วันเวลาปัจจุบัน 21 ก.ค. 2019, 13:26  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=8



กลับไปยังกระทู้  [ 72 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2011, 19:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


แบกสาวข้ามแอ่งน้ำ

พระสองรูปเดินเข้าไปที่ในตรอก
น้ำกระฉอกเปื้อนแผ่นดินก่อนรินไหล
พบหญิงงามหนึ่งกำลังลังเลใจ
เธอจะก้าวเดินอย่างไร-ข้ามโคลนตม

พระรูปหนึ่งก้าวไปทันแล้วพลันอุ้ม
พาข้ามหลุมอันชื้นแฉะและทับถม
พระอีกรูปยังสงสัยในอารมณ์
แต่ขืนข่มเก็บไว้ถามตามลำพัง

“ท่านถือบวชตามครรลองแห่งผองพุทธ
ถึงที่สุดง่ายและงามยามลุกนั่ง
ถือวิถีแห่งพระธรรมเป็นกำลัง
แบกสตรีนั้นขึ้นหลังได้อย่างไร...”


พระรูปนั้นพลันยิ้มให้เปิดใจกล่าว
“เราได้วางหญิงสาวอีกฝั่งไว้
แต่ท่านยังคงแบกเขาไว้ทำไม
เราวางแล้วเหตุอันใด...ท่านไม่วาง!!!...”


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2011, 19:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


ฝนตก

อุบาสกหลบฝนอยู่ชายคา
พระอาจารย์กางร่มมาและเดินผ่าน
“ได้โปรดฉุดช่วยข้าฯเถิดอาจารย์
ข้าจะข้าม (วัฏสงสาร)ได้อย่างไร”


“อาตมานั้นยืนอยู่กลางสายฝน
แต่เจ้าอยู่ในที่พ้นหาเปียกไม่
เจ้าไม่เปียกข้าจะช่วยเจ้าทำไม
...ข้าต้องไปในที่ที่ข้ามา...”


“ในตอนนี้ข้าฯก็ออกมากลางฝน
ได้โปรดช่วยให้หลุดพ้นด้วยเถิดหนา
ก็ตอนนี้ไม่ได้อยู่ใต้ชายคา
พระอาจารย์คงช่วยข้าฯได้กระมัง”


“ดูก่อนเถิดนะท่านอุบาสก
เราท่านอยู่กลางฝนตกกันพร้อมพรั่ง
ข้าไม่เปียกเพราะว่าข้ามีร่มบัง
ที่เจ้าเปียกเพราะเจ้ายังไร้ร่มใด

ไม่ใช่ว่าอาตมาไม่ช่วยเจ้า
ข้าไม่เปียกเพราะร่มเบาช่วยเอาไว้
ที่เจ้าเปียกเพราะว่าเจ้าไม่เข้าใจ
เจ้าต้องไปหาร่มใหม่...ของเจ้าเอง”


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2011, 19:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


มะระหวาน

ศิษย์กลุ่มหนึ่งตามหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์
พระอาจารย์ฉุกคิดก่อนพยักหน้า
หยิบมะระลูกหนึ่งติดมือมา
“ระหว่างที่เจ้าค้นหาจงนำไป -

หากเจ้าเจอบ่อน้ำใดที่ศักดิ์สิทธิ์
จงล้างมันทั่วทุกทิศที่ทำได้
หรือว่าเจ้าเจอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด
เจ้าจงวางมันใกล้ใกล้อย่าช้าพลัน”


ลูกศิษย์รับคำอาจารย์ว่ายวานบอก
ก็เริ่มออกเดินหน้าตามหาฝัน
หลายวันผ่านไม่ช้าก็พากัน
เอามะระผลนั้นกลับคืนมา

“เจ้าจงนำผลมะระนี้ไปต้ม
อาจารย์จะคอยชม...อยากรู้ว่า -
มะระที่ต้มเสร็จสำเร็จมา
ของที่ผ่านการบูชาเป็นอย่างไร...”


ทันทีที่ต้มมะระยกมาถึง
อาจารย์ก็หยิบชิ้นหนึ่งใส่ปากไว้
“...มะระที่ผ่าน...สิ่งศักดิ์สิทธิ์...แล้วทำไม...
ไม่เห็นหวานเหมือนอย่างใจ...อาจารย์เลย!!!”


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2011, 19:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


เทพเจ้ากอบัว

ชายคนหนึ่งบำเพ็ญธรรมริมฝั่งน้ำ
เห็นบัวน้อยออกดอกงามล้ำหลากหลาย
จึงเด็ดบัวดอกหนึ่งมาอย่างงมงาย
หวังสูดกลิ่นไว้ข้างกายพอชื่นใจ

ฉับพลันก็มีเสียงก้องร้องบอกว่า
“เราคือเทพปทุมมาแห่งสระใส
เจ้ามาเด็ดดอกบัวข้าทำไม
เจ้าเคยร้องขอใครใครแล้วหรือยัง

เจ้าไม่ควรปล่อยดวงจิตให้คิดโลภ
มูลละโมบแสดงท่าน่าโอหัง
ปล่อยหัวใจให้เบือนบิดถูกปิดบัง
เสียดายธรรมเป็นกำลังที่บำเพ็ญ”


ชายผู้นั้นสุดเสียดายละอายยิ่ง
“ข้าไม่รู้จริงจริง มองไม่เห็น
เด็ดดอกบัวดอกขาวงามยามเยือกเย็น
ข้าไม่รู้ว่ามันเป็นของใครใคร”


ขณะที่ชายคนนั้นสำนึกผิด
ชายคนหนึ่งไม่คาดคิด...ก็มาใกล้
ฉุดกระชากลากทึ้งบัวไม่เหลือใย
แถมยังเหยียบบางส่วนไว้ใต้โคลนตม

“ข้าแต่องค์เทวามหาเทพ
ข้าเพียงเก็บดอกบัวหนึ่งก็ขื่นขม
ท่านดุด่าว่ากล่าวด้วยคำคม
คนเมื่อครู่เขามางมทั้งรากบัว

ท่านไม่ด่าว่าเขาเลยสักนิด
ทั้งที่รู้ว่าในจิตเขาคิดชั่ว
ข้าผิดพลาดพลั้งไปไม่รู้ตัว
ใยท่านเทพจึงเมามัว...ไม่อภัย...”

“อันว่าผู้บำเพ็ญธรรมอันล้ำเลิศ
งามบรรเจิดดุจผ้าขาวพริ้งพราวใส
เศษความชั่วแม้เพียงนิดลอยติดไป
ก็มองเห็นมาแต่ไกลยิ่งชัดเจน


คนครู่นี้มีจิตใจที่ช้าชั่ว
ต่อให้ซักล้างทั้งตัวก็ยังเห็น
ที่ข้าตักเตือนเจ้าเฝ้าบำเพ็ญ -
ดังผ้าขาว หวังเจ้าเป็น...ไม่เปลี่ยนแปลง”


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2011, 19:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


เรื่องของความเล็กความใหญ่

ในพระธรรมคัมภีร์บันทึกว่า
เขาสุเมรุมหึมาที่ยิ่งใหญ่
ซุกซ่อนอยู่ในเม็ดผักกาดไว้
ความยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ในความที่ไม่มี

"เขาสุเมรุที่ยิ่งใหญ่กระไรนั้น
จะซ่อนในเมล็ดพันธุ์ได้ไงนี่
สงสัยว่าคนคัดลอกพระคัมภีร์
จะหลอกลวงประชาชีนะอาจารย์"

"ท่านเป็นนักประวัติศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่
อ่านหนังสือมาเท่าไรข้าอยากถาม"
"ท่านถามจริง ข้าขอตอบไปตามความ
นับหมื่นเล่มข้าติดตามไม่ต่ำเลย"

"...งั้น...ขอถามเลยท่านนักประวัติศาสตร์
อ้ายความรู้ตั้งขนาดที่ท่านเอ่ย
ท่านไปเก็บไว้ไหนช่วยเปรียบเปรย
เราล้วนเป็นคนคุ้นเคยช่วยตอบที"

“...ปัดโธ่...ไม่รู้หรือท่านอาจารย์
มันอยู่ในหัวกระบาลของข้านี่”
“...งั้น...ขอถามท่านอีกหน่อยเป็นไรมี
หัวกระบาลของท่านนี้ใหญ่เท่าใด

ท่านบอกท่านอ่านหนังสือเป็นหมื่นเล่ม
มันไปมุดรูเข็มที่ตรงไหน
กระบาลท่านก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร
ท่านคงเที่ยวหลอกลวงใคร...เขาเหมือนกัน!!!”



ปล. นี่เป็นถ้อยความถามตอบกันระหว่าง
นักบันทึกประวัติศาสตร์ราชวงศ์ถังกับอาจารย์เซ็นท่านหนึ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2011, 19:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


เศรษฐีกับคนตกปลา

เศรษฐีคนหนึ่งถามคนตกปลา
“ทำไมท่านไม่หาเรือมาช่วย
ถ้าคิดอยากจะเป็นคนร่ำรวย
ท่านต้องหาเรือสวยสวยช่วยผ่อนแรง”


คนตกปลา ถาม“ได้เรือแล้วเป็นไง”
เศรษฐีตอบ “ออกเรือไปเผื่อขันแข่ง
สู่ทะเลลึกเพื่อหาปลาแพงแพง”

คนตกปลา แย้ง“ได้ปลาแล้วทำไม”

“ท่านก็ต้องเอาปลานั้นไปหาขาย
พอได้เงินมามากมายก็เก็บไว้”
“และพอท่านร่ำรวยแล้วจะทำอะไร”
“ก็มานั่งตกปลาไง...ไร้กังวล”


คนตกปลา “ขอโทษทีเถอะนะท่าน
สาธยายเสียร้อยพันแบ่งโภคผล
กะแค่เพิ่ม...คนตกปลา...อีกหนึ่งคน
ข้าไม่เห็นต้องดิ้นรน...ก็ตกเป็น”


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2011, 20:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


กล้วยไม้ของอาจารย์

พระอาจารย์ปลูกกล้วยไม้ไว้รอบวัด
บรรจงจัดช่อจนสวยช่วยถนอม
เพลี้ยไม่กินริ้นไม่ไต่ไรไม่ตอม
ดูแลทุกสิ่งแวดล้อมอย่างอดทน

มาวันหนึ่งพระอาจารย์ไปธุระ
“ฝากหน่อยนะรดน้ำด้วยช่วยสักหน”
ลูกศิษย์รับคำอาจารย์อย่างลานลน
สาละวนรดน้ำให้ไม่ชักช้า

เท้าสะดุดกระถาง “...เปรี้ยง!!!...” ยินเสียงหล่น
“อาจารย์เราคงพร่ำบ่นและดุว่า
ก็อาจารย์ฝากเอาไว้ก่อนจากลา
แย่แล้วหนากันคราวนี้...ไม่ดีเลย”


อาจารย์กลับมารับรู้ดูกล้วยไม้
แตกสลายพลันยิ้มให้แล้วเอื้อนเอ่ย
“ก่อนที่ฉันปลูกมันไว้ไม่โกรธเลย
ตอนนี้จะมาลงเอยโกรธเยี่ยงไร”


“...ปลูกกล้วยไม้...ปลูกหัวใจ...ให้สงบ...
...เพื่อค้นพบ...ว่าจิตนั้น...ไม่สั่นไหว...
...ปลูกกล้วยไม้...เพื่อสลาย...ทำลายใจ...
...ปลูกทำไม...ไม่คิดผูก...ปลูกตัวเอง...”


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2011, 20:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


ดอกไม้ที่หายไป

ณ ที่วัดแห่งหนึ่ง,พระอาจารย์ –
เพาะปลูกเบญจมาศบานพริ้งไสว
กลิ่นหอมชื่นติดลมโชยมาแต่ไกล
ทุกผู้คนต่างพร้อมใจกันชื่นชม

หลายคนต่างแย่งชิงกันร้องขอ
ขันแข่งกันคัดแยกกอวัดแทบล่ม
พระอาจารย์ก็สุขใจในอารมณ์
ใครนิยมขอแบ่งไปล้วนให้ฟรี

วันเวลาผันผ่านไปได้ไม่นาน
ดอกไม้ที่เคยเบ่งบานของวัดนี้
จากที่ชูช่อไสว - เป็นไม่มี
วัดที่เคยสวยโสภีก็ไร้งาม

“น่าเสียดายดอกไม้ที่หายไป”
เสียงลูกศิษย์ถอนหายใจพร้อมไถ่ถาม
“กลิ่นดอกไม้เคยหอมฟุ้งทุกชั่วยาม
นานเท่าใดจักล้นหลามงามเท่าเดิม”

“อย่าเสียดายถึงดอกไม้ที่หายไป...
อีกไม่นานเท่าใดก็จะเพิ่ม
แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเจ้าควรต่อเติม
เจ้าได้เริ่มคิดให้ใครแล้วหรือยัง”


วันเวลาผ่านไปไม่ถึงปี
ดอกไม้ที่เคยไม่มีก็สะพรั่ง
ทั่วหมู่บ้านทั้งใกล้ไกลสมใจดัง –
ดอกไม้ที่อาจารย์หวัง...ก็เติบโต


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2011, 20:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


ลมไหว ธงไหว หรือใจไหว?

พระรูปหนึ่งบอกธงไกวจึงไหวพัด
พระรูปหนึ่งบอกลมจัดจึงพัดไหว
พระอีกรูปบอกไม่มีสิ่งพัดไกว
มีแต่เพียงแค่หัวใจ...ที่พัดโบย




คำพูดของพระรูปที่สามที่กล่าวว่า “ลมมิได้ไหว ธงก็มิได้ไหว แต่หัวใจต่างหากที่กำลังไหว”นั้น เป็นอมตะวาจาของพระอาจารย์ฮุ่ยเหนิงที่พูดแทรกขึ้นเมื่อเห็นพระทั้งสองรูปกำลังเถียงกันและต่อมาทั้งหมดจึงค่อยทราบว่าพระรูปที่พูดแทรกขึ้นนั้นก็คือสังฆปรินายกองค์ที่หกของจีนนั่นเอง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2011, 20:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


เด็กสองคนเดินไปตลาด

เด็กน้อยสองคนอยู่วัดเซ็นสองแห่ง
เดินสวนทางกันเพื่อไปตลาด...

“เจ้ากำลังจะไปที่ไหนเล่า”
“ข้ากำลังไปที่เท้า...พาไปไหว”

เด็กที่ถามไม่รู้จะตอบยังไง
ก็เลยรีบกลับไปหาอาจารย์

“ถ้างั้นเจ้าเจอมันถามมันอีก
ถ้าไม่มีเท้าให้หลีกหรือเดินผ่าน
เจ้าก็จงรีบถามมันอย่าช้านาน
มันจะคืบหรือจะคลานไปหนใด”


ในเช้าวันต่อมา...
“วันนี้ข้าขอถามว่าจะไปไหน”
“ข้าจะไปในที่ลมพัดไป”


...........................

“มันตอบงี้จะทำไงพระอาจารย์”

“เจ้าจงรีบกลับไปถามมันใหม่เถิด
ว่าถ้าเกิด (เสือก) ไม่มีลมพัดผ่าน
เจ้าต้องรีบไปถามมันเหมือนเมื่อวาน
มันจะคืบหรือจะคลานไปฉันใด”


และในเช้าอีกวันต่อมา....
“วันนี้ขอถามใหม่ว่าจะไปไหน”
“เอ๊ะ...เจ้านี่ มาเซ้าซี้ข้าทำไม
เห็นเห็นอยู่ซื้อผักไง...โง่จริงจริง!!!”


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2011, 20:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


องุ่นผลนี้อร่อยจริงหนอ

ชายคนหนึ่งออกเดินทางข้ามท้องทุ่ง
ระหว่างที่มุ่งหน้าเพลินเดินกลับบ้าน
พบเสือใหญ่คอยซุ่มรออยู่ช้านาน
จึงลนลานวิ่งหลบลี้หนีภัยมา

ขณะที่ปีนป่ายอยู่ข้ามภูเขา
เดินสะดุดรากไม้เข้าหล่นภูผา
โชคดีที่สองมือไวรีบไขว่คว้า
เถาวัลย์หนึ่งเส้นย้อยมาให้เกาะกุม

ยามต่องแต่งลอยเคว้งคว้างอย่างโชคร้าย
มีหนูมา...กัดเถาไม้ ที่อ่อนนุ่ม
ตัวหนึ่งดำตัวหนึ่งขาวพากันรุม
กลุ้มแสนกลุ้มเสียวหัวใจทำไงดี

เห็นองุ่นห้อยแขวนพวงอยู่ตรงหน้า
รีบเอื้อมมือเข้าไขว่คว้าอย่างเร็วรี่
บอก “ช่างหวานหอมชื่นใจอะไรเช่นนี้”
สุขในทุกเสี้ยวนาทีที่...ที่ผ่านไป


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2011, 20:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


ธรรมะที่เขียงหมู

“...โปรดตัดเนื้อที่ดีที่สุดนี้ให้ฉัน...”
“...ไม่มีเนื้อไม่ดีนั้นอยู่ที่นี่...”

เสียงโต้ตอบ, เขียงหมูดังเสียงดนตรี
ใครคนหนึ่งยินเสียงนี้...บรรลุธรรม



นี่เป็นสิ่งที่อาจารย์เซ็นท่านหนึ่งชื่อ ปันซานเป่าจี้
ได้ยินที่เขียงหมูในตลาดแห่งหนึ่ง และท่านก็บรรลุธรรมในฉับพลัน....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2011, 20:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


วัดใครใหญ่กว่า


พระธุดงค์สองวัดเถียงกันอยู่
“วัดของฉันนั้นเลิศหรูกว่าวัดท่าน
ทั้งใหญ่โตและโอฬารสาระพัน
ต้องพายเรือข้ามน้ำกัน...ขบฉันที”

“วัดของฉันนั้นใหญ่โตโอ่อ่ากว่า
ยิ่งเวลาเข้าสุขาทุกครั้งนี่
ตอนถ่ายทุกข์แต่ละครั้งฟังให้ดี
ก้อนแข็งหล่นหลายนาที...แตะน้ำดัง”


พระอีกรูปแสนอดรนทนไม่ไหว
“ท่านโปรดฟังความยิ่งใหญ่วัดฉันมั่ง
วัดของฉันชื่อ...ไม่มี-ที่จีรัง
มีความว่างสุดฟากฝั่ง - อนัตตา

ถ้าอยากรู้ว่าวัดฉันกว้างแค่ไหน
ได้โปรดลองเดินออกไปจากวัดข้า
วัดของฉันไม่กำหนดเงื่อนเวลา
หรือใครกล้าเถียงฉันไหม...ไม่ใหญ่เลย”


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2011, 20:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


นรกกับสวรรค์ ของอาจารย์ฮาคุอิน....

นายทหารคนหนึ่งถาม...อาจารย์นั้น
ว่า “นรกและสวรรค์มีหรือไม่”
เสียงอาจารย์ตอบกลับมา “เจ้าเป็นใคร”
“ข้าเป็นซามูไร...ครับอาจารย์”

“...ที่แท้เจ้าเป็นซามูไร...
หรือเป็นแค่พลไพร่เดนทหาร
ข้าว่าหน้าตาเจ้าเหมือนขอทาน
เจ้านายใดหนอต้องการเลือกเจ้ามา”


ด้วยอารมณ์ที่พิโรธแสนโกรธจัด
ก่อนที่แสงดาบตวัดสะท้อนจ้า
เสียงอาจารย์ก็ราบเรียบดังตัดมา
“ประตูนรก...เปิดหา...อยู่รำไร”

นายทหารสะดุ้งฟื้นตื่นสำนึก
ยามรู้สึกรีบโค้งตอบด้วยหวั่นไหว
เสียงอาจารย์ดังเล็ดลอดมาแต่ไกล
“ประตูสวรรค์เปิดนั่นไง...รีบพิศดู”


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2011, 20:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


น้ำชาที่ล้นถ้วย

โปรเฟสเซอร์คนหนึ่งเดินเข้าไปถาม
“...เซ็นนี้หรือมีนิยามอย่างไรนี่...”
อาจารย์ยังไม่ทันตอบ...พลันรู้ดี
เซ็นอย่างนั้นเซ็นอย่างนี้ว่าเรื่อยไป

พระอาจารย์รินน้ำชาอย่างนิ่งเฉย
เห็นน้ำร้อนล้นร่วงเลยก่อนรินไหล
“อาจารย์ครับ...ท่านจะใส่มันอย่างไร
น้ำเต็มถ้วยแล้วเห็นไหม...เริ่มไหลริน...”


อาจารย์บอก “ฉันใดก็ฉันนั้น -
เพราะความรู้ไม่มีวันที่จบสิ้น
หากหัวใจไร้ที่พอจะได้ยิน
รินความรู้ใส่ดวงจินต์ก็เปล่าเปลือง...”


เติมความรู้ให้เหมือนน้ำไม่เต็มแก้ว
พร้อมดูดซับทุกสิ่งแล้วอย่างต่อเนื่อง
ชีวิตคนจะตกต่ำหรือรุ่งเรือง
อยู่ที่เรื่องรับฟังไหม...หรือไม่ฟัง


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 72 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร