วันเวลาปัจจุบัน 14 ก.ค. 2020, 11:46  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง





กลับไปยังกระทู้  [ 40 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ม.ค. 2012, 20:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุ ! สาธุ! สาธุ!

สมเด็จฯโตไปธุระนอกวัด ขากลับท่านเดินผ่านมาทางวัดชนะสงคราม ขณะเดินเพลิน ๆ อยู่ ท่านได้
ยินเสียงสวดของพระที่วัดนั้น ซึ่งสวดตลกคะนองมาก เป็นที่ครื้นเครงกันยกใหญ่ เมื่อเดินย่องเข้าไปใกล้ๆ
ปรากฏว่าพระเหล่านั้นไม่ใช่พระวัดชนะสงคราม แต่เป็นพระวัดระฆังฯ ซึ่งอยู่ในความปกครองของท่าน
ท่านเดินเข้าไปตรงหน้าพระที่กำลังสวดอยู่ ทรุดตัวลงนั่งประนมมือขึ้นกล่าวว่า "สาธุ สาธุ สาธุ" พระเหล่านั้นอับอายขายหน้ามาก วันนั้นถ้าแทรกแผ่นดินหนีไปได้ก็จะทำทันที แต่เมื่อไม่อาจทำได้ ก็จำต้อง
นั่งหน้าชาอยู่อย่างนั้น ไม่เพียงแต่อายต่อสมเด็จฯโตเท่านั้น ยังต้องขายหน้าประชาชนที่นั่งฟังอยู่อีกตั้งหลายคน ต่อมาปรากฏว่าพระเหล่านั้นบางรูปถึงกับต้องสึกออกไป เพราะเกรงกลัวและอายจนถึงที่สุดต่อสมเด็จฯโตนั่นเอง แต่บางรูปรู้สึกสังเวช คือสลดใจ และรู้สึกสำนึกได้ จะไม่ขอทำอีก จักระมัดระวังไม่
ประพฤติคะนองอีกต่อไป เห็นไหมล่ะ ! วิธีการของสมเด็จฯโต เด็ดขาดจริง ๆ :b41:

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ม.ค. 2012, 20:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สุนัขพระโพธิสัตว์

สรรพสัตว์ล้วนเวียนว่ายตายเกิด หากยังไม่สิ้นกิเลส ยังไม่หมดเหตุแห่งทุกข์
เราๆ ท่านๆ ทั้งหัวหงอกหัวดำที่ยังงมเงื่องอยู่กับเรื่องกิน กาม เกียรติ ทั้งหลาย ต่างต้องเคยเกิด
เป็นนั่นเป็นนี่มาแล้วทั้งนั้น
เรื่องราวของพระพุทธเจ้า ที่กล่าวไว้ในชาดก ก็ปรากฏว่าในสมัยที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์ มุ่งบำเพ็ญบารมีเพื่อหวังโพธิญาณนั้นท่านได้เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานต่างๆมากมายเหมือนกัน ท่านบำเพ็ญบารมี
นานเหลือเกิน อดทนเหลือเกิน จนสมปรารถนา ได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นอัครมหาบุรุษผู้เลิศในโลก
ถ้ายังไม่สิ้นกิเลสอยู่ตราบใด สรรพสัตว์ย่อมจะต้องเวียนเกิดเวียนตายอยู่ตราบนั้น คนอาจเกิดเป็นสัตว์ ถ้ากระทำอย่างสัตว์ สัตว์อาจเกิดเป็นคนถ้ากระทำอย่างคน คนอาจตกต่ำได้ สัตว์ก็อาจสูงขึ้นได้เหมือนกัน หากเราเชื่อในกฏแห่งกรรมอย่างนี้ มนุษย์กับสัตว์อาจอยู่ร่วมกันได้อย่างพี่น้อง ไม่รังเกียจรังแกกันและกัน
สมเด็จฯโต ท่านเป็นพระที่ประเสริฐมาก การกระทำของท่านที่ใคร ๆ มักเห็นเป็นเรื่องขำขันนั้น ได้เป็นคติสอนใจแก่เราชาวพุทธรุ่นหลังดีเหลือเกิน คือท่านเป็นพระที่ไม่รังแกสุนัข เวลาท่านเดินไปพบสุนัขนอนอยู่ขวางทางท่านจะไม่ไล่ให้หลีกทาง ไม่เดินข้ามสุนัข ท่านจะพูดกับสุนัขดี ๆว่า
"โยมจ๋า ! ขอฉันไปทีเถอะจ้ะ" แล้วท่านก็ก้มกายหลีกทางไป มีผู้คนสงสัยในการกระทำของท่าน จึงเรียนถามกัน ท่านตอบว่า "ฉันรู้ไม่ได้ว่า สุนัขนี้จะเคยเป็นพระโพธิสัตว์หรือมิใช่ เพราะในเรื่องชาดกกล่าวว่า ในกาลครั้งหนึ่ง พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นสุนัข" :b41:

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ม.ค. 2012, 20:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เอาหมอนไปด้วย

งานที่สำคัญของสมเด็จฯโต ก็คืองานเทศน์สั่งสอนคน ซึ่งว่าไปแล้วมันก็เป็นหน้าที่ของพระที่ดีนั่นแหละ ถ้าพระไม่สอนแล้วใครจะสอน แต่บางท่านอาจไม่ชอบสอนเพราะทำพุทธพาณิชย์สนุกกว่ากันเยอะเลย วันหนึ่งท่านไปเทศน์ต่างจังหวัด สมัยนั้นการคมนาคมที่สะดวกก็คือทางเรือ ท่านพายเรือไปและพายเรือกล้บซึ่งต้องใช้เวลาเป็นว้นเป็นคืนเชียวแหละ ขาไปไม่มีปัญหา แต่ขากลับนี่ซิ เพราะท่านต้องบรรทุกเครื่องกัณฑ์เทศซึ่งมีทั้งของสุกและของแห้ง ผลไม้ และเสื่อกับหมอนอีก ท่านพายเรือมาระหว่างทางได้แวะพักแรมเพราะค่ำมืด พอดึกสงัดก็มีเรือลำหนึ่งมาจอดเทียบกับเรือของท่าน เจ้าของเรือลำนั้นลักเครื่องกัณฑ์เทศของท่าน เมื่อสมเด็จฯโตท่านได้ยินเสียงจึงตื่นขึ้น เมื่อท่านรู้ว่าเป็นขโมยมาลักของ
ท่านก็ร้องขึ้นว่า "เอาหมอนไปด้วยซิจ้ะ" ขโมยตกใจ แหม! อุตส่าห์ทำเสียงเบา ๆ แล้วนะ เจ้าของดันตื่นขึ้นมาได้ จึงรีบพายเรือหนี แต่เมื่อสมเด็จฯโตท่านโยนหมอนตามไปให้ ขโมยขี้งกจึงวกกลับมาเอาอีก
โอ! พ่อยอดขโมยคนจริง :b41:

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ก.พ. 2012, 21:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ลืมโศก

ปิยโต ชายเต โสโก
ปิยโต ชายเต ภยํ
ปิยโต วิปฺปมุตตสฺส
นตฺถิ โสโก กุโต ภยํ

ความโศกเกิดจากของรัก
ภัยเกิดจากของรัก
เมื่อไม่มีของรัก
โศกและภัย จะมีแต่ไหนเล่า

เปมโต ชายเต โสโก
เปมโต ชายเต ภยํ
เปมโต วิปฺปมุตฺตสฺส
นตถิ โสโก กุโต ภยํ

ความโศกเกิดจากความรัก
ภัยเกิดจากความรัก
เมื่อไม่มีความรัก
โศกและภัย จะมีแต่ไหนเล่า

รวมความแล้ว ทั้งความรักและของรัก ทำให้เกิดโศกภัย อันที่จริง ยังมีสิ่งที่ทำให้เกิดความโศก
และภัยอันตรายอีกมากมาย แต่ยกมาแสดงไว้ในที่นี้เพียงเท่านั้น เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะเล่า
ดังต่อไปนี้
หม่อมเล็กของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์(ช่วง)ถึงแก่อนิจกรรม สมเด็จเจ้าพระยา
บรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง) รักหม่อมเล็กคนนี้มาก ถึงกับโศกเศร้าอยู่ตลอดเวลาเมื่อต้องการจะ
ระงับความโศก จึงใช้บ่าวให้ไปอาราธนาสมเด็จฯโตวัดระฆัง ให้มาเทศน์ดับโศกทีเถิด บ่าวก็ไป
อาราธนา "ฯพณฯ หัวเจ้าท่านให้อาราธนาพระเดชพระคุณไปแสดงธรรมแก้โศกให้ ฯพณฯ
หัวเจ้าท่านฟังขอรับกระผม ในวันนี้เพลแล้วขอรับกระผม"
สมเด็จฯโตรับอาราธนาว่า "จ้ะ ! เรื่องเทศน์แก้โศกนั้น ฉันยินดีเทศน์นักจ้ะ ฉันจะไปจ้ะ"
ครั้นถึงเวลา สมเด็จฯโตก็ลงเรือกะลาสีไปยังบ้านสมเด็จฯเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง)
พอไปถึง สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง) ก็ออกมาต้อนรับสนทนาปราศรัย
แล้วก็จุดเทียน สมเด็จฯโตขึ้นธรรมาสน์ ให้ศีลบอกศักราช ถวายพรแล้วเริ่มนิกเขปบทให้กัณฑ์ชูชกว่า
"ตะทา กาลิงคะรัฏเฐ ทุนนะวิฏฐะพราหมวาสี ชูชโก นามพราหมโณ ฯลฯ ตัสสะ อทาสิ แปลความว่า
ตะทาเทเล ในกาลเมื่อสมเด็จพระบรมหน่อชินวงศ์วิษณุเวท กล่าวถึงกำเนิดชูชกของท่านว่า ผูกขึ้นใหม่
ขบขันคมสันมาก เพราะแหล่นอกแบบต้องขำอยู่เอง และแลเห็นความเป็นจริงเสียด้วย
คราวนี้สมเด็จผู้สำเร็จราชการฯยิ้มแป้น พวกหม่อมผู้ใหญ่ ผู้หญิง เด็ก บ่าว และข้าราชการที่ฟังกัน
เนืองแน่น ต่างก็หน้าบานยิ้มแป้นกันทุกคน ครั้นพอถึงแหล่ขอทาน แหล่ทวนทอง แหล่พานาง
คราวนี้ถึงกับหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง สมเด็จเจ้าพระยาฯชอบใจใหญ่ ถึงกับพูดขึ้นว่า "สนุกดี"
ผู้คนที่ฟังต่างพออกพอใจ หัวเราะกันจนลืมเกรงสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง) เรียกว่า
ตั้งกองหัวเราะก๊าก ก๊ากกันไปทั้งบ้าน โดยเฉพาะสมเด็จเจ้าพระยาฯนั้น สนุกเป็นที่สุด ขนาดลืมโศก
ถึงหม่อมเล็กไปเลย พอจบแหล่เทศน์ ก็เหนื่อยไปตามๆกัน ทั้งผู้เทศน์และผู้ฟัง รุ่งขึ้นที่บ้านนั้นก็ลือกัน
แต่เทศน์แหล่กัณฑ์ชูชกของสมเด็จฯโตไม่มีใครร้องไห้ถึงหม่อมเล็กไปอีกนาน
วิธีการของสมเด็จฯโต ใช้ได้พอสมควร แต่ชีวิตของคนเรามันก็อย่างนี้แหละ มีทั้งหัวเราะและร้องไห้
มันแย่อยู่ที่บางคนแม้จะหัวเราะก็หัวเราะมิออก แม้จะร่ำไห้ ก็ร่ำไห้มิได้ ชีวิตเช่นนี้จะคับแค้นเพียงใดเล่า :b41:

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.พ. 2012, 20:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อะไร ๆ ก็รู้หมดแล้ว

พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจัดให้มีเทศน์ในพระราชวังติดต่อกัน ๓ วัน ผู้ที่รับหน้าที่แสดงธรรมเทศนาก็คือสมเด็จฯโต ซึ่งตอนนั้นเป็นพระเทพกวี (โต) วันแรก ท่านเทศน์ได้เรียบร้อยไม่ยาวไม่สั้นเกินไป วันที่สอง พระจอมเกล้าฯ มีพระราชทานพระประสงค์จะฟังเทศน์สั้น ๆ ด้วยมีเรื่องให้กระวนกระวาย
พระทัยอยู่ สมเด็จฯโตรู้แล้ว แต่ท่านทำเป็นไม่สนใจ เทศน์ซะยาวเฟื้อยจนกินเวลาไปมาก
ว้นที่สาม พระจอมเกล้าฯ ทรงมีความสบายพระทัย จึงมีพระราชประสงค์จะฟังเทศน์ยาว แต่พอสมเด็จฯโตให้ศีล บอกศักราช และถวายพระพรแล้วก็เทศน์สั้นนิดเดียว คือเมื่อท่านตั้งนะโม ๓ จบ แปลเสียนิดหน่อยแล้วก็กล่าวเพียงว่า "ไม่ว่าจะถวายพระธรรมเทศนาหมวดใด ๆ มหาบพิตรก็ทรงทราบหมดแล้ว
เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้" แล้วทรงลงจากธรรมาสน์
พระจอมเกล้าฯ ทรงสงสัยจึงตรัสถามว่า "ขรัวโต! เมื่อวานเทศน์ยาว วันนี้เทศน์สั้น เพราะเหตุประการ
ใดหรือ?" สมเด็จฯโตถวายพระพรว่า "เมื่อวานอาตมาภาพเห็นมหาบพิตร ทรงมีพระราชหฤทัยกังวล
ขุ่นมัวเป็นอันมาก จะดับเสียได้ก็โดยทรงสดับพระธรรมเทศนาให้มากเข้าไว้ แต่วันนี้เห็นว่า ทรงมีพระราช
หฤทัยผ่องแผ้วแล้ว จะไม่ทรงสดับเสียก็ยังได้"
พระจอมเกล้าฯ ฟังแล้วก็ทรงพระสรวล ไม่ว่ากระไร :b41:

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.พ. 2012, 22:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เวรไม่ระงับเพราะจองเวร

ธรรมชาติฝ่ายเลวของคนที่สำคัญคือความเห็นแก่ตัว จะทำอะไรก็เพื่อตัวเองไว้ก่อนคนอื่นทีหลัง
หรือบางครั้งก็ไม่ต้องนึกถึงเลย โดยเฉพาะเวลาที่ทะเลาะกัน เราจะยกเอาความผิดไว้ให้อีกฝ่ายหนึ่ง
มองเห็นตัวเองเป็นฝ่ายถูกเสมอ
พระสองรูปที่วัดระฆังทะเลาะกัน จนถึงขั้นเลือดตกยางออกโดยพระรูปหนึ่งถูกตีศรีษะแตก เลือดไหล
รูปที่ถูกตีไปฟ้องสมเด็จฯโต ในฐานะเจ้าอาวาส ขณะนั้นเป็นพระเทพกวี ให้ช่วยจัดการตามความยุติธรรม
นึกว่าสมเด็จฯโตคงจะลงโทษพระอีกรูปหนึ่งอย่างแน่นอน แต่กาลกลับไม่เป็นเช่นนั้น สมเด็จฯโตกลับ
บอกว่า "คุณตีเขาก่อนนี่จ๊ะ" "กระผมไม่ได้ตี พระรูปนั้นตีกระผม" พระศรีษะแตกเถียง "ก็เธอตีเขาก่อน"
เขาก็ต้องตีตอบ" สมเด็จฯโตยืนย้นตามเดิม "เจ้าคุณเห็นหรือ?" พระศรีษะแตกเถียงไม่ลดละ เพราะว่า
ตัวเองไม่ผิด "ถึงฉันไม่ได้เห็นก็จริง แต่ฉันรู้อยู่นานแล้ว ว่าคุณตีเขาก่อน คุณอย่าเถียงฉันเลย"
เมื่อถูกสมเด็จฯโตตัดสินอย่างนั้น พระศรีษะแตกเสียใจมากคิดว่าตัดสินไม่ยุติธรรม จึงเดินไปวัดอรุณราชวราราม เข้าอุทธรณ์เรื่องราวต่อสมเด็จพระวันรัตเซ่ง ให้ช่วยพิจารณาความตัดสินคดีให้ยุติธรรมด้วยเถิด เพราะสมเด็จฯโตตัดสินไม่เป็นธรรม เราเป็นผู้ฝ่ายถูกตีท่านกลับตัดสินว่าเราตีเขาก่อน ทั้งๆที่ไม่ได้ตีอย่างนี้มันจะยุติธรรมได้อย่างไร
สมเด็จพระวันรัตเซ่ง จึงให้เรียกสมเด็จฯโต ไปไต่ถาม สมเด็จฯยังยืนยันคำตัดสินของตัวเองว่ายุติธรรมแล้ว ท่านตอบสมเด็จพระวันรัตเซ่งว่า "ผมรู้ดีกว่าคุณอีก เจ้าคุณได้รู้แต่ว่าเขาหัวแตกเท่านั้น ไม่รู้ถึงสาเหตุในกาลเดิมมูลกรณี ผมรู้ว่าคุณรูปนี้ได้ตีคุณรูปนั้นก่อน แต่เขาไม่เคยจะรู้สึกตัว เขามามัวแต่ถือหัว หัวเขาจึงแตก" สมเด็จพระวันรัตเซ่งฟังแล้วงง จึงย้อนถามว่า "เจ้าคุณเห็นอย่างไรจึงได้รู้ว่า พระรูปนี้ตีพระรูปนั้นก่อน แจ้งให้ฉันฟังสักหน่อย ให้แลเห็นบ้าง จะได้ช่วยกันระงับอธิกรณ์"
สมเด็จฯโตจึงตอบว่า "พระเดชพระคุณจะมีวิจารณ์ยกขึ้นแล้ว สมเด็จฯโตจึงกล่าวว่า
"ผมทราบตามพุทธฏีกาบอกให้ผมทราบว่า น หิ เวรานิ วูปะสัมมันติ ว่า เวรต่อเวรย่อมเป็นเวรกันร่ำไป ถ้าจะระงับเวรเสียด้วยไม่ตอบเวร เวรย่อมระงับ นี่แหละพระพุทธเจ้าบอกผม เป็นพยานกระผมว่าเวรต่อเวรมันจึงทำกันได้ ผมเห็นตามคำพระพุทธเจ้า บอกผมเท่านี้ ผมจึงวิจารณ์พิจารณา กล้ากล่าวว่า คุณตีเขาก่อน
(คือพระรูปนั้นอาจจะเคยตีเขาก่อน ในวันก่อน เดือนก่อน ปีก่อน หรือชาติก่อน) สมเด็จพระวันรัตเซ่ง แม้ยังไม่ได้รับความกระจ่าง แต่ก็ไม่กล้าเถียงเพราะเกรงพุทธฏีกา จึงมอบหมายให้สมเด็จฯโต ระงับอธิกรณ์นั้นต่อไป ตามแต่จะเห็นสมควรตัดสิน
สมเด็จฯโต พรรณนาถึงโทษ บาป ของการก่อเวรและแสดงให้เห็นบุญกุศลของการระงับเวร สอนให้พระที่ถูกตีศรีษะแตกระงับใจไม่อาฆาตมาดร้าย หาไม่แล้วเวรจะไม่ระงับ นอกจากนี้ท่านยังได้ให้เงิน
๓ ตำลึง และผ้าไตรแก่พระศรีษะแตกเป็นค่าทำขวัญ และสอนให้พระที่ตีเขาเลิกกระทำอย่างนั้นอีกต่อไป
หากทั้งสองรูปทะเลาะเบาะแว้งกันอีก จะลงโทษอย่างหนัก พระทั้งสองรูปเห็นบาปบุญคุณโทษแล้ว จึงเลิกแล้วต่อกัน ในตอนท้ายแห่งการพิพากษาคดี ท่านได้กล่าวตำหนิตนเองว่า "ฝ่ายฉันเป็นคนผิด เอาแต่ธุระอื่น ไม่สอดส่องดูแลลูกวัด ไม่คอยชี้แจงสั่งสอน อันเตวาสิกและสัทธิวิหารริกให้รู้ธรรมรู้วินัย" :b41:

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.พ. 2012, 12:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ม.หุนหัน

ในสมัยก่อนนั้นเล่าลือกันว่า สมเด็จฯโตท่านเป็นพระที่ให้หวยแม่นมาก แต่ท่านจะให้จริงหรือไม่
ผู้เขียนไม่ยืนยัน บางทีท่านอาจจะไม่เจตนาจะใบ้หวย บอกหวยหรอก แต่ผู้คนที่คลั่งไคล้ในเรื่องนี้
มักจะตีความกันไปเอง แล้วมันบังเอิญไปตรงกันเข้า เมื่อครั้งที่สมเด็จฯโต ยังเป็นมหาโต หรือ ขรัวโต
วันหนึ่งได้มีคหบดีคนหนึ่ง นิมนต์ท่านไปฉันอาหารที่วัดสามปลื้ม คุณฉันทิชัย เขียนไว้ใน
"สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี เล่ม 2" ว่า "ขณะนั้นสมเด็จฯท่านมีอายุได้ 67 ปีแล้ว ท่านมี
โรคอยู่อย่างหนึ่งที่ข้อเท้า มักให้ขัดเดินไม่ค่อยสะดวก ท่านเจ้าของงานจึงได้เอาเรือมารับไปขึ้น
ที่ท่าวัดตีนเลน หรือเชิงเลน คือวัดบพิตรพิมุขเดี๋ยวนี้ เมื่อขึ้นแล้วก็ให้บ่าวไพร่จัดคานหามมาให้สมเด็จฯ
นั่งไป สมเด็จฯท่านก็นั่งตามศรัทธา ขณะนั้นเป็นเวลาใกล้จะเพล แดดกำลังร้อนจัด สมเด็จฯ นั่งกางร่ม
ไปบนคานหาม ประชาชนแถวตำบลวัดสามปลื้มพอรู้ว่าสมเด็จฯผู้ชำนาญการให้หวยมาฉันเพลที่บ้านคหบดี ดังนั้นก็พากันล้อมแคร่ที่หาม พลางร้องขอหวย สมเด็จฯท่านได้รับกระแสพระราชโองการจาก
พระธรรมการเสียแล้วจึงตอบว่า "ให้ไม่ได้หรอกจ้อในหลวงท่านทรงห้าม" พวกเหล่านั้นก็ไม่ฟังก็พอเกิด
พายุลมบ้าหมูพัดขึ้นตรงหน้า จะพัดเอาร่วมของสมเด็จฯ หลุดมือไป สมเด็จฯ ต้องตะแคงร่มให้ลมไปได้
สะดวกด้วยการหมุนตัวไปมาบนแคร่นั้นเป็นพัลวัน และด้วยการที่สมเด็จฯกระทำดังนั้นเองบรรดาประชาชนผู้คลั่งหวยเห็นว่าสมเด็จฯท่านบอกใบ้หวยแก่พวกเขาแล้ว จึงพากันแทงหวยด้วยตัว
"ม.หันหุน" ในฐานะที่สมเด็จฯหมุนตัวบนแคร่ และคืนนั้นก็ปรากฏว่าหวยออกตัว "ม.หันหุน" จริง ๆ
อันที่จริงเรื่องการเล่นหวย ได้เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ดังที่คุณฉันทิชัย เขียนไว้ในเล่มเดียวกันนั้นว่า "ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวปรากฏว่าเงินขาดแคลนท้องพระคลัง ทรงสงสัย
ประชาชนราษฏรเอาเงินฝังแผ่นดินไม่นำมาซื้อขาย ครั้นทรงนำเรื่องปรึกษาในที่ประชุมขุนนาง มีขุนนางผู้หนึ่งกราบทูลว่า ประเพณีเมืองจีนถ้าขัดสนเงินในท้องพระคลังเจ้าแผ่นดินก็โปรดเกล้าฯให้
ประชาราษฏรเล่นหวยเล่นถั่วกันได้ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯอนุมัติ ตั้งแต่นั้นการเล่นหวยอย่างหามรุ่งหามค่ำ จึงได้เกิดขึ้นในกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้ประสงค์จะทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ ควรหาตำนานอากรหวยมาอ่าน"
การเล่นหวยของคนไทยจึงได้เริ่มกันมาแต่นั้น จนเกิดพระเกจิอาจารย์ใบ้หวยมากมาย เมื่อลุถึงรัชกาลที่
4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงออกประกาศพระบรมราชโองการ ห้ามพระภิกษุใบ้หวย
ประกาศนั้นมีดังนี้

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.พ. 2012, 13:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


"ประกาศห้ามพระสงฆ์ไม่ให้บอกใบ้แทงหวยและพฤติอนาจาร ณ วันจันทร์ เดือน 10 แรม 3 ค่ำ
ปีวอก โทศก ด้วยพระธรรมการบดี ศรีสุทธศาสนวงศ์ประการจางวางกรมธรรมการรับพระบรมราชโองการสั่งว่า อัญเชิญพระราชปุจฉาออกมาเผดียงถามพระพิมลธรรม พระธรรมวโรดม พระราชาคณะผู้ใหญ่
ผู้น้อย 16 รูปประชุมกัน ณ ตำหนักกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคตบัติยวงศ์วัดพระเชตุพนมหาวิหารว่า แต่ครั้งก่อน พระราชาคณะผู้น้อยผู้ใหญ่ท่านประชุมกันปรึกษาโทษว่า พระภิกษุสามเณรบอกใบ้แทงหวย เป็นการใกล้อุตริมนุษยธรรมอยู่ เหตุไม่รู้ว่ารู้ ไม่เห็นว่าเห็น ทั้งเป็นภัณฑ์ไทยใกล้อทินนาทาน
เหตุเขาเสียทรัพย์ทั้งสองฝ่าย ไม่เอาไว้ร่วมสังฆกรรมทำอุโบสถธรรมต่อไปให้สึกเสีย แต่ภิกษุที่แทงหวยนั้นเป็นสเตกิจฉาเยียวยาได้ จึงปรึกษากันจะขอรับพระราชทานว่ากล่าวสั่งสอนเอาสัญญาทัณฑ์บนไว้สักครั้งหนึ่ง ถ้าขืนกระทำกันต่อไป จะให้สึกเสียจากพระศาสนา ได้ถวายพระพรไว้ครั้งนี้แล้วก็ให้หมายประกาศไปทั่วทุกๆ พระอารามแล้ว

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.พ. 2012, 12:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ตั้งแต่นี้สืบไปเบื้องหน้า มีภิกษุสามเณรเป็นนักเลงบอกใบ้แทงหวยเกิดขึ้น ณ อารามใด ๆ จะให้ลงทัณฑกรรมพระราชาคณะ พระครูฐานานุกรมเจ้าคณะเจ้าอธิการในพระอารามนั้น ๆ แลจะถวาย
ทัณฑกรรมเจ้าคุณผู้ใหญ่ที่มาประชุมพร้อมกันด้วยกฏหมายฉบับนี้ ก็ประกาศให้รู้ตัวแต่ก่อนครั้งหนึ่งแล้ว
ก็บัดนี้ ภิกษุสามเณรยังประพฤติขืนหมายอยู่ หาประพฤติตามกฏหมายที่ประกาศไว้หาเอาไม่ ยังบอกใบ้
แทงหวย กินเหล้า เล่นเบี้ย ทำอนาจารต่างๆ ตามอำเภอใจฝ่ายพระราชาคณะฐานานุกรมผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวงเล่า ก็ไม่มีความอายแก่พระสงฆ์ลังกา พม่า มอญ ซึ่งได้เข้ามาอยู่ในพระมหานครแลไม่มีความอาย
สัปปุรุษสีกา ทายก ที่เขามีศรัทธาเลื่อมใสในพระศาสนา จึงละเมิดเพิกเฉยเสีย หาช่วยสั่งสอนห้ามปรามกันไม่ ภิกษุสามเณรจึงกำเริบใจกระทำแต่การทุจริตต่างๆ ตามอำเภอใจ ให้มัวหมองในพระศาสนามีเป็นอันมาก
จงถึงอ้ายสมีเขียน อยู่วัดชีปะขาวไปนอนบอกหวยอยู่ในบ้านกับสีกา 2,3,4 คืน แลอ้ายมหาขันเปรียญ
อยู่วัดมหาธาตุนุ่งห่มผ้ามาปลอมเพศคฤหัสถ์ กินเหล้า ถือดาบเที่ยวกลางถนนเพลากลางคืน ราชบุรุษจับได้ทราบถึงเจ้าแผ่นดินจึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้พระธรรมการบดีดำเนินพระราชปุจฉามาเผดียงถามพระราชาคณะผู้น้อยผู้ใหญ่ ว่าภิกษุสามเณรบอกใบ้หวยอย่างอ้ายเขียนแลช่างทำทองรูปพรรณนั้น ควรจะไว้ร่วมอุโบสถสังฆกรรมฤา หรือจะมีรังเกียจเป็นประการใด ให้ถวายพระพรทรงทราบ
พระราชาคณะผู้น้อยผู้ใหญ่ได้ถวายพระพรว่า ภิกษุบอกใบ้หวยอย่างอ้ายเขียนนี้เป็นบาปสมาจาร และ
ภิกษุสามเณรกินเหล้า ปลอมเพศเป็นคฤหัสถ์อย่างอ้ายขัน แลเป็นช่างทำทองรูปพรรณเป็นการจ้างหากิน
อย่าฆราวาสนั้นก็ดี เหล่าจำพวกนี้ไม่รับพระราชทานเอาไว้ร่วมอุโบสถสังฆกรรม ถ้าจับได้จะลง
ทัณฑกรรมตี 50 ที แล้วจะให้สึกจากสงฆ์แต่นี้สืบไป
พระราชาคณะฐานานุกรม เปรียญเจ้าหมู่ทุกคณะ เจ้าอธิการในกรุงนอกกรุงทุกๆ พระอารามทราบหมายประกาศนี้แล้ว ช่วยว่ากล่าวสั่งสอนพระสงฆ์สามเณรอย่าให้บอกใบ้แทงหวย ทำช่างทองรูปพรรณต่าง ๆ
เป็นการจ้างหากินอย่างฆราวาส อย่าให้นุ่งห่มผ้าคฤหัสถ์เที่ยวกินเหล้า ใส่หมวกจีโบ เที่ยวแทงโป
แทงถั่วตามโรงจีนและประเทศที่ใด ๆ ก็ดีอย่าให้มีผิดขึ้นได้ในพระอารามเป็นอันขาด ถ้ามีอยู่ในพระอารามใดๆ พระครูฐานานุกรมเจ้าหมู่คณะอธิการอย่าปิดบังอำพรางไว้ จับตัวมาส่งยังเจ้าคณะ เหนือ
ใต้ กลางวัดพระเชตุพนจงทุกๆเรื่อง อย่างประมาท ราชบุรุษเขาสืบเสาะบนบานจับภิกษุสามเณรผู้บอกใบ้แทงหวยหรือกินเหล้า นุ่งห่มผ้าปลอมเพศเป็นคฤหัสถ์ใส่หมวกจีโบแดงไปแทงโป แทงถั่ว ถือศัสตราวุธ
กระบองยาว กระบองสั้น เป็นช่างทองทำรูปพรรณ เป็นการจ้างหากินอย่างฆราวาส

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.พ. 2012, 13:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ประพฤติอนาจารต่าง ๆ ถ้าราชบุรุษเขาจับตัวเอามาได้ หรือมีผู้มาร้องเรียนรู้จักชื่อว่าอยู่วัดใดอารามใดแล้ว จะให้ปรับหมายทำทัณฑกรรมกับพระครูฐานานุกรม เจ้าคณะ เจ้าอธิการ อุปัชชฌาอาจารย์ ณ วัดนั้น ๆ แล้วจะต้องปรับไหมให้เสียรังวัดเหมือนเช่นวัดมหาธาตุ
ถ้าภิกษุสามเณรอยู่กุฏิใกล้เคียงกัน รู้เห็นแล้วไม่เอาความมากราบเรียนกับเจ้าคณะผู้ใหญ่ให้แจ้ง ก็จะให้ปรับโทษจงหนักตามภิกษุสามเณรผู้กระทำผิด แต่พระภิกษุสามเณรรูปใดอยู่พระอารามใดที่บอกใบ้หวยให้เขานั้น เจ้าหมู่คณะรู้แล้วให้จับตัวมาส่งแก่เจ้าคณะผู้ใหญ่วัดพระเชตุพน อย่าให้ปิดบังไว้ในพระศาสนา
เป็นอันขาด หมายประกาศ ณ วันจันทร์ เดือน 10 แรม 3 ค่ำ ปีวอก โทศก"
ในสมัยก่อนนั้น กล่าวกันว่ามีคนบ้าหวยกันเยอะ (เดี๋ยวนี้ก็มีแยะเหมือนกัน) บางคนคลั่งจนกระทั่งว่า
คอยฟังข่าวว่า สมเด็จฯโตจะไปเทศน์ที่ไหนบ้าง ตนเองจะได้ติดตามไปฟัง ไม่ใช่ไปฟังเทศน์หรอก
ไปฟังคำพูดของสมเด็จฯโต ไปดูอากัปกิริยาของท่าน ตรงไหนพอจะตีความเป็นหวยได้ พวกเขาก็จะเก็บ
เอาไปคิดพิจารณาเป็นหวยแล้วเวลาไปแทง มันก็มักจะถูกเสียด้วย เพราะฉะนั้น เวลาที่ท่านไปเทศน์
คนจึงเนืองแน่นที่ประชุม มีทั้งพวกที่สนใจธรรม และพวกบ้าหวย :b41:

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 40 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร