วันเวลาปัจจุบัน 18 เม.ย. 2021, 18:54  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 50 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2012, 13:48 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ธ.ค. 2010, 06:57
โพสต์: 50


 ข้อมูลส่วนตัว


ทำไมแก้ทุกข์จึงยาก ทั้งๆ ที่เห็นทุกข์กันอยู่เป็นประจำ ทุกท่านคิดว่า เพราะเหตุใดครับ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2012, 17:30 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว




อริยสัจ 4_resize.jpg
อริยสัจ 4_resize.jpg [ 58.29 KiB | เปิดดู 3294 ครั้ง ]
:b12:
เพราะการแก้ทุกข์ เป็นการแก้ที่ "ผล" จึงเป็นของยาก และไม่ควรทำ เนื่องจากมันจะแก้ไม่รู้จบสักที

การแก้ทุกข์ต้องแก้ที่ "เหตุทุกข์" จึงจะเป็นของง่ายและแก้ได้สำเร็จ เด็ดขาด

พระพุทธเจ้าทรงสอนให้แก้ที่ "เหตุทุกข์" ดังอริยสัจ 4 ที่พระองค์ทรงค้นพบและนำมาสอน
onion
อุปมาการแก้ทุกข์ที่ผล เหมือนคนที่ถูกหนามตำคาเท้าอยู่แล้วเกิดความเจ็บ ความเจ็บเป็นทุกข์
เขาให้ความสำคัญที่ความเจ็บหรือความทุกข์เป็นอันดับแรก คิดว่าต้องแก้เจ็บให้ได้ก่อน จึงหายาแก้ปวดมากิน พอยาแก้ปวดออกฤทธิ์ ความเจ็บก็หายไป แต่หายไปเพียงชั่วคราว พอยาแก้ปวดหมดฤทธิ์ ความเจ็บหรือความทุกข์ก็กลับมาอีก มนุษย์ในโลกส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนี้ ลองไปวิเคราะห์พิจารณากันดูให้ดี
ทุกข์ใจ หนีไปกินเหล้า เล่นการพนัน ท่องเที่ยว ยิงนก ตกปลา ฯลฯ
onion
หนาม กับ เจ็บ อะไรเป็นเหตุ อะไรเป็น ผล? พิจารณาให้ดี
คนฉลาด มีสติปัญญา สัมปชัญญะ รู้ตัวทั่ีวพร้อม เขาย่อมจะค้นหาที่มาของความเจ็บจนพบเหตุคือหนามแล้วบ่งหนามถอนหนามออกเสียให้ได้ "เหตุทุกข์ดับ ผลทุกข์ก็ดับ"


กระบวนการค้นหาเหตุหรือค้นหาหนาม คือ มรรคสัจจะ
ความรู้ว่าต้องแก้ที่ "เหตุ" เป็นสัมมาทิฏฐิ"
ความสังเกตพิจารณาค้นหาหนาม เป็นปัญญาสัมมาสังกัปปะ และสัมมาสติร่วมกันทำงาน
ค้นพบหนาม เป็นสัมมาทิฐิ
พยายามบ่งเอาหนามออกเป็น สัมมาวายามะ
บ่งหนามออกได้เป็น มรรคญาณ
หายจากความเจ็บ เป็น "นิโรธะ" เดินเป็นปกติไม่ต้องเดินกระย่องกระแย่งอีกต่อไป

:b8: :b27:
onion
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2012, 17:39 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12224


 ข้อมูลส่วนตัว


ชิดชัย เขียน:
ทำไมแก้ทุกข์จึงยาก ทั้งๆ ที่เห็นทุกข์กันอยู่เป็นประจำ ทุกท่านคิดว่า เพราะเหตุใดครับ :b8:

ครูบาอาจารย์ท่านว่า....

รู้....ก็รู้อยู่
เห็น....ก็เห็นอยู่

แต่ไม่เอามาพิจารณาให้เป็นปัญญา

ครับผม...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2012, 19:58 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ธ.ค. 2011, 16:32
โพสต์: 324


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ชิดชัย เขียน:
ทำไมแก้ทุกข์จึงยาก ทั้งๆ ที่เห็นทุกข์กันอยู่เป็นประจำ ทุกท่านคิดว่า เพราะเหตุใดครับ :b8:

ครูบาอาจารย์ท่านว่า....

รู้....ก็รู้อยู่
เห็น....ก็เห็นอยู่

แต่ไม่เอามาพิจารณาให้เป็นปัญญา

ครับผม...

ขออนุโมทนาครับ :b8: และขออาราธนาคำสอนของหลวงปู่มั่น ที่เคยแสดงโดยนัยว่า..เพราะไม่รู้วิธีการ...ทำไมจึงต้องมีวิธีการ?..."เหมือนกับทรัพยากรแร่ธาตุที่อยู่ในดิน คนไม่มีวิธีการก็เอาแร่ธาตุทรัพยากรเหล่านั้นมาใช้ไม่ได้ แร่ธาตุจะมีประโยชน์ต่อมนุษย์ก็ต่อเมื่อมนุษย์นั้น มีวิธีการนำขุดและนำเอามาใช้ให้ถูกต้องตามวิธีการ แม้อริยสัจธรรมก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าจะอยู่ในตัวเราเอง ก็จะต้องมีวิธีการที่ถูกต้อง จึงจะบังเกิดเป็นอริยสัจได้"...ข้อความต่อจากนี้เป็นส่วนความเห็นของผมเองคือ...อันดับแรกสุดก่อนที่จะไปหาวิธีการที่ถูกต้องได้นั้น ตัวเราเองจำเป็นต้องกำหนดรู้ทุกข์คือกายนี้ให้แจ่มแจ้งทะลุปุโปร่งเสียก่อน เพราะทุกข์ก็คือกายนี้ อุปทานทั้งหลายที่เกิดขึ้นก็มีกายนี้แหละเป็นตัวการใหญ่...
ขอบคุณครับ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2012, 20:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 13:38
โพสต์: 376

ชื่อเล่น: ต้น
อายุ: 0
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


ชิดชัย เขียน:
ทำไมแก้ทุกข์จึงยาก ทั้งๆ ที่เห็นทุกข์กันอยู่เป็นประจำ ทุกท่านคิดว่า เพราะเหตุใดครับ

เพราะพลังไม่พอ ต้องมีศีลเป็นพื้นฐาน มีสุตะที่ดี เอาเบื้องต้นให้แน่น ต้องศึกษาให้ถูกต้องอย่าลัดขั้นตอน ถ้าลัดขั้นตอนแล้วมันก็จะงงๆ เง็งๆ ลุ่มๆ ดอนๆ เพราะเราปฏิบัติแบบลุ่มๆดอนๆ ถ้าไม่ลัดขั้นตอนธรรมจักรจะหมุนไปได้อย่างถูกต้องอย่างมีพลังโดยไม่ต้องไปปรึกษาหารือใคร สมมุติอย่างบางคนว่าอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แต่ตนเองเองยังกระดกเหล้าอยู่ ยังโกหกอยู่ ยังละเมิดศีลอยู่เบื้องต้นยังไม่ได้ บุคคลผู้นั้นถ้าไตร่ตรองพิจาณาธรรมย่อมถึงความฟุ้งซ่าน วิปลาส ลองตรวจสอบตามที่ผมกล่าวดูเถิด.


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2012, 20:17 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4986


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ชิดชัย เขียน:
ทำไมแก้ทุกข์จึงยาก ทั้งๆ ที่เห็นทุกข์กันอยู่เป็นประจำ ทุกท่านคิดว่า เพราะเหตุใดครับ :b8:

ครูบาอาจารย์ท่านว่า....



เห็น ก็ใช่
จิตเร็วอยู่กับการวอกแวก ก็ใช่

รถเมล์ที่วิ่งเร็วปรุ๊ดปร๊าด มักจอดเตลิดป้าย
ทั้ง ๆ ที่ก็เห็นป้าย ใช่ป่ะ

:b3:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2012, 20:40 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12224


 ข้อมูลส่วนตัว


เอิ๊ก...เอิ๊ก.....เอิ๊ก :b32: :b32:

ต้องมัชฌิมาปฏิปทา... :b12:

ขับเร็วยังงัย...ก็ต้องรู้วิธีจอดให้ตรงป้าย...

จอดไม่ตรง...อดได้ตังค์ผู้โดยสาร...นะเอ้อ..
:b13: :b13:


แก้ไขล่าสุดโดย กบนอกกะลา เมื่อ 25 เม.ย. 2012, 22:31, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2012, 21:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33871

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จนเกิดอุบัติเหตุนอกเส้นทาง ก็หลายครั้งงุงิๆๆ :b12:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2012, 21:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1787


 ข้อมูลส่วนตัว


ชิดชัย เขียน:
ทำไมแก้ทุกข์จึงยาก ทั้งๆ ที่เห็นทุกข์กันอยู่เป็นประจำ ทุกท่านคิดว่า เพราะเหตุใดครับ :b8:


เพราะเหตุว่าเมื่อเขากล้ำกลืนทุกข์ใดอยู่ ก็ยังตามเห็นทุกข์เหล่านั้น ว่าเป็นเรา เป็นของเรา เป็นตัวตนของเรา

ดังนั้นเมื่อทุกข์ใดเกิดขึ้นแล้ว ก็ควรเห็นทุกข์เหล่านั้นตามความเป็นจริงว่า นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่เป็นตัวตนของเรา

เพื่อที่จะสามารถกำหนดรู้ทุกข์ และทำความสิ้นไปแห่งทุกข์เหล่านั้นได้


อริยสัจ ๔ คือหลักธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสรู้ ว่าด้วยเรื่องทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ ความดับแห่งทุกข์ และปฏิปทาเพื่อให้ถึงความดับแห่งทุกข์ ที่ชาวพุทธทุกคนจำเป็นต้องรู้

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2012, 00:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 เม.ย. 2011, 01:57
โพสต์: 324

แนวปฏิบัติ: อริยสัจ4
อายุ: 27
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว


เห็นทุกข์ เป็น 1 ใน 4 กิจที่ควรทำครับ แต่การจะข้ามพ้นทุกข์เป็นงาน 4 ขั้นตอน ต้องทำครบแล้ว บรรลุแล้วทั้ง 4 กิจจึงจะถือว่างานเสร็จในขั้นนั้นๆ

"ทุกข์ให้กำหนดรู้" รู้เพื่อพิจารณาหาสมุทัย
"สมุทัยให้ละ" ละได้ด้วยการปฎิบัติใจให้ถูกทาง
"มรรคให้เจริญ" เพราะเมื่อเจริญแล้วจะนำไปสู่การละสมุทัย
"นิโรธให้ทำให้แจ้ง" เมื่อละสมุทัยด้วยมรรคแล้ว ผลคือการข้ามพ้นทุกข์จึงจะเกิดขึ้น

ท่านเห็นทุกข์แล้ว แล้วเจอสมุทัยหรือยัง?

ผิดถูกอย่างไรโปรดพิจารณา

.....................................................
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคือความจริง การฝืนความจริงทำให้เกิดทุกข์ การเห็นและยอมตามความจริงทำให้หายทุกข์

คนที่รู้ธรรมะ มักจะชอบเอาชนะผู้อื่น แต่คนเข้าใจธรรมะ มักจะเอาชนะใจตนเอง

สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ
เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า, ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา

อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา
เมื่อนั้น ย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ ที่ตนหลง,
นั่นแหละเป็นทางแห่งพระนิพพานอันเป็นธรรมหมดจด

.....ติลักขณาทิคาถา.....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2012, 06:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ค. 2010, 07:21
โพสต์: 64

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เพราะพยายามแก้ จึงยาก

ทุกข์ปรากฎ ทุกข์ตั้งอยู่ และทุกข์ดับไปเอง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2012, 07:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มี.ค. 2010, 19:57
โพสต์: 1014

โฮมเพจ: http://www.vitwong.blogspot.com
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รู้ว่า ทุกข์ คืออะไรก่อน ดีมั๊ย แล้วค่อยหาทางแก้

ทุกข์ คือ รูป หรือ
ทุกข์ คือ เวทนา หรือ
ทุกข์ คือ สัญญา หรือ
ทุกข์ คือ สังขาร หรือ
ทุกข์ คือ วิญญาณ หรือ

.....................................................
ยังงมงาย...
เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก มีส่วนถูก มีส่วนจริงแค่ 20 ถึง 30 เปอร์เซนต์ เท่านั้น

เลิกงมงาย..
เมื่อเห็นว่า พระไตรปิฏก มีส่วนถูก ส่วนจริง เกินกว่า 80 ถึง กว่า 90 เปอร์เซนต์

http://www.youtube.com/user/govit2554#g/u


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2012, 09:11 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12224


 ข้อมูลส่วนตัว


พบบุญ เขียน:
เพราะพยายามแก้ จึงยาก

ทุกข์ปรากฎ ทุกข์ตั้งอยู่ และทุกข์ดับไปเอง

แล้ว...ทำงัย..ทุกข์...จะไม่ปรากฎ...อีก?

หรือ...จะปล่อยให้เกิดอีก..แล้วก็รอ..ให้ดับไปเองอีก..


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2012, 10:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มี.ค. 2010, 16:12
โพสต์: 2291

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สมุทัย เป็นเหตุ
ทุกข์ เป็นผล

ที่เห็นทุกข์ เพราะทุกข์เป็นของหยาบ เห็นง่าย

การแก้ทุกข์ ของเราเป็นทำให้ทุกข์สงบระงับเท่านั้น
เมื่อทุกข์เกิดอีก ก็แสวงหามาบรรเทาทุกข์ เช่น
อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค
ที่เรียกว่า ปัจจัยสี่ หาไม่จบไม่สิ้น

สมุทัย เป็นของละเอียด เห็นได้ยาก
บางครั้งต้องมีคนชี้แนะ จึงเห็นได้

การแก้ทุกข์จึงต้องแก้ที่เหตุ คือแก้ที่สมุทัย
สมุทัยดับ ทุกข์ก็ดับ เหตุดับ ผลก็ดับ ตามกันไป
จึงเป็นวิธีแก้ทุกข์ ที่ถูกต้องตามแนวทางพระพุทธศาสนา

บางคนก็มัวแต่ไปแก้ทุกข์ผู้อื่น ทุกข์ตัวเองลืมแก้ก็มี .. อิ :b13:

อ่ะ .. แล้วไปเกี่ยวกับรถเมล์ได้อย่างไร หนอออ .. :b13:

.....................................................
"พุทโธ .. พุทโธ .. พุทโธ"
ภาวนาวันละนิด จิตแจ่มใส


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2012, 12:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.พ. 2012, 12:01
โพสต์: 376


 ข้อมูลส่วนตัว


ชิดชัย เขียน:
ทำไมแก้ทุกข์จึงยาก ทั้งๆ ที่เห็นทุกข์กันอยู่เป็นประจำ ทุกท่านคิดว่า เพราะเหตุใดครับ :b8:


ทุกข์นั้นแก้ไม่ได้ มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ตามวาระ
ที่ทำได้คือ การเข้าใจว่าทุกข์ที่เกิดขึ้นนั้นคืออะไร
เราจะยอมรับและอยู่กับทุกข์ที่เกิดขึ้นนั้นได้อย่างไรโดยไม่ร้อนรนทุรนทุราย
ลองมองและพิจารณาทุกข์ให้ดีๆสิ่คะ ว่าเราอยู่กับทุกข์ในทุกๆวันหรือเปล่า
การที่เรามักได้ยินคำว่า"แก้ทุกข์" นั่นคือกระบวนการต่อต้านทุกข์อย่างนึง
เป็นการปลอบใจ ให้กำลังใจตัวเองเท่านั้นค่ะ ไม่ได้แก้อะไรเลย เพียงแต่
ยอมรับและอยู่กับมันไปเท่านั้นเองค่ะ

ลองพิจารณาดูดีๆนะคะว่า
"ทุกข์คืออะไร อะไรเรียกว่าทุกข์"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 50 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร