วันเวลาปัจจุบัน 05 มิ.ย. 2020, 11:14  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 16 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ก.ค. 2016, 21:58 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มี.ค. 2016, 19:48
โพสต์: 12

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ทุกคืนก่อนนอนข้าพเจ้านั้นจะสวดมนต์ นั่งสมาธิ และแผ่เมตตา
ข้าพเจ้าอยากนั่งสมาธิได้นานๆ เวลาที่ข้าพเจ้านั่งสมาธิ ข้าพเจ้าจะกำหนด พองหนอ - ยุบหนอ
พยายามกำหนดจิตให้อยู่ที่ลมหายใจแต่ก็มีภาพต่างๆเข้ามาตลอด จิตใจของข้าพเจ้านั้นยังไม่นิ่ง
เหมือนต้องถูกรบกวนด้วยสิ่งรอบตัว ภาพต่างๆที่เห็นก็เกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน
ที่พบปะผู้คน ข้าพเจ้าอยากจะสวดมนต์ นั่งสมาธิ และแผ่เมตตา โดยที่ไม่มีเรื่องอื่นมารบกวน
ข้าพเจ้านั้นคิดว่า เพราะจิตใจของข้าพเจ้ายังไม่นิ่งพอ คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้มากมาย
แต่ข้าพเจ้าก็อยากได้คำแนะนำ สำหรับการนั่งสมาธิ หรือ สวดมนต์ โดยที่สงบจริงๆ โดยที่ไม่เห็นภาพอื่นๆเข้ามารบกวน
ขอขอบพระคุณเจ้าค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ค. 2016, 18:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3922

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนัตตกาล เขียน:
ทุกคืนก่อนนอนข้าพเจ้านั้นจะสวดมนต์ นั่งสมาธิ และแผ่เมตตา
ข้าพเจ้าอยากนั่งสมาธิได้นานๆ เวลาที่ข้าพเจ้านั่งสมาธิ ข้าพเจ้าจะกำหนด พองหนอ - ยุบหนอ
พยายามกำหนดจิตให้อยู่ที่ลมหายใจแต่ก็มีภาพต่างๆเข้ามาตลอด จิตใจของข้าพเจ้านั้นยังไม่นิ่ง
เหมือนต้องถูกรบกวนด้วยสิ่งรอบตัว ภาพต่างๆที่เห็นก็เกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน
ที่พบปะผู้คน ข้าพเจ้าอยากจะสวดมนต์ นั่งสมาธิ และแผ่เมตตา โดยที่ไม่มีเรื่องอื่นมารบกวน
ข้าพเจ้านั้นคิดว่า เพราะจิตใจของข้าพเจ้ายังไม่นิ่งพอ คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้มากมาย
แต่ข้าพเจ้าก็อยากได้คำแนะนำ สำหรับการนั่งสมาธิ หรือ สวดมนต์ โดยที่สงบจริงๆ โดยที่ไม่เห็นภาพอื่นๆเข้ามารบกวน
ขอขอบพระคุณเจ้าค่ะ

คุณอนันตกาล ปฏิบัติพอจะมองภาพคร่าวๆ ได้ดังนี้
1.สวดมนต์
2.แผ่เมตตา
3.กำหนดลม
4.กำหนด พอง-ยุบ
ปัญหา คืออยากให้จิตนิ่ง

การทำสมาธิ ไม่ใช่การทำให้จิตนิ่งไม่คิดนู่นนั่นนี่ครับ
การเพ่งเพียร เป็นการให้จิตจดจ่ออยู่กับอารมณ์ใดอย่างใดอย่างหนึ่ง

เป็นธรรมดาที่แรกๆ เริ่มๆ ที่จิตแว๊ปไปนู่นไปนั่นไปนี่ ครับ จะให้จดจ่ออยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งได้ใช้เวลาครับ ใช้เวลามากน้อยไม่มีผู้ใดบอกได้ครับ
เพียงแต่เมื่อคุณอนันตกาลรู้ว่าจิตแวะไปนู่นนั่นนี่ ก็ให้กำหนดรู้ไว้ครับแล้ว เมื่อความรู้สึกตัวเกิดขึ้นว่าจิตไหลไปกับนู่นนั่นนี่ ก็จะหยุดเองครับ จากนั้นก็กลับมาระลึกกับสิ่งที่กำลังทำครับ ทำบ่อยๆ อย่างนี้เรียกว่าการฝึกจิตครับ เหมือนม้าป่าเจ้าพยศต้องคอยปราบคอยปรามครับ
เมื่อกาลนานเข้าจิตละพยศ ก็จะเข้ารูปเข้ารอยเองครับ
อย่าปฏิเสธสิ่งที่เข้ามาครับ ยิ่งปฏิเสธก็ยิ่งจะผูกพันกับสิ่งนั้นครับ กำหนดลงไปให้รู้เลยครับ สติมันจะดึงจิตกลับคืนสู่ที่ตั้งของการปฏิบัติเองครับ
ทำบ่อยๆ ก็เกิดความเคยชินเป็นนิสัย ความสงบตั้งมั่นก็จะค่อยๆ นานขึ้น เวลาเท่าไรไม่อาจกำหนดได้ครับ

ดังนั้น
สวดมนต์ ก็ให้ตั้งอยู่ที่สวดมนต์
แผ่เมตตา ก็ให้ตั้งอยู่ที่แผ่เมตตา
กำหนดลม ก็ให้ตั้งอยู่มี่กำหนดลม
กำหนด พอง-ยุบ ก็ให้ตั้งอยู่ที่กำหนดพอง-ยุบ

ไม่ต้องปฏิเสธสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นในระหว่าง จบ

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ค. 2016, 19:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เช่นนั้น เขียน:
คุณอนันตกาล ปฏิบัติพอจะมองภาพคร่าวๆ ได้ดังนี้
1.สวดมนต์
2.แผ่เมตตา
3.กำหนดลม
4.กำหนด พอง-ยุบ
ปัญหา คืออยากให้จิตนิ่ง


เป็นซะแบบนี้ไง นี่แหล่ะเรียกไม่ประมาณตน เที่ยวคนอื่นไม่รู้ภาษา แต่ดูภาษาที่ตัวใช้ซิ
นี่เขาเรียกยำเละ

ไม่เอาคำว่า "จิตนิ่ง"มาจากไหนครับ มันมีด้วยหรือจิตนิ่ง
จะสอนให้เช่น คำว่าจิตนิ่งมันไม่มีอยู่ในสาระบบธรรม....
สิ่งจขกทต้องการคือ ความเป็นเป็นเอกัตคตาจิต
นั้นก็คือจิตที่เป็นลักษณะของความว่าง
และที่จขกทคินู้นคิดนี้ เขาเรียก อุทธัจจะกุกกุจจะ

เช่นนั้น เขียน:
การทำสมาธิ ไม่ใช่การทำให้จิตนิ่งไม่คิดนู่นนั่นนี่ครับ
การเพ่งเพียร เป็นการให้จิตจดจ่ออยู่กับอารมณ์ใดอย่างใดอย่างหนึ่ง


ใช่เขาไม่เรียกการทำสมาธิ.......แต่เขาก็ไม่เรียกเพ่งเพียรเช่นกัน
ลักษณะที่จขกททำ ท่านเรียกว่า....การทำสมาบัติ

จขกทเป็นผู้เริ่มต้นจึงไม่ประสีประสาว่าอะไรคือการปฏิบัติ
ตัวเองก็ไม่รู้เรื่อง ก็อย่าพยายามแนะนำในสิ่งที่ผิดลู่ผิดธรรม...อย่าจูงจขกทลงเหว
จะไปก็ไปคนเดียวซิครับ

เช่นนั้น เขียน:
เป็นธรรมดาที่แรกๆ เริ่มๆ ที่จิตแว๊ปไปนู่นไปนั่นไปนี่ ครับ จะให้จดจ่ออยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งได้ใช้เวลาครับ ใช้เวลามากน้อยไม่มีผู้ใดบอกได้ครับ

เลอะเทอะ! จิตอะไรที่ไหนครับ ทำยังกับเด็กวัยรุ่นใจแตก ความจริงมันก็คือความคิด
หรือทางธรรมท่านเรียกธัมมารมณ์.......มันเป็นธรรมชาติของเรา ที่จะต้องคิดเราไปห้าความคิดไม่ได้
เพียงแต่เราสามารถคิดในสิ่งที่ทำให้เกิดมรรคเกิดผลได้
เช่นนั้น พี่โฮจะบอกให้ว่า การสวดมนต์ก็คือการคิด แผ่เมตตา ยุบหนอหรือกำหนดล้วนเป็นความคิดทั้งนั้น.....นี่ท่านเรียกใช้ความคิดที่เป็นกุศลดับความคิดที่เป็นอกุศล....และผลที่ตามมาก็คือเอกัตคตาจิต

เช่นนั้น เขียน:
เพียงแต่เมื่อคุณอนันตกาลรู้ว่าจิตแวะไปนู่นนั่นนี่ ก็ให้กำหนดรู้ไว้ครับแล้ว เมื่อความรู้สึกตัวเกิดขึ้นว่าจิตไหลไปกับนู่นนั่นนี่ ก็จะหยุดเองครับ จากนั้นก็กลับมาระลึกกับสิ่งที่กำลังทำครับ ทำบ่อยๆ อย่างนี้เรียกว่าการฝึกจิตครับ เหมือนม้าป่าเจ้าพยศต้องคอยปราบคอยปรามครับ
เมื่อกาลนานเข้าจิตละพยศ ก็จะเข้ารูปเข้ารอยเองครับ


มันไม่ใช่กำหนดรู้ จิตมันหลงไปแล้วถ้ากำหนดรู้ มันก็คือรู้ในความหลงนั้นเอง
สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่กำหนดรู้......แต่ต้องใช้สติเอาสิ่งที่เราตั้งใจทำไว้แต่แรกกลับคืนมา

เช่นนั้น เขียน:
ดังนั้น
สวดมนต์ ก็ให้ตั้งอยู่ที่สวดมนต์
แผ่เมตตา ก็ให้ตั้งอยู่ที่แผ่เมตตา
กำหนดลม ก็ให้ตั้งอยู่มี่กำหนดลม
กำหนด พอง-ยุบ ก็ให้ตั้งอยู่ที่กำหนดพอง-ยุบ

ไม่ต้องปฏิเสธสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นในระหว่าง จบ


มันต้องรู้ทันความคิด เมื่อหลงไปคิดเรื่องอื่นก็ต้องอาศัยสติ
ดึงเอาความคิดเดิมที่ตั้งใจไว้กลับคืนมา......นี่เรียกว่า เจริญสติ
สติก็เป็นองค์ประกอบของสมาบัติเช่นกัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ค. 2016, 20:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
อนัตตกาล
ทุกคืนก่อนนอนข้าพเจ้านั้นจะสวดมนต์ นั่งสมาธิ และแผ่เมตตา

ข้าพเจ้าอยากนั่งสมาธิได้นานๆ เวลาที่ข้าพเจ้านั่งสมาธิ ข้าพเจ้าจะกำหนด พองหนอ - ยุบหนอ
พยายามกำหนดจิตให้อยู่ที่ลมหายใจ แต่ก็มีภาพต่างๆเข้ามาตลอด จิตใจของข้าพเจ้านั้นยังไม่นิ่ง
เหมือนต้องถูกรบกวนด้วยสิ่งรอบตัว ภาพต่างๆที่เห็นก็เกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน ที่พบปะผู้คน
ข้าพเจ้าอยากจะสวดมนต์ นั่งสมาธิ และแผ่เมตตา โดยที่ไม่มีเรื่องอื่นมารบกวน
ข้าพเจ้านั้นคิดว่า เพราะจิตใจของข้าพเจ้ายังไม่นิ่งพอ คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้มากมาย
แต่ข้าพเจ้าก็อยากได้คำแนะนำ สำหรับการนั่งสมาธิ หรือ สวดมนต์ โดยที่สงบจริงๆ โดยที่ไม่เห็นภาพอื่นๆ
เข้ามารบกวน


ฝึกครับ จขกท. ดูลุงสมพรฝึกลิง

https://www.youtube.com/watch?v=Z9O-Wzvijss

จิตเปรียบเหมือนลิง จขกท.เอง ก็ต้องค่อยๆฝึกมัน ค่อยๆทำให้เหมือนลุงสมพร ใจเย็นๆ พึงคิดสะว่า ไม่ตายก็จะฝึกต่อไป ตายเมื่อไรเลิก (ให้สังเกตก่อนฝึกจิตเป็นยังไง วันนี้เป็นยังไง จิตสงบกว่าก่อนโน้นไหม ถ้าสงบกว่า ก็ก้าวหน้าแล้ว แต่ต้องเป็นค่อยไป

เมื่อใช้พองหนอ ยุบหนอ ท้องพอง ว่า พองหนอ ท้องยุบ ว่า ยุบหนอ มิใช่ให้จิตจับลมหายใจเข้ากับออก ให้สังเกตอาการท้องที่พองกับท้องที่ยุบ (หายใจเข้าท้องพอง หายใจออกท้องยุบ นี่ธรรมดาเลย) ท้องว่าพองหนอ ท้องยุบว่ายุบหนอ ให้พร้อมๆกับพองกับยุบ ไม่ก่อนไม่หลัง

เห็นภาพต่างๆอย่างว่า เห็นภาพนั่นนี่ กำหนดไปเลย เห็นหนอๆๆ (จับเอาภาพนั้นเป็นอารมณ์สะเลย เห็นมะได้ประโยชน์แระ) เมื่อว่า ตามที่เห็นภาพนั่นแล้ว

ก็จับอาการพองกับยุบ พองหนอ ยุบหนอต่อไปอีก แค่นี้วิธีพื้นๆ

ดูตัวอย่างอีก

อ้างคำพูด:
ในการนั่งสมาธิครั้งนี้ ผมสามารถ รับรู้ลมหายใจได้ตลอดสายเป็นเวลานาน

http://larndham.org/index.php?/topic/27 ... ntry393770

นั่นแหละสมาธิจิต (อธิจิตตสิกขา) รู้ลมเข้าออกได้นานๆ

รู้อาการพองกับยุบต่อกันได้นานๆ แค่นี้เองสมาธิ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ค. 2016, 20:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6974

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนัตตกาล เขียน:
ทุกคืนก่อนนอนข้าพเจ้านั้นจะสวดมนต์ นั่งสมาธิ และแผ่เมตตา
ข้าพเจ้าอยากนั่งสมาธิได้นานๆ เวลาที่ข้าพเจ้านั่งสมาธิ ข้าพเจ้าจะกำหนด พองหนอ - ยุบหนอ
พยายามกำหนดจิตให้อยู่ที่ลมหายใจแต่ก็มีภาพต่างๆเข้ามาตลอด จิตใจของข้าพเจ้านั้นยังไม่นิ่ง
เหมือนต้องถูกรบกวนด้วยสิ่งรอบตัว ภาพต่างๆที่เห็นก็เกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน
ที่พบปะผู้คน ข้าพเจ้าอยากจะสวดมนต์ นั่งสมาธิ และแผ่เมตตา โดยที่ไม่มีเรื่องอื่นมารบกวน
ข้าพเจ้านั้นคิดว่า เพราะจิตใจของข้าพเจ้ายังไม่นิ่งพอ คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้มากมาย
แต่ข้าพเจ้าก็อยากได้คำแนะนำ สำหรับการนั่งสมาธิ หรือ สวดมนต์ โดยที่สงบจริงๆ โดยที่ไม่เห็นภาพอื่นๆเข้ามารบกวน
ขอขอบพระคุณเจ้าค่ะ

Kiss
การกล่อมจิตที่ดีที่สุดคือการฟังธรรมเทศนาไปด้วย
การนั่งสมาธิจิตจะฟุ้งไปตามสิ่งที่รับรู้มาในแต่ละวัน
กำหนดการบริกรรมไปด้วยพุทโธ/ธัมโม/สังโฆก็ได้
เป็นการหางานให้จิตคิดคำบริกรรม/หูได้ยินเสียงค่ะ
กำหนดลมหายใจเข้าออกไปตามคำบริกรรมไปด้วย
การฟังไม่ส่งจิตไปตามเสียงแต่ให้หูรับรู้ว่ามีเสียงอยู่
ให้กำหนดคำบริกรรม เช่น หายใจเข้า-สัง/ออก-โฆ
จิตจะสงบลดการฟุ้งไปคิดเรื่องอื่นค่ะ :b12: ลองดูนะคะ
ฟังเทศนาธรรมพระสายกรรมฐานหลวงตาพระมหาบัว
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภหรือหลวงพ่อพุธ ฐานิโยก็ได้ค่ะฯลฯ
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ค. 2016, 00:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


อนัตตกาล เขียน:
ทุกคืนก่อนนอนข้าพเจ้านั้นจะสวดมนต์ นั่งสมาธิ และแผ่เมตตา
ข้าพเจ้าอยากนั่งสมาธิได้นานๆ เวลาที่ข้าพเจ้านั่งสมาธิ ข้าพเจ้าจะกำหนด พองหนอ - ยุบหนอ
พยายามกำหนดจิตให้อยู่ที่ลมหายใจแต่ก็มีภาพต่างๆเข้ามาตลอด จิตใจของข้าพเจ้านั้นยังไม่นิ่ง
เหมือนต้องถูกรบกวนด้วยสิ่งรอบตัว ภาพต่างๆที่เห็นก็เกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน
ที่พบปะผู้คน ข้าพเจ้าอยากจะสวดมนต์ นั่งสมาธิ และแผ่เมตตา โดยที่ไม่มีเรื่องอื่นมารบกวน
ข้าพเจ้านั้นคิดว่า เพราะจิตใจของข้าพเจ้ายังไม่นิ่งพอ คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้มากมาย
แต่ข้าพเจ้าก็อยากได้คำแนะนำ สำหรับการนั่งสมาธิ หรือ สวดมนต์ โดยที่สงบจริงๆ โดยที่ไม่เห็นภาพอื่นๆเข้ามารบกวน
ขอขอบพระคุณเจ้าค่ะ


ต้องหาอุบายในการทำสมาธิ

ในกรณีนี้คือละ

หรือไม่ยึดถือต่อภาพที่ปรากฎขึ้น

การละก็ทำได้ด้วยการสร้างสติ

อนุโมทนาครับ

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ค. 2016, 07:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จขกท. พึงพิจารณาข้อปรารภนี้

แฟนเป็นคนที่เสเพลมาก กินเหล้า แบบว่าไม่ได้เรื่องน่ะค่ะ

แต่มีหมอดูหลายท่านทักว่าถ้าแฟนได้ศึกษาธรรมะอย่างจริงจังจะบวชไม่สึกตลอดชีวิต
ตอนแรกดิฉันคบกับแฟนก็ไม่ทราบหรอกนะคะว่ามีหมอดูเคยทักไว้กับพ่อแม่แฟน

ดิฉันเป็นคนชอบทำบุญทำทาน นั่งสมาธิ และสวดมนต์ แฟนก็ทำตามดิฉันเพราะดิฉันบังคับแรกๆเมื่อไม่กี่วันนี้พาแฟนไปนั่งสมาธิมา (แบบยุบหนอพองหนอ) แค่ไม่กี่ชั่วโมง แฟนดิฉันก็ผิดปกติไปค่ะ

เค้าตื่นมาจากสมาธิ เค้าถามดิฉันว่า รู้สึกถึงลมหายใจที่ชัดเห็นเค้ารู้สึกว่าส่วนท้องเค้ามันยุบลงไปแค่ไหนอย่างไรเวลาหายใจเข้าออก เวลาเดินจงกรม เค้ารู้สึกถึงเท้าที่ย่ำลงพื้นว่าส่วนไหนที่กระทบพื้นชัดเจน

เค้าถามดิฉันว่ามันคืออะไร ดิฉันได้แต่นั่ง ไม่เคยเป็นแบบนี้เลยค่ะ

กลับมาจากวัดเค้าพูดว่า เค้าสดชื่น จับพวงมาลัยรถรู้ว่า มือเค้าจับพวงมาลัย รู้สึกชัดเจนมากๆ มีสติ
เค้าบอกเค้าเข้าใจถึงคำว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานว่ามันมีจริงๆ เหมือนคนใส่เเว่นมัวๆมาแล้วเช็ดจนมันใสชัดเจน

เค้าพูดแต่เรื่องนั่งสมาธิ กลับมาเค้าไม่ดื่มเหล้า สวดมนต์ นั่งสมาธิ ยิ้ม ใจเย็นและดูจะอิ่มบุญมากมาหลายวันแล้วค่ะ

ดิฉันดีใจค่ะที่เค้าเป็นแบบนี้ เค้าบอกเค้ากลัวที่ไปสูบบุหรี่ หรือ กินเหล้าอีกความรู้สึกแบบนี้จะหายไป
เค้ากำลังเข้าถึงสมาธิใช่ไหมคะ ดิฉันจะพาเค้าไปนั่งบ่อยๆเค้าจะได้เป็นคนดี

ดิฉันอยากนั่งได้แบบเค้าจังเลยค่ะ ทำมาตั้งนานก็ยังไม่เป็นเหมือนเค้า เค้านั่งแป๊บเดียวเองไม่เคยสนใจเรื่องนี้ด้วย

มันน่าน้อยใจนัก!!


บางคนทำไม่กี่ชั่วโมง จิตก็เป็นสมาธิ เช่น แฟนผู้เขียน

บางคนทำนมนานแล้วยังมิเคยสัมผัสความสุขอันเกิดจากจิตเป็นสมาธิเลย

สังเกตการละส่ิ่งที่ให้โทษต่อร่างกายและจิตใจ ถึงที่แล้วมันละเองโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องตั้งท่าทำทาง จะละนั่นละนี่เลย มันละของมันเอง :b1: :b1:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ค. 2016, 19:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6974

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
อ้างอิงจากกระทู้ที่คุณอนันตกาลโพสต์หัวข้อ ขอความกรุณาช่วยคลายข้อสงสัยในใจข้าพเจ้าด้วยค่ะ
อ้างคำพูด:
Rosarin เขียน:
cool
คุณอนัตตกาลเงียบหายไปเลยนะคะ
เข้าใจนะคะว่าชีวิตมีอุปสรรคมาก
ปัญหารุมเร้าทำให้คิดมากค่ะ
ถ้ามีเวลาก็เข้ามาสนทนา
จริงแล้วการสวดมนต์
เป็นกุศลจิตนะคะ
:b20:
อย่าเก็บเอาทุกอย่างมาคิดต้องเปลี่ยนอารมณ์ให้เร็ว
เพราะการสวดมนต์เป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่งค่ะ
การสวดต้องมีสติจดจ่อทั้งตาดูหูฟังคิดตาม
บทสวดเป็นพลังงานที่ดีเป็นพุทธคุณค่ะ
แต่ถ้าเราไม่สวดด้วยความเคารพ พลังงานที่ไม่ดีก็จะถูกดึงมาหา คิดสิ่งใดสิ่งนั้นก็ไหลมา
ถ้าสวดตอนจิตขุ่นมัวบุญก็ไม่เข้าสู่จิตใจเลยค่ะ จึงเกิดแต่ปัญหาสุมหัวเพราะคิดมาก
จึงไม่เกิดปัญญาในการคิดแก้ปัญหา คุณอนัตตกาลคงเครียด เปลี่ยนวิธีสวดดีไหม
หลังเลิกงานรับประทานอาหารเข้านอนแต่หัวค่ำให้ร่างกายได้พักผ่อนให้หายเพลีย
ตั้งนาฬิกาปลุกตื่นขึ้นมาสวดมนต์ตอนดึกสักห้าทุ่มก็ได้ค่ะจะได้สงบใจลองดูนะคะ
:b4: :b4:

:b1:
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=52119
กับกระทู้นี้ เกี่ยวข้องกัน เป็นอารมณ์ความรู้สึกต่อเนื่องกัน หรือเป็นคนละเหตุการณ์ก็ไม่ทราบค่ะ
:b44: :b44:


แก้ไขล่าสุดโดย Rosarin เมื่อ 06 ก.ค. 2016, 06:04, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ค. 2016, 22:22 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12215


 ข้อมูลส่วนตัว


รู้สึก.....ตะหงิด...ตะหงิด...ตั้งกะแต่แรก..แล้ว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ค. 2016, 05:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6974

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
กบนอกกะลา เขียน:
รู้สึก.....ตะหงิด...ตะหงิด...ตั้งกะแต่แรก..แล้ว

ข้าพเจ้าบังเอิญเข้าไปอ่านกฎ กติกา เลยพบว่ามีการย้ายหัวข้อเลยตอบไป
แต่เอะใจว่าทำไมโพสต์2เหตุการณ์มาถามแต่ยังไม่ได้ดูว่าสมัครใหม่ด้วยค่ะ
เป็นห่วงว่ามาถามแล้วทำไมไม่เข้่ามาเล่ามาสนทนาอีกสงสัยเลยเทียบกันไว้ค่ะ
:b10: :b14:
http://www.dhammajak.net/forums/viewforum.php?f=11


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ค. 2016, 19:23 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12215


 ข้อมูลส่วนตัว


ทำไมต้องย้ายกะทู้...ก็ไม่รู้เน๊าะ..

อิอิ..
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ค. 2016, 19:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33161

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ปฏิปทา ๔ การปฏิบัติของท่านผู้ได้บรรลุธรรมพิเศษ มี ๔ ประเภท คือ

๑. ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา ปฏิบัติลำบาก ทั้งรู้ได้ช้า

๒. ทุกฺขา ปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา ปฏิบัติยาก แต่รู้ได้เร็ว

๓. สุขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา ปฏิบัติสะดวก แต่รู้ได้ช้า

๔. สุขา ปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา ปฏิบัติสะดวก ทั้งรู้ได้เร็ว

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ส.ค. 2016, 01:07 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2015, 21:52
โพสต์: 32

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ตอบคุณ อนัตตกาล
ผมขออธิบายเกี่ยวกับหลักการตามความคิดเห็นและความเข้าใจของผมนะครับ การฝึกสติ หรือการเจริญสติ และการทำสมาธิ เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน เกื้อหนุนกัน โดยปกติ จิตคนทั่วไปจะยึดติดไปกับตัณหาความอยาก ความกำหนัด ดังนั้นผู้ที่เดินสายธรรมะต่างเห็นภัยและต้องการให้จิตแยกห่างออกจากตัณหา แต่การแยกจิตออกมาตรง ๆ ทำไม่ได้ เพราะจิตยังพัวพันในตัณหาอยู่ ดังนั้นเราจึงต้องเดินทางอ้อม คือการเจริญสติ วิธีการที่คุณใช้ก็เป็นอุบายในการเจริญสติประการหนึ่ง การเจริญสติ คือการทำให้จิตมีความรู้ตัว ตื่นตัว เรามีความปราถนาที่จะให้จิตเว้นว่างจากตัณหา ดังนั้นเมื่อจิตตื่น อยู่เสมอ ตัณหาก็ไม่สามารถเข้ามาชักจูงจิดไปได้ หรือจิตตั้งมั่น จิตเป็นสมาธิ

จิตเมื่อตั้งมั่นมากขึ้น หรือเป็นสมาธิมากขึ้น ก็ส่งผลให้สติเข้มแข็งขึ้น สติเมื่อเข้มแข็งมากขึ้น สมาธิก็ตั้งมั่นมากขึ้น ดังนั้นสติ และสมาธิจึงเกื้อหนุนกันและกัน

ผู้ที่เริ่มฝึกเจริญสติ ส่วนใหญ่ก็จะเจอกับปัญหาสติตั้งอยู่ไม่ได้นาน เมื่อสติไม่ตั้งมั่น จิตก็เตลิดไปกับกิเลสตัณหากู่ไม่ค่อยกลับ วิธีการที่ผมใช้แก้คือ แบ่งช่วงการเจริญสติออกเป็นช่วงสั้น ๆ ให้มีความคุ้นเคย เช่น กำหนดสติให้หายใจเข้า หายใจออกได้ 5 ครั้ง แล้ว ตั้งสติทำใหม่ พอได้อีก 5 ครั้งก็ตั้งสติทำใหม่ ทำไปสักพักจิตก็จะเริ่มคุ้นเคยกับกับการที่สติตั้งมั่น พอคิดว่าทำได้มากขึ้นก็ลองขยับเป้นทำหายใจเข้า หายใจออก 10 ต่อรอบ เมื่อทำชินแล้วต่อไปมันก็จะเป็นอัตโนมัติ และการกำหนดจำนวนรอบก็จะหายไป ไม่ต้องกำหนดจำนวนครั้งอีก ผมใช้เทคนิคนี้ก็ช่วยได้มาก แม้ว่าจะฝึกเจริญสติมาพอสมควร แต่บางครั้งจิตฟุ้งซ่านมาก ก็ยังใช้เทคนิคนี้อยู่

แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ส.ค. 2016, 05:17 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12215


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ส.ค. 2016, 19:37 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มี.ค. 2016, 19:48
โพสต์: 12

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


บ้านสวนสุขใจ เขียน:
ตอบคุณ อนัตตกาล
ผมขออธิบายเกี่ยวกับหลักการตามความคิดเห็นและความเข้าใจของผมนะครับ การฝึกสติ หรือการเจริญสติ และการทำสมาธิ เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน เกื้อหนุนกัน โดยปกติ จิตคนทั่วไปจะยึดติดไปกับตัณหาความอยาก ความกำหนัด ดังนั้นผู้ที่เดินสายธรรมะต่างเห็นภัยและต้องการให้จิตแยกห่างออกจากตัณหา แต่การแยกจิตออกมาตรง ๆ ทำไม่ได้ เพราะจิตยังพัวพันในตัณหาอยู่ ดังนั้นเราจึงต้องเดินทางอ้อม คือการเจริญสติ วิธีการที่คุณใช้ก็เป็นอุบายในการเจริญสติประการหนึ่ง การเจริญสติ คือการทำให้จิตมีความรู้ตัว ตื่นตัว เรามีความปราถนาที่จะให้จิตเว้นว่างจากตัณหา ดังนั้นเมื่อจิตตื่น อยู่เสมอ ตัณหาก็ไม่สามารถเข้ามาชักจูงจิดไปได้ หรือจิตตั้งมั่น จิตเป็นสมาธิ

จิตเมื่อตั้งมั่นมากขึ้น หรือเป็นสมาธิมากขึ้น ก็ส่งผลให้สติเข้มแข็งขึ้น สติเมื่อเข้มแข็งมากขึ้น สมาธิก็ตั้งมั่นมากขึ้น ดังนั้นสติ และสมาธิจึงเกื้อหนุนกันและกัน

ผู้ที่เริ่มฝึกเจริญสติ ส่วนใหญ่ก็จะเจอกับปัญหาสติตั้งอยู่ไม่ได้นาน เมื่อสติไม่ตั้งมั่น จิตก็เตลิดไปกับกิเลสตัณหากู่ไม่ค่อยกลับ วิธีการที่ผมใช้แก้คือ แบ่งช่วงการเจริญสติออกเป็นช่วงสั้น ๆ ให้มีความคุ้นเคย เช่น กำหนดสติให้หายใจเข้า หายใจออกได้ 5 ครั้ง แล้ว ตั้งสติทำใหม่ พอได้อีก 5 ครั้งก็ตั้งสติทำใหม่ ทำไปสักพักจิตก็จะเริ่มคุ้นเคยกับกับการที่สติตั้งมั่น พอคิดว่าทำได้มากขึ้นก็ลองขยับเป้นทำหายใจเข้า หายใจออก 10 ต่อรอบ เมื่อทำชินแล้วต่อไปมันก็จะเป็นอัตโนมัติ และการกำหนดจำนวนรอบก็จะหายไป ไม่ต้องกำหนดจำนวนครั้งอีก ผมใช้เทคนิคนี้ก็ช่วยได้มาก แม้ว่าจะฝึกเจริญสติมาพอสมควร แต่บางครั้งจิตฟุ้งซ่านมาก ก็ยังใช้เทคนิคนี้อยู่

แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันครับ



ขอบคุณมากๆนะคะ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 16 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร