วันเวลาปัจจุบัน 14 ก.ค. 2020, 03:12  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 9 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2009, 12:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 พ.ค. 2009, 11:31
โพสต์: 149


 ข้อมูลส่วนตัว


ไหว้พระประธาน ๗๗ จังหวัด
:b45: :b44: :b45:
พระพุทธปฏิมาบุษยรัตน์ หรือ “พระแก้วหยดน้ำค้าง”
พระพุทธรูปประจำเมืองที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย
ประดิษฐาน ณ หอพระแก้ว วัดมหาธาตุ (พระอารามหลวง)
ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร


รูปภาพ

รูปภาพ

“พระพุทธปฏิมาบุษยรัตน์” หรือ “พระแก้วหยดน้ำค้าง” เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวยโสธร สร้างจากผลึกแก้วใสสะอาดบริสุทธิ์ที่เรียกว่า เพชรน้ำบุศย์ พระพุทธรูปในอิริยาบถนั่งปางสมาธิ ศิลปะสมัยเชียงแสน มีขนาดหน้าตักกว้าง 1.9 นิ้ว สูง 3.5 นิ้ว ซึ่งถือได้ว่าพระพุทธรูปประจำเมืองที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งบรมราชจักรีวงศ์ ปัจจุบันประดิษฐาน ณ หอพระแก้ว วัดมหาธาตุ (พระอารามหลวง) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร สำหรับหอพระแก้วนั้นเคยเป็นกุฏิเก่าของพระเทพวงศาจารย์ (สำลี ยะไวย์ คุตฺตสีโล ป.ธ.6) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันและเจ้าคณะจังหวัดยโสธร ฝ่ายมหานิกาย โดยในอดีต “พระแก้วหยดน้ำค้าง” เคยประดิษฐานอยู่เคียงคู่กับ “พระแก้วมรกต” ในหอพระแก้วเมืองเชียงใหม่ (ปัจจุบันเป็นหอพระแก้วร้าง) เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2011 และประทับอยู่เป็นสิริมงคลนานถึง 78 ปี

หลังจากพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ครองหลวงพระบาง ทรงเห็นสมควรอัญเชิญ “พระแก้วมรกต” และ “พระแก้วหยดน้ำค้าง” ไปไว้ที่ราชธานีล้านช้าง เพื่อให้ห่างไกลจากเงื้อมมือพม่าข้าศึก แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานพระแก้วมรกตประทับอยู่ร่วมกันอีกครั้ง

ครั้นต่อมาได้มีผู้ลักพา “พระแก้วหยดน้ำค้าง” ออกจากหลวงพระบางไปซ่อนไว้ที่เขาส้มป่อย ต่อมามีพราน 2 พี่น้อง ชื่อพรานทึงและพรานเทือง ไปพบว่าจมอยู่ใต้สระน้ำจึงอัญเชิญขึ้นมา ความลือไปถึงเจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูร ผู้ครองนครจำปาศักดิ์ จึงทรงให้ท้าวเพียผู้ใหญ่ไปสืบเอา “พระแก้วหยดน้ำค้าง” กลับคืนมา ในขณะอัญเชิญมาถึงตำบลแห่งหนึ่ง ริมแม่น้ำเซโดนหรือแม่น้ำสองสี ได้พากันพักแรมหนึ่งคืน พอรุ่งเช้าปรากฏว่า “พระแก้วหยดน้ำค้าง” หายไป จึงให้คนเที่ยวค้นหา มีผู้ไปพบอยู่ที่บ้านพราน 2 พี่น้องดังเดิม ท้าวเพียได้ทำพิธีคารวะพระแก้วหยดน้ำค้าง โดยขออัญเชิญไปประดิษฐานยังหลวงพระบางได้โดยสะดวก อย่าได้ลักหนีไปที่ใดอีกเลย แต่ในระหว่างทางเกิดพายุทำให้ “พระแก้วหยดน้ำค้าง” ตกลงไปในน้ำหาอย่างไรก็ไม่พบ เจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูร ผู้ครองนครจำปาศักดิ์ ทรงกระทำพิธีกรรมบวงสรวงเทพารักษ์ ตั้งสัตยาธิษฐานขอให้ได้พระแก้วหยดน้ำค้างกลับคืนมาเป็นสิริมงคลเหมือนเดิม เมื่อสัมฤทธิผลจึงทรงจัดงานฉลองสมโภชเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน

ตามข้อสันนิษฐานที่สืบทราบความว่า เมื่อครั้งเจ้าพระยาราชสุภาวดี (สิงห์ สิงหเสนี) [ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น “เจ้าพระยาบดินทรเดชา”] ยกทัพไปตีเมืองเวียงจันทน์ เจ้าอุปฮาด บุตรของท้าวคำ ท้าวฝ่าย ท้าวสุวอ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของเจ้าพระยาขัตติวงศา ได้เดินทางไปร่วมรบด้วย โดยมีท่านพระครูหลักคำกุ ผู้มีภูมิความรู้ถนัดในทางโหราศาสตร์ เป็นผู้ให้ฤกษ์และทำพิธีตัดไม้ข่มนาม ซึ่งนับเป็นพิธีปฐมกรรมอันเป็นการให้ขวัญและกำลังใจแก่เหล่าทหาร จึงทำให้การรบในครั้งนั้นประสบชัยชนะ

ความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 จึงได้มีรับสั่งให้พาเข้าเฝ้าโดยด่วน โดยมีท้าวฝ่ายและพระครูหลักคำกุ เป็นผู้เข้าเฝ้าเพื่อถวาย “พระแก้วหยดน้ำค้าง” แด่รัชกาลที่ 3 ณ กรุงเทพมหานคร แล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรให้ท้าวฝ่าย เป็น
พระสุนทรราชวงศา และพระครูหลักคำกุ เป็นพระครูวชิรปัญญา แล้วพระราชทานปืนนางป้อม 1 กระบอกให้ ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “พระแก้วหยดน้ำค้าง” เพื่อเป็นบำเหน็จความชอบให้แก่พระสุนทรราชวงศา (สิงห์) เจ้าเมืองคนแรกของเมืองยโสธร ทั้งเพื่อเป็นสิริมงคลให้แก่ชาวเมืองยโสธรอีกด้วย

สำหรับในจารึกประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 80 เมื่อปี พ.ศ.2440 (ร.ศ.115) กล่าวว่า ท้าวพญาเมืองจำปาศักดิ์ได้ถวาย “พระแก้วหยดน้ำค้าง” แด่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญลงมาประดิษฐานที่กรุงเทพมหานครเมื่อปี พ.ศ.2355 ครั้นต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ชาวเมืองยโสธร และได้ประดิษฐาน ณ วัดมหาธาตุ มาจนถึงปัจจุบัน


ทั้งนี้ ทางวัดมหาธาตุจะจัดให้มีงานสมโภชพระพุทธปฏิมาบุษยรัตน์ หรือ “พระแก้วหยดน้ำค้าง” ขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้บูชาสักการะและสรงน้ำ เป็นประจำทุกปีในช่วงหลังวันสงกรานต์

วัดมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลเมืองยโสธร ต.ในเมือง อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร ถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองยโสธรมาตั้งแต่แรกสร้างเมือง (เดิมคือ บ้านท่าสิงห์) ในปี พ.ศ.2340 โบราณสถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ในภายวัดยังมี พระธาตุอานนท์ หรือพระธาตุยโสธร, พระพุทธวรนาถมหาธาตุยโสธร หรือหลวงพ่อองค์ยิ้มประทานพร พระประธานในพระอุโบสถ, กู่บรรจุอัฐิของเจ้าพระวิไชยราชขัตติยวงศา และหอไตรกลางน้ำ


หอไตรกลางน้ำ เป็นที่เก็บคัมภีร์ใบลานของวัด ตั้งอยู่ตรงกลางสระทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระธาตุอานนท์ หรือพระธาตุยโสธร แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลักษณะแบบหอไตรภาคอีสานทั่วไป มีทางเดินโดยรอบติดกันใต้ชายคา บริเวณนี้เป็นที่เก็บรักษาตู้พระธรรม หีบพระธรรม เสลี่ยงชั้นวางคัมภีร์ซึ่งนำมาจากกรุงเวียงจันทร์ ซุ้มประตูและบานประตูไม้สลักลวดลายเครือเถาลงรักปิดทองอย่างสวยงาม การตกแต่งฝาผนังมีลวดลาย ซึ่งเป็นลักษณะผสมแบบภาคกลาง สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในราวสมัยรัชกาลที่ 4-5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

สำหรับพระธาตุอานนท์ หรือพระธาตุยโสธร เป็นพระธาตุรุ่นเก่าที่สำคัญองค์หนึ่งในภาคอีสาน ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าพระอุโบสถของวัด มีบันทึกเกี่ยวกับประวัติการตั้งเมืองและประวัติของวัดมหาธาตุฉบับหนึ่งว่า ถูกสร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2321 โดยท้าวหน้า ท้าวคำสิงห์ ท้าวคำผา ซึ่งเดิมเป็นเสนาบดีเก่าของกรุงศรีสัตนาคนหุต (คือกรุงเวียงจันทร์ ประเทศลาวในปัจจุบัน โดยได้อพยพผู้คนภายใต้การนำของพระวอ พระตา ในราวปี พ.ศ.2313-2319 มาตั้งถิ่นฐาน ณ ที่นี้) ด้วยศิลปะล้านช้าง ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะลาวและนิยมสร้างขึ้นเมื่อปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ กล่าวคือ เป็นพระธาตุทรงสี่เหลี่ยม ลักษณะฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ 81 เมตร ก่ออิฐถือปูน เอวฐานคอดเป็นรูปบัวคว่ำบัวหงาย เหนือขึ้นไปเป็นเรือนธาตุ มีซุ้ม 4 ทิศประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทับยืน ส่วนยอดของพระธาตุแหลมสูงคล้ายพระธาตุพนม มียอดปลีเล็กแซมทั้ง 4 ด้าน ยอดกลางทรงสี่เหลี่ยมสอบ มี 2 ชั้น รูปแบบการก่อสร้างคล้ายกับพระธาตุก่องข้าวน้อย ซึ่งเป็นลักษณะของพระธาตุโบราณที่พบได้ทั่วไปในภาคอีสานของไทย และในประเทศลาว ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิธาตุของพระอานนท์ พระมหาเถระผู้คอยดูแลอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งพุทธกาล ทั้งนี้ ทางวัดมหาธาตุจะจัดให้มีงานสมโภชพระธาตุอานนท์ หรือพระธาตุยโสธร ขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนมีนาคม

รูปภาพ
พระธาตุอานนท์ หรือ พระธาตุยโสธร
ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าพระอุโบสถ วัดมหาธาตุ จ.ยโสธร


รูปภาพ
พระพุทธวรนาถมหาธาตุยโสธร หรือ หลวงพ่อองค์ยิ้มประทานพร
พระประธานในพระอุโบสถ
ปางประทานพร ศิลปะลาว วัดมหาธาตุ จ.ยโสธร


รูปภาพ
กู่บรรจุอัฐิของเจ้าพระวิไชยราชขัตติยวงศา
วัดมหาธาตุ จ.ยโสธร


รูปภาพ
หอไตรกลางน้ำ วัดมหาธาตุ จ.ยโสธร

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
พระพุทธปฏิมาบุษยรัตน์ หรือ “พระแก้วหยดน้ำค้าง”
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวยโสธร
พระพุทธรูปประจำเมืองที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย
ประดิษฐาน ณ หอพระแก้ว วัดมหาธาตุ จ.ยโสธร

:b8: :b8: :b8:
(๑) หนังสือไหว้พระประธาน ๗๗ จังหวัด
กองบรรณาธิการข่าวสด สำนักพิมพ์มติชน

(๒) หนังสือประวัติวัดมหาธาตุ จ.ยโสธร
(๓) https://www.facebook.com/WadMhathatuPhraXaramHlwng
(๔) http://topicstock.pantip.com/blueplanet ... 19834.html
(๕) https://pantip.com/topic/39038118

.....................................................
ธรรมมะนี้คือการมีชีวิตเพื่อที่จะเรียนรู้ความจริงของชีวิต
ทุกอย่างล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ตั้งอยู่ไม่ได้
หากยังยึดติด ไม่ปล่อยวาง ย่อมยังเป็นทุกข์


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2009, 14:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: สาธุ สาธุ สาธุจ้ะ

ธรรมะสวัสดีค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2009, 11:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ธ.ค. 2007, 15:50
โพสต์: 20

ที่อยู่: ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: สาธุจ้า :b8: :b8:

.....................................................
ใจสำคัญที่สุด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 14:39 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1722


 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาค่ะ :b8: :b8: :b8: องค์พระพุทธปฏิมาบุษยรัตน์ หรือ “พระแก้วหยดน้ำค้าง” งดงามมาก...อีกทั้งศาสนวัตถุ โบราณสถานต่างๆ ภายในวัดก็เป็นสิ่งที่หาชมได้ยาก และมีความงดงามมากอีกเช่นกันค่ะ ยังไม่เคยไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แห่งนี้มาก่อนเลย จะหาโอกาสไปที่วัดแห่งนี้ในเร็ววันนี้ค่ะ :b44:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2015, 16:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 05:25
โพสต์: 621


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ธ.ค. 2017, 15:08 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 09:43
โพสต์: 548

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาสาธุนะครับ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ม.ค. 2019, 13:04 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2055

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

รูปภาพ

พระพุทธปฏิมาบุษยรัตน์ หรือ “พระแก้วหยดน้ำค้าง”
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวยโสธร
พระพุทธรูปประจำเมืองที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย
ประดิษฐาน ณ หอพระแก้ว วัดมหาธาตุ (พระอารามหลวง)
ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร


:b45: :b47: :b45:

งดงามมาก ขอกราบ “พระแก้วหยดน้ำค้าง” เจ้าค่ะ
ดูแล้วให้เกิดปีติชื่นใจเหลือหลายค่ะ
:b39: :b45: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=73&t=58942


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 มิ.ย. 2019, 20:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2400


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss :b20:
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2019, 09:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 1209


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 9 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร