วันเวลาปัจจุบัน 27 ก.พ. 2020, 04:33  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ธ.ค. 2019, 05:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3694


 ข้อมูลส่วนตัว


เวลาเรานั่งสมาธิสังเกตดูในร่างกายจิตใจของเรา
ก็เรียกว่าดูธรรม
มันจะมีปฏิกิริยาแบบไหนแสดงขึ้นมาในร่างกาย
เราก็รู้อยู่ทุกระยะ
ถ้าหากมีสติกำหนดจดจ่อดูอยู่ในเรื่องของตนเอง
ไม่ส่งไปทางอื่น
เรื่องอารมณ์ข้างนอกพักไว้เสียก่อนไม่ต้องเกี่ยว
มารู้อยู่ในตัวของเราเองเพื่อรวบรวมพลังของใจ
ให้มันเป็นก้อนใหญ่สักหน่อยจนกว่าจะมีความสงบ

หลวงปู่ศรี มหาวีโร







“ศรัทธาคือความเชื่อ”
ให้เชื่อตามเหตุตามผลตามกฏของสัจจะธรรม
...ตอนนี้หลวงปู่ป่วยหนัก
ชีวิตร่างกายของหลวงปู่ก็จะเป็นไป
ตามอายุขัย เป็นไปตามอำนาจแห่งกรรม
เพราะ สมัยเป็นเด็กเคยฆ่าสัตว์มาเยอะ
จึงทำให้เจ็บป่วยอยู่บ่อยๆ และก็
จะต้องตายเร็ว
ไม่ว่าใครก็ตายทั้งนั้นแหละ ...จึงขอให้
ลูกศิษย์ของหลวงปู่ ทุกๆคน
ทำความดีไว้ก่อนตาย
เหมือนหลวงปู่พาทำ

...หลวงปู่ไม อินทสิริ.








"พร...ที่ประเสริฐที่สุด
คือพรที่มาจากการสร้างความดี
ความดีที่ดีที่สุด คือความดีที่ตัวเราเอง
สร้างขึ้นมาโดยไม่ต้องให้ผู้อิ่น...อวยพรให้"

#หลวงปู่มั่น







ควรมีเมตตาสงสารในสัตว์ทั้งหลาย
ซึ่งมีความเกิด แก่ เจ็บ ตายเช่นเดียวกับเรา ไม่มีอะไรยิ่งหย่อนกว่ากัน
ความยิ่งหย่อนแห่งวาสนาบารมีนั้นมีได้ ทั้งคนและสัตว์
สัตว์บางตัวมีวาสนาบารมี และอัธยาศัยดีกว่ามนุษย์บางคน แต่เขาตกอยู่ในภาวะความเป็นสัตว์ ก็จำต้องทนรับเสวยไป สัตว์เดรัจฉานก็ยัง มีและเสวยกรรมไปตามวิบากของมัน
มิให้ประมาทว่าเขาเป็นสัตว์ที่เกิดในกำเนิดต่ำทราม ความจริงเขาเพียงเสวยกรรมตามวาระ
ที่เวียนมาถึงเท่านั้น
เช่นเดียวกับมนุษย์ ขณะที่ตกอยู่ในความทุกข์จนข้นแค้น ก็จำต้องทนเอาจนกว่าจะสิ้นกรรม

โอวาทธรรมคำสอน
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต







"จริงอยู่ศาสนาทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี ถูกต้อง!! แต่เราบอกนะ ดีมีโทษมีนะ เช่น ศาสนาอื่นป้องกันศาสนาตนแต่ไปเบียดเบียนทำลายศาสนาอื่น นั้น ในส่วนพระพุทธศาสนาสอนไม่ให้เบียดเบียนทั่วโลกจนถึงตัวสัตว์แม้กระทั้งมดตัวเล็กๆก็ไม่ให้เบียดเบียนอันนี้ ดีไม่มีโทษ นั้น”

โอวาทธรรม:องค์หลวงปู่ทุย ฉันทกโร









#ถ้าแลบุคคล
"มาปรารถนาเอาแต่รวงข้าว
แต่หารักษาต้นข้าวไม่ เป็น
ผู้เกียจคร้าน จะปรารถนา
จนวันตายรวงข้าวก็จะไม่มี
ขึ้นมาให้ฉันใด"
#วิมุตติธรรม
"ก็ฉันนั้นนั่นแล มิใช่สิ่งอัน
บุคคลจะพึงปรารถนาเอาได้
คนผู้ปรารถนาวิมุตติธรรม
แต่ปฏิบัติไม่ถูก หรือไม่ปฏิบัติ
มัวเกียจคร้านจนวันตาย จะ
ประสพวิมุตติธรรมไม่ได้เลย
ด้วยประการฉะนี้..”

#โอวาทธรรม
#พระครูวินัยธร [มั่น ภูริทตฺโต]​
วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง
จ. สกลนคร​ [พ.ศ. ๒๔๑๓ - ๒๔๙๒]








"จิตใจสำคัญน่ะ สำคัญกว่ากายแต่มนุษย์มันโง่น่ะ หลงกาย ไม่สนจิตสนใจ พอจิตตกอับ แล้วทำใจไม่ได้ มัวหาพระ เทพ พรหม มันช่วยไม่ได้หรอก เราต้องช่วยตัวเอง ด้วย ทาน ศีล ภาวนา กันนะ "
"รูปเราก็ศักดิ์สิทธิ์นะอย่าทำเล่น ที่อาตมาให้สร้างเหรียญนี้ขึ้น ไม่ใช่อยากดังหรอกนะ แต่อาตมาให้สร้างเพราะ คนที่มีบุญสัมพันธ์กับอาตมา จะได้มีเหตุและปัจจัย ร่วมสร้างกับอาตมา นับว่าครั้งสุดท้ายของความสัมพันธ์กันแล้วนะ"

พระครูมงคลคณานุรักษ์ (หลวงปู่มหาผิน สุมโน)
วัดโตนด อ.หลังสวน จ.ชุมพร








"..การฝึกทางโลกุตตระ คือ ทำให้มันหมดอุปาทาน
ปฏิบัติให้หมดอุปาทาน ให้พิจารณาร่างกายนี้แหละ
พิจารณาซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ให้มันเบื่อ ให้มันหน่าย
จนเกิดนิพพิทา ซึ่งเกิดได้ยาก..
มันจึงเป็นของยาก ถ้าเรายังไม่เห็น ก็ยิ่งดูมันยาก.."

หลวงปู่ชา สุภทฺโท








ควรมีเมตตาสงสารในสัตว์ทั้งหลาย
ซึ่งมีความเกิด แก่ เจ็บ ตายเช่นเดียวกับเรา ไม่มีอะไรยิ่งหย่อนกว่ากัน
ความยิ่งหย่อนแห่งวาสนาบารมีนั้นมีได้ ทั้งคนและสัตว์
สัตว์บางตัวมีวาสนาบารมี และอัธยาศัยดีกว่ามนุษย์บางคน แต่เขาตกอยู่ในภาวะความเป็นสัตว์ ก็จำต้องทนรับเสวยไป สัตว์เดรัจฉานก็ยัง มีและเสวยกรรมไปตามวิบากของมัน
มิให้ประมาทว่าเขาเป็นสัตว์ที่เกิดในกำเนิดต่ำทราม ความจริงเขาเพียงเสวยกรรมตามวาระ
ที่เวียนมาถึงเท่านั้น
เช่นเดียวกับมนุษย์ ขณะที่ตกอยู่ในความทุกข์จนข้นแค้น ก็จำต้องทนเอาจนกว่าจะสิ้นกรรม

โอวาทธรรมคำสอน
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต







#เรื่องของนิมิต
บางคราวเรา (หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท) สงสัยเรื่องนิมิตที่เกิดกับจิต จึงนำเรื่องนี้ไปกราบเรียนถามท่านพระอาจารย์มั่นว่า
“ครูบาจารย์ ถ้านิมิตเกิดขึ้นในขณะภาวนา จะให้ทำอย่างไร”
“ให้รำพึงถามไปว่าอะไร? หมายถึงอย่างไร? แล้วนิมิตก็จะอธิบายออกมาเอง”
จึงกราบเรียนถามท่านต่อไปอีกว่า
“ครูบาจารย์ ก็สิ่งที่ปรากฏขึ้นนั้น มันไม่ใช่ของจริงนี่ครับ”
“ก็มันเป็นเพียงของใช้ ของใช้ก็สำหรับใช้ ไม่ใช่จริง” ท่านพระอาจารย์มั่นตอบ แล้วยิ้มเปิดโลกด้วยความเมตตา
บางทีเริ่มภาวนาก็เกิดความสงบ บางคืนมีนิมิต นี้ไม่ใช่อวด เพราะเป็นถึงความจริง ก็กล่าวถึงความจริงที่มันเกิด
บางทีเราทำภาวนา หลับตาลงเห็นเป็นเหวลึกๆ อย่างหน้าหวาดเสียว วู้บบ!! ลงไปในเหวนั้นลึก ลึก จนสุดๆ โห!...นี่ ถ้าตกลงไปตายนะนี่ เอ้า!...ตายก็ตายซี่ เพ่งพิศดูรู้อยู่อย่างนั้น ประเดี๋ยวก็หายไป
บางทีตัวนี้ใหญ่ ใหญ่เท่าตุ่มโตๆ ขนาดนี้ (แสดงมือประกอบ) ตัวเรานี้เป็นตุ่ม ตัวเท่าตุ่ม นี้เรียกว่าอุคคหนิมิตที่มันเกิดขึ้น เอ๊ะ!...ทำไมจิตจึงเป็นอย่างนี้ มันเป็นต่างๆ แต่ทีนี้อบรมจิตเข้า อบรมจิตเข้า จิตก็สงบเข้าไป
เมื่อภาวนา จิตมักเป็นอย่างนี้บ่อยๆ ก็นำข้อสงสัยนี้ไปกราบเรียนถามท่านว่า
“ครูบาจารย์...กระผมภาวนา จิตเกิดนิมิตปรากฏเป็นอย่างนี้ จะให้พิจารณาอย่างไร?”
ท่านก็บอกว่า “ให้พิจารณากายนะ”
ท่านก็เทศนาธรรมให้ฟังต่อไปเลยว่า
“ฟังให้ดีนะท่านเจี๊ยะ... ปฏิภาคนิมิตนั้น อาศัยผู้ที่มีวาสนา จึงจะบังเกิดขึ้นได้ อุคคหนิมิตนั้นเป็นของไม่ถาวร ต้องพิจารณาให้ชำนาญแล้วเป็นปฏิภาคนิมิต เมื่อชำนาญทางปฏิภาค ทวนกระแสเข้ามาเป็นตน ปฏิภาคนั้นเป็นส่วนวิปัสสนา
สำหรับอุปจารสมาธิ สามารถรู้วาระจิตของผู้อื่นได้ สามารถแก้นิวรณ์ได้ แต่โมหะคลุมจิต ถ้าเจริญวิปัสสนาถึงขั้นอัปปนาสมาธิแล้ว จะต้องทำความรู้ให้เต็มเสียก่อนจิตจึงจะไม่หวั่นไหว
การที่จะสอนการดำเนินสมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน โดยเฉพาะเพียงอย่างใด อย่างหนึ่งนั้นมิได้ เพราะว่าจริตของคนมันต่างกัน แล้วแต่ความฉลาดไหวพริบของใคร เพราะการดำเนินจิตมีหลายแง่หลายมุมแล้วแต่ความสะดวก
นิมิตทั้งหลาย เกิดด้วยปีติสมาธิอย่างเดียว ที่แสดงตามนิมิตออกมาทั้งหลายนั้น กรุณาท่านอย่าหลงตามนิมิต ให้พยายามทวนกระแสจิตเข้าสู่จิตเดิม เพราะนิมิตทั้งหลายเป็นของไม่เที่ยง หลงเชื่อนิมิตประเดี๋ยวก็เป็นบ้า
การที่จะแก้บ้านิมิตนั้น ต้องทวนกระแสจิตเข้าสู่จิตเดิม ถ้าทำอย่างนั้นได้ อย่างบางทีเรานั่งภาวนาอยู่ตามป่าเขา มีเสือมานั่งเฝ้าเราผู้บำเพ็ญพรตอยู่กลางป่าเพียงลำพัง เสือนั้นเป็นเทพนิมิตเสียโดยมาก ถ้าเป็นเสือจริงมันเอาเราไปกินแล้ว”
ท่านพระอาจารย์มั่น ท่านเมตตาพูดธรรมะให้ฟังเพียงสั้นๆ เท่านี้ก็ก่อเกิดความกินใจเป็นอย่างยิ่ง นึกถึงธรรมะคำสอนและองค์ท่านเมื่อไหร่ น้ำตามันจะปริ่มไหลเพราะความถึงใจทุกที น้ำตานี้จึงเป็นน้ำตาที่มีคุณค่ามากนะ..............

หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท
วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี








ถ้าบารมีไม่มี ต้นทุนมันยังไม่มี ก็ต้องเพิ่มเติมสติไปเรื่อยๆ เพิ่มบุญบารมี เพิ่มบุญบารมีเจริญสติไปทีละขั้นๆ ไปตาม เห็นสักแต่เห็น ทำได้รู้เอง ไม่อย่างนั้นเห็นสักแต่เห็น เป็นวิญญาณสติ ไม่ใช่วิญญาณสติไม่ใช่รู้เฉยๆ รู้พ้นรู้ รู้ไม่ติดรู้ รู้ไม่ติดโลก รู้ไม่ติดทั้งหมด เป็นสติ เป็นวิญญาณสติ เน้นรู้พ้นโลกเรียกว่า "วิญญาณสติ" พ้นโลกทั้งหมด "เมื่อพ้นโลกมันก็พ้นทุกข์ชิ" เป็นโลกุตระทุกข์ "พ้นโลกมันก็พ้นทุกข์ ก็สบายใจ" .....

โอวาทธรรม
หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต








“ต้องดูกำลังของเราว่าเราอยู่ระดับไหน”
เกิด แก่ เจ็บ ตาย นี้มันสูตรตายตัว อย่าไปแก้มันให้เหนื่อยเลย แก้เท่าไหร่ก็แก้ไม่ได้ จะทำให้เราทุกข์ใจไปเปล่าๆ เพราะความอยากของเราเอง พอเห็นด้วยปัญญา ก็หยุดแก้ คือถ้าแก้ไม่ได้ก็ไม่แก้ ถ้ายังแก้ได้อยู่ก็แก้ เช่น ร่างกายยังรักษาได้ก็รักษาไป รักษาไม่ได้จะทำยังไง ก็ปล่อยมันไปดีกว่า อย่าไปทรมานมัน อย่าไปยื้อมัน อย่าไปผ่า ไปเจาะโน่นเจาะนี่ แล้วก็นอนเป็นเหมือนตุ๊กตา มีประโยชน์อะไร ก็ปล่อยมันไปดีกว่า ใจก็จะได้ไม่ต้องมาทุกข์มาวุ่นวายกับร่างกาย กับความเจ็บไข้ได้ป่วยของร่างกาย อันนี้เป็นธรรมที่เกิดจากการภาวนา เป็นธรรมที่ยากกว่ารักษาศีล ศีลก็ยากกว่าการทำทาน
เพราะฉะนั้นเราก็ต้องดูกำลังของเราว่าเราอยู่ในระดับไหน เราต้องทำในระดับนั้นไปก่อน แล้วค่อยๆ ไต่ขึ้นไป แต่ถ้าเรามาทำเลย ก็ไม่มีวันที่จะไต่เต้าขึ้นไปได้ ถ้าไม่เริ่มทำทานเลย จะไม่มีวันที่จะขึ้นสู่ขั้นศีล ขั้นภาวนาได้ ฉะนั้น ถ้าอยากจะขึ้นสู่ขั้นศีล ขั้นภาวนา ขั้นแรกต้องเอาเงินที่จะไปใช้กับความอยากนี้ เอาไปทำบุญทำทานก่อน จะได้ลดภาวะการณ์กดดันที่จะต้องไปหาเงินหาทอง จะทำให้ไม่ต้องไปทำบาปทำกรรม ก็จะทำให้รักษาศีลได้ ก็จะมีกำลังเพิ่มจากศีล ๕ เป็นศีล ๘ ไปได้ แล้วก็จะมีกำลังไปอยู่วัด ไปปฏิบัติธรรมได้ต่อไป นี่คือเรื่องของบุญต่างๆ ที่เรามาทำกัน เป็นการแปลงทรัพย์ภายนอกให้มาสู่ความเป็นทรัพย์ภายใน เพื่อใจของเราจะได้มีทรัพย์ไว้เลี้ยงดูให้อยู่อย่างสุขสบาย ให้พ้นจากความทุกข์ จากความวุ่นวายใจ

สนทนาธรรมบนเขา
วันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๑
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัด ชลบุรี
ณ จุลศาลา เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน







อย่าไปอยู่กับคำสรรเสริญเยินยอของคน มันจะไม่พ้นต้องไปอยู่กับกระแสของโลก ถ้าเราไปหวั่นไหวกับคนมาหามแห่วันละสามสี่รอบ เราก็เป็นคากคกขึ้นวอดี ๆ ถ้าเราไม่ดีจริง ถ้าเราดีจริงไม่ต้องมาหามมาแห่เรา เราก็พ้นจากอุปสรรคเครื่องกีดขวาง ได้เหรียญกล้าหาญคล้องคอ ไม่ต้องไปหวั่นไหว ประกาศเชิดชูหรือไม่เชิดชู เราก็เชิดชูด้วยธัมมานุธัมมะปฏิบัติไม่ต้องกลัวไม่ต้องหวั่นไหวในโลกธรรม ของจริงต้องอย่างนั้น
ลมปากคนเขารักเราก็ยกย่องสรรเสริญเยินยอ เขาชังเรา เราดีทุกอย่างเขาก็ยังอุตส่าห์นินทา คนพูดมากก็ถูกตำหนิ คนพูดน้อยก็ถูกตำหนิ คนพูดกลาง ๆ ก็ถูกตำหนิ นัตถิ โลเก อนินทิโต คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก พระพุทธองค์ว่าอย่างนั้น เพราะฉะนั้น อย่าไปหวั่นไหวกับลมปากคน เขารักเราก็สรรเสริญเราทั้งวันน่ะแหละ เราก็ฟูไปตามลมปากคน
เขารักเราเพราะอะไร เพราะมันมีอามิสสินจ้างรางวัล ต้นมะม่วงช้ำทั้งต้นเพราะอะไร เพราะมันออกลูก ลูกยิ่งดกยิ่งถูกรังควาญ ยิ่งถูกกระทำ นี่ เรามีสิ่งที่เขามุ่งหวัง เขาก็เลยยกยอปอปั้น ยกยอเพื่อหวังผล นั่นมันโลกนะ แต่ถ้าธรรมไม่เป็นอย่างนั้น ธรรมนี่ตรงไปตรงมา พอเหมาะพอดี ถึงจะพูดคำเดียวกันนั่นล่ะ แต่ออกจากสมุฏฐานของความจริง ไม่มีอะไรเคลือบแคลงสงสัย ไม่มีอะไรยกยอปอปั้น แม้จะพูดคำเดียวกันก็ตาม ออกจากใจที่บริสุทธิ์ เป็นวาจาที่เป็นสัจจะ

โอวาทธรรมคำสอนพ่อแม่ครูบาอาจารย์
พระอาจารย์สามดง จันทโชโต
วัดอรัญญพรหมาราม จ.นครราชสีมา








เวลามีชีวิตอยู่ เราพึ่งอะไร เวลาตายไปเราจะพึ่งอะไร เวลาตายไปโลกหน้าไม่มีการทำไร่ ทำนา หรือว่าทำไร่ ทำสวน ซื้อถูก ขายแพง แต่อาศัยคุณงามความดีที่สร้างไว้ เป็นอาหารทิพย์ เป็นเครื่องเสวย นั่นแหละให้เราสร้างเอาไว้ นั่นแหละเป็นแก้วสารพัดนึกอย่างหนึ่ง และเป็นคู่พึ่งเป็นพึ่งตนหนึ่งพึ่งไปตลอดจนถึงอวสาน ได้ถึงนิพพาน ก็เป็นอันว่าหมดปัญหา เป็นผู้พึ่งตัวเองได้โดยสมบูรณ์

หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน







"ลูกหลานเอ๋ย ต้องรอให้มีความทุกข์กายทุกข์ใจก่อนหรือ ถึงจะพากันเข้าวัด หรือต้องรอครั้งเดียวในชีวิต คือตอนเขามาเผาร่างกัน"

โอวาทธรรมคำสอนพ่อแม่ครูอาจารย์
หลวงปู่ประสาร สุมโน
วัดป่าหนองไคร้ ต.หนองหิน อ.เมือง จ.ยโสธร







" เวลาตาย เวทนาดับ​ สัญญาดับ​ สังขารดับ​ วิญญาณก็ดับ​ แต่ธรรมชาติที่เป็นจิตไม่ได้ดับ.
เวทนาเกิดจากจิต​ สัญญา​ สังขาร​ วิญญาณเกิดจากจิต​ จิตอันนั้นเป็นสถานที่เกิด.
เวทนา​ สัญญา​ สังขาร​ วิญญาณเป็นขันธ์.
แต่เวลาตาย​ ขันธ์ทั้งหลายดับ​ แต่ธรรมชาติจิตยังมีอยู่.
พระพุทธ​เจ้าทรงเข้าถึงธรรมที่ไม่ตาย.
พระสาวกของพระพุทธเจ้าเข้าถึงธรรมอันไม่ตาย.
ขันธ์​ทั้งหลายดับไปหมด​ แต่ธรรมชาติที่พ้นไปจากขันธ์นั้นปล่อยวางขันธ์.
หลุดจากขันธ์​ด้วยประการทั้งปวง... จิตนั้นยังอยู่."

หลวง​ปู่​แบน​ ธ​นาก​โร







สมถ-วิปัสสนานี้
เป็นวิถีทางตรง ที่จะให้ถึงซึ่งวิมุตติ
แล้วเกิดปฏิเวธ บัญญัติสภาวะสิ่งนั้นๆ
ให้เป็นไปตามความจริงถูกต้องได้
สมถะ เป็นปฏิปักษ์แก่กามภพ
ตัดหนทางอันคดเคี้ยวให้ตรง
ด้วยองค์ฌานและสมาธินั้นๆ
วิปัสสนาปัญญา รอบรู้เห็นอยู่เฉพาะซึ่งของจริงทั้งหลาย
เป็นต้นว่า เห็นทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
เป็นอยู่อย่างนั้น ไม่แปรผันยักย้ายเป็นอื่นไปเลย
จิตวางเฉยรู้เท่าต่อสิ่งเหล่านั้นแล้ว
ไม่ถือมั่นด้วยอัตตานุทิฏฐิ
ตัดกระแสของภพทั้งสาม
ให้ขาดไปด้วยวิปัสสนาอยู่ในทีเดียว
อุบายของสมถะนี้ ท่านแสดงไว้มีมากมายหลายอย่าง
จะต่างกันก็แต่อุบายเบื้องต้นเท่านั้น เมื่อเข้าถึงองค์ของสมถะแล้ว ก็อันเดียวกัน คือ "เอกัคคตารมณ์"
ฉะนั้น ในคัมภีร์พระวิสุทธิมรรค พระพุทธโฆษาจารย์เจ้า ท่านจึงแสดงสมถะ ฌาน สมาธิ เป็นอันเดียวกัน เพราะธรรมทั้งสามนี้ มีพระกัมมัฏฐาน ๔๐ เป็นอารมณ์เหมือนกันทั้งนั้น ต่างแต่ผลัดกันเป็นเหตุเป็นผลแห่งกันและกันเท่านั้น....

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี









“เป็นชาวพุทธแค่ไหน?”
ฝรั่งมาถามอาตมาว่า คนไทยเป็นพุทธ ๙๕% แต่ทำไมสังคมไทยจึงเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวและการเอารัดเอาเปรียบ เราตอบเขาได้เลยว่า “วันหนึ่งๆ คนไทยส่วนใหญ่เป็นพุทธไม่กี่นาทีหรอก”
ให้พวกเราพิจารณาโทษของการไม่มีสติและคุณของการมีสติให้เห็นชัด สติเป็นเครื่องกำหนดพระพุทธศาสนา สติอยู่ พระศาสนาอยู่ สติไม่อยู่ พระศาสนาก็ไม่อยู่
มองในแง่นี้อาจพูดได้ว่า ขณะที่เราครองสติ เราเป็นชาวพุทธ ขณะใดที่สติหลุดไป เรากลายเป็นเดียรถีย์คนนอกศาสนา
หนทางปฏิบัติจึงอยู่ที่ความเพียรในชีวิตประจำวัน เราควรเป็นชาวพุทธให้มากที่สุด เป็นคนนอกศาสนาให้น้อยที่สุด เรามีทางเลือกอยู่ตลอดเวลาระหว่างการ “คิดพุทธ” และ “คิดผิด”

หลวงพ่อชยสาโร







"จิตใจสำคัญน่ะ สำคัญกว่ากายแต่มนุษย์มันโง่น่ะ หลงกาย ไม่สนจิตสนใจ พอจิตตกอับ แล้วทำใจไม่ได้ มัวหาพระ เทพ พรหม มันช่วยไม่ได้หรอก เราต้องช่วยตัวเอง ด้วย ทาน ศีล ภาวนา กันนะ "
"รูปเราก็ศักดิ์สิทธิ์นะอย่าทำเล่น ที่อาตมาให้สร้างเหรียญนี้ขึ้น ไม่ใช่อยากดังหรอกนะ แต่อาตมาให้สร้างเพราะ คนที่มีบุญสัมพันธ์กับอาตมา จะได้มีเหตุและปัจจัย ร่วมสร้างกับอาตมา นับว่าครั้งสุดท้ายของความสัมพันธ์กันแล้วนะ"

พระครูมงคลคณานุรักษ์ (หลวงปู่มหาผิน สุมโน)
วัดโตนด อ.หลังสวน จ.ชุมพร








“คำถาม”
ในฐานะที่หลวงปู่เคยเกิดเป็นลูกศิษย์ของพระอุปคุตในอดีตชาติ บางคนก็ว่าพระอุปคุตยังไม่ตาย คือยังมีชีวิตอยู่ใต้ท้องทะเล อันนี้ จริงหรือไม่?
หลวงปู่ ตอบว่า
...”ทุกๆคนที่เกิดมา จะต้องตายทุกคน
ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์ทั้งหลาย
จะต้องดับขันธ์ คือ ธาตุขันธ์ร่างกาย
จะต้องตายทุกคนทุกท่านนั่นแหละ
ให้มีศรัทธาคือให้เชื่อตามกฏของสัจจะธรรม
อย่าเป็นคนโง่เชื่อง่ายๆ”
คำถามต่อไป
แต่ในตำรา เขาบอกไว้ว่า
...ถ้าเป็นพระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์
ถ้าเรานิมนต์ท่านไว้ให้อยู่โปรดสัตว์
ชั่วกัปป์ชั่วกัลป์ อันนี้ จะได้จริง หรือไม่?
หลวงปู่ตอบว่า
...”พระพุทธเจ้า ทุกๆพระองค์ และ
พระอรหันต์ทั้งหลาย เมื่อหมดอายุขัย ก็
ตายท้ังนั้น
...ถ้าเราไปนิมนต์ท่านให้อยู่ครองธาตุขันธ์
ก็เท่ากับว่าเราเป็นคนโง่นะสิ เพราะ
เราไม่เชื่อเรื่องกฏของสัจจะธรรมที่ว่า
ทุกคนเกิดมาจะต้องตาย
แม้แต่หลวงปู่เอง อีกไม่นานก็จะตายเช่นกัน”

...หลวงปู่ไม อินทสิริ.








“ศรัทธาคือความเชื่อ”
ให้เชื่อตามเหตุตามผลตามกฏของสัจจะธรรม
...ตอนนี้หลวงปู่ป่วยหนัก
ชีวิตร่างกายของหลวงปู่ก็จะเป็นไป
ตามอายุขัย เป็นไปตามอำนาจแห่งกรรม
เพราะ สมัยเป็นเด็กเคยฆ่าสัตว์มาเยอะ
จึงทำให้เจ็บป่วยอยู่บ่อยๆ และก็
จะต้องตายเร็ว
ไม่ว่าใครก็ตายทั้งนั้นแหละ ...จึงขอให้
ลูกศิษย์ของหลวงปู่ ทุกๆคน
ทำความดีไว้ก่อนตาย
เหมือนหลวงปู่พาทำ

...หลวงปู่ไม อินทสิริ.







เศรษฐี ก็ตาย
คนจน ก็ตาย
เห็นไหมว่ามีใคร
เอาอะไรไปได้บ้าง
ทำไว้หมดทุกอย่าง
เอาไปไม่ได้
จะเอาไปได้แต่เพียง
" บุญ บาป "
ของตนเท่านั้น

โอวาทธรรม
หลวงปู่เพียร วิริโย
วัดป่าหนองกอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี







ถาม – จะรู้ได้อย่างไรว่า ใครเคยเป็นอะไรมาแต่ชาติก่อน ๆ
.
ตอบ – อันนั้นมัน วิชชาจรณะสัมปันโน ต้องพร้อมด้วยวิชชาสาม มีปุพเพสันนิวาสานุสสติญาณ เหมือนครูอาจารย์มั่น ท่านศึกษาจนรุ้ดีว่า ท่านปรารถนาพุทธภูมิมานี่ได้กี่ภพกี่ชาติกี่อสงไขย หรือพระพุทธเจ้าได้พยากรณ์ไว้แล้ว สาวเข้าสาวเข้าก็ถึงวันที่ตั้งความสัตย์ ปรารถนาพุทธภูมิ แต่ที่ ตาย ๆ เกิด ๆ นี่ก็หลาย ตายก็เพราะกาม เกิดก็เพราะกาม ทุกข์ก็เพราะกาม สุขก็เพราะกาม
.
ท่านมองดูชั้นฟ้าท้องฟ้าจนจดพุทธภูมิ พุทโธ่ เราจะมาตายมาเกิดอย่างไม่มีกำหนดอีกแล้ว จากนั้นท่านก็เร่งความเพียร จนตีสองก็ได้วิชชาสอง คือ จุตูปปาตญาณ รู้ว่าสัตว์ภพนี้ ดับที่นี้ ไปเกิดที่โน้น ภพโน้น ดับที่โน้น ดับที่นี่ไปเกิดที่โน่น ดับที่โน่นไปเกิดที่นั่น อันนี้ จุตูปปาตญาณ อาสวักขยญาณ วิชาชั้นสาม รุ้จักกิเลสของตนว่าสิ้นไปหมดไป กิเลสของกายวาจาสิ้นไปหมดไป กิเลสของใจเราสิ้นไปหมดไป เรามีกรรมเป็นอันขาด มีกรรมอันไม่งอกแล้ว จิตดวงหลังดับไปอยู่แล้ว อาศัยกำลังทั้งห้า คือกำลังศรัทธา กำลังความเพียร กำลังสติ กำลังสมาธิ กำลังปัญญา ให้รู้แจ้งชัชวาล เพื่อดับขันธปรินิพพาน เราไม่ยินดีจะก่อภพใหม่อีก ก็หมดเรื่องไป
.
ถาม – หลวงปู่มีอะไรเกี่ยวข้องกับใครบ้างไหม
.
ตอบ – นิมิตต่าง ๆ มันต้องศึกษา พอรู้เท่าแล้วก็วาง ๆ ๆ เข้าไปเล่นวนอยู่ก็เป็นธรรมเมาละ ประเทศชาตินี่ก็อาศัยคนมาก จะตั้งทางไหน ก็ตั้งอยู่กับความยุติธรรม จะตั้งทางไหน ก็หมั่นทำ ปฏิบัติไปเรื่อย ๆ มันเกิดอะไรเบียดเบียนละก็น้อมเข้ามาหาใจ ให้มันสงบก็สบายเท่านั้นแหละ ให้รู้อยู่กับปัจจุบันนี้แหละ มันจึงเป็นพุทโธ ธัมโม สังโฆ ทำอยู่แค่นี้ก็พอแล้ว ความเกิดแก่เจ็บตายมันเป็นกงจักร กงจักรมันบดสัตว์ ความเกิดแก่เจ็บตาย มันเป็นของจริงเมื่อเรายังมีภพมีชาติอยู่ เวลาหยุดพักผ่อนก็ให้ทำความสงบทันที ปฏิบัติที่ใจนี้ คนมันมาก พูดกับคนนี้ก็เป็นอย่างหนึ่ง กับคนโน้นก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง มันไม่ลงรอยกันสักที อายุสังขารของเรามันก็เต็มที่แล้ว วันคืนเดือนปีมันก็สิ้นไปหมดไป เราจะทำอะไรอยู่ก็ตามก็ต้องหมั่นทีจิตของเราไปเรื่อย ๆ เวลาธาตุทั้งสี่ ขันธ์ทั้งห้า จะพรากจากกัน ดินก็ไปเป็นดินของเก่า น้ำก็ไปเป็นน้ำของเก่า ไปมันก็ไปเป็นไฟของเก่า ลมก็ไปเป็นลมของเก่า อากาศธาตุมันก็วางไว้อย่างเก่านั่นแหละ เหลือแต่ใจ ดินก็ไม่ใช่ใจ น้ำก็ไม่ใช่ใจ ไฟก็ไม่ใช่ใจ ลมก็ไม่ใช่ใจ แต่เราก็อาศัยสิ่งเหล่านี้แหละ นี่มันก็เป็นสมบัติของบิดามารดา นะ กับ โม นี่แหละสมบัติ ของดี จะไปตั้งศีลก็อาศัยสมบัติของบิดามารดา ปู่ ย่า ตา ยาย นี่แหละ เวลาจะทำบุญสุนทานก็อาศัยสมบัติของบิดามารดาเป็นที่ตั้ง จะเล่าเรียนวิชาของโลกมันก็เอาสมบัติของบิดามารดานี่แหละเป็นที่ตั้ง
.
หลวงปู่แหวน สุจิณโณ
คัดจากหนังสือ สุจิณฺโณรำลึก


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Rosarin และ บุคคลทั่วไป 10 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร