วันเวลาปัจจุบัน 21 ต.ค. 2020, 00:43  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 27 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 14:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 18:25
โพสต์: 28

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เรียนถามทุกท่านคะว่าในความคิดของท่าน
ท่านคิดว่าทุกข์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของท่านเหตุเกิดมาจากอะไร
และหลักธรรมใดที่ควรใช้ในการอยู่กับโลกใบนี้โดยไม่มีทุกข์
ขอคำแนะนำด้วยคะ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 15:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2009, 17:25
โพสต์: 281

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โดเรมี เขียน:
เรียนถามทุกท่านคะว่าในความคิดของท่าน
ท่านคิดว่าทุกข์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของท่านเหตุเกิดมาจากอะไร
และหลักธรรมใดที่ควรใช้ในการอยู่กับโลกใบนี้โดยไม่มีทุกข์
ขอคำแนะนำด้วยคะ :b8:



ทุกข์ทางกายได้แก่เจ็บป่วย หิวไป อิ่มไป ร้อนไป เย็นไป
ทุกข์ทางใจ คิดผิดจึงทุกข์

.....................................................
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thai.dhamma.org


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 15:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


สมมุติเราไปแอบด่าฝรั่งนะ
อย่าไปให้เขาเห็นตัวเรานะ แอบส่งคำด่าไปดังๆกับอากาศ

ตะโกนครั้งแรกด่าภาษาไทย
--- ปรากฏว่าฝรั่งไม่โกรธนะ แค่สงสัยว่าเสียงอะไร
อารามตกใจ


ตะโกนครั้งที่สอง ด่าเป็นภาษาที่เขาเข้าใจ ยิ่งด่าสำนวนเขายิ่งดี
--- คราวนี้ฝรั่งมันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ


ฝรั่งมันมีอารมณ์ขึ้นมาเพราะ ... มันดันเข้าใจเสียงที่ได้ยิน
แล้วมันก็สามารถเข้าใจคำเหล่านั้นได้ว่าเป้นภาษาของเขา
แล้วเข้าใจต่อไปอีกว่า มันคือคำด่า
บวกกับคิดไปว่า เสียงนี้ต้องด่าเราเลย
ฝรั่งเลยโกรธใหญ่เ้ลย

ยิ่งไปออกชื่อนะ ระบุตัวขนาดนั้น รับรอง ยิ่งโกรธ


ทุกข์ของมนุษย์ที่เป็นกันมากๆ ก็อยู่ตรงที่เรามีความคิดจิตใจนี่แหละครับ

จิตเรานี้มันมีศักยภาพที่จะจดและขบคิดในสิง่ที่จดจำไว้

จดจำค่านิยมไว้ได้
จดจำว่าเสียงอย่างนี้คือคำด่า
แล้วด้วยความรวดเร้ว ก็รู้สึกว่าเราต้องโกรธ

ทุกข์เพราะดันมีความคิดนี่แหละครับ
คิดเป้นทุกข์น้อย คิดไม่เป็นทุกข์มาก

ผมไม่ใช้คำว่าคิดเป้นมีความสุขนะ

เพราะคำว่าคิดเป็นมีความสุขนั้น
ดูเผินๆนึกว่าดี ที่จริงไม่ดีนะ เช่น
เราเบื่อๆ เบื่อเป็นความทุกข์อย่างหนึ่ง
เลยไปฟังเพลงที่ชอบ ก็เลยมีความสุข...พักนึง...
พักเดียวก็เริ่มเบื่อ... หรือไม่ก็มีเรื่องอื่นให้คิดแล้วมันเครียดจนเพลงเอาไม่อยู่
เช่นฟังเพลงอยู่ แฟนโทรมาบอกเลิก .. โอว
เพลงเอาไม่อยู่

เราไปเอาความสุขมาแก้ความทุกข์
พอแก้ได้ ก้คิดว่าใช่แล้ว นี่คือวิธีแก้ไขความทุกข์
ที่จริงต้องใช้คำว่า "กลบเกลื่อน/ประวิงเวลา/ซุกไว้ใต้พรม/หลอกตัวเอง"
อต่ก้ถือว่าเป็นวิธีที่เราใช้ในชีวิตกัน ใช้มานานแสนนาน

มาถึงตอนนี้ก็สงสัยขึ้นมา
อ้าวแล้วยังไงล่ะ สุขก็ไม่ดี ทุกข์ก็ไม่ดี แล้วมีอะไรที่ดีกว่านี้ไหม

คำตอบคือ การเรียนรู้ที่จะยอมรับทั้งสุข ทั้งทุกข์
ยอมรับมันทั้งหมดนั่นแหละ

การยอมรับนี้ ไม่ใช่ว่าเราไปหาความคิดมาคิดให้ปลงนะ
เพราะมันก็จะตกไปสู่การเอาความคิดหนึ่งมาแก้อีกความคิดหนึ่ง กลับไปเหมือนเดิม
เอาสุขไปแก้ทุกข์ ทุกข์ไปแก้สุช สุขไปแก้สุข ทุกข์ไปแก้ทุกข์

การยอมรับที่ว่านี้คือการเรียนรู้ที่จะทำสิ่งที่เรียกว่า "เจริญสติ"
เป็นเรื่องอธิบายยากเกินกำลังของผม ก็ได้แต่แนะนำว่า ให้จับคำว่า"เจริญสติ"เอาไว้
แล้วไปเสาะหาครูบาร์อาจารย์ที่สอนเจริญสติ ไปลองศึกษาดูว่าทำยังไง
จำไว้อย่างหนึ่งว่าอย่าพยามเข้าใจว่ามันคืออะไร
แต่ให้ทำเลย แล้วดูผลว่ามันให้ผลยังไง แล้วจะเข้าใจเอง

สู้ๆ :b31:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 18:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2008, 10:00
โพสต์: 724

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: ปฏิบัติวิปัสสนา
อายุ: 0
ที่อยู่: เกษตร-นวมินทร์ กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


สงสัยเพราะ....
ตัณหา แน่ๆเลย :b12: :b12:

.....................................................
เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย
ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ยทิทํ
จตฺตาโร สติปฏฺฺฐานา ฯ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 18:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โดเรมี เขียน:
เรียนถามทุกท่านคะว่าในความคิดของท่าน
ท่านคิดว่าทุกข์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของท่านเหตุเกิดมาจากอะไร
และหลักธรรมใดที่ควรใช้ในการอยู่กับโลกใบนี้โดยไม่มีทุกข์
ขอคำแนะนำด้วยคะ :b8:



ทุกข์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของท่านเหตุเกิดมาจากอะไร

ตอบสั้นๆว่า เกิดจากอุปาทาน - ความยึดติดถือมั่น (อวิชชา ตัณหา อุปาทาน)

หลักธรรมใดที่ควรใช้ในการอยู่กับโลกใบนี้โดยไม่มีทุกข์

ปัญญา หรือ วิชชา (ความรู้ตามที่มันเป็น)

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 19:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3985

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

โลภ โกรธ หลง

น่าจะมีส่วนให้เกิดทุกข์ด้วยครับ


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 21:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.พ. 2009, 01:02
โพสต์: 337


 ข้อมูลส่วนตัว


:b41: :b41: :b41: :b42: :b42: :b42: :b41: :b41: :b41:

:b6: :b6: :b6:
ครับ...ทุกข์ที่เกิดขึ้นในชีวิต รวบยอดแล้วคือความยึดมั่นในขันธ์ ๕ นั่นเอง
คนโบราณกล่าวกันว่า “ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน” หมายความว่า เมื่อมีทุกข์แล้วก็ต้องมีสุข และเมื่อมีสุขก็ต้องมีทุกข์เป็นธรรมดาของโลก ที่จะต้องประสบด้วยกันทุกคน คนที่อยู่ในโลกก็ต้องตกอยู่ในเงื่อนไขของ “โลกธรรม” คือสิ่งที่มีอยู่คู่กับโลก ได้แก่ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์ เมื่อประสบกับโลกธรรมฝ่ายลบย่อมมีทุกข์เป็นธรรมดา

:b16: :b16: :b16:

ในมงคลชีวิตมีกล่าวไว้ว่า“ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ”
คือ มีจิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม นั่นคือว่า ชีวิตคนทั้งหลายทั้งปวงที่มีชีวิตอยู่ในสังคมโลก ย่อมจะต้องได้ประสบกับเรื่องราวที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง เป็นธรรมดา แต่ไม่ว่าเจอด้านดีหรือด้านชั่ว ให้ทำจิตเป็นกลาง เมื่อเวลาชีวิตประสบกับเรื่องดี ก็จงเตือนตนเองไม่ให้เหลิง หลงระเริง หรือยึดติดมากเกินไป เพราะว่าเราอาจสูญเสียไปเมื่อใดก็ได้ ครั้นเมื่อชีวิตประสบกับเรื่องไม่ดี ก็จงอย่าท้อแท้ ท้อถอย ให้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ฝึกฝนความอดทน อดกลั้น ฝึกฝนความแข็งแกร่ง คนเราจะเสียคนก็ตอนมีลาภ มียศ มีคนสรรเสริญ มีสุข นั้นแหละ ฉะนั้นเวลาชีวิตประสบเรื่องดี ต้องระวัง รู้จักข่มใจ อย่าเพลิดเพลิน หลงระเริง จนลืมตัวลืมตน พระพุทธองค์ท่านจึงตรัสสอนให้ทำตัวเป็นกลางเวลาเจอโลกธรรม ไม่ว่าฝ่ายดีหรือฝ่ายชั่ว ถ้าเราน้อมนำมาประพฤติ ก็จะมีภูมิต้านทานต่อกระแสของโลกธรรม คงไม่ทุกข์มาก (ทำใจได้) และประสบความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต อันเป็นมงคลอันประเสริฐ

:b6: :b6: :b6:

หลักธรรมที่ควรน้อมนำมาพิจารณาอย่างยิ่งคือ “ไตรลักษณ์” ( อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ) ... เมื่อประสบกับเรื่องราวต่าง ๆ ก็น้อมนำมาพิจารณาตามความเป็นจริง มันเป็นเช่นนั้นเอง ไม่เที่ยงแท้ ไม่ยั่งยืน เปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยไม่หยุดนิ่ง เป็นทุกข์ ทรมาน ไม่สบาย ไม่ใช่ตัวตน ยึดถือเอาเป็นตัวตนไม่ได้ ในที่สุดก็จะไม่ยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นมายาเหล่านี้ ไม่หลงในอุปาทานเหล่านี้ ชีวิต ก็จะอยู่กับทุกข์ได้โดยไม่ทุกข์ หรือทุกข์น้อยลงในที่สุด.......ครับแค่นี้แหละ :b16: :b16:


เจริญในธรรมครับ :b8: :b8: :b8:


:b41: :b41: :b41: :b42: :b42: :b42: :b41: :b41: :b41:


:b8:

.....................................................
ราตรีของผู้ตื่นอยู่นาน...โยชน์ของผู้ล้าแล้วไกล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ค. 2009, 16:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 18:25
โพสต์: 28

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณทุกท่านนะคะที่ร่วมแสดงความคิดเห็นทุกคำตอบมีประโยชน์มากคะขออนุโมทนาบุญคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ค. 2009, 07:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 เม.ย. 2009, 06:18
โพสต์: 731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เมื่อเกิดมามีอะไรมาด้วยเล่า
เจ้าจะเอาแต่สุขสนุกไฉน
เมื่อเจ้ามาตัวเปล่าแล้วเจ้าจะเอาอะไร
เจ้าก็ไปตัวเปล่าเหมือนเจ้ามา

หน้าที่ของเราทุกคน คือต้องทำลายสิ่งชั่วร้ายในตัวของเรา และในบุคคลอื่น.....
กิเลสที่ควรฆ่า..มันอยู่ที่ไหน
อยู่ที่ตัวเรานั่นแหละ สำคัญนักหนากิเลสตัวใหญ่ๆก็ ๓ ตัว
ตัวโลภะ โทสะ โมหะ นี่แหละ โลภ โกรธ หลง
ไอ้ ๓ ตัวนี่แหละตัวร้าย แต่เราไม่ค่อยคิดกันอย่างนั้น
เขามีกิเลสแล้ว เรากลับมีกิเลสขึ้นมาด้วย
เช่น เราเกลียดเขานี่มันกิเลส เราโกรธเขาเราก็มีกิเลส
เราริษยาเขาเราก็มีกิเลส
เราทำอะไรในทางไม่ดีก็เท่ากับเราเพิ่มสิ่งชั่วร้ายขึ้นในสังคม
สังคมจะดีขึ้นได้อย่างไร ถ้าเราไม่ช่วยกันทำลายสิ่งชั่วร้าย
เราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำลายกัน แต่เราเกิดมาเพื่อช่วยเหลือกัน สร้างสรรค์กัน ให้มีความสุขความเจริญสมปรารถนา.........

ซึ่งกล่าวในที่สุดก็คือ ความทุกข์จะเบาบาง

เมื่อใด "อัตตา" หมดไป
"อนัตตา'ก็เกิดขึ้นแทน
ซึ่งแปลว่า วิชชา หรือแสงสว่างเกิดขึ้นถึงที่สุด
ก็หมดทุกข์โดยประการทั้งปวง
เนื่องจากเป็นผู้เห็นคำตอบอย่างแจ่มแจ้งของปัญหาชีวิต
ทุกข้อทุกกระทง คนเราคืออะไร? เกิดมาทำไม? ชีวิตคืออะไร?
จะครองชีวิต หรือทำในใจต่อโลกนี้อย่างไร? เหล่านี้
เมื่อมีคำตอบอย่างแจ่มแจ้งถูกต้อง เพราะความเห็นแจ้งชัดด้วยปัญญา

การไม่เบียดเบียนกันเป็นความสุขในโลก :b8:

ให้เราเข้าใจหลักอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

เมื่อใดเราทำได้ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี่เย็นสนิท ไม่มีร้อนเลย เมื่อนั้นเป็นนิพพาน


ขอกราบอนุโมทนาบุญ สาธุ........... :b8:


แก้ไขล่าสุดโดย damjao เมื่อ 08 ส.ค. 2009, 05:31, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ค. 2009, 13:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2009, 19:55
โพสต์: 548

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เพราะไม่รู้...

ไม่รู้ว่า นั่นคือทุกข์ และนั่นคือหนทางสู่ความทุกข์

ไม่รู้ว่า นั่นคือไม่ทุกข์ และนั่นคือหนทางสู่ความไม่ทุกข์

:b38: :b38: :b38:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ค. 2009, 18:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2006, 06:25
โพสต์: 2058


 ข้อมูลส่วนตัว


ทุกข์มี เพราะ ยึด

ทุกข์ยืด เพราะ อยาก

ทุกข์มาก เพราะ พลอย

ทุกข์น้อย เพราะ หยุด

ทุกข์หลุดเพราะ ปล่อย


โอวาทธรรม หลวงปู่ ชา สุภัทโท
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ค. 2009, 18:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
เกิด แก่ เจ็บ ตาย....ทุกข์ทั้งน้านนน...
วางไม่ลง...ปลงไม่ตก ...นะคนเรา

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ค. 2009, 18:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2006, 06:25
โพสต์: 2058


 ข้อมูลส่วนตัว


ท่าน อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ท่าน อธิบายขยายความ ไว้ดังนี้



ประนมมือไหว้พระ โพธิญาณ
หลวงพ่อชาอาจารย์ พ่อเจ้า
ประคุณแห่งอีสาน สะอาดสว่าง สงบแฮ
หนองป่าพงยงเหย้า อยู่รู้เจริญธรรม

วารินชำราบพื้น พสุธา
ธรรมแห่งหลวงพ่อชา เช่นนั้น
แผ่ไปทุกทิศา นุทิศ
จากจิตสู่จิตขั้น ข่วงข้ามข่วงเข็ญ

"ทุกข์มีเพราะยึด"ตั้ง อัตตา
"ทุกข์ยืดเพราะอยาก"หา เหตุตั้ง
"ทุกข์มากเพราะพลอย"พา ตนเชิด
เป็นเหยื่อกิเลสรั้ง จิตเต้าตามรอย

"ทุกข์น้อยเพราะหยุด"ตั้ง ยึดตน
"ทุกข์หลุดเพราะปล่อย"ผล ผัสสะห้า
คำหลวงพ่อบันดล ดวงจิต
กราบพระโพธิญาณเกล้า กราบแก้วกมลเสมอฯ

เนาวรัตน์ พวงษ์ไพบูลย์
ศุกร์ 23 ตค. 2535


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2009, 19:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ต.ค. 2008, 21:45
โพสต์: 11


 ข้อมูลส่วนตัว


ชีวิตนี้ทุกข์เพราะความไม่สมหวังในเรื่องที่อยากได้ อยากให้อยู่ อยากให้ไป...(กามตัณหา ภวตัณหา วิภาวตัณหา)...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2009, 20:55 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ชมดู..ก็เห็นแต่ ..ตอบ..ได้ดี ๆ ทั้งนั้น

งั้น..ชมอย่างเดียว..ดีกว่า


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 27 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 15 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร