วันเวลาปัจจุบัน 24 ส.ค. 2026, 17:43  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: เมื่อวานนี้, 10:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5609


 ข้อมูลส่วนตัว


เอ้าให้เร่งความเพียร อย่ามาเป็นกังวล กับการเป็น การตายของเรา ให้ตั้งหน้าตั้งตา ทำความเพียรให้สิ้นกิเลส

โอวาทธรรม หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน






เคยสังเกตไหมว่าสิ่งที่ให้ความสุขแก่เรา
ก็สามารถทำให้เราทุกข์ได้เช่นกัน
รถยนต์คันใหม่ทำให้เราปลื้มเปรมไปได้ทั้งวัน
แต่ก็ทำให้เราอดกังวลไม่ได้เวลาจอดทิ้งไว้
ในที่เปลี่ยว หรือถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ
หากมันถูกขโมยไป ไม่ว่าลูก หรือ คนรัก
ล้วนนำความสุขอย่างล้นหลามมาให้แก่เรา
แต่ก็สามารถทำให้เราเป็นทุกข์ย่ำแย่ได้
หากเขาไม่เป็นไปตามใจเรา
คนที่ภาคภูมิใจในทรวดทรงของตน
ไม่ช้าไม่นานก็ต้องระทมทุกข์เพราะสิ่ง
เดียวกัน ถึงวันนั้นทรวดทรงอาจแปรเปลี่ยนไป
หาไม่มันก็กลายเป็นบ่อเกิดของโรคร้ายขึ้นมา
ใครที่ปลื้มปีติกับชื่อเสียงของตน ก็มักเป็น
ทุกข์เพราะความเด่นดังของตนเช่นกัน
อย่างน้อยเวลาจะควงกับใครก็ต้องระวังว่า
จะมีคนเห็นหรือมายุ่มย่าม สุขกับทุกข์
เป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน มันสามารถ
พลิกกลับไปกลับมาได้ ด้วยเหตุนี้เวลาจะมี
ความสุขกับอะไรหรือใครก็ตาม อย่าเพลิน
กับความสุขจนท่วมท้นใจ หรือหมดเนื้อ
หมดตัวไปกับอารมณ์เหล่านั้น ควรเผื่อใจไว้
รับมือกับความผันผวนปรวนแปรที่ไม่ถูกใจเรา
วันนี้ทุกอย่างเป็นไปตามใจหวัง แต่พรุ่งนี้
อาจกลายเป็นตรงกันข้าม ความแปรเปลี่ยน
นั้นเป็นธรรมดาของโลก อย่าไปมองว่ามัน
เป็นปัญหา แต่สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือใจของเรา
ต่างหาก ที่ไปยึดอยากให้บางอย่างคงที่
เหมือนเดิม หรือเป็นไปตามใจเราเสมอ
ทันทีที่คิดแบบนั้น จะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม
ก็เตรียมตัวทุกข์ไว้ได้เลย เวลาเราเดินไป
เตะก้อนหิน หรือถูกหนามแทง อย่าไปโทษ
ก้อนหินหรือหนาม เขาอยู่ของเขาอย่างนั้น
มานานแล้ว เราต่างหากที่เดินไปเตะหรือ
แกว่งมือไปถูกเขาเอง ในทำนองเดียวกัน
โลกก็เป็นอย่างนี้มานานแล้ว คือมีความ
แปรเปลี่ยนเป็นธรรมดา ใจเราต่างหากที่ไป
ยึดอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามใจเรา
ถ้ามันไม่เป็นไปตามใจเรา แล้วเราเกิดทุกข์
ขึ้นมา ก็ต้องโทษใจของเราก่อนอื่นใดว่าเป็น
สาเหตุแห่งทุกข์ อย่าเพิ่งไปโทษโลก ผู้คน
หรือ สิ่งต่าง ๆ ว่าเป็นตัวการ เราสามารถอยู่
ในโลกอย่างมีความสุขได้ หากมีสติไม่หลง
เพลินกับความสุขจนลืมตัว เผื่อใจไว้รับมือ
กับความผันผวนปรวนแปรอยู่เสมอ
ถ้าทำอย่างนี้ได้เรียกว่ามีความสุขอย่างรู้
เท่าทัน ความทุกข์แม้จะแฝงอยู่ในความสุข
แต่ก็ทำอะไรเราไม่ได้ เปรียบเสมือนคนที่
กินปลาอย่างระมัดระวังและรู้จักแยกเนื้อออก
จากก้าง จึงกินปลาได้อย่างอร่อยโดยก้างปลา
มิอาจตำปากได้ ...
...
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล







“... การใหทานอันใดๆ ก็ให้กันมามากแล้ว ย่อมมีผลอานิสงส์มากเหมือนกัน แต่ยังสู้ผู้เข้ามาบวชเป็นตาผ้าขาว เป็นแม่ชีแล้วรักษาศีลอุโบสถไม่ใด้ มีอานิสงส์มากกว่าให้ทานนั้นเสียอีก
... ถ้าใครอยากใด้บุญมากๆ ใด้ไปสวรรค์ ไปพระนิพพาน เพื่อการพ้นทุกข์แล้วละก็ควรบวชเป็นตาผ้าขาว เป็นแม่ชีรักษาศีลอุโบสถเสียในวันนี้

... การปฏิบัติสมาธิภาวนานั้น เป็นชื่อแห่งความเพียรที่ผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายในบวรพระพุทธศาสนา ได้ถือเป็นข้อปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นอย่างยิ่ง

... ธรรมะที่จะนำมนุษย์ให้พ้นทุกข์นี้
ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา เท่านั้น

... กรรมนี้แหละจะจำแนกสัตว์ให้เป็นไปต่างๆ นานา ทำให้เลว ให้ดี ให้ชั่ว ให้ประเสริฐ ก็เป็นผลของกรรมที่ทำไว้ทั้งสิ้น.. เราเกิดเป็นมนุษย์มีความสูงศักดิ์มาก แต่อย่านำเรื่องของสัตว์มาประพฤติ มนุษย์ของเราจะต่ำลงกว่าสัตว์และจะเลวกว่าสัตว์อีกมาก
เวลาตกนรกจะตกหลุมที่ร้อนกว่าสัตว์มากมาย อย่าพากันทำ..
ให้พากันละบาปและบำเพ็ญบุญ อย่าให้เสียชีวิตลมหายใจไปเปล่า ที่ใด้มีวาสนาเกิดมาเป็นมนุษย์ ...”

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
#พระอาจารย์เสาร์_กนฺตสีโล
วัดเลียบ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
(พ.ศ.๒๔๐๒ - ๒๔๘๔)






#คติธรรม
#หลวงพ่อสุรศักดิ์_เขมรังสี

โอวาทธรรมพระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

สติอยู่กับปัจจุบันเป็นอารมณ์ที่เป็นปรมัตถ์

ถ้าบุคคลได้เจริญสติ
ดูความคิด ดูจิต ดูใจ ดูความปรุงแต่งเป็น
คนนั้นก็จะสามารถทำจิตใจให้อยู่กับปัจจุบัน
เวลาที่จิตคิดไปสู่เรื่องอดีต อนาคต
สติที่รู้ความคิด รู้จิต รู้ใจ ก็จะกลับมาสู่ปัจจุบัน เรื่องอดีต เรื่องอนาคต ก็ขาดไป
การที่สติอยู่กับปัจจุบันเป็นอารมณ์ที่เป็นปรมัตถ์ จิตจะมีความเบาขึ้น มีความสบาย มีความผ่องใส

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี
วัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา





#คติธรรม
#หลวงพ่อสุรศักดิ์_เขมรังสี

โอวาทธรรมพระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

สติอยู่กับปัจจุบันเป็นอารมณ์ที่เป็นปรมัตถ์

ถ้าบุคคลได้เจริญสติ
ดูความคิด ดูจิต ดูใจ ดูความปรุงแต่งเป็น
คนนั้นก็จะสามารถทำจิตใจให้อยู่กับปัจจุบัน
เวลาที่จิตคิดไปสู่เรื่องอดีต อนาคต
สติที่รู้ความคิด รู้จิต รู้ใจ ก็จะกลับมาสู่ปัจจุบัน เรื่องอดีต เรื่องอนาคต ก็ขาดไป
การที่สติอยู่กับปัจจุบันเป็นอารมณ์ที่เป็นปรมัตถ์ จิตจะมีความเบาขึ้น มีความสบาย มีความผ่องใส

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี
วัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 49 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร