วันเวลาปัจจุบัน 29 ส.ค. 2025, 18:21  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2015, 05:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5366


 ข้อมูลส่วนตัว


หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
---------------------------------------
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์เดียวกำลังคลอนแคลน เพราะชาวพุทธปันใจให้กับภูตผีปีศาจ และผู้วิเศษอื่นๆ ทำให้จิตใจของชาวพุทธไม่มั่นคงต่อพระพุทธองค์ ซึ่งเคยเป็นที่พึ่งมาก่อน

ดังนั้นชาวพุทธควรจะได้กลับใจมายึดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้มั่นคงตามเดิมเสียก่อนที่ทุกอย่าจะสายเกินไป .....พระราชสังวรญาณ (พุธ ฐานิโย).....


" ท่านพ่อลีมีศักดิ์เป็นปู่ " ท่านเป็นพี่น้องทางฝ่ายพ่อ ท่านมีชาติกำเนิดที่อุบลฯเหมือนกัน ท่านใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า "ปู่" ถ้าพบหลวงพ่อทีไรท่านจะไม่พูดพร่ำทำเพลงกับหลวงพ่อ พอเจอหน้ากันปั๊บสั่งแล้ว "นั่งสมาธิ" ท่านจะคุยอยู่กับใครก็ตาม ท่านจะชี้หน้าหลวงพ่อ "อ้าวนั่งสมาธิ" พอนั่งไปสักพักหนึ่งท่านก็บอกว่า "เป็นไงนั่งสมาธิ " ..... "ก็นั่งสมาธิ ก็ได้สมาธิ" ท่านไม่เคยอธิบายอะไรกว้างขวางพิสดาร แต่ท่านจะว่าให้ปฏิบัติธรรมให้ต่อเนื่อง อย่าไปทำๆ หยุดๆ แต่ละครั้งที่เรานั่งสมาธิ จิตจะสงบหรือไม่สงบอย่าไปท้อถอย ถ้าเวลาจะสงบมันจะสงบเอง ความสงบมันเป็นผลงานเราแต่งเอาเองไม่ได้.............

จากหนังสือ " ฐานิยตฺเถรวตฺถุ หน้า๒๕๓ "




ประโยชน์อะไรด้วยเล่า.?.กับสมัยที่ไม่รู้จักจบสิ้น การศึกษาวิชาในเรื่องชีวิตของตนเองเป็นการศึกษาที่ประเสริฐสุด เมื่อศึกษาแล้วท่านจะรู้จักสมัยที่จบสิ้นด้วยตนเอง...



สามเณรสีลาภิรโต (ประมัย กาฬเนตร) ป.


จากหนังสือ "ธัมมานุวัตต์" ตอน มรรค ๘
(พิมพ์คัดลอกจากหนังสือ "สีลาภิรตานุสรณ์" )



(หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)
----------------------------------------
ปุจฉา : กราบเรียนถามเกี่ยวกับเรื่องเจโตวิมุตติกับปัญญาวิมุตติ ท่านสอนให้เจริญควบคู่กันไป


บางทีปัญญาวิมุตติไม่จำเป็นต้องเจริญกรรมฐานมาก ขอให้อธิบายสองกลุ่มนี้ การใช้ควบคู่กันไป และการใช้แต่ละอย่าง และความแตกต่างเกี่ยวกับ เจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ ตลอดจนความหมายด้วยขอรับ

วิสัชนา

ผู้หลุดพ้นด้วย เจโตวิมุตติ หมายถึง ผู้บำเพ็ญสมาธิ ทำจิตให้เป็นสมาธิอย่างละเอียด แล้วสามารถตัดกระแสแห่งกิเลสให้ขาดสิ้นจากขันธสันดานได้ โดยไม่ต้องพิจารณาหาเหตุผลใดใดทั้งสิ้น

คือ หมายความว่า บำเพ็ญภาวนาสมาธิให้ชำนิชำนาญ จนทำจิตให้ละเอียดยิ่งๆขึ้นไป แล้วกระแสของจิตจะตัดห่วงแห่งอาสวกิเลสไปจากจิตได้โดยง่าย อันนี้เป็นตามอปุนิสัยของบางท่านเท่านั้น

ส่วน ปัญญาวิมุตติ นั้น ต้องอาศัยสติปัญญา พิจารณาเหตุผลให้รู้แจ้งเห็นจริงในพระไตรลักษณ์
หรือพิจารณาเริ่มต้นมาตั้งแต่อารมณ์ขั้นสมถกรรมฐาน

คือ พิจารณาอาการ ๓ ให้เห็นเป็นของปฏิกูล น่าเกลียดโสโครก แล้วก็นำมาพิจารณาร่างกายให้เห็นธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ แล้วก็มาพิจารณาสภาวธรรมทั้งหลายทั้งปวง ให้เห็นในแง่พระไตรลักษณ์

คือ อนิจจัง ไม่เที่ยง
ทุกขัง เป็น ความทุกข์
อนัตตา ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน

จนกระทั่งจิตยอมรับสภาพความเป็นจริง แล้วก็ปล่อยวางตัวกระแสแห่งกิเลสให้ขาดไปเอง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2015, 11:55 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 2962


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร