วันเวลาปัจจุบัน 26 ก.ย. 2020, 04:02  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=8



กลับไปยังกระทู้  [ 11 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2010, 17:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

:b42: น ร ก ส ว ร ร ค์ มี จ ริ ง :b42:

:b44: อันนรก สวรรค์ นั้นมีแน่
หาใช่แต่ งมงาย ไร้เหตุผล
หากความเชื่อ เช่นนี้ มีในตน
ทำปวงชน สงบสุข พ้นทุกข์ภัย

:b44: พุทธองค์ ทรงแสดง แจ้งหลักฐาน
ทั้งวิมาน ภูมิอบาย ไร้สงสัย
ปรากฏใน พระบาลี มีบอกไว้
เชื่อถือได้ ใคร่ครวญดู ย่อมรู้เอง


:b8: :b8: :b8:

(ที่มา : ปกหลัง "พรรณนาสวรรค์"
โดย พระเทพวิสุทธิกวี (พิจิตร ฐิตวณฺโณ ป.ธ. ๙, ศน. บ., M.A.) )


แก้ไขล่าสุดโดย กุหลาบสีชา เมื่อ 05 พ.ค. 2010, 17:11, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2010, 17:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ม.ค. 2010, 17:17
โพสต์: 19

แนวปฏิบัติ: ไหว้พระก่อนนอน
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
สิ่งที่ชื่นชอบ: โลกมหัศจรรย์ของเบลล์
ชื่อเล่น: Bamby
อายุ: 11
ที่อยู่: จ.เชียงใหม่

 ข้อมูลส่วนตัว www


tongue tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2010, 17:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 13:35
โพสต์: 355

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


นรกสวรรค์มีจริง แล้วมันอยู่ที่ไหน...คุณรู้ไหมล่ะ?

ภพภูมินรกสวรรค์ แม้แต่จักรวาลต่างๆ แสดงออกให้ปรากฏได้ 2 ทาง
1. แสดงออกให้ปรากฏภายในจิต คือ ในจิตใต้สำนึก
2. แสดงออกภายนอกขันธ์ 5 คือ จักรวาลและดวงดาวต่างๆที่เราเห็นด้วยตา ซึ่งอยู่ไกลมากๆๆๆๆๆ และขันธ์ 5 คือ ร่างกายของมนุษย์ยังเข้าไปไม่ได้ และไปไม่ถึงด้วยเทคโนโลยี่ในปัจจุบัน

พระพุทธองค์นั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นโพธิ แล้วท่านไปรับรู้เรื่องภพภูมินรกสวรรค์ และจักรวาลต่างๆได้อย่างไรล่ะ ท่านก็รู้ได้จากการเข้าไปดูภายใน คือดูในจิตใต้สำนึก หรือภวังค์จิตของตนเอง ท่านไม่ได้มียานอวกาศไปดูภพภูมินรกสวรรค์ และจักรวาลต่างๆจากภายนอกแต่อย่างใด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2010, 17:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33839

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


หากนรก (ใต้ดิน) สวรรค์ (บนฟ้า) ไม่มีชาวพุทธจะทำความดีเว้นชั่วไหม ?

หากนิพพานมิใด้ช่วยให้พ้นจากเกิดแก่ตายอย่างที่เชื่อๆกัน ยังต้องการนิพพานไหม?

หากนิพพานช่วยดับทุกข์อย่างเดียว เรายังจะปฏิบัติธรรมเพื่อเข้าถึงนิพพานไหม ?


แก้ไขล่าสุดโดย กรัชกาย เมื่อ 05 พ.ค. 2010, 17:49, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2010, 18:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


กรัชกาย เขียน:
หากนรก (ใต้ดิน) สวรรค์ (บนฟ้า) ไม่มีชาวพุทธจะทำความดีเว้นชั่วไหม ?

หากนิพพานมิใด้ช่วยให้พ้นจากเกิดแก่ตายอย่างที่เชื่อๆกัน ยังต้องการนิพพานไหม?

หากนิพพานช่วยดับทุกข์อย่างเดียว เรายังจะปฏิบัติธรรมเพื่อเข้าถึงนิพพานไหม ?


tongue ท่านกรัชกาย ตั้งคำถามได้น่าสนใจดี

แล้วคำตอบนั้นอยู่ที่ใด....!?! smiley

ประเด็นเรื่อง นรกสวรรค์ นี้
มีกล่าวไว้ในกระทู้ี้นี้อย่างน่าสนใจค่ะ :b8:

น ร ก - ส ว ร ร ค์ มี จ ริ ง ห รื อ ไ ม่.....
ไม่ใช่เป็นเครื่องมือของนักเผยแผ่หรอกหรือ.....?

http://www.dhammajak.net/board/viewtopi ... 98e0196005


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2010, 18:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 พ.ค. 2010, 18:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33839

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


บุคคลทำความดีเพื่อต้องการไปสวรรค์เท่านั้นหรือ ?

ไม่มีสวรรค์จะไม่ทำความดีกันหรือ ?

หลีกเว้นจากความชั่วเพราะกลัวนรกเท่านั้นหรือ ?

ไม่มีนรกจะไม่หลีกเว้นจากความชั่วทุจริตกันหรือ ?


แก้ไขล่าสุดโดย กรัชกาย เมื่อ 05 พ.ค. 2010, 19:18, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2010, 00:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


กรัชกาย เขียน:
บุคคลทำความดีเพื่อต้องการไปสวรรค์เท่านั้นหรือ ?

ไม่มีสวรรค์จะไม่ทำความดีกันหรือ ?

หลีกเว้นจากความชั่วเพราะกลัวนรกเท่านั้นหรือ ?

ไม่มีนรกจะไม่หลีกเว้นจากความชั่วทุจริตกันหรือ ?


:b8: :b8: :b8:

หลวงปู่ดุลย์ ท่านกล่าวไว้ว่า :b8:

"ผู้ปฏิบัติที่แท้จริงนั้น
ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงชาติหน้า-ชาติหลัง
หรือ นรก-สวรรค์อะไรก็ได้

ขอให้ตั้งใจปฏิบัติให้ตรง ศีล สมาธิ ปัญญา อย่างแน่วแน่ก็พอ
ถ้าสวรรค์มีจริงถึง ๑๖ ชั้น ตามตำรา
ผู้ปฏิบัติดีแล้ว ก็ย่อมได้เลื่อนฐานะของตนเองตามลำดับ

หรือถ้า สวรรค์-นิพพานไม่มีเลย
ผู้ปฏิบัติดีในขณะนี้ย่อมไม่ไร้ประโยชน์
ย่อมอยู่เป็นสุข เป็นมนุษย์ชั้นเลิศ "


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ค. 2010, 15:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มี.ค. 2010, 13:22
โพสต์: 176

แนวปฏิบัติ: ดูจิต
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ,ฟังธรรมะ
อายุ: 0
ที่อยู่: อยู่กับปัจจุบัน

 ข้อมูลส่วนตัว




811.jpg
811.jpg [ 47.83 KiB | เปิดดู 3026 ครั้ง ]
กรัชกาย เขียน:
บุคคลทำความดีเพื่อต้องการไปสวรรค์เท่านั้นหรือ ?

ไม่มีสวรรค์จะไม่ทำความดีกันหรือ ?

หลีกเว้นจากความชั่วเพราะกลัวนรกเท่านั้นหรือ ?

ไม่มีนรกจะไม่หลีกเว้นจากความชั่วทุจริตกันหรือ ?



อืมมม...นั่นสิ น่าคิดๆ

.....................................................
เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นไปได้
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ค. 2010, 20:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3985

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

อนุโมทนาสาธุด้วยครับ

มีบางพวกที่ทำดีแล้วไม่อยากไปสวรรค์

แต่อยากให้แค่มีความสุขในชีวิตประจำวันก็พอ

ก็พวกที่ชอบขอ...หว....ยังไงเล่าครับ
:b13: :b13: :b13:

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ค. 2010, 21:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4463

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว




re_exposure_of_resize_of_paragraphoeparagraph_218.jpg
re_exposure_of_resize_of_paragraphoeparagraph_218.jpg [ 36.44 KiB | เปิดดู 2984 ครั้ง ]
059 พรหมโลกมีจริง

ปัญหา พรหมโลกมีจริงหรือ ? พระพุทธองค์ตรัสยืนยันไว้ที่ไหนว่าพรหมโลกมีจริง ?

พุทธดำรัสตอบ “.....ดูก่อนมาณพ บุรุษผู้เกิดแล้วทั้งเจริญแล้วในบ้านนฬการคามนั้น ถูกถามถึงหนทางของบ้านนฬการคามนั้น ไม่พึงชักชาหรือตกประหม่าและ ตถาคตถูกถามถึงพรหมโลกหรือปฏิปทาเครื่องให้ถึงพรหมโลก ก็ไม่ชักช้าหรือประหม่าเช่นเดียวกัน
“.....ดูก่อนมาณพ เราย่อมรู้จักทั้งพรหม ทั้งพรหมโลก และปฏิปทาเครื่องให้ถึงพรหมโลก อนึ่ง ผู้ปฏิบัติด้วยประการใด จึงเข้าถึงพรหมโลกเราย่อมรู้ชัดซึ่งประการนั้นด้วย......”

สุภสูตร ม. ม. (๗๒๙)
ตบ. ๑๓ : ๖๖๓-๖๖๔ ตท.๑๓ : ๕๔๑-๕๔๒
ตอ. MLS. II : ๓๙๕




072 นรกมีจริงหรือ

ปัญหา มีบางคนยืนยันว่า นรกสวรรค์ไม่มี พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสไว้ในพระไตรปิฎก ดังนี้ ข้อนี้เป็นความจริงเพียงใด ?

พุทธดำรัสตอบ “.....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนพาลนั้นนั่นแลประพฤติทุจริต ทางกาย ทางวาจา ทางใจแล้ว เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก......
“.....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทุกข์โทมนัสที่บุรุษถูกแทงด้วยหอกสามร้อยเล่มเป็นเหตุ กำลังเสวยอยู่นั้นเปรียบเทียบทุกข์ของนรก ยังไม่ถึงแม้ความคณนา ยังไม่ถึงแม้ส่วนแห่งเสี้ยว ยังไม่ถึงแม้การเทียบกันได้
“.....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะให้คนพาลนั้นกระทำเหตุชื่อการจำ ๕ ประการคือ ตรึงตะปูเหล็กแดงที่มือข้างที่ ๑ ข้างที่ ๒ ที่เท้าข้างที่ ๑ ข้างที่ ๒ และที่ทรวงอกตรงกลาง คนพาลนั้นจะเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า....... และยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้นสุด
“.....เหล่านายนิรยบาล จะจับคนพาลนั้นขึงพืดแล้วเอาผึ่งถาก คนพาลนั้นจะเสวยเทวทนาอันเป็นทุกข์กล้า......
“.....เหล่านายนิรยบาล จะจับคนพาลนั้น เอาเท้าขึ้นข้างบน เอาหัวลงข้างล่าง แล้วถากด้วยพร้า คนพาลนั้นจะเสวยเทวทนาอันเป็นทุกข์กล้า......
“.....เหล่านายนิรยบาล จะเอาพาลนั้นเทียมรถ แล้วให้วิ่งกลับไปกลับมาบนแผ่นดินที่มีไฟติดทั่ว ลุกโพลง โชติช่วง คนพาลนั้นจะเสวยเทวทนาอันเป็นทุกข์กล้า......
“.....เหล่านายนิรยบาล จะให้คนพาลนั้นปีนขึ้นปีนลง ซึ่งภูเขาถ่านเพลิงลูกใหญ่ ที่มีไฟติดทั่วลุกโพลง โชติช่วง คนพาลนั้นจะเสวยเทวทนาอันเป็นทุกข์กล้า......
“.....เหล่านายนิรยบาล จะจับคนพาลนั้น เอาเท้าขึ้นข้างบน เอาหัวลงข้างล่าง แล้วพุ่งลงไปในหม้อทองแดงที่ร้อน มีไฟติดทั่ง ลุกโพลง โชติช่วง คนพาลนั้นจะเดือนเป็นฟองอยู่ในหม้อทองแดงนั้น เมื่อเขาเดือดเป็นฟองอยู่ จะพล่านขึ้นข้างบนครั้งหนึ่งบ้าง พล่านลงข้างล่างครั้งหนึ่งบ้าง พล่านไปด้านขวาครั้งหนึ่งบ้าง พล่านลงข้างล่างครั้งหนึ่งบ้าง จะเสวยเวทนาอันเป็นทุกข์กล้า เจ็บแสบอยู่ในหม้อทองแดงนั้น และยังไม่ตายตราบเท่าบาปกรรมยังไม่สิ้นสุด
“.....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาล จะจับโยนคนพาลนั้นเข้าไปในมหานรก ก็มหานรกนั่นแล มีสี่มุมสี่ประตู แบ่งไว้โดยส่วนเท่ากัน มีกำแพงเหล็กล้อมรอบ ครอบไว้ด้วยแผ่นเหล็ก พื้นของนรกใหญ่นั้น ล้วนแล้วด้วยเหล็ก ลุกโพลง ประกอบด้วยไฟแผ่ไปตลอดร้อยโยชน์รอบด้น ประดิษฐานอยู่ทุกเมื่อ”

พาลปัณฑิตสูตร อุ. ม. (๔๗๒-๔๗๕)
ตบ. ๑๔ : ๓๑๔-๓๑๖ ตท. ๑๔ : ๒๖๙-๒๗๒
ตอ. MLS. III : ๒๑๑-๒๑๒



075 ทำดีไปนรก-ทำชั่วไปสวรรค์

ปัญหา บุคคลกระทำบาปด้วยกาย วาจา ใจ แล้วจะได้ไปเกิดในสุคติเสมอไปหรือ ? และบุคคลกระทำบุญด้วย กาย วาจา ใจ ตายแล้วจะเข้าถึงทุคติสมอไปหรือ ? ถ้าไม่ เพราะเหตุไร ?

พุทธดำรัสตอบ “.....ดูก่อนอานนท์ เราไม่เห็นด้วยกับวาทะของสมณะ หรือพราหมณ์ที่กล่าวอย่างนี้ ท่านผู้เจริญเป็นอันว่า กรรมดีไม่มีวิบากของสุจริตไม่มี แต่วาทะของเขาที่กล่าวอย่างนี้ว่า ข้าพเจ้าได้เห็นบุคคลโน้นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท สุราเมรัย มีความเห็นชอบในโลกนี้ และผู้นั้นตายไปแล้ว เข้าพึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ข้าพเจ้าก็เห็น นี้เราเห็นด้วย
“ส่วนวาทะของเขาที่กล่าวอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ เป็นอันว่าผู้ใดเว้นขาดจากปาณาติบาต ฯลฯ มีความเห็นชอบ ผู้นั้นทุกคนตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก นี้เรายังไม่เห็นด้วย
“แม้วาทะของเขาที่กล่าวอย่างนี้ว่า ชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด นี้เราก็ยังไม่เห็นด้วย
“แม้วาทะของเขาที่พูดปักลงไป ถึงเรื่องที่เขารู้เอง เห็นเอง ทราบเอง นั้นแหละ ในที่นั้น ๆ ตามกำลังและความแน่ใจว่า นี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่านี้เราก็ยังไม่เห็นด้วย......
“.....ดูก่อนอานนท์ บุคคลที่เว้นขาดจากปาณาติบาต อทินนาทาน ฯลฯ มีความเห็นชอบในโลกนี้ ตายไปแล้ว เข้าถึงอุบาย ทุคติ วินิบาต นรก นี้เป็นเพราะว่า เขาทำกรรมชั่วที่ให้ผลเป็นทุกข์ไว้ในกาลก่อน ๆ หรือในกาลภายหลัง หรือว่าในเวลาจะตาย มีมิจฉาทิฐิพรั่งพร้อมสมาทานแล้ว เพราะฉะนั้น เขาตายไป จึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก......”

มหากัมมวิภังคสูตร อุ. ม. (๖๑๑-๖๑๕)
ตบ. ๑๔ : ๓๙๖-๓๙๘ ตท. ๑๔ : ๓๓๗-๓๓๙
ตอ. MLS. III : ๒๖๐-๒๖๒



:b42: :b42: :b42:

:b44: :b44: :b44:

:b8: :b8: :b8:
แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 11 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร