วันเวลาปัจจุบัน 16 ก.ย. 2019, 11:06  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=8



กลับไปยังกระทู้  [ 27 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ย. 2009, 19:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2007, 21:52
โพสต์: 347

ที่อยู่: บุรีรัมย์

 ข้อมูลส่วนตัว


วัฒนธรรมการทำนาแบบเก่า เริ่มเปลี่ยนไป ใน พ.ศ. นี้ ไม่ใช่สิ เริ่มเปลี่ยนมาหลาย พ.ศ. แล้ว แต่ พ.ศ. นี้ เปลี่ยนไปจนแทบจำเค้าโครงเดิมของการทำนาไม่ได้ เมื่อเครื่องจักรเข้ามาแทนที่เกือบทุกด้าน ควายซึ่งเป็นปัจจัยกำลังหลักของการทำนาหายไป อีกไม่นานคงต้องมีการสร้างพิพิธภัณฑ์หุ่นปั้นควายไว้ให้ลูกหลานดู พร้อมกับเครื่องมือการทำนาแบบโบราณ ไถ คราด คา ค้อน คะทาจอบ เสียม เคียว มีด ตะขอเกี่ยวฟาง ผู้เขียนจึงพยายาม รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับการทำนาเมื่อสมัยผู้เขียนยังเป็นเด็ก พร้อมคุณตา คุณพ่อคุณแม่ ที่ยังพอจำได้เลา ๆ ในความรู้สึกมาผูกเป็นกวี ผ่านระเบียบอักษรแบบ กาพย์ยานี ๑๑ และ กาพย์ฉบัง ๑๖ เท่าที่ความสามารถจะอำนวยได้ เพราะไม่ใช่นักกวีชั้นครู แต่อย่างใด ดังนั้น บทกวีชุดนี้ หากขาดตกบกพร่องอย่างไร ผู้เขียนต้องขอภัยท่านผู้อ่านไว้ ณ ที่นี่ด้วยก็แล้วกัน

ด้วยจิตคารวะ
สิริมงคล
๓๐/๐๘/๕๒


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ย. 2009, 19:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2007, 21:52
โพสต์: 347

ที่อยู่: บุรีรัมย์

 ข้อมูลส่วนตัว


พ่อฉันเป็นชาวนา

กล่าววลีกวีกานท์
นมัสการบังคมคุณ
บิดาผู้การุณ
ช่วยค้ำจุนชีวิตมา

ให้ลูกได้เติบโต
ใต้ร่มโพธิ์กรุณา
ต่อสู้ภัยนานา
ปกป้องลูกให้เติบตน

ส่งเสียให้เล่าเรียน
รู้พากเพียรวิญญูชน
สำเร็จเผล็ตผล
สาธุชนของสังคม

แม้พ่อเป็นชาวนา
แต่คุณค่าท่านน่าชม
อุดมการณ์ท่านอุดม
ไม่เคยคิดจะโกงใคร

พ่อฉันเพียรทำนา
จากต้นกล้าระบำใบ
เป็นรวงทองไสว
ร้อยรวงใจในเจตน์จินต์

ร้อยกรองแทนน้อมกราบ
สิรราบธรณิน
ตักพ่อก่อกายิน
อยู่ไกลเกินจะกราบกาย

บุญคุณพ่อใหญ่กว้าง
เกินกว่ากว้างจะเทียบสาย
พ่อแม่คุณมากมาย
ลูกน้อมนบไว้เหนือเศียร


สิริมงคล


แก้ไขล่าสุดโดย สิริมงคล เมื่อ 15 มี.ค. 2010, 06:59, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ย. 2009, 19:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2007, 21:52
โพสต์: 347

ที่อยู่: บุรีรัมย์

 ข้อมูลส่วนตัว


คันไถ

ไม้คดเอาไว้ทำขอ
เหล็กโค้งโก่งงอ
ไว้ตกแต่งเป็นเคียวคม

เลือกใช้ให้เหมาะให้สม
ของขอของคม
สำเร็จประโยชน์แก่งาน

คนคดคิดติดสันดาน
แสร้งมาสมาน
เป็นมิตรนั้นอย่าไว้ใจ

ฃเพราะศัตรูที่ยิ่งใหญ่
รู้หน้ารู้ใจ
ไม่ร้ายเท่ามิตรทรยศ

ไม้ขอเหล็กงอคนคด
จงจำกำหนด
คนคดใช้ประโยชน์มิได้

พ่อฉันเลือกตอไม้ใหญ่
รากคดชอนไช
เป็นไถคันงอนท่อนโค้ง

ขวานถากบากบั่นจรรโลง
ตกแต่งเป็นโครง
กบไสเป็นคันไถงาม

แอกทำจากกิ่งไม้ขาม
โค้งคดพองาม
ตกแต่งพอดีคอควาย

เชือกฟั่นจากปอเปลือกไม้
บิดเกลียวเรียวไล่
เป็นเชือกข่าวไว้ผูกโยง

จากไถไปแอกคันโก่ง
บ่าควายเขาโขง
จูงลากพลิกพื้นดินนา

เตรียมไถเตรียมข่าวข้าวกล้า
จวนได้เวลา
พ่อฉันพลิกฟ้าหงายแผ่นดิน

คนควายนาไร่คือสิน
ทรัพย์อยู่ในดิน
คือถิ่นที่ปรารถนานัก

สิริมงคล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ย. 2009, 20:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2007, 21:52
โพสต์: 347

ที่อยู่: บุรีรัมย์

 ข้อมูลส่วนตัว


แรกนา

เดือนหกฝนตกจั๊กจั๊ก
อึ่งอ่างร้องทัก
กบเขียดร้องอยู่ในนา

นกกระยางเยื้องย่างคอยหา
อาหารโอชา
ลอยมากับสายน้ำนอง

มุดคาบปลาขาวแคล่วคล่อง
โบยบินผินล่อง
เมื่อได้อาหารสมใจ

พ่อฉันนับมือนับไม้
กาปฏิทินไว้
วันนี้จรดพระนางคัลภ์

วิทยุคู่ใจเครื่องนั้น
ข่าวแรกนาขวัญ
พิธีวันพืชมงคล

ตื่นเช้าคาวหวานหมากผล
เซ่นสรวงบวงบน
ขอพรแม่พระธรณี

ขอโทษขอโพยเจ้าที่
ข้าวกล้าปีนี้
ขอให้อุดมสมบูรณ์

ทุนรอนอย่าให้สิ้นสูญ
ใบยอใบคูณ
กล้วยอ้อยน้อมทูนบูชา

แล้วลงไถแรกแยกผ่า
พลิกดินผินฟ้า
ด้วยแรงคนควายตรากตรำ

ฉันเดินเลียบเลียงเคียงค้ำ
คอยพลิกดินดำ
ให้คว่ำตามคลองร่องนา

พิธีเสร็จสรรพนับค่า
คอยฟังข่าวว่า
พระโคเสวยสิ่งใด

สิริมงคล


แก้ไขล่าสุดโดย สิริมงคล เมื่อ 04 ก.ย. 2009, 20:09, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ย. 2009, 20:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2007, 21:52
โพสต์: 347

ที่อยู่: บุรีรัมย์

 ข้อมูลส่วนตัว


ลายรุ้งเริงเร้า

เดือนหกฝนตกโปรยปราย
สายรุ้งทอสาย
อยู่เหนือปลายไม้ยามเช้า

โค้งครอบรอบนาป่าเขา
ลายรุ้งเริงเร้า
สะท้อนเงาแดดแผดสาย

พ่อฉันยิ้มมั่นผันกาย
พลิกดินผินผาย
ด้วยแรงคนควายคู่ใจ

หว่านข้าวลงนากล้าไว้
เป็นต้นกล้าใหม่
เตรียมไว้ปักดำฉ่ำฝน

วันเดือนเคลื่อนคล้อยวกวน
เดือนเจ็ดจรดล
เติบตนต้นกล้านาดำ

ถอนกล้าดินนาฟ้าฉ่ำ
มัดรวมเป็นกำ
เป็นกลุ่มก้อนกล้าขจี

วางรวมแช่น้ำชำถี่
มุมนาตาที่
มีน้ำกันแดดแผดลน

พ่อฉันไถนาฝ่าฝน
คราดเรียบเหยียบค้น
พรวนด้นหน้าดินผินน้ำ

แม่พ่อร่วมก่อร่วมกล้ำ
รวมฉันร่วมดำ
ถักทอกล้าใหม่ในนา

เป็นกอข้าวเขียวเหนี่ยวฟ้า
เรียกยิ้มเต็มหน้า
เมื่อดำนาเสร็จสมใจ

สิริมงคล


แก้ไขล่าสุดโดย สิริมงคล เมื่อ 04 ก.ย. 2009, 20:06, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ย. 2009, 20:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2007, 21:52
โพสต์: 347

ที่อยู่: บุรีรัมย์

 ข้อมูลส่วนตัว


โคกทำเล

ท้องนาภายใต้ฟ้าใส
บัดนี้เรียงไว้
ด้วยกอข้าวเขียวเหลียวดู

ทุ่งหญ้าคุ้นเคยเคยอยู่
คนควายต่างรู้
ต้องย้ายแหล่งที่หากิน

ฉันจึงต้องนำควายผิน
ย้ายทุ่งย้ายถิ่น
ไปเลี้ยงที่โคกทำเล

แหล่งรวมวัวควายสวยเก๋
ต่างแต่งต่างเท่ห์
เกราะกรับกระดึงแข่งขัน

กระดึงอึงอลสนั่น
ขานขับรับกัน
กึกก้องทำนองพงไพร

ฝูงควายฝูงวัวรัวไล่
หยอกล้อโยงใย
เช้าสายบ่ายค่ำย่ำแลง

สิริมงคล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2009, 05:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2007, 21:52
โพสต์: 347

ที่อยู่: บุรีรัมย์

 ข้อมูลส่วนตัว


เฒ่าเดียวดาย

สายสายแดดระบายแสง
ผ่านฝนโปรยแปรง
จำแลงเป็นรุ้งโปรยปราย

ฝนพรำฉ่ำเม็ดเล็ดสาย
โลมหลังคาไม้
อาศรมอาศัยไหลริน

กางเขนเร้นปีกหลีกผิน
เงียบเชียบเสียงบิน
สงัดสิ้นแม้เสียงแจจอ

หยาดฝนกระทบใดหนอ
ต๊อกต๊อกต่อต่อ
แล้วถ่อกระทบใจเรา

ไร้เสียงสำเนียงนกเร้า
กลับมีฝนเฝ้า
กระทบรบเร้าร้าวราน

สงบสติปัฏฐาน
ธรรมารมณ์ต้าน
กลับยิ่งฟุ้งซ่านนานไกล

อารมณ์อารามหวามไหว
ระลึกรู้ได้
ว่าไกลทางท่องนิพพาน

แดดส่องสายระบายสาน
สายรุ้งรื้อม่าน
เมื่อฝนหยุดหว่านเม็ดโปรย

แย้มยิ้มพริ้มเสียงเรียงโรย
ผ่านสายลมโชย
แผ่วโผยกระดึงไกลไกล

ย่ำค่ำฝนพรำสายใส
ละอองละไอ
รุ้งไกวแสงแดดแผดลำ

กระดึงดังตึงตังสูงต่ำ
เด็กน้อยงึมงำ
ฮำเพลงสาวทุ่งลุยลาย

ยิ้มให้เด็กบนหลังควาย
ผู้เฒ่าทักทาย
เด็กยิ้มมือผายขอขนม

ควายพล่านรานกินข้าวล้ม
ยกมือพนม
รับขนมพร้อมตะคอกควาย

กระตุกเชือกจนควายหงาย
เจ้าอย่าดื้อหลาย
ข้าวเขียวเรียงรายล้มแล้ว

โปกเปกตึงกระดึงแว่วแว่ว
ความมืดเยือนแนว
ฝูงควายลับแผ่วกระดึงลง

ผู้เฒ่าขึ้นกระท่อมปลง
สะบัดหัวงงงง
เราคงเดียวดายอีกแล้ว

สิริมงคล


แก้ไขล่าสุดโดย สิริมงคล เมื่อ 05 ก.ย. 2009, 05:17, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2009, 18:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2007, 21:52
โพสต์: 347

ที่อยู่: บุรีรัมย์

 ข้อมูลส่วนตัว


นิทานก่อนนอน

ก่อนนอนตาเล่านิทาน
เหล่าเหล่าหลานหลาน
หมอบคลานนอบน้อมล้อมฟัง

นิทานท่านเล่าเคล้าดัง
สายธารธรรมหลั่ง
รดใจใครใครงดงาม

นิทานผ่านพลิ้วริ้วถาม
น้อมจิตติดตาม
คำตอบมอบธรรมนำใจ

หลานหลานได้นำมาใช้
เตือนผ่านวันวัย
ตราบชีพเติบใหญ่ปัจจุบัน

นิทานเรื่องหนึ่งจำมั่น
เรื่องแมวแบ่งปัน
สมบัติมรดกแมว

แม่ทิ้งฝากไว้ให้แล้ว
ให้สองลูกแก้ว
ดูแลร่วมกันปรองดอง

สิริมงคล


แก้ไขล่าสุดโดย สิริมงคล เมื่อ 05 ก.ย. 2009, 19:50, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2009, 19:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2007, 21:52
โพสต์: 347

ที่อยู่: บุรีรัมย์

 ข้อมูลส่วนตัว


มรดกแมว

ครอบครัวแมวเหมียวเที่ยวท่อง
ไปตามครรลอง
แม่แมวลูกสองคล้องใจ

พี่น้องสองแมวสดใส
แม่เอาใจใส่
ลูบไล้เลียขนเช้าค่ำ

แมวมีสมบัติเก็บงำ
ก้อนน้ำอ้อยดำ
ฉ่ำหวานไว้ล้างคาวลิ้น

ใครหิวก็แบ่งกันกิน
อยู่มาชาชิน
สุขจินต์ประสาแมวแมว

วันหนึ่งตะวันพลบแล้ว
แม่ร้องเหมียวแหมว
เรียกสองแก้วตามาพบ

ไม่นานชีพแม่อาจจบ
ชรามาซบ
อายุขัยครบจบแล้ว

ลูกจงปรองดองสองแมว
พี่ขวัญน้องแก้ว
สายเลือดสายญาติโยงใย

มรดกที่แม่ฝากไว้
คือน้ำอ้อยใจ
ฉ่ำหวานด้วยได้กรุณา

ยามหิวให้รู้คุณค่า
กินคนละครา
อย่าผ่าแบ่งซีกปลีกชิ้น

ลูกแมวรับคำตามจินต์
แม่สั่งเสียสิ้น
ไม่นานก็ม้วยมรณา

สิริมงคล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2009, 19:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2007, 21:52
โพสต์: 347

ที่อยู่: บุรีรัมย์

 ข้อมูลส่วนตัว



แบ่งมรดก

พี่น้องลืมคำล้ำค่า
คำสั่งมารดา
จึงผ่าก้อนน้ำอ้อยหวาน

แบ่งครึ่งสมควรแก่การ
กติกาผ่าน
ไม่มีร้าวฉานสักนิด

แมวน้องนั่งตรองในจิต
แล้วชวนพี่พิศ
เราแบ่งกันผิดแล้วพี่

พี่ควรคิดดูดีดี
เพราะพี่เป็นพี่
ต้องรักน้องนี้กว่าใด

รักแล้วทำไมทำไม
แบ่งเท่ากันได้
ถือว่าไม่ยุติธรรม

ที่ถูกน้องต้องได้ล้ำ
มากกว่าสักคำ
จึงควรค้ำกติกา

แมวพี่หยีตามองหน้า
ยุติธรรมแล้วหนา
อย่ามาเล่นลิ้นลมเลย

พี่น้องปรองดองเปิดเผย
สนิทชิดเชย
อย่าเอ่ยน้ำคำช้ำใจ

ก็แบ่งตามตกลงไว้
เท่ากันแล้วไง
แล้วใยน้องจึงตีรวน

ไม่ได้รวนแต่ถี่ถ้วน
ที่เห็นสมควร
น้องต้องได้มากกว่านะ

ต่างตัวต่างอ้างตรรกะ
ทิฐิมานะ
ตามจินตนาตนนึก

สิริมงคล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2009, 19:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2007, 21:52
โพสต์: 347

ที่อยู่: บุรีรัมย์

 ข้อมูลส่วนตัว


แย่งมรดก

พี่น้องสองแมวเปิดศึก
สามัญสำนึก
ผลึกมรดกผกผัน

ยื้อแย่งแข่งดีทุกวัน
มิอาจแบ่งปัน
ยุติตามตุลาการ

ลิงหนุ่มเจ้าเล่ห์เหล่ผ่าน
สังเกตเหตุการณ์
รู้แจ้งในเจตนา

จึงร้องทักทายไปว่า
เฮ้ยนี่สองรา
แม่ว่าให้เจ้าปรองดอง

ใยจึงแย่งชิงหม่นหมอง
แมวพี่แมวน้อง
แบ่งของต้องพิจารณา

เอาความเป็นธรรมเข้าว่า
เปี่ยมกรุณา
อันไหนมันหนามันบาง

อืมมันก็เท่ากันไม่ต่าง
ใยจึงบาดหมาง
มันก็ยุติธรรมแล้วหนา

แมวน้องรีบร้องบอกว่า
ตามธรรมดา
พี่ต้องรักน้องกว่าใด

แบ่งปันของกันนั้นไซร้
ผู้น้องต้องได้
มากกว่าพี่ธรรมดา

สิริมงคล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2009, 19:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2007, 21:52
โพสต์: 347

ที่อยู่: บุรีรัมย์

 ข้อมูลส่วนตัว


ไร้น้ำใจก็ไร้ค่า

เจ้าลิงเจ้าเล่ห์เหล่ตา
คว้าน้ำอ้อยพี่มา
กัดกินนิดว่าพอไหม

แมวน้องลำพองดีใจ
ถูกต้องเลยไง
ฉันได้มากกว่าพี่แล้ว

แมวพี่หรี่ตาใจแป้ว
มันเกินไปแล้ว
ได้มากกว่าฉันตั้งเยอะ

ลิงจ๋อบอกว่าพอเถอะ
อย่าเถียงเลอะเทอะ
เดี๋ยวเปรอะความยุติธรรม

ว่าแล้วคว้าน้ำอ้อยกำ
ของน้องมากล้ำ
ไม่ยากเดี๋ยวจ๋อจัดการ

กัดกินผ่านลิ้นลิ้มหวาน
พอไหมสองท่าน
แมวพี่บอกพอดีเลย

แมวน้องบอกว่าอ้าวเฮ้ย
เท่ากันเหมือนเคย
มันเลยไม่ยุติธรรม

ลิงจ๋อฉอเลาะลึกล้ำ
พี่คำน้องคำ
ลิ้มหวานอิ่มหนำแล้วจากลา

น้ำอ้อยน้ำใจไร้ค่า
สองแมวสบตา
กว่าจะรู้ค่าก็....สายแล้ว

สิริมงคล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2009, 19:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

อนุโมทนาสาธุกับคุณสิริมงคลด้วยครับ

ครอบครัวผมก็เป็นชาวนาครับ

สุขใจในศักดิ์ศรีของชาวนา


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2009, 19:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2007, 21:52
โพสต์: 347

ที่อยู่: บุรีรัมย์

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณครับท่านCOMA!, ปลายฟ้า...ค่ะ ท่านวรานนท์
เตือนความจำครับ ชีวิตแบบนี้กำลังจะหายไป ทุกวันนี้ใครทำนา
ไม่ใช้เครื่องจักร ถือว่าล้าสมัยครับ


แก้ไขล่าสุดโดย สิริมงคล เมื่อ 05 ก.ย. 2009, 22:52, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 14:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2007, 21:52
โพสต์: 347

ที่อยู่: บุรีรัมย์

 ข้อมูลส่วนตัว


มดกินปลา

ปลายฝนต้นหนาวพราวแพรว
ลมเปลี่ยนทิศแล้ว
ข้าวเริ่มออกรวงรำไร

น้ำเคยเอ่อนาบ่าไหล
แห้งหดลดไล่
จนปลาหนีตายแล้งน้ำ

มุมนามุมใดน้ำฉ่ำ
ขุ่นขอดโคลนคล้ำ
เป็นแหล่งรวมเหล่าปูปลา

ฉันหาสวิงดิ่งฝ่า
แหวกกอข้าวกล้า
ช้อนปลาไปปล่อยลงหนอง

กระยางเยื้องย่างแย่งย่อง
ยื้อปลาขอดคลอง
เมื่อน้ำแห้งขอดลอดลด

น้ำมาปลารุมกินมด
น้ำแล้งแห้งหมด
ฝูงมดต่างรุมกินปลา

สัญญาณบอกผ่านม่านฟ้า
รวงทองล้ำค่า
ถึงคราเกี่ยวข้องเคียวคม

พ่อฉันหาวันเหมาะสม
หาฤกษ์อุดม
แรกเกี่ยวเหนี่ยวข้าวน้าวนา

ขอโทษเจ้าทุ่งเจ้าท่า
พร้อมขอขมา
แม่พระโพสพด้วยใจ

เคียวคมจะโลมจะไล้
ขอแม่อย่าได้
โกรธขึ้งลูกเลยแม่นา

ลูกขออัญเชิญแม่ข้า
ออกจากท้องนา
สู่เรือนที่รอแม่นอน

ลูกหลานสมมาออดอ้อน
เกี่ยวฟางข้าวฟ่อน
ด้วยความเคารพจบใจ

สิริมงคล


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 27 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร