วันเวลาปัจจุบัน 13 พ.ค. 2026, 09:07  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: เมื่อวานนี้, 19:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออนไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5558


 ข้อมูลส่วนตัว


“..จิตของเรานั้น ถ้าเราทำความสงบเงียบอยู่จริงๆ เว้นขาดจากการคิดนึก ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวของจิตแม้แต่น้อยที่สุดเสียให้ได้จริงๆ ตัวแท้ของมันก็จะปรากฏออกมาเป็นความว่าง แล้วเราจะได้พบว่ามันเป็นสิ่งที่ปราศจากรูป มันไม่ได้กินเนื้อที่อะไรๆ ที่ไหนแม้แต่จุดเดียว มันไม่ได้ตกลงสู่การบัญญัติว่าเป็นพวกที่มีความเป็นอยู่ หรือไม่มีความเป็นอยู่แม้แต่ประการใดเลย เพราะเหตุที่ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรารู้สึกไม่ได้โดยทางอายตนะ เพราะจิตซึ่งเป็นธรรมชาติที่แท้ของคนเรานั้น มันเป็นครรภ์หรือกำเนิด ไม่มีใครทำให้เกิดขึ้นและไม่อาจถูกทำลายได้เลย..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระราชวุฒาจารย์
(หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
วัดบูรพาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ (พ.ศ.๒๔๓๑-๒๕๒๖)
“จิตคือพุทธะ”







เรื่องกรรมเมื่อกระทำแล้วจะหลีกเลี่ยงแก้ไม่ได้
พระในปัจจุบันอย่างพ่อแม่ครูอาจารย์ชอบ ฐานสโม

ท่านเหาะเหินเดินอากาศหายตัวได้
ท่านยังเลี่ยงกรรมของตนเองไม่พ้น
ท่านยังเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต เพราะกรรมหักขากบเขียดดึงขาปูให้ขาดออกจากกัน

เราถามพ่อแม่ครูอาจารย์ใช้ฤทธิ์รักษาตนเองได้ไหมข้าน้อย
พ่อแม่ครูอาจารย์ชอบบอก

ฤทธิ์เดชใดๆ กะสู้ฤทธิ์กรรมบ่ได้
เฮาขอใช้กรรมเป็นชาติสุดท้าย
ให้จบเบิ่ดทุกอย่าง...

#หลวงพ่อสมศรี อัตตสิริ
วัดป่าเวฬึวนาราม อ.วังสะพุง จ.เลย







เผลอ
...
“สติปัญญาเป็นความสำคัญในการบริหารจิต
ยิ่งกว่าอะไรอื่นทั้งนั้น พยายามให้เผลอสติ
เผลอปัญญาให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
การบริหารจิตก็จะได้ผลหนักแน่นมากมาย
พอสมควร” ...
...
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงวชิรญาณสังวร





"...สมเด็จญาณสังวรฯ ถึงจะให้หลวงพ่อกัณหาเป็นเจ้าคุณตั้งแต่ปี ๓๕
หลวงพ่อเซ็นสัญญาบอกว่าไม่เอา
เพราะบวชมาเสียสละ
ตำแหน่งเสียสละมันคือเป็นพระธรรม เป็นวินัย

เขาเอาโล่ เอาอะไรทั้งในประเทศ ต่างประเทศมาให้หลวงพ่อ
หลวงพ่อก็บอกว่า ไม่เอาน่ะ

เจ้านั้นมันถึงมาดูหลวงพ่อน่ะ
เจ้าที่แสดงหนังเป็นพุทธะน่ะ
มาจากประเทศอินเดีย
ที่เขาแสดงหนังเป็นพุทธะนะ
เขามาหาหลวงพ่อนะ
มาหาหลวงพ่อน่ะ
รู้จักหลวงพ่อที่ประเทศอินเดียนะ
เพราะคนอินเดียเขาพูดคุยกัน

ประเทศเรานี่ หรือว่าทุกประเทศนี่
เอานิพพานหรือว่าธรรมนูญนำชีวิต
ถึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
พระนิพพานกับธรรมนูญคืออันเดียวกัน
ทำความดีเพื่อความดี
เพราะทำความดีเพื่อความดี
ไม่ได้เป็นขั้วบวก ไม่ได้เป็นขั้วลบ
ทำอย่างนี้ดีนะ
ทำอย่างนี้น่ะ
โยมน่ะไม่มีโอกาสที่ได้ทะเลาะกับภรรยานะ
เห็นด้วยมั้ย ๆ
เรารู้เข้าใจนะ..."

หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม
วันอังคารที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๙






“..สมบัติในโลกเราแสวงหามาเป็นความสุขก็พอหาได้ จะแสวงหามาเป็นไฟก็ทำให้ฉิบหายได้ จริงๆข้อนี้ขึ้นอยุ่กับความฉลาดและความโง่เขลา ของผู้แสวงหาแต่ละราย ท่านผู้พ้นทุกข์ไปด้วยความอุตส่าห์สร้างความดีใส่ตน จนกลายเป็นสรณะของพวกเรา จะเข้าใจว่าท่านไม่เคยมีสมบัติเงินทอง เครื่องหวงแหนอย่างนั้นหรือ เข้าใจว่าเป็นคนร่ำรวยสวยงามเฉพาะสมัยพวกเราเท่านั้นหรือ จึงพากันรักพากันหวงพากันห่วงจนไม่รู้จักเป็นรู้จักตาย บ้านเมืองเราสมัยนี้ไม่มีป่าช้าสำหรับเผาหรือฝังคนตายอย่างนั้นหรือจึงสำคัญว่าตนจะไม่ตาย และพากันประมาทจนลืมเนื้อลืมตัว กลัวแต่จะไม่ได้กิน ไม่ได้นอนกลัวแต่จะไม่ได้เพลิดไม่ได้เพลิน ประหนึ่งโลกจะดับสูญไปเดี๋ยวนี้ จึงรีบพากันตักตวงเอาความไม่เป็นท่าใส่ตนแทบหาบไม่ไหว อันสิ่งเหล่านี้ แม้แต่สัตว์เขามีได้เหมือนมนุษย์เรา อย่าสำคัญว่าตนเก่งกาจสามารถฉลาดรู้ยิ่งกว่าเขาเลย ถึงกับสร้างความมืดมิดปิดตามาทับถมตัวเองจนไม่มีวันสร่างซา เมื่อถึงเวลาจนตรอกอาจจนยิ่งกว่าสัตว์ ใครจะไปทราบได้ถ้าไม่เตรียมทราบไว้ตั้งแต่บัดนี้..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
(พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)







"...คำว่าจิตบริสุทธิ์เต็มที่นี้เป็นธรรมทั้งดวงไปแล้ว
นะ หมายถึงว่าธรรมทั้งดวงกับจิตทั้งดวงเป็นอัน
เดียวกันแล้ว นั่นเรียกว่าจิตกับธรรมเป็นอันเดียวกัน
ถึงจุดนี้แล้วขาดสะบั้นหมด เรื่องสมมุติทั้งมวลนี้
ไม่มีอะไรมาเกี่ยวข้อง เป็นอฐานะ คือให้เป็นไป
อย่างไรอีกไม่ได้แล้ว จะบังคับให้ติดก็ไม่ติดเมื่อถึง
ขั้นของมันแล้ว เมื่อยังไม่ถึงขั้นบังคับให้ถอนมันก็
ไม่ยอมถอน มันยึดมั่นถือมั่นของมัน พอถึงขั้นของ
มันแล้วมันถอนของมันเอง เมื่อถอนเต็มส่วนแล้ว
ทีนี้จะบังคับให้ติดก็ไม่ติด เป็นหลักธรรมชาติแล้ว
เรียกว่าเป็นอฐานะ ให้เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้แล้ว

ทีนี้เวลาถึงขั้นนั้นแล้ว นั่นละท่านเรียกว่าขั้นอัศจรรย์
อัศจรรย์โลกสมมุติเรานี้เป็นอันหนึ่งนะ ที่ว่าอัศจรรย์
ของธรรมแท้จิตแท้ เรียกว่าจิตเป็นธรรม ธรรมเป็นจิต
เรียกว่าธรรมธาตุก็ไม่ผิด ท่านให้ชื่อว่านิพพพาน
ธรรมธาตุ จิตกับธรรมเป็นอันเดียวกันแล้วพระพุทธเจ้า
ทรงให้ชื่อว่านิพพาน จะแยกเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้
คำว่านิพพานเป็นคำเดียวเท่านั้น อันไหนไม่เหมือน
อันไหนไม่ถูก..."

#นิพพานคือนิพพาน หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด (๒ ก.พ. ๔๒)







" เราก็สวดมนต์ไหว้พระ ปฏิบัติธรรม อย่าโหยหา ถ้าอารมณ์โหยหาแก้ไม่ได้ ถ้าไม่มีพระบวช ไม่มีโยมก็นั่งปฏิบัติธรรมไม่ได้ มีแต่โหยหาตัวเอง ดังนั้นต้องอยู่กับปัจจุบัน เราก็อนุโมทนาประทับใจ รอบแรกก็เอาแล้วเหมือนพระพุทธเจ้าทำเป็นพระพุทธเจ้า เอาอารมณ์พระพุทธเจ้าเลย จะเข้าไปดูลูกชายราหุล เปิดประตูเข้าไปรู้อย่างนี้ก็จะออกแล้วเปิดประตู หวงเกิดแล้วนี่อารมณ์พระพุทธเจ้า ไม่ใช่ไม่รักลูกอยากจะไปกอดลูก อยากไปอุ้มลูกก่อนไปแต่กลัวแม่ตื่นแล้วไม่ได้ไป "

พระครูปลัดสิทธิวรวัฒน์






คนมี "ธรรมะ"

คือ การเริ่มต้นด้วยใจที่นอบน้อมและมีสติ

ไม่ใช่คนที่ อ่านเก่ง จำเก่ง พูดเก่ง
แต่ต้องนำธรรมนั้นไปปรับปรุง แก้ไข
ความคิด การพูด และการกระทำของตนให้ดีขึ้น

โอวาทธรรม : หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี







คนที่ไม่เคยนั่งสมาธิมักจะคิดว่า ถ้าได้นั่งสมาธิ
แล้วจะได้เห็นอะไรเหนือธรรมดา คำที่ว่า
ไม่ใช่ธรรมดา จึงเป็นคำชมเชย ...

แต่ที่จริงแล้ว จิตที่เป็นสมาธิอยู่กับความ
ธรรมดา เพียงแต่รับรู้ต่อสิ่งที่เป็นธรรมดา
ด้วยสายตาใหม่ เปรียบเหมือนความแตกต่าง
ระหว่างคนมองผ่านกระจกหน้ารถที่สกปรก
กับกระจกที่ได้ทำความสะอาดดีแล้ว
คนที่เบื่อและประมาทสิ่งที่เป็นธรรมดา
ที่จริงเขาเบื่อกระจกหน้ารถที่สกปรกต่างหาก
...
พระอาจารย์ชยสาโร






“..จิตของเรานั้น ถ้าเราทำความสงบเงียบอยู่จริงๆ เว้นขาดจากการคิดนึก ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวของจิตแม้แต่น้อยที่สุดเสียให้ได้จริงๆ ตัวแท้ของมันก็จะปรากฏออกมาเป็นความว่าง แล้วเราจะได้พบว่ามันเป็นสิ่งที่ปราศจากรูป มันไม่ได้กินเนื้อที่อะไรๆ ที่ไหนแม้แต่จุดเดียว มันไม่ได้ตกลงสู่การบัญญัติว่าเป็นพวกที่มีความเป็นอยู่ หรือไม่มีความเป็นอยู่แม้แต่ประการใดเลย เพราะเหตุที่ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรารู้สึกไม่ได้โดยทางอายตนะ เพราะจิตซึ่งเป็นธรรมชาติที่แท้ของคนเรานั้น มันเป็นครรภ์หรือกำเนิด ไม่มีใครทำให้เกิดขึ้นและไม่อาจถูกทำลายได้เลย..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระราชวุฒาจารย์
(หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
วัดบูรพาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ (พ.ศ.๒๔๓๑-๒๕๒๖)
“จิตคือพุทธะ”






“วิธีการฝึกจิต“

ถาม: ถ้าเราฝึกสติได้ แล้วจิตละคะ จะฝึกอย่างไร

ตอบ: ฝึกจิตด้วยสติ เอาสติบังคับจิตให้อยู่ในปัจจุบัน หลักของสติก็คือให้จิตอยู่ในปัจจุบัน เพราะเหตุการณ์เกิดในปัจจุบัน ไม่เกิดในอดีต ไม่เกิดในอนาคต เพียงแต่จิตเราส่งไปในอดีตเอง ส่งไปในอนาคตเอง ขณะที่ส่งไปก็เป็นการกระทำในปัจจุบัน เราปรุงแต่งขึ้นมา ปรุงถึงอดีตปรุงถึงอนาคต เป็นตัวสังขารและตัวสัญญาที่ทำงาน พอนึกถึงเมื่อวานนี้ ก็คิดไปแล้วว่าได้ทำอะไรบ้าง ได้เจอใครบ้าง นึกคิดอยู่ในปัจจุบัน แต่จิตคิดว่าอยู่ในอดีต อะไรเกิดขึ้นในปัจจุบันก็จะไม่รู้สึกตัว เดินไปแล้วคิดไปอย่างนี้ เผลอเดินไปชนเสาโดยไม่รู้ตัว ถ้ามีสติจะรู้อยู่กับการเคลื่อนไหวในปัจจุบันเสมอ เช่นการเคลื่อนไหวของร่างกาย เดินจะได้ไม่ลื่นหกล้มหรือไปชนอะไร.

#ภาวนธรรม
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ จ.ชลบุรี





(หลงระเริงในวัย)
ถ้าหากคนเรามองดูเห็นความตายอยู่ใกล้ตนแล้ว
ก็จะรีบขวนขวายสร้างคุณงามความดี
ให้เกิดให้มีขึ้นแก่ตนเองได้
ถ้าบุคคลไม่เจริญมรณานุสติกรรมฐาน
ไม่ระลึกถึงความตายในวันหนึ่งวันหนึ่ง
ไม่รู้ว่าตนเองจะตายในวันใดวันหนึ่งแล้ว
ก็ย่อมเป็นคนประมาท
เป็นคนที่หลงระเริงเพลิดเพลินอยู่ว่า
ชีวิตของเรานี้จะอยู่ได้ยืนยาวนาน
ไปหลายวันหลายเดือนหลายปี
ก็จะมีความประมาท
ไม่สร้างสมอบรมบุญบารมีให้เกิดให้มีขึ้นแก่ตน
แล้วชีวิตก็จะเสียเปล่าประโยชน์
เหมือนบุคคลบางคนนี่แหละ
อยู่บ้านอยู่ช่องก็ดี
อยู่กับลูกกับหลานก็เหมือนกัน
อยู่กับพี่กับน้อง ไม่เคยไปวัดวา
อาวาส ไม่เคยศึกษา ไม่ฟังพระธรรมเทศนา
ไม่ฝึกฝนอบรมบ่มนิสัยตนเอง
มัวเมาลุ่มหลงอยู่ มืดมนอนธการ
ไม่รู้จักประพฤติปฏิบัติ
ไม่รู้คุณค่าของชีวิตของตน
แล้วก็หมกมุ่นอยู่ในความหลงเพลิดเพลินระเริงอยู่
เขาเรียกว่า หลงระเริงในวัย

ครั้นว่าวัยยังหนุ่มยังสาว ก็หลงว่า มันยังหนุ่มยังสาวอยู่
เมื่อวัยกลางคนก็หลงว่าเรายังแข็งแรงอยู่
ไม่ควรที่จะเข้าวัดเข้าวา
เมื่อมาถึงอา ยุ ๕๐ ปี ๖๐ ปีก็ตาม
บางบุคคลก็ยังหลงมัวเมาว่า ตนเองยังไม่เฒ่าไม่แก่
ก็ไม่เข้าวัดฟังธรรมจำศีลเจริญภาวนา
แม้เฒ่าแก่ชรา ๗๐ ๘๐ ปีขึ้นมาแล้ว
ก็จะถึง ๙๐ ปีนี่มีน้อยคนในปัจจุบันนี้
ก็หาว่าตนเองเฒ่าตนเองแก่แล้ว
ไปวัดฟังธรรมจำศีลไม่ได้ หูตาฝ้าฟางเดินไม่ไหว
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็เสียเปล่าประโยชน์ในชีวิตของพวกเราที่เกิดขึ้นมา
คนชนิดนี้ทำให้ชีวิตของเขาเกิดขึ้นมาแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไร
เมื่อล่วงลับดับตายไปก็เสียที เกิดมาเปล่าประโยชน์
ว่าควรที่จะทำคุณงามความดีให้เกิดให้มีขึ้นแก่ตนเองก็ไม่ได้
ก็เลยไม่มีที่พึ่งของตน
ไปเกิดในภพใหม่ก็คงจะเสียเปล่าประโยชน์ในชีวิต

ที่มา...มรณานุสติ
พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป





.

#สรรเสริญและนินทา

พวกเธอทั้งหลาย จงอย่าสนใจในวาจาทั้งสอง คือนินทาและสรรเสริญ

ถ้าเราดีเขานินทาว่าเลว
เราก็ไม่เลวไปตามเขาพูด

ถ้าเราเลวเขาสรรเสริญว่าดี
เราก็ไม่ดีไปตามเขาพูด

เราจะดีหรือเลวอยู่ที่การประพฤติและปฏิบัติเท่านั้น

หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
__________
จากหนังสือ "ธัมมวิโมกข์" ปีที่ ๓๗ ฉบับที่ ๔๑๕ หน้า ๘๖





สมัยก่อนพระเพิ่นไปหากันเจอกันไปหาครูบาอาจารย์ เพิ่นถามกันเรื่องปฏิบัติภาวนาว่าเป็นจังได๋ภาวนาดีบ่ไปหาครูบาอาจารย์เพิ่นก็ให้คำปรึกษาและชี้แนวทางภาวนาสั่นดอก

สมัยสุมื้อพระไปหากันเห็นกันถามเรื่องเป็นจังได๋ศาลากุฏิสร้างเสร็จไป๋ เบิดจักแสนจักล้านงามบ่ถามเรื่องเอาปูนเอาทรายเรื่องก่อสร้างมันผิดกับสมัยก่อนหลายเนาะสุมื้อนี่

หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม
เทศนาวันที่ 15 กุมภาพันธ์2565






#อะไรก็ตามเถอะ
อย่าได้ลืมคุณของพ่อของแม่
อันนี้เป็นหลักเกณฑ์ที่ใหญ่โตมาก
ใครประมาทพ่อแม่แล้วคนนั้นไม่เจริญ

โอวาทธรรม หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: รสมน และ บุคคลทั่วไป 35 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร