัวพี่ชาย (ซึ่งเป็นรองเท้าผ้าใบ) ไปเรียนหนังสือแทน และพอหลังเลิกเรียนก็ต้องรีบวิ่งเอามาเปลี่ยนให้กับพี่ชาย (เพราะเวลาเรียนไม่ตรงกันในระหว่างวัน คนน้องเลิกเรียนก่อน โรงเรียนของพี่จึงจะเริ่มขึ้น) การแลกเปลี่ยนรองเท้าในแต่ละวันก็มีเรื่องให้มีปัญหาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าสกปรก ตกน้ำครำ คนน้องเลิกเรียนสาย ต่างก็เป็นปัญหาในชีวิตประจำวันได้ทั้งนั้น

ถึงแม้ว่าจะเห็นรองเท้าของตนที่หายไป ไปอยู่ในเท้าของคนอื่น ก็ใช่ว่าจะไปเอาคืนมาดื้อ ตามไปดูเค้าถึงที่บ้าน พอเห็นว่าพ่อเค้าตาบอด มีฐานะที่แย่กว่าตัวเอง ก็ไม่ติดใจอะไร ในที่สุดความพยายามในการให้ได้มาซึ่งรองเท้าใหม่ของน้องสาว ก็คือ การแข่งวิ่งทางไกล โดยที่รางวัลที่สามนั้นจะได้รางวัลเป็นรองเท้าผ้าใบคู่ใหม่อย่างดี (ส่วนรางวัลที่หนึ่งและสองนั้นก็ไม่อยากได้ เพราะไม่ใช่ของรางวัลที่อยากได้) พี่ชายจึงตั้งใจเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อให้ได้มากซึ่งรองเท้าโดยที่ไม่ต้องรบกวนพ่อแม่ เพราะเค้าระลึกอยู่เสมอว่า ครอบครัวยากจน แต่พอเข้าแข่งขันจริง ๆ เค้ากลับเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ถึงกับน้ำตาตกเลยทีเดียวที่ช่วยเหลือน้องสาวเค้าไม่ได้

ดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนต้นแล้วนึกถึงสมัยตอนเป็นนักเรียนกางเกงขาสั้นมากที่สุดเลย เพราะสมัยเรียนมีรองเท้านักเรียนอยู่คู่เดียว ก็ต้องดูแลให้เป็นอย่างดี ฝนตก เปียกน้ำ ก็ต้องใส่ไปทั้งที่เปียกไปมั่ง หรือไม่ก็ต้องใส่รองเท้าแตะไปโรงเรียนมั่ง ก็ต้องอธิบายกับครูกันไป วันไหนที่ใส่รองเท้าไม่เหมือนเพื่อน หรือใส่รองเท้าไม่สวยไปก็จะมองของเพื่อน ๆ ที่มีรองเท้าดี ๆ สวย ๆ ใส่กัน (ไม่รู้เด็กในเมืองเค้าเป็นแบบนี้หรือเปล่าแฮะ) จะซักรองเท้าก็ต้องดูแดดให้ดี ถ้าวันไหนตากรองเท้าข้ามคืนและฝนตกก็ต้องตกใจตื่นละว่า รองเท้าจะเปียกฝนหรือเปล่า โอย เรื่องรองเท้าสมัยเด็ก ๆ นี่ก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่เล่นเลย

เด็กที่แสดงในเรื่อง ก็แสดงได้ดีมาก น้ำตาไหลอย่างกับสั่งได้ แสดงได้ยอดเยี่ยม สามารถสื่อ character ของตัวละครได้ออกมาอย่างดีเยี่ยม และเป็นตัวอย่างของคำว่า "เด็กดี" ได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งรับผิดชอบ ขยันหมั่นเพียร อดทน กล้าในสิ่งที่ถูกต้อง เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ซึ่งการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่แหละ จะสอนให้เค้าเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้






http://www.weareit.net/smf/index.php?topic=1634.0

.....................................................
สิ่งหนึ่งแตกออกเป็นหลายสิ่ง หลายสิ่งรวมเป็นหนึ่งสิ่ง
สุดท้ายไม่มีอะไรเลยสักสิ่ง จงทำความดีในความรู้สึกที่ว่า
ไม่ควรได้อะไรจากสิ่งที่ทำเถิด

http://www.tairomdham.net/

http://www.sookjai.com/index.php?action=forum

http://www.buddhayan.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ต.ค. 2010, 10:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ย. 2010, 16:10
โพสต์: 190

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


Children of Heaven เป็นภาพยนตร์จากอิหร่าน หนังเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพี่ชายและน้องสาว คือ อาลีและซาห์รา เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่อาลีบังเอิญทำรองเท้าของซาห์ราที่มีอยู่คู่เดียวหายไป อาลีรู้ดีว่าพ่อแม่ของเขามีปัญหาอื่นมากพอแล้ว เขาจึงพยายามแก้ปัญหานี้เอง ทั้งสองตกลงผลัดกันใส่รองเท้าของอาลีไปโรงเรียน ทุกวันหลังเลิกเรียนซาห์ราจะต้องรีบวิ่งเอารองเท้ามาคืนอาลี จากนั้นอาลีก็รีบวิ่งไปโรงเรียน ในตอนท้ายอาลีจึงลงสมัครวิ่งมาราธอนเพื่อหวังคว้า “รางวัลที่ 3” เพราะรางวัลที่จะได้คือ “รองเท้า” หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ “เด็ก” แสดง แต่เนื้อเรื่อง “ไม่เด็ก” สิ่งที่เราได้เห็นคือความรับผิดชอบและความพยายามของเด็กชายคนหนึ่ง แม้เขาจะอายุเพียง 9 ขวบ แต่ก็พยายามอย่างเต็มความสามารถที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง การติดตามวิธีคิดของเด็กชายคนนี้เป็นสิ่งที่น่าประทับใจ ความประทับใจไม่ใช่เพียงการติดตามไปสู่เป้าหมาย แต่ในระหว่างทางของการแก้ปัญหา เราได้เห็นการเติบโตของความคิด ความรัก และความห่วงใย ด้วยฐานะทางบ้านที่ยากจน อาลีต้องละทิ้งการเล่นสนุกแบบเด็กๆ ทั่วไป และเรียนรู้ที่จะช่วยแบ่งเบางานภายในบ้าน รวมทั้งเมื่อครั้งหนึ่งที่พ่อให้เขาไปช่วยทำงาน เขาก็แสดงให้พ่อเห็นว่าพ่อสามารถไว้วางใจเขาได้ อาลีเข้าใจว่ารองเท้ามีความสำคัญสำหรับน้องสาวของเขาแค่ไหน เมื่อเขายังไม่สามารถหารองเท้ามาคืนเธอได้ สิ่งที่ทำได้คือการพยายามชดเชยด้วยสิ่งอื่น เมื่อน้องสาวไม่มีดินสอใช้ เขาก็เสียสละดินสอให้กับเธอ เมื่อเขาได้ของรางวัลจากการมีผลการเรียนดีเขาก็ยกให้กับเธอ และที่สำคัญเขาไม่เคยละทิ้งความพยายามที่จะหารองเท้ามาคืนซาร่า ขณะที่อาลีกำลังแข่งวิ่งมาราธอน ภาพที่ปรากฏในหัวของเขาคือน้องสาวตัวน้อยที่ต้องวิ่งตัวปลิวทุกวัน เพื่อให้พี่ชายสามารถไปโรงเรียนได้ทัน ดังนั้นในฉากการแข่งขันวิ่งมาราธอนนี้ ทำให้เราต่างเอาใจช่วยอาลีว่าจะ “คว้าที่สาม” ได้หรือไม่ โดยเฉพาะภาพช้าในช่วงสุดท้ายของการแข่งขัน ยิ่งทำให้เราต้องลุ้นกันจนตัวโก่งทีเดียว ด้านซาห์ราเองก็เช่นกัน เธอต้องรับผิดชอบงานบ้านมากเกินกว่าเด็กคนอื่นๆ แม้เธอจะยังเด็กมาก แต่เธอก็เข้าใจปัญหาของครอบครัว เธอยอมรับผิดชอบปัญหาเรื่องรองเท้าร่วมกับอาลี หลังเลิกเรียน เท้าน้อยๆต้องวิ่งเต็มกำลังเพื่อจะเอารองเท้าไปคืนพี่ชาย เธอตื่นขึ้นมากลางดึกที่ฝนตก เพื่อปลุกอาลีให้ไปเก็บรองเท้าที่ตากฝนอยู่ เพราะเธอรู้ว่ารองเท้าคู่นี้สำคัญสำหรับทั้งเธอและพี่ชายมากแค่ไหน สุดท้ายซาห์ราเชื่อมั่นในตัวพี่ชายของเธอว่า เขาจะสามารถนำรองเท้ากลับมาคืนเธอได้ ด้านพ่อของทั้ง 2 คน คงสงสัยอยู่บ้างว่าลูกของเขากำลังมีปัญหาอะไรสักอย่าง แต่พ่อปล่อยให้ลูกแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง สิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือซาห์ราน้อยที่น่ารักและเป็นเด็กดี และลูกชายคนโตอย่างอาลีที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ไว้วางใจได้ สิ่งสำคัญในหนังเรื่องนี้ไม่ใช่การได้รองเท้ากลับคืนมาหรือไม่ แต่คือการเรียนรู้ระหว่างทางของเด็กทั้งสอง เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบ แก้ไขปัญหา และช่วยเหลือกันและกัน ปัญหาอะไรก็ตาม แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หากยอมปล่อยให้เด็กๆ ลองผิดลองถูก ลองแก้ไขด้วยตัวเขาเอง อาจจะถูกบ้างผิดบ้าง ก็น่าจะเป็นการดีกับเขา ปัญหาทำให้เด็กรู้จักรับผิดชอบ ทำให้ความคิดอ่านของเขาเติบโตขึ้น เข้าใจชีวิตมากขึ้น
บางครั้งคุณอาจจะได้เห็นว่า เรื่องเล็กๆ ก็สร้างสิ่งยิ่งใหญ่ได้เหมือนกัน


มีให้ดู 2 ซีน ประทับใจนะ ภาษา อิหร่าน ด้วยแหละ






.....................................................
สิ่งหนึ่งแตกออกเป็นหลายสิ่ง หลายสิ่งรวมเป็นหนึ่งสิ่ง
สุดท้ายไม่มีอะไรเลยสักสิ่ง จงทำความดีในความรู้สึกที่ว่า
ไม่ควรได้อะไรจากสิ่งที่ทำเถิด

http://www.tairomdham.net/

http://www.sookjai.com/index.php?action=forum

http://www.buddhayan.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ต.ค. 2010, 10:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ย. 2010, 16:10
โพสต์: 190

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


ภาพยนตร์บันเทิง : Children of Heaven เด็กน้อยจากสรวงสวรรค์

นส.วิชชุตา วัจนะรัตน์

Children of Heaven : เด็กน้อยจากสรวงสวรรค์

Children of Heaven ภาพยนตร์อิหร่านที่สร้างความประทับใจแก่คนดูทุกเพศทุกวัย ผลงานการกำกับของ Majid Majidi ในปี 1997 หนังเล่าประเด็นความรักระหว่างพี่กับน้องได้อย่างถึงแก่น โดยไม่ต้องอาศัยบทสนทนาที่บีบคนดูให้น้ำตาร่วง ผ่านตัวเอกคือเด็กชายวัยประถมเจ้าของนัยน์ตาแสนเศร้าที่ชื่อ “อาลี” ผู้อาศัยอยู่กับครอบครัวที่แสนจะรันทด ผู้เป็นพ่อทำอาชีพรับจ้าง แม่ซึ่งท้องแก่ยังคงต้องทำงานอย่างหนัก น้องสาวคนกลาง(ซาร่าห์)ขยันทำงานบ้านช่วยพ่อแม่อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย และน้องสาวคนเล็กซึ่งยังทำได้เพียงนอนร้องอุแว้ อุแว้

เนื้อเรื่อง


เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อวันหนึ่ง อาลีผู้พี่นำรองเท้าสีชมพูของน้องสาวที่พังแล้วไปซ่อม ระหว่างทางกลับบ้านเขาแวะที่ร้านขายผัก และวางถุงใส่รองเท้าไว้ ชายเก็บขยะที่ผ่านมาก็เก็บไปแล้ว อาลีกลับมาไม่เห็น เพียรพยายามหาเท่าไหร่ก็ไม่มีทางเจอ เขากลับบ้านไปด้วยความสิ้นหวัง ในเมื่อน้องสาวไม่มีรองเท้าใส่ไปเรียน อาลีตกลงกับน้องสาวว่า ให้เธอยืมรองเท้าผ้าใบคู่เก่าของเขาไปใส่ในตอนเช้า พอเลิกเรียนปุ๊บ ให้วิ่งมาเปลี่ยนรองเท้ากับเขาเพื่อไปเรียนในตอนบ่าย โดยห้ามให้พ่อรู้เป็นเด็ดขาด
วันหนึ่งทางโรงเรียนประกาศรับสมัครตัวแทนไปแข่งวิ่งมาราธอน เขาได้ไปคัดเลือกและได้เป็นตัวแทนโรงเรียน เพียงเพื่อหวังรางวัลที่ 3 นั่นก็คือ รองเท้าผ้าใบคู่ใหม่เอี่ยม ความพยายามเพื่อน้องสาวที่รักและทักษะการวิ่งที่เขาฝึกฝนอย่างไม่รู้ตัวในระหว่างการสลับเปลี่ยนรองเท้าทุกๆวัน ผลที่ได้เกิดคาดที่อาลีคิด เขาชนะแข่งวิ่งเป็นที่ 1 แน่นอน เขาผิดหวัง น้ำตานองหน้าด้วยความเสียใจ ทั้งๆที่ถือถ้วยรางวัลอยู่ในมือ เขาไม่ต้องการรางวัลที่ 1 ซึ่งคือ ชุดกีฬา การสรรเสริญจากผู้คนรอบข้าง ความต้องการอันแสนบริสุทธิ์จากใจของเด็กชายตัวเล็กๆก็เพียงรองเท้าคู่ใหม่คู่เดียวเท่านั้น

หากจะวิเคราะห์ในส่วนของตัวบท(context)แล้ว เนื้อเรื่องสามารถตอบโจทย์ที่เป็นประเด็นหลักของเรื่องได้ชัดเจนมาก นั่นคือ “ความรักของพี่กับน้อง” โดยตัวละครเอกมีอุปสรรคบางอย่างซึ่งในตอนท้ายเป็นการพยายามจะarchieve goal นั้นให้สำเร็จ ผ่านการกดดันอารมณ์ของเรื่องให้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จากปัญหาที่ว่า “จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีรองเท้าต้องใช้รองเท้าผ้าใบเก่าๆสลับเปลี่ยนกับพี่ทุกวัน” เรื่องดำเนินจากเหตุการณ์กระทบที่เบาๆแล้วค่อยหนักหน่วง กล่าวคือ ในวันแรกที่ไปเรียน น้องสาวเกิดความไม่มั่นใจเวลาที่เห็นเพื่อนใส่รองเท้าสวยและใหม่กว่า ต่อมาในคาบวิชาพละ คุณครูก็ย้ำนักย้ำหนาว่า หากใส่รองเท้าหลวมแล้ว เวลากระโดดไกลก็จะหกล้มได้ง่ายๆแบบเพื่อนคนก่อนหน้านี้ วันต่อมาคราวที่น้องต้องทำข้อสอบ เธอกระวนกระวายรีบออกจากห้องสอบก่อนเพราะกลัวจะไปสลับรองเท้ากับพี่ไม่ทัน ส่วนพี่เองก็ได้รับผลกระทบเองเช่นกัน อาลีมาสายสองครั้งจนครูใหญ่ตำหนิเขา แต่เขาเองก็ไม่ปริปากเรื่องรองเท้านั้นกับใคร เขายอมรับความผิดเองแต่โดยดี จนสุดท้าย น้องเผอิญทำรองเท้าตกท่อ รองเท้าเปียกและสกปรกมาก จนเธอบอกว่า “ไม่อยากใส่รองเท้าแบบนี้อีกแล้ว”


ลักษณะของการเน้นย้ำ (recognition) ในเรื่องช่วยให้คนดูเกิดการระลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วและนำมาสู่อารมณ์ร่วมในตอนท้าย ในฉากสำคัญคือ “อาลีวิ่งเพื่อน้อง” ขณะที่เขาวิ่งไป ภาพของน้องสาวขณะวิ่งเปลี่ยนรองเท้าผุดขึ้นมาในหัวร่วมกับเสียงของน้องที่บ่นว่าเธอหมดความอดทนกับรองเท้าเส็งเคร็งแบบนี้แล้ว นั่นทำให้เขาฮึดสู้ แม้จะถูกผลักล้มลง อาลีลุกขึ้น และวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก

การนำเสนอ


ด้วยการนำเสนออย่างเรียบง่ายและตรงไปตรงมา ทำให้ผู้ชมไม่รู้สึกว่ากำลัง “ดูหนัง” อยู่ แต่กลับรู้สึกเหมือนได้รับรู้ “ชีวิตจริง” ของเด็กชายอาลี ความสมจริง(realism)ในภาพยนตร์เรื่องนี้ บางคนกล่าวว่าเทียบได้กับ The Bicycle Theif(1948)ของ Vittorio De Sica เลยทีเดียว การใช้กล้องส่วนมากเป็น long take ซึ่งเป็นการไม่บีบให้คนดู “ต้อง” เห็นภาพใดภาพหนึ่ง แต่สามารถ “เลือก” จะชมสิ่งใดตามที่เป็นจริง บทสนทนาไม่เวิ่นเว้อและเปี่ยมไปด้วยความหมาย และที่ต้องชมมากที่สุดคือ ความสามารถของเด็กทั้งสองคน ที่ไม่ใช่นักแสดงมืออาชีพ แต่แสดงได้อย่างเป็นธรรมชาติ เด็กชายอาลี มีแววตาสีหน้าที่เศร้าสร้อย และเวลาเขาร้องไห้ดูเหมือนโลกทั้งโลกจะเศร้าไปกับเขาด้วย ส่วนตัวน้องสาวเองแสดงได้อย่างมีมิติ และมีเสน่ห์มาก

ในเรื่องสามารถสะท้อนสังคมอิหร่านในขณะนั้นออกมาได้เป็น 2 ประเด็นหลักๆคือ

(1)สภาพสังคมแห่งการเหลื่อมล้ำ


ถ่ายในกรุง เตหะหร่าน เมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ ครบเครื่องด้วยสถาปัตยกรรมและการคมนาคมสุดไฮเทค แต่ในอีกมุมหนึ่งมันสะท้อนสภาพสังคมในยุคแห่งความเหลื่อมล้ำ ชาวบ้านนอกเมืองมีฐานะแร้นแค้น จะเห็นได้จากคนรถเข็นที่ร้องตะโกนว่า “มีเกลือมาแลกขนมปัง” ปรากฏเกือบทุกฉาก สิ่งที่พวกเขาพึ่งได้คือศาสนา จะเห็นได้จากฉากที่พ่อตัดสินใจจะเข้าเมืองเพื่อหางานทำ แม่ก็ถามเพื่อความแน่ใจ และพ่อบอกว่า “พระเจ้าจะช่วยเราเอง” ความกันดารผลักดันให้ชาวบ้านหางานทำในเมือง ตึกราสูงระฟ้า ป้ายโฆษณาสินค้าจากต่างประเทศ อิทธิพลแห่งทุนนิยมเปลี่ยนแปลงสังคมเมืองให้ก้าวไปอีกระดับ ทิ้งสังคมอื่นๆให้ไกลห่างจากความศิวิไลซ์ออกไปทุกที แต่ชาวบ้านก็พยายามจะวิ่งตามกระแสแห่งทุนนิยมนี้ให้ทัน จะเห็นได้จากตอนที่พ่ออาลีได้เงินก้อนใหญ่จากการทำสวน เขาวางแผนการใช้เงินไว้ว่า “จะไปซื้อโต๊ะเครื่องแป้ง ซื้อมอเตอร์ไซค์ หรือจะซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้น้องก็ย่อมได้... และถ้าหาเงินได้เยอะแบบนี้ก็จะกลับมาอีก” คาดเดาได้เลยว่าอนาคตลูกที่จะเกิดมาอาจจะอยู่ โดยเจอหน้าพ่อนับครั้งก็เป็นได้

สภาพบ้านเดี่ยวในเมืองอยู่กันแบบ “ตัวใครตัวมัน” รั้วเหล็กกั้นสูงท่วมหัว intercom ติดไว้หน้าบ้านทุกบ้านแทนการออกไปพบปะที่หน้าประตู เหล่านี้แสดงถึงการป้องกันภัยอย่างหนาแน่นจากโจรขโมย วิถีในเมืองอยู่กันแบบไม่ปลอดภัย เด็กน้อยต้องอยู่กับปู่สองคน เพราะพ่อแม่ไปทำงาน เมื่อเขาเห็นอาลีจึงไม่รีรอที่จะชวนมาเล่นด้วย ภาพของพ่ออาลี พรวนดิน ฉีดยาฆ่าแมลงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ตัดสลับกับภาพเด็กชายผิวขาวลูกผู้ดีที่กำลังนั่งเก้าอี้แกว่งไกวอย่างสนุกกับอาลี แสดงให้เห็นความเหลื่อมล้ำในสภาพความเป็นมนุษย์ ช่างไม่ต่างกับสภาพสังคมไทยในปัจจุบันเลย

(2)ความน่ารันทดของครอบครัวหนึ่ง

นอกจากสภาพสังคมในมุมกว้างแล้ว เมื่อมองในบริบทที่แคบลง ครอบครัวอาลีก็เป็นตัวแทนของอีกหลายครอบครัวในชีวิตจริงที่สภาพไม่ต่างกัน อาลีรับจ้างในโรงงานทำแป้งทอด จัดรองเท้าหน้าห้องทำพิธี ส่วนพ่อก็รับจ้างทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ตอกน้ำตาล ทำสวน ค่าเช่าบ้านค้างจ่าย ทั้งๆที่สภาพการเงินไม่ค่อยดี แต่ก็ยังมีลูกอีกคนที่อยู่ในท้องนอนรอรับชะตากรรม
แม้จะยากจนแต่พวกเขากลับมีความสัมพันธ์แบบใกล้ชิดกันมากกว่าคนเมือง ความมีน้ำใจส่งผ่านจากบ้านหนึ่งไปอีกบ้านหนึ่ง พ่อแม่อาลีคุยกันเรื่องเพื่อนบ้านที่มีเมียไม่สบาย และแบ่งปันซุปที่ทำเองไปให้อีกบ้าน ส่วนเพื่อนบ้านก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบและส่งเมล็ดลูกเกดมาเป็นสิ่งตอบแทน อีกฉากหนึ่งคือตอนที่น้องสาวทำรองเท้าตกท่อ ลุงใจดีคนหนึ่งรีบวิ่งออกมาช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ

แม้ Children of Heaven จะทิ้งท้ายแบบเป็นคำถามปลายเปิด สร้างอารมณ์หดหู่โดยไม่ขมวดอารมณ์ให้จบแบบ happy ending สรุปแล้วน้องสาวจะได้รองเท้าคู่ใหม่หรือไม่ ชีวิตของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป รวมถึงฉากสุดท้ายที่เด็กชายถอดถุงเท้าแล้วเอาเท้าจุ่มลงในบ่อน้ำให้ปลาสีส้มตอดขา จะมีความหมายใดแอบแฝงหรือไม่ แต่เท่าที่รู้ ภาพยนตร์ฟอร์มเล็กเรื่องนี้ ได้กลายมาอยู่ในใจใครหลายๆคน โดยเฉพาะคนเมืองอย่างเราๆ เพราะมันได้ “หยิบ” บางสิ่งที่เราทิ้งไว้เบื้องหลัง สิ่งที่เราโหยหามาตลอด ทั้งๆที่แท้จริงแล้ว เราอยู่ใกล้กับมันเพียงแค่เอื้อมมือ “ความสุข” ที่ไม่ต้องแลกด้วยเงินอาจเป็นสิ่งเดียวที่คนในเมืองไม่อาจหาซื้อมาได้


http://semsikkha.org/sem/index.php?option=com_content&view=article&id=286:children-of-heaven-&catid=37:movies

.....................................................
สิ่งหนึ่งแตกออกเป็นหลายสิ่ง หลายสิ่งรวมเป็นหนึ่งสิ่ง
สุดท้ายไม่มีอะไรเลยสักสิ่ง จงทำความดีในความรู้สึกที่ว่า
ไม่ควรได้อะไรจากสิ่งที่ทำเถิด

http://www.tairomdham.net/

http://www.sookjai.com/index.php?action=forum

http://www.buddhayan.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ต.ค. 2010, 10:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ย. 2010, 16:10
โพสต์: 190

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


รีวิว -- หนังอิหร่าน ระดับรางวัล


ครูแป๋มแห่งโรงเรียนศิลปะแหลมคมให้ยืมแผ่น DVD (แท้) เรื่องนี้แก่ผมเพื่อมาฉายชมที่บ้านตั้งแต่วันเสาร์ จนดึกวันอาทิตย์จึงได้เปิดชม.. ตอนแรกว่าจะชมเพียง ครึ่งเรื่องแล้วก็นอน แต่พอชมไปชมมา เกิดอินกับเนื้อเรื่องและอารมณ์ร่วมจนไม่กล้าเอื้อมมือไปหยิบรีโมทขึ้นมาปิด แม้ว่าผมจะได้ฟังรอบปฐมฤกษ์ที่ครูแหลมเล่าพร้อมแสดงท่าทางประกอบให้ชมไปแล้วรอบหนึ่ง แต่เมื่อได้ชมกับตาตัวเอง ต้องยอมรับว่า.. แฟนฉันที่คิดว่าเจ๋ง แต่เด็กอิหร่านในหนังเรื่องนี้ทำให้ผมอึ้งยิ่งกว่า


ต้องขอบคุณแดน บราว และ CNN ที่ทำให้เรารู้สันดานของสื่อตะวันตก..


ตั้งแต่เด็กจนวัยเลยหนุ่มมาได้สักพัก ผมดูข่าวต่างประเทศทีไร ชาติตะวันตกมักเลือกที่จะคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับประเทศที่ไม่ยอมอยู่ในอาณัติเสมอ พม่าเอย เกาหลีเหนือเอย อิรักเอย .. เอยมาเรื่อยๆจนถึงอิหร่าน ชาติที่บอกว่า -- เฮ้ย! ถ้ามึงมีนิวเคลียร์ได้ อั๊ว! เอ้ย.. ลืมไป แขกไม่ได้พูดอั๊ว .. ไอก็มีจรวดนิวเคลียร์ได้เหมือนกัน (ก็อเมริกาบอกเองนี่นา ว่าเป็นแม่แบบประชาธิปไตย แต่ดันเผด็จการ ให้ตัวเองกับรัสเซียมีนิวเคลียร์ได้เท่านั้น)


อเมริกาและชาติยุโรปคว่ำบาตรอิหร่านมานานแสนนาน แต่สัจธรรมของการคว่ำบาตรก็คือ ประชาชนเดือดร้อน ส่วนผู้นำก็ยังกินอาหารครบสามมื้อ อิ่มแปล้เหมือนเดิม


ในภาพยนตร์เรื่องนี้ (คำว่า-ภาพยนตร์ ดูจะเป็นทางการและทรงภูมิขึ้นมาหน่อย) ฉากหลังที่ระบายให้เราเห็นคือความดิ้นรน ความทุกข์ ที่แสดงออกอย่างเจือความสุข แน่นอนล่ะว่า.. เมื่อหนังจากอิหร่านได้ออกแสดงบนเวทีระดับโลก มันไม่มีอะไรที่น่าดูไปกว่าความทุกข์ระทมที่ถูกกระทำจากชาติตะวันตก แต่หนังเรื่องนี้มีศิลปะในการแสดงออกถึงความทุกข์ได้เนียนตาและแนบแน่น


ไม่น่าเชื่อว่า เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจากรองเท้าเพียงคู่เดียวที่หายไป..

จากนั้น เรื่องทั้งหมดก็เกี่ยวโยงกับพี่ชายที่พยายามแก้ตัวเรื่องที่ทำรองเท้าของน้องสาวหาย


ผู้ชมอาจจะคิดว่า เฮ้ย! รองเท้าแค่นี้ ซื้อใหม่ก็ได้.. แต่อย่าลืมว่าประเทศที่ถูกปิดกั้นทางเศรษฐกิจ ข้าวยากหมากแพง ต้องมีการปันส่วนอาหาร ราคารองเท้าเพียงคู่เดียวก็แพงหูฉี่


จากปัญหาที่พี่ชายต้องเจอ ไหนน้องสาวจะไม่มีรองเท้าไปเรียนหนังสือ ไหนจะต้องปกปิดเรื่องที่ตนทำรองเท้าหาย เพราะหากแม่กับพ่อรู้ นี่คือเรื่องใหญ่ เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ครอบครัวก็ค้างค่าเช้าบ้านมาจนเจ้าของจะไล่ออกวันละสามเวลาหลังอาหาร.. หากพ่อกับแม่ต้องเจียดเงินไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่ นั่นคงเป็นเรื่องใหญ่


ตลอดระยะเวลา ๘๙ นาที เนื้อหาของบทหนังหักมุม หักเหลี่ยม หักความรู้สึกอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้ชมลุ้นและคาดเดาไม่ออกเลยว่าเหรียญที่ถูกโยนขึ้นไปนั้น จะออกหัวหรือก้อยกันแน่


แต่.. ส่วนของบทที่หักอารมณ์มากที่สุดเห็นจะเป็นการให้ตำแหน่งความสำคัญของการที่พี่ชาย (อาลี) ต้องเข้าแข่งขันวิ่งมาราธอน และ.. เขาต้องการเพียงตำแหน่งชนะอันดับที่ ๓ เท่านั้น!


แต่รับรองว่า.. เมื่อดูหนังเรื่องนี้จบ แม้แต่คุณเอง ก็คงอยากเป็นที่ ๓ เหมือนอาลี...

.....................................................
สิ่งหนึ่งแตกออกเป็นหลายสิ่ง หลายสิ่งรวมเป็นหนึ่งสิ่ง
สุดท้ายไม่มีอะไรเลยสักสิ่ง จงทำความดีในความรู้สึกที่ว่า
ไม่ควรได้อะไรจากสิ่งที่ทำเถิด

http://www.tairomdham.net/

http://www.sookjai.com/index.php?action=forum

http://www.buddhayan.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ต.ค. 2010, 10:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ย. 2010, 16:10
โพสต์: 190

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

รูปภาพ


รูปภาพ



รูปภาพ





เมฆดูสวยงาม เมื่อยามมองฟ้า ฟ้าดูกว้างใหญ่เหมือนเก่า
เมื่อยังเล็กแหงนดูมือไขว่คว้าเอา สูงจังอยากตัวโตสูง
จ้องมองแสนนาน พี่ชายคงเห็นยิ้มเดินมาใกล้แล้วอุ้ม
ขี่คอจนเกือบสูงทัน จ้องมองบนฟ้านั่น
เอื้อมมือถึงจันทร์ จะเอาเป็นของเรา

ครั้งโดนเขารังแก ร้องงอแงร้องไห้
พี่คนนี้ยังคอยคุ้มครองคุ้มภัย น้องเอยอย่ากลัวใครเขา
สองพี่น้องเดินไป น้องตามพี่ชาย จับมือจูงน้องไป
มองฟ้าอันกว้างใหญ่ ฟ้าคงไกลไป ขี่คอพี่สูงเอง

ครั้งโดนเขารังแก ร้องงอแงร้องไห้
พี่คนนี้ยังคอยคุ้มครองคุ้มภัย น้องเอยอย่ากลัวใครเขา
สองพี่น้องเดินไป น้องตามพี่ชาย จับมือจูงน้องไป
มองฟ้าอันกว้างใหญ่ ฟ้าคงไกลไป ขี่คอพี่สูงเอง

จวบจนฉันโต พี่ยังคงรักและคอยเป็นห่วงแสนห่วง
เมื่อผิดหวังให้กำลังใจทั้งดวง น้องเอยอย่ากลัวใครเขา
เมื่อยามท้อใจ จ้องมองบนฟ้านึกตอนเป็นเด็กเล็กนั่น
ขี่คอจนเกือบสูงทัน เอื้อมมือให้ถึงจันทร์
บอกเอาไว้นาน พี่ชายที่แสนดี

.....................................................
สิ่งหนึ่งแตกออกเป็นหลายสิ่ง หลายสิ่งรวมเป็นหนึ่งสิ่ง
สุดท้ายไม่มีอะไรเลยสักสิ่ง จงทำความดีในความรู้สึกที่ว่า
ไม่ควรได้อะไรจากสิ่งที่ทำเถิด

http://www.tairomdham.net/

http://www.sookjai.com/index.php?action=forum

http://www.buddhayan.com/


แก้ไขล่าสุดโดย มดเอ๊กซ เมื่อ 25 ต.ค. 2010, 10:08, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ต.ค. 2010, 10:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ย. 2010, 16:10
โพสต์: 190

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ





มี 9 ช่วงจนจบ ซับ อังกฤษ จ้า


http://www.youtube.com/user/hotviveks#p/u

.....................................................
สิ่งหนึ่งแตกออกเป็นหลายสิ่ง หลายสิ่งรวมเป็นหนึ่งสิ่ง
สุดท้ายไม่มีอะไรเลยสักสิ่ง จงทำความดีในความรู้สึกที่ว่า
ไม่ควรได้อะไรจากสิ่งที่ทำเถิด

http://www.tairomdham.net/

http://www.sookjai.com/index.php?action=forum

http://www.buddhayan.com/


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร