วันเวลาปัจจุบัน 18 ก.ค. 2025, 12:34  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 131 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.พ. 2012, 11:49 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2012, 16:35
โพสต์: 110


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ผมฟังจากวิทยุ....

คิก..คิก..คิก...LowTech ...ไปนิด
:b13: :b13:



....น่าเสียดายที่ไม่ได้ฟังคำสอนดีๆ.. s007 s007


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.พ. 2012, 11:52 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2012, 16:35
โพสต์: 110


 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
onion
วันนี้ดิฉันมาขอความช่วยเหลือค่ะ

เนื่องจากการตั้งหัวข้อ เกิดจากการที่ดิฉันรู้ผิดทำให้เดินทางธรรมผิด

เกิดผลให้การทำมหาสติของดิฉันชะงักงัน..เมื่อดิฉันเดินมหาสติได้สักพักนึง

ในการดู กาย เวทนา จิต ธรรม รวบย่อมาได้ที่ กายกับจิต

เมื่อดิฉันดูกายในกาย ได้สักพัก จิตเริ่มเห็นกายตามความเป็นจริง เห็นโทษของกาย

เห็น ความเกิดดับไปตามเป็นจริงของกาย เมื่อจิตเห็นแจ้งตามนั้นแล้ว จิตกลับบเพิกกายไป

ทำให้การทำมหาสติของดิฉันไม่สามารถเดินต่อไปได้ เนื่องจากว่า ไม่ว่าจะเริ่มดูกายเมื่อใด

ไม่นานจิตจะเพิกรูปของกายไปทุกที กลับกลายเป็นว่า ไปอยู่ใน ความว่างเปล่า
นิมิตที่เห็นในสมาธิคือ

อวกาศทุกครั้งและเมื่อเริ่มพิจารณากายก็จะไปจบที่อวกาศทุกครั้งไป..ลึกๆดิฉันรู้ว่าดิฉันเดินมหาสติผิด

เพราะถ้าตรงทางจะสามารถพิจารณากายได้เรื่อยๆไป ส่วนจิตนั้น ไม่มีปัญหาในการพิจารณา ดูจิตในจิต
เมื่อดิฉันได้เข้ามาในเวปลานธรรมนี้ ทำให้ดิฉันมีความรู้เพิ่มเติมมากมาก และเห็นได้ชัดว่า

ดิฉันเดินมหาสติผิดจริง หลายวันนี้ดิฉันได้ทบทวนในการเดินทางธรรมของดิฉันเองและ รู้ว่า เหตุเพราะดิฉันคิด

ผิดจึงทำให้การเดินทางธรรมผิดไป


วันนี้ดิฉันเลยมาขอความช่วยเหลือค่ะ..เพราะดิฉันไม่มั่นใจในตัวเองว่าคิดถูกไหม

ดิฉันอยากถามว่า การละขันธ์5 ในทางมหาสตินั้น คือละขันธ์5 แบบไหน

ละแบบเพิกขันธ์5 หรือ ละขันธ์5 คือ การวางเฉยต่อขันธ์5 ค่ะ

ละขันธ์5 แบบไหน ถูกต้องในมหาสติค่ะ.
:b27: :b16:
ขอความรู้ถูกต้อง สัมมาทิฐิและความเจริญในธรรมจงบังเกิดมีแก่ทุกๆท่าน

จากคำถามแลคำแนะนำทั้ง 4 หน้าที่ผ่านมา ล้วนมีคุณค่าจนน่าจะเกือบได้พบคำตอบแล้วนะครับ
ความจริงชื่อกระทู้ของคุณนั้นบอกสาเหตุสำคัญ แห่งความติดขัดในการเจริญธรรมได้ดีแล้ว

"รู้ถูกต้อง"สำคัญที่สุดดังหลวงปู่ท่านหนึ่งกล่าวอยู่เสมอว่า

รู้ถูกต้องจะทำให้ เห็นถูกต้อง(สัมมาทิฐิ)เห็นถูกต้อง จะทำให้ คิดถูกต้อง (สัมมาสังกัปปะ)
คิดถูกต้อง จะทำให้เกิด การทำถูกต้อง ทำถูกต้อง จะทำให้ได้รับผลถูกต้อง ได้รับผลที่ถูกต้องจะทำให้ เป็นคนถูกต้อง เป็นคนถูกต้องก็ย่อมจะ พูดและถ่ายทอดแต่สิ่งที่ถูกต้อง เป็นกัลยาณมิตรแก่ชาวโลกต่อไป


ภาพรวมจากคำพูดของคุณทั้งหมด คุณพูดว่ากำลังเจริญมหาสติปัฏฐาน 4 แต่กระกระทำนั้นเป็นการทำและยึดแน่นอยู่ในฐานเดียวคือฐานกาย สติปัฏฐานจึงไม่เป็นไปตามธรรมชาติจึงเกิดผลให้ติดขัด สงสัย มากมาย

ธรรมชาติของสติปัฏฐาน 4 นั้นเขาจะเกิดขึ้นและต่อเนื่องกันไปครบทั้ง 4 ฐานในทุกสัมผัสอารมณ์ ถ้า สติ ปัญญาได้ถูกฝึกหัดมาดี ละเอียด คมกล้าดีแล้วจะเห็นได้ครบและต่อเนื่องทั้ง 4 ฐานเสมอ

ดังนั้นสิ่งที่จะต้องพัฒนาต่อไปคือคุณควรจะวางความยึดอยู่แต่การเจริญสติในฐานกาย แล้วมาเจริญสติปัฏฐานทั้ง 4 ตามธรรมชาติ คือพิจารณาทุกฐานตามกำลังแห่งเหตุและปัจจัย ตามธรรม ตามปัจจุบันอารมณ์ ปัจจุบันกายชัด พิจารณากาย เวทนาชัด พิจารณาเวทนา จิตชัด พิจารณาจิต ธรรมชัด พิจารณาธรรม

จงมีปัจจุบันอารมณ์เป็นที่ตั้งรู้ตั้งระลึกของสติ แทนการกำหนดให้สติไปยึดอยู่เพียงฐานใดฐานหนึ่งซึ่งนั่นเป็นการเจริญสติปัฏฐาน 4 ตามตำรา มิใช่การเจริญสติปัฏฐาน 4 ตามธรรม

รายละเอียดคงต้องมาศึกษากันต่อไปถ้าหากสนใจเรื่องการเจริญสติปัฏฐาน 4 ตามธรรมชาติ ครับ

การจะละขันธ์ 5 โดยสติปัฏฐานนั้นจะเกิดขึ้นเป็นผลได้เมื่อคุณสามารถเจริญสติปัฏฐาน 4 โดยธรรมชาติได้ครับ :b1: :b12: :b16: :b27: :b8:


:b8: :b8: มากราบขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ..กลับมาอ่านซ้ำทำให้เข้าใจอะไรๆได้กระจ่างขึ้นมาก กราบขอบพระคุณน่ะค่ะ :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.พ. 2012, 11:56 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 5019


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ผมฟังจากวิทยุ....

คิก..คิก..คิก...LowTech ...ไปนิด
:b13: :b13:


ก็พอจะจำได้อ๊ะป่าวล่ะว่าเรื่องอะไร

แล้วไปค้นใน เว็บหลวงตา จิ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.พ. 2012, 12:34 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 5019


 ข้อมูลส่วนตัว


ชาวโลก เขียน:
eragon_joe เขียน:
พระพุทธองค์สอนธรรม
ซึ่งธรรมที่พระองค์สอน .... :b1:


อ๊บซ์ อ๊บซ์ พอจะเดาออกมั๊ยว่า .... คืออะไร

:b1:

อิอิ คือ ความในใจที่ไม่กล้าเอ่ย ไง

:b13: :b13: :b13:



คุณeragon_joe ช่วยลงธรรมของพระองค์ให้อ่านหน่อยได้ไหมค่ะ..ถือว่าดิฉันขอเป็ฯธรรมทานค่ะ

ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ :b8: :b8:


ไม่ได้

:b1:

ธรรมที่พระองค์สอน - ธรรมที่พระองค์ได้ทรงละแล้ว เพราะพระองค์ได้ข้ามผ่านแล้ว
ธรรมที่พระองค์บรรลุ - ธรรมที่พระองค์ไม่ได้สอนออกมาเป็นคำพูด/บัญญัติ
แต่การจะขนสัตว์ข้ามผ่าน พระองค์ต้องสอนธรรมที่ต้องละ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.พ. 2012, 14:00 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12232


 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
ผมฟังจากวิทยุ....

คิก..คิก..คิก...LowTech ...ไปนิด
:b13: :b13:


ก็พอจะจำได้อ๊ะป่าวล่ะว่าเรื่องอะไร

แล้วไปค้นใน เว็บหลวงตา จิ่


อยู่ในช่วงเทศน์ครูบาอาจารย์...

หัวเรื่องเลย...ไม่มี....รู้แต่เนื้อเรื่อง...เรื่องของคุณชาวโลกนี้แหละ...
เป๊ะ...เลย

ไม่รู้ว่าจะมีเทศน์นี้อยู่ในเวปนี้บ้างรึเปล่านะ

คุณชาวโลกลองเปิดสุ่ม ๆ เอาเองนะ....

ของหลวงพ่อพุธ...
http://www.fungdham.com/sound/put.html

ของหลวงพ่อฤาษี..
http://www.watthasung.com/wat/viewthread.php?tid=703


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.พ. 2012, 14:35 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2012, 16:35
โพสต์: 110


 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
ชาวโลก เขียน:
eragon_joe เขียน:
พระพุทธองค์สอนธรรม
ซึ่งธรรมที่พระองค์สอน .... :b1:


อ๊บซ์ อ๊บซ์ พอจะเดาออกมั๊ยว่า .... คืออะไร

:b1:

อิอิ คือ ความในใจที่ไม่กล้าเอ่ย ไง

:b13: :b13: :b13:



คุณeragon_joe ช่วยลงธรรมของพระองค์ให้อ่านหน่อยได้ไหมค่ะ..ถือว่าดิฉันขอเป็ฯธรรมทานค่ะ

ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ :b8: :b8:


ไม่ได้

:b1:

ธรรมที่พระองค์สอน - ธรรมที่พระองค์ได้ทรงละแล้ว เพราะพระองค์ได้ข้ามผ่านแล้ว
ธรรมที่พระองค์บรรลุ - ธรรมที่พระองค์ไม่ได้สอนออกมาเป็นคำพูด/บัญญัติ
แต่การจะขนสัตว์ข้ามผ่าน พระองค์ต้องสอนธรรมที่ต้องละ



สาธุ สาธุ ค่ะ :b8: :b8: ..... :b1:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.พ. 2012, 14:37 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2012, 16:35
โพสต์: 110


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:

ของหลวงพ่อพุธ...
http://www.fungdham.com/sound/put.html

ของหลวงพ่อฤาษี..
http://www.watthasung.com/wat/viewthread.php?tid=703


s002 s002 ...เป๊ะ แบบ 50 หัวข้อเลยเหรอค่ะ s002 s002 ...ต้องตายก่อน ฟังนานเลย.. cry cry


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.พ. 2012, 19:56 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12232


 ข้อมูลส่วนตัว


:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.พ. 2012, 15:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2008, 18:05
โพสต์: 136


 ข้อมูลส่วนตัว


:b45:
ความว่าง กับ ตัวรู้ความว่าง

หากมองเห็นได้ว่า ทั้งความว่างและตัวรู้ความว่าง ก็ไม่เที่ยงเหมือนๆกัน
ไม่มีอะไรที่แตกต่างกัน มีความปรากฎเกิดขึ้นเป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา
ก็จะหายสงสัยในการปฏิบัติภาวนา

แต่เป็นเพราะเหตุที่ยังไม่สามารถสลัดคืนตัวรู้ความว่าง ว่าเป็นตัวตนของตนลงไปได้
จึงพบทางตัน จึงไม่สามารถเดินต่อไปอีกได้

เมื่อจิตหรือตัวรู้หรือตัววิญญาณ รู้อยู่กับความว่าง
ท่านให้พิจารณาที่ตัวรู้ว่าว่างนั้นอีกที
ความว่าง ก็คือความว่าง
ตัวที่เข้าไปรู้ความว่าง คือตัวจิตหรือตัววิญญาณหรือจะเรียกว่ามโนหรือตัวผู้รู้ก้ได้
ตัวรู้ความว่างที่ว่านี้ เป็นเพียงสักแต่ว่าตัวรู้ เป็นเพียงสักแต่ว่าจิต ไม่มีอะไรพิเศษพิศดารแต่อย่างไร
ส่วนใหญ่แล้วมักจะไปกำหนดตัวรู้ตัวนี้ ให้เป็นตัวผู้วิเศษตัวพิศดารอะไรต่างๆนาๆ (จะเพี้ยนก็เพี้ยนกันตรงนี้)

ไปต่อไม่ได้ ก็เพราะติดตรงตัวรู้นี้แหละครับ
ตัวรู้...หากไม่เอามัน..มันก็จะเปลี่ยนไปเป็นรู้ตัว(สติ)ขึ้นมาแทน ครับ

รู้ตัว...รู้ว่า ความว่างก็ไม่เที่ยง,ตัวรู้ความว่างก็ไม่เที่ยง
ยึดมั่นถือมั่นไม่ได้เลย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.พ. 2012, 16:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2008, 18:05
โพสต์: 136


 ข้อมูลส่วนตัว


:b45: เมื่อมีการเกิดปรากฏ ไม่ว่าจะเป็นการเกิดขึ้นของอะไรๆก็ตาม
ทุกๆสิ่งที่มีการเกิดขึ้น ล้วนหนีไม่พ้นการดับสลายหายไปในที่สุด

การไม่เกิด จึงเป็นโคตรธรรม ยอดสุดแห่งธรรม

อะไรจะเกิด ก็เช่นนั้นเอง..ชั่งหัวมัน...
อย่ามีตัวเราเข้าไปเกิดร่วมด้วย

เมื่อไม่มีเราเกิด... ก็ไม่มีเราที่ทุกข์ ไม่มีเราที่แก่ ไม่มีเราที่ตาย

เพราะจิตหลุดพ้น..จิตจึงดำรงค์อยู่.

:b45: จิตที่หลุดพ้น ก็เหมือนกับจิตทั่วๆไป
แต่จิตทั่วๆไป ไม่เหมือนกับจิตที่หลุดพ้น :b45:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.พ. 2012, 12:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 เม.ย. 2011, 01:57
โพสต์: 324

แนวปฏิบัติ: อริยสัจ4
อายุ: 27
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีครับคุณชาวโลก

ผมว่าคุณชาวโลกไม่ได้เดินทางผิดหรอกครับ ลองถามตัวเองดู ปฏิบัติแบบนี้แล้วคุณทุกข์น้อยลงหรือเปล่า ถ้าทุกข์น้อยลง ใจสงบขึ้น คุณก็เดินมาถูกทางแล้วละ เพียงแค่ต้องเดินต่อไปเท่านั้นเอง

ตามความคิดผม ผมเห็นว่าศาสนาพุทธเราสอนอยู่เรื่องเดียว คือเรื่องทุกข์ ท่านสอนให้ดูว่าอะไรคือทุกข์ อะไรเป็นเหตุของทุกข์ อะไรคือความดับทุกข์ และอะไรเป็นวิธีเข้าถึงความดับทุกข์

ความร้อนกายร้อนใจ คือทุกข์
ความยึดอยากในขันธ์ 5 คือรูปธรรมนามธรรมและอารมณ์ต่างๆ อันเกิดจากความคิดผิดที่ว่าขันธ์ 5 คือความสุข คือสิ่งที่ควบคุมให้เป็นไปตามใจได้ คือเหตุของความทุกข์
ดังนั้นท่านจึงให้ตั้งสติ รวบรวมสมาธิ ดูเข้ามาที่กายใจ หรือขันธ์ของตัวเอง ดูจนเห็นว่านี่คือทุกข์ ทุกข์เกิดจากเหตุอย่างนี้อย่างนี้
เมื่อรู้ชัดเจนว่าสิ่งที่แต่ก่อนเคยคิดว่าเป็นสุข จริงๆแล้วเป็นทุกข์ ใจก็จะวางสิ่งนั้นเองโดยอัตโนมัติ ทุกข์ในเรื่องนั้นๆก็ดับไป

ท่านสอนให้ดับทุกข์ ไม่ใช่ดับขันธ์ ขันธ์ 5 คือร่างกาย คือความรู้สึก คือความจำ คือความคิด คือความรับรู้ จะเปลี่ยนรูป หรือแตกสลายแยกกันไปก็ต่อเมื่อเราตาย

พระอรหันต์ที่ยังมีชีวิต ก็ยังมีขันธ์ อย่างน้อยๆที่เห็นได้ชัดคือกาย

ดังนั้นตามความเข้าใจของผม การละขันธ์ 5 ที่คุณถามถึง น่าจะหมายถึงการละความยึดมั่นในขันธ์ 5 ไม่ใช่ละตัวขันธ์ เหมือนน้ำมี ใบบัวมี แต่ใบบัวไม่เปียกน้ำครับ

ความเห็นส่วนตัว โปรดพิจารณา

.....................................................
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคือความจริง การฝืนความจริงทำให้เกิดทุกข์ การเห็นและยอมตามความจริงทำให้หายทุกข์

คนที่รู้ธรรมะ มักจะชอบเอาชนะผู้อื่น แต่คนเข้าใจธรรมะ มักจะเอาชนะใจตนเอง

สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ
เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า, ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา

อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา
เมื่อนั้น ย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ ที่ตนหลง,
นั่นแหละเป็นทางแห่งพระนิพพานอันเป็นธรรมหมดจด

.....ติลักขณาทิคาถา.....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.พ. 2012, 20:47 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2012, 16:35
โพสต์: 110


 ข้อมูลส่วนตัว


ปล่อยรู้ เขียน:
:b45:
ความว่าง กับ ตัวรู้ความว่าง

หากมองเห็นได้ว่า ทั้งความว่างและตัวรู้ความว่าง ก็ไม่เที่ยงเหมือนๆกัน
ไม่มีอะไรที่แตกต่างกัน มีความปรากฎเกิดขึ้นเป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา
ก็จะหายสงสัยในการปฏิบัติภาวนา

แต่เป็นเพราะเหตุที่ยังไม่สามารถสลัดคืนตัวรู้ความว่าง ว่าเป็นตัวตนของตนลงไปได้
จึงพบทางตัน จึงไม่สามารถเดินต่อไปอีกได้

เมื่อจิตหรือตัวรู้หรือตัววิญญาณ รู้อยู่กับความว่าง
ท่านให้พิจารณาที่ตัวรู้ว่าว่างนั้นอีกที
ความว่าง ก็คือความว่าง
ตัวที่เข้าไปรู้ความว่าง คือตัวจิตหรือตัววิญญาณหรือจะเรียกว่ามโนหรือตัวผู้รู้ก้ได้
ตัวรู้ความว่างที่ว่านี้ เป็นเพียงสักแต่ว่าตัวรู้ เป็นเพียงสักแต่ว่าจิต ไม่มีอะไรพิเศษพิศดารแต่อย่างไร
ส่วนใหญ่แล้วมักจะไปกำหนดตัวรู้ตัวนี้ ให้เป็นตัวผู้วิเศษตัวพิศดารอะไรต่างๆนาๆ (จะเพี้ยนก็เพี้ยนกันตรงนี้)

ไปต่อไม่ได้ ก็เพราะติดตรงตัวรู้นี้แหละครับ
ตัวรู้...หากไม่เอามัน..มันก็จะเปลี่ยนไปเป็นรู้ตัว(สติ)ขึ้นมาแทน ครับ

รู้ตัว...รู้ว่า ความว่างก็ไม่เที่ยง,ตัวรู้ความว่างก็ไม่เที่ยง
ยึดมั่นถือมั่นไม่ได้เลย...


สาธุ น้อมรับความรู้ค่ะ อ่านแล้วกระจ่างแก่ใจได้มาก กราบขอบพระคุณนะค่ะ :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.พ. 2012, 20:50 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2012, 16:35
โพสต์: 110


 ข้อมูลส่วนตัว


ปล่อยรู้ เขียน:
:b45: เมื่อมีการเกิดปรากฏ ไม่ว่าจะเป็นการเกิดขึ้นของอะไรๆก็ตาม
ทุกๆสิ่งที่มีการเกิดขึ้น ล้วนหนีไม่พ้นการดับสลายหายไปในที่สุด

การไม่เกิด จึงเป็นโคตรธรรม ยอดสุดแห่งธรรม

อะไรจะเกิด ก็เช่นนั้นเอง..ชั่งหัวมัน...
อย่ามีตัวเราเข้าไปเกิดร่วมด้วย

เมื่อไม่มีเราเกิด... ก็ไม่มีเราที่ทุกข์ ไม่มีเราที่แก่ ไม่มีเราที่ตาย

เพราะจิตหลุดพ้น..จิตจึงดำรงค์อยู่.

:b45: จิตที่หลุดพ้น ก็เหมือนกับจิตทั่วๆไป
แต่จิตทั่วๆไป ไม่เหมือนกับจิตที่หลุดพ้น :b45:


สาธุ ๆ กระจ่างแก่ใจมากๆค่ะ กราบขอบพระคุณมากๆนะค่ะที่เมตตามาแนะนำสั่งสอนค่ะ :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.พ. 2012, 20:52 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2012, 16:35
โพสต์: 110


 ข้อมูลส่วนตัว


คนธรรมดาๆ เขียน:
สวัสดีครับคุณชาวโลก

ผมว่าคุณชาวโลกไม่ได้เดินทางผิดหรอกครับ ลองถามตัวเองดู ปฏิบัติแบบนี้แล้วคุณทุกข์น้อยลงหรือเปล่า ถ้าทุกข์น้อยลง ใจสงบขึ้น คุณก็เดินมาถูกทางแล้วละ เพียงแค่ต้องเดินต่อไปเท่านั้นเอง

ตามความคิดผม ผมเห็นว่าศาสนาพุทธเราสอนอยู่เรื่องเดียว คือเรื่องทุกข์ ท่านสอนให้ดูว่าอะไรคือทุกข์ อะไรเป็นเหตุของทุกข์ อะไรคือความดับทุกข์ และอะไรเป็นวิธีเข้าถึงความดับทุกข์

ความร้อนกายร้อนใจ คือทุกข์
ความยึดอยากในขันธ์ 5 คือรูปธรรมนามธรรมและอารมณ์ต่างๆ อันเกิดจากความคิดผิดที่ว่าขันธ์ 5 คือความสุข คือสิ่งที่ควบคุมให้เป็นไปตามใจได้ คือเหตุของความทุกข์
ดังนั้นท่านจึงให้ตั้งสติ รวบรวมสมาธิ ดูเข้ามาที่กายใจ หรือขันธ์ของตัวเอง ดูจนเห็นว่านี่คือทุกข์ ทุกข์เกิดจากเหตุอย่างนี้อย่างนี้
เมื่อรู้ชัดเจนว่าสิ่งที่แต่ก่อนเคยคิดว่าเป็นสุข จริงๆแล้วเป็นทุกข์ ใจก็จะวางสิ่งนั้นเองโดยอัตโนมัติ ทุกข์ในเรื่องนั้นๆก็ดับไป

ท่านสอนให้ดับทุกข์ ไม่ใช่ดับขันธ์ ขันธ์ 5 คือร่างกาย คือความรู้สึก คือความจำ คือความคิด คือความรับรู้ จะเปลี่ยนรูป หรือแตกสลายแยกกันไปก็ต่อเมื่อเราตาย

พระอรหันต์ที่ยังมีชีวิต ก็ยังมีขันธ์ อย่างน้อยๆที่เห็นได้ชัดคือกาย

ดังนั้นตามความเข้าใจของผม การละขันธ์ 5 ที่คุณถามถึง น่าจะหมายถึงการละความยึดมั่นในขันธ์ 5 ไม่ใช่ละตัวขันธ์ เหมือนน้ำมี ใบบัวมี แต่ใบบัวไม่เปียกน้ำครับ

ความเห็นส่วนตัว โปรดพิจารณา


สาํัํธุๆ น้อมรับความรู้ค่ะ :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ก.พ. 2012, 23:09 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4941


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:
จงมีปัจจุบันอารมณ์เป็นที่ตั้งรู้ตั้งระลึกของสติ แทนการกำหนดให้สติไปยึดอยู่เพียงฐานใดฐานหนึ่งซึ่งนั่นเป็นการเจริญสติปัฏฐาน 4 ตามตำรา มิใช่การเจริญสติปัฏฐาน 4 ตามธรรม

รายละเอียดคงต้องมาศึกษากันต่อไปถ้าหากสนใจเรื่องการเจริญสติปัฏฐาน 4 ตามธรรมชาติ ครับ

การจะละขันธ์ 5 โดยสติปัฏฐานนั้นจะเกิดขึ้นเป็นผลได้เมื่อคุณสามารถเจริญสติปัฏฐาน 4 โดยธรรมชาติได้ครับ


มากราบขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ..กลับมาอ่านซ้ำทำให้เข้าใจอะไรๆได้กระจ่างขึ้นมาก กราบขอบพระคุณน่ะค่ะ
:b8:
:b27:
อนุโมทนาสาธุกับความเจริญก้าวหน้าในสุตตมยปัญญาและความก้าวหน้าในธรรมของคุณชาวโลกเป็นอย่างยิงครับ
:b20:
:b4:
:b16:
:b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 131 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร