วันเวลาปัจจุบัน 18 เม.ย. 2024, 15:32  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


“อภิธรรม (สันสกฤต: abhidharma) หรืออภิธัมมะ (บาลี: abhidhamma) เป็นชื่อปิฎกศาสนาพุทธฉบับหนึ่งในปิฎกทั้งสามฉบับที่รวมเรียก "พระไตรปิฎก" อภิธรรมแปลว่าธรรมอันยิ่ง ปิฎกฉบับอภิธรรมนั้นเรียก "พระอภิธรรมปิฎก" ซึ่งว่าด้วยประมวลหลักธรรมและคำอธิบายที่เป็นหลักวิชาล้วนๆ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และบุคคลเลย”



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ธ.ค. 2023, 11:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 8123


 ข้อมูลส่วนตัว




FB_IMG_1701396534556.jpg
FB_IMG_1701396534556.jpg [ 60.88 KiB | เปิดดู 2623 ครั้ง ]
การเกิดของปฏิสนธิจิตและจุติจิต

เมื่อร่างกายของสัตว์ผู้ใกล้ตายในอดีตภพเหี่ยวแห้งอยู่เหมือนใบตาลเขียววางตาก
แดดไว้ ครั้นจักขุนทรีย์เป็นต้นและกายประสาทอันตั้งอยู่ในร่างกายกันเป็นฐานะแห่งหทัยวัตถุ
เสื่อมไป (ชวนจิต)ที่อาศัยททัยวัตถุย่อมเกิดขึ้น ลำดับนั้น จิตดังกล่าวย่อมรับเอากรรมที่ เป็น
กุศลหรืออกุศลซึ่งเคยเสพคุ้นมาก่อนเป็นอามณ์ หรือรับเอากรรมนิมิตหรือคตินิมิตเป็นอารมณ์
แล้วเป็นไป
ตัณหาย่อมทำ(ปฏิสนธิจิตนั้นที่ได้รับปัจจัยแล้วคำเนินไปอย่างนี้ให้น้อมไปในอารมณ์
ที่อวิชชาปกบิดโทษไว้ สังขารที่เกิดร่วมกันย่อมซัดจิตนั้นไป"

(ฎีกาใหม่กล่าวว่า กรรมและคตินิมิตย่อมปรากฎทางมโนทวารเท่านั้น การมนิมิตปรากฏ
ทางทวารทั้ง ๖ ส่วนคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ (ปริจเฉทที่ ๕ ข้อ ๙๐) กล่าวว่า กรรมนิมิตและคตินิมิต
ย่อมปรากฎทางปัญจหวารอารมณ์ทั้ง ๓ ชนิดย่อมปรากฎได้ทั้ง ๖ ทวาร)

"จิตที่ถูกตัณหาน้อมไปด้วยอำนาจของการสืบต่อ ย่อมละหทัยวัตถุก่อนเหมือนการ
โหนเชือกจากฝั่งนี้ข้ามร่องน้ำไป

(ปฏิสนติ)จิตนั้นย่อมยึดหน่วงหทัยวัตถุ (คือ อาศัยหทัยวัตถุเกิด] ที่เกิดจากกรรม
อื่นบ้างในปัญจโวการภูมิ] ไม่ยึดหน่วงบ้าง(ในจตุโวการภูมิ [คือ ไม่อาศัยหทัยวัตถุเกิด] ย่อม
ดำเนินไปด้วยปัจจัยทั้งหลายมีอารัมมณปัจจัยเป็นต้น

ในจิตเหล่านี้ จิตดวงแรกชื่อว่า จุติจิต จิตดวงหลังชื่อว่า ปฏิสนธิจิต"

(ฎีกาใหม่แสดงอุปมาว่า ภพก่อนเหมือนฝั่งนี้ ขันธ์ในภพก่อนเหมือนต้นไม้ที่อยู่ในฝั่งนี้
อารมณ์มีกรรมเป็นต้นเหมือนเชือก วิญญาณจิตเหมือนบุรุษ การน้อมไปสู่อารมณ์ของตัณหาเหมือนการ
ที่บุรุษโหนเชือก สังขารที่ซัดจิตไปเหมือนความเพียรในการโหนเชือก จุติจิตเหมือนร่องน้ำ ภพหน้าเหมือนฝั่งโน้น

ปฏิสนธิจิตนั้นไม่ได้มาจากภพก่อนสู่ภพนี้ ทั้งไม่เกิดขึ้นโดยปราศจากปัจจัย มีกรรมเป็นต้น

การที่(ปฏิสนธิ)จิตมิได้มาจากภพก่อนสู่ภพนี้ และการเกิด(ปฏิสนธิ)จิตเพราะปัจจัย
ในภพก่อน มีอุปมาเหมือนเสียงสะท้อน ดวงประทีปวง และตราประทับ เป็นต้น สิ่งเหล่านั้น
มีสาเหตุคือเสียงเป็นต้น ไม่ได้ไปสู่สถานที่อื่น ฉันใด บัณฑิตพืงทราบ(ปฏิสนธิ)จิต ฉันนั้นความเป็นสิ่งเดียวกันหรือต่างสิ่งกันย่อมไม่มีโดยเนื่องด้วยความสืบต่อ"

(เสียงสะท้อนเกิดจากเสียงที่เปล่งออกใกล้ปากถ้ำ เสียงที่เปล่งออกนั้นดับไปทันทีที่เกิดขึ้น
เสียงสะท้อนจึงมิไช่เสียงแรก แต่มีต้นเหตุมาจากเสียงแรก เสียงแรกเป็นมูลเหตุของเสียงสะท้อน
ฉันได อดีตกรรมก็เป็นมูลเหตุของปฏิสนธิจิต ฉันนั้น ดวงประทีปดวงหนึ่งย่อมจะจุดประกายแก่ดวง
ประทีปอื่นได้ แม้ตราประทับก็ก่อให้เกิดรอยประกับจำนวนมากได้เช่นกัน ในกรณีเดียวกัน ปฏิสนธิ
วิญญาณไม่ใช่จิตที่ตามมาจากภพก่อน และเนื่องด้วยเหตุมีกรรม อวิชชา สังขาร และตัณหา เป็นต้น จากภพก่อน

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2024, 09:46 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 2876


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 15 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร