วันเวลาปัจจุบัน 19 ก.ย. 2020, 10:19  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านนิทาน จากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=5



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ต.ค. 2016, 08:57 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ย. 2012, 08:47
โพสต์: 25


 ข้อมูลส่วนตัว


ครั้งหนึ่งสมัยที่พระอรหันต์ขีณาสพยังคงมีมากอยู่ในชมพูทวีป สมัยนั้นมีคหบดีผู้หนึ่ง เขาเป็นผู้มีใจเลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ทุกๆต้นเดือนแลกึ่งเดือนเขามักนินมต์พระเรวตะเถระให้มาฉันอาหารที่บ้านอยู่เป็นประจำ

คหบดีผู้นี้มีธิดาสองนาง คนพี่ชื่อภัททา ส่วนคนน้องชื่อ สุภัททา ทุกครั้งที่ว่างจากกิจเขามักจักเรียกบุตรสาวทั้งสองเข้ามาอบรมเสมอว่า “ ลูกเอ๋ย! เว้นจากพระพุทธ พระธรรม แลพระสงฆ์แล้ว ที่พึ่งอย่างอื่นพวกเจ้ามิอาจฝากเป็นฝากตายได้ ขอเจ้าทั้งสองจงเป็นผู้เจริญในธรรมเถิด ”

ภัททาพี่สาวนั้นเป็นหญิงฉลาด ถึงแม้จักจำคำพูดบิดาได้ขึ้นใจแต่ก่อนจักปฏิบัตินางมักจักใช้ปัญญาพิจารณาก่อนเสมอจากนั้นจึงค่อยทำไปตามความคิดตน ส่วนสุภัททานั้นกลับมิได้มีปัญญาเท่าพี่ แต่ว่าเป็นคนหัวอ่อน ดังนั้นนางจึงไม่สงสัยหรือเคลือบแคลงในคำสอนของบิดาแม้แต่น้อย

เมื่อถึงวัยอันควรภัททาพี่สาวก็ได้แยกเรือนไปสู่ตระกูลสามีที่ยังอีกตำบลหนึ่ง ซึ่งก็เป็นตระกูลคหบดีเหมือนกัน ปล่อยให้สุภัททาผู้น้องอยู่กับบิดาและบ่าวไม่กี่คน

หลังแยกเรือนภัททาผู้พี่ก็ใช้ชีวิตร่วมกับสามีอย่างมีความสุขเรื่อยมา แต่ผ่านไปหลายปีนางก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะให้ทายาทแก่เขาได้ สมัยนั้นการที่ภรรยาไม่อาจมีบุตรให้สามี ถือเป็นข้อบกพร่องอย่างใหญ่หลวง ดังนั้นนางจึงรู้สึกเป็นกังวล

จนวันหนึ่งนางได้ตัดสินใจเด็ดขาดเป็นไงเป็นกัน เดินเข้าไปหาสามีบอกให้เขารับเอาน้องของนางมาอยู่ด้วย เผื่อบางทีน้องสาวนางอาจจักให้ทายาทแก่เขาได้ สามีพอฟังก็มิได้โต้แย้งอันใดเต็มใจรับข้อเสนอของภรรยา! (ไม่ทราบท่านผู้อ่านที่เป็นบุรุษใจกว้างเท่านี้หรือเปล่า? ) ดังนั้นเช้ารุ่งขึ้นภัททาพี่สาวจึงไปจ้างช่างให้มาปลูกเรือนเพิ่มอีกหลัง เพื่อเตรียมไว้สำหรับน้องสาว พอเรือนปลูกเสร็จก็ไปรับเอาน้องมาอยู่

ย้อนมาด้านสุภัททาบ้าง พอพี่สาวแยกเรือนนางก็รับหน้าที่ดูแลบิดาแต่เพียงลำพัง ผ่านไปไม่นานบิดาก็มาพลันละสังขารไปอีก ทิ้งนางให้อยู่กับบ่าวไม่กี่คน ดังนั้นพอพี่สาวมาชวนไปอยู่ด้วยนางซึ่งไม่มีภาระใดจักต้องดูแล จึงตกปากรับคำทันที

หลังมีน้องมาอยู่ภัททาผู้พี่ก็มักจะไปยังเรือนน้องสาวอยู่เป็นประจำ คอยอบรมมิให้น้องตนประมาทในบุญเหมือนดั่งเช่นบิดาเคยทำ นางมักจักกล่าวกับสุภัททาว่า “ สุภัททาน้องพี่ ชีวิตคนใช่จักยืนยาวไปเสียเมื่อไหร่ จงดูบิดาเป็นตัวอย่างเถิด หากเจ้าปรารถนาสมบัติในเทวโลกแล้วไซร้ ก็ขอจงหมั่นประกอบกองบุญให้มากเข้าไว้ บุญที่เจ้าทำไว้ดีแล้วเมื่อถึงคราวที่เจ้าจักละสังขาร มันจักช่วยให้เจ้าเข้าสู่ดินแดนแห่งเทวภูมิได้! ”

นางเฝ้าเตือนน้องสาวอยู่อย่างนี้เรื่อยมา จนวันหนึ่งสุภัททาเกิดจิตปรารถนาอยากจักถวายทานบ้าง จึงให้บ่าวไปนิมนต์พระเรวตะมาฉันอาหารที่ยังเรือนตน

ฝ่ายพระเถระเมื่อรับนิมนต์ก็ปรารถนาจักยังกุศลให้เกิดแก่เจ้าภาพโดยยิ่ง จึงไปชวนเพื่อนภิกษุมาด้วยอีก ๗ รูป แต่ละรูปล้วนสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วทั้งสิ้น หวังจักให้นางได้ถวายในรูปของสังฆทานอันจักก่อให้ เกิดอานิสงส์แก่นางอย่างอเนกอนันต์ สุภัททาพอเห็นพระคุณเจ้าไม่ได้มาลำพังแต่มีเพื่อนภิกษุมาด้วย ก็ให้แสนปลาบปลื้มดีใจ รีบสั่งบ่าวไพร่ให้ไปนำอาสนะมาปูเพิ่ม ส่วนตัวนางก็รีบลงจากเรือนมาเชิญพระคุณเจ้าให้ขึ้นเรือนด้วยตนเอง

หลังถวายทานนางรู้สึกว่าจิตใจของนางมันเกิดปีติขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดังนั้นพอมีโอกาสจึงมัก ให้บ่าวไปนิมนต์พระเรวตะพร้อมเพื่อนภิกษุมาฉันอาหารที่เรือนเป็นประจำ ฝ่ายภัททาพี่สาวแม้จะคอยพร่ำเตือนน้องไม่ให้ประมาทในบุญ ทว่าตนกลับไม่เคยได้มีโอกาสถวายสังฆทานเหมือนดั่งน้องสาวเลย!

กาลเวลาไม่เคยหยุดนิ่ง ทุกสรรพสิ่งล้วนเกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วก็ดับไป จักหาสิ่งใดจีรังยั่งยืนไม่มี หลังจากพี่น้องคู่นี้หมดสิ้นอายุขัยบนโลกมนุษย์ปรากฏภัททาพี่สาวได้ไปอุบัติบนแท่นบรรทมของท่านท้าวโกสีย์ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์( สวรรค์ชั้นที่ ๒) ส่วนสุภัททาผู้น้องได้มาอุบัติเป็นเทพเจ้าผู้มีสิริโฉมโสภา มีรัศมีรุ่งเรืองตระการตาอยู่บนเมืองฟ้าชั้นนิมมานรตีภูมิ( สวรรค์ชั้นที่ ๕ )

เทพเจ้าสุภัททาครั้นอุบัติเป็นเทพเรืองฤทธิ์ก็ให้สงสัยในบุพกรรมของตนเสียยิ่งนัก ว่าเคยทำกุศลอันใดไว้ ไฉนจึงครองทิพสมบัติอันมีปราสาททองคำที่แสนวิจิตรโอฬารเป็นที่อาศัย มีข้าทาสเป็นนางฟ้านับพันคอยปรนนิบัติรับใช้ นอกจากนั้นยังทรงศักดานุภาพแลฤทธานุภาพเหนือเทพทั่วไปอีกต่างหาก จึงกำหนดจิตดู

ทันใดก็ทราบสมบัติทิพย์เหล่านี้ล้วนเกิดจากบุญที่ตนได้ถวายสังฆทานแด่พระเรวตะเถระแลเพื่อนภิกษุ เอาไว้โดยมีพี่สาวเป็นผู้ชี้นำ ด้วยความสำนึกในบุญคุณพี่สาว เทพเจ้าสุภัททาจึงลงจากนิมมานรตีภูมิ มายังไพชยนต์ปราสาทของท่านท้าวสักกะทันใด

ฝ่ายนางฟ้าภัททาขณะกำลังเพลิดเพลินอยู่ในปราสาท จู่ๆเห็นเทพรุ่งเรืองไปด้วยรัศมีเกินเทพองค์ใดเดินเข้ามา ก็ให้ประหลาดใจเป็นล้นพ้น จึงร้องถามไป “ ข้าแต่ท่านผู้ทรงศักดานุภาพแลบุญญานุภาพอันประมาณมิได้! ตัวท่านนั้นโอภาสด้วยรัศมีประดุจพระอาทิตย์ยามเที่ยง มียศแลศักดิ์ยิ่งกว่าเทพทั้งปวง ข้าพเจ้ามิเคยเห็นท่านมาก่อน ทำไฉนถึงจักทราบนามของท่านฤา? ”

เทพเจ้าสุภัททาพอฟังนางฟ้าพี่สาวถามดังนั้น จึงตอบไปว่า “ ดูก่อนนางฟ้าผู้งดงาม เรานี้มีนามว่าสุภัททาเทพเจ้า เมื่อครั้งเป็นมนุษย์เราเคยเป็นน้องสาวท่าน แลท่านก็คอยพร่ำสอนเรามิให้เราประมาทในบุญ ซึ่งเราก็ปฏิบัติตามด้วยดีเสอมมา

หลังจากตายจากมนุษย์ด้วยอานิสงส์แห่งบุญ จึงนำให้เราไปอุบัติเป็นเทพธิดาอยู่บนนิมมานรตีภูมิ ซึ่งเป็นดินแดนอันไกลโพ้นห่างจากที่อยู่ของท่านเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความสำนึกในบุญคุณนางฟ้าพี่สาว เราจึงลงจากภูมิที่อยู่มาเยี่ยมท่านก็ด้วยสาเหตุนี้แล ”

หลังจากบอกกล่าวเท้าความเทพกัญญาทั้งสองก็สนทนากันถึงบุญที่ทำเมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ นางฟ้าภัททาคาดไม่ถึงว่าอานิสงส์ของการถวายสังฆทานนั้นจักให้ผลได้อย่างเอนกอนันต์ถึงขนาดนี้ พอฟังเทพเจ้าน้องสาวเล่านางก็ถึงกับรำพึงรำพันออกมา

“ ดูก่อนสุภัททาน้องพี่ แต่ก่อนพี่มิรู้เลยว่าการถวายสังฆทานนั้นจักมีอานิสงส์มากมายถึงปานฉะนี้! บัดนี้พี่ รู้แล้ว หากแม้นชาติหน้าฉันใดพี่ได้กลับไปเกิดเป็นมนุษย์อีก พี่จักขอขจัดเสียซึ่งความตระหนี่ทั้งปวง แลจักขอถวายแต่สังฆทานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันทีเดียว! ”

หลังจากสนทนากันพอสมควรแก่เวลา เทพเจ้าสุภัททาก็อำลานางฟ้าพี่สาวกลับยังที่อยู่ตน แลก็ใช้ชีวิตอยู่บนนิมมานรตีภูมิแห่งนี้อย่างมีความสุขเรื่อยมา ตราบจนกระทั่งทุกวันนี้.

สืบ ธรรมไทย

หมายเหตุ : เทพที่เกิดบนสวรรค์ชั้นนิมมานรตีพวกเขาจักมีคุณสมบัติที่พิเศษ ไม่เหมือนกับเทพที่เกิดบนสวรรค์ชั้นที่ต่ำกว่า คือพวกเขาสามารถเนรมิตหรือว่าบันดาลสิ่งที่ตนต้องการได้ตามใจปรารถนา อยากได้อะไรก็เนรมิตเอา ไม่ต้องไปกราบไหว้วิงวอนขอเทพองค์ใดให้มันเสียศักดิ์ศรี ซึ่งคุณสมบัติข้อนี้หามีอยู่ในตัวเทพชั้นต่ำไม่ จักมีก็แต่เฉพาะตัวจอมเทพหรือเทพที่มากด้วยบารมีจริงๆเท่านั้น อย่างไรก็ยังไม่เทียบเท่าเทพชั้นนี้


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร