วันเวลาปัจจุบัน 26 ก.ย. 2020, 01:06  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2020, 13:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3906


 ข้อมูลส่วนตัว


"ให้อยู่อย่างผู้รู้ อยู่ด้วยปัญญา...อย่าตกเป็นเหยื่อของคนโง่"

หลวงปู่บุญตา ถาวโร
วัดสิริจันโท อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
(อายุ ๑๐๓ ปี พรรษา ๘๐)
ศิษย์ในองค์หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น









#ต้องแผ่เมตตา

อาตมาคุยกับหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร

“หลวงปู่ จะทำยังไงเค้าถึงจะหยุดรบกัน”
หลวงปู่สิม...“ช่างหัวมันเถอะ ฮึ ฮึ แผ่เมตตา”

ท่านบอกให้แผ่เมตตาหมด... ทุกประเทศ

#ธรรมเปลี่ยนโลก

หลวงพ่อพระอาจารย์เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป












“..ไม่ว่าจะมีเรื่องน้อยใจอะไรก็แล้วแต่ ห้ามไม่ให้ทะเลาะกับพ่อแม่ ไม่ให้ทำหน้ายักษ์ หน้ามารเข้าใส่พ่อแม่ หรือในบางเรื่องที่เราถูกก็ห้ามต่อว่าพ่อแม่อย่างเอาเหตุเอาผลอย่างเด็ดขาด...

เพราะในชีวิตประจำวันของเรานั้น บางครั้งกับเพื่อนฝูงหรือเพื่อนร่วมงานเขากลั่นแกล้งเราทุกอย่างสารพัด เรายังต้องทนระงับโทสะเอาไว้ บางทียังไม่รู้เรื่องอะไรเลยเรายังต้องอดทนเก็บเอาความโกรธเหล่านั้นไว้ในใจ

แล้วกลับพ่อแม่เราที่มีบุญคุณต่อเราอย่างที่สุด เหนือกว่าเจ้านายผู้บังคับบัญชาทั้งหมด ทำไมเราจะยอมทนยอมยกให้พ่อแม่ไม่ได้ แค่บุญคุณที่ท่านได้ให้เราเกิดมาอย่างเดียวก็ตอบแทนไม่หมดอยู่แล้ว..”

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป











"คนที่ไม่ยอมให้อภัย" คือ คนที่กอดหมาเน่าไว้ แล้วคร่ำครวญว่า เหม็นเหลือเกินๆๆๆ น่าสมเพช...น่าสมน้ำหน้า

"การให้อภัย" จึงเป็นการล้างใจขั้นสูง ที่น่าปฏิบัติอย่างยิ่ง

พระคติธรรม
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร








ความว่างนี่มันอยู่เฉยๆนี่แหละ ถ้าจิตเฉยนี่ถึงไม่เกิด ถ้าจิตไม่เฉยจิตนั้นเกิด จิตกระเพื่อมคือจิตเกิด จิตไม่กระเพื่อมคือจิตไม่เกิด จิตยึดคือจิตเกิด จิตไม่ยึดคือจิตไม่เกิด ฉะนั้นถ้าอยู่กับความว่างถามว่ามีเหมือนไม่มี ผมอยู่ตอนหลวงปู่ดูลย์ฯจะมรณภาพ ผมถามท่านประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนจะหมดลมหลวงปู่ไปนิพพานได้ไหม ท่านบอกจิตท่านไม่มีอารมณ์ ไม่มีที่ตั้ง ถ้ามีอารมณ์ก็ต้องมีที่เกิด มีที่ตั้งก็ต้องมีที่เกิดหมายความว่าท่านหยุดหยุดอยู่ในปัจจุบัน

พระธรรมคำสอน "หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล"









"เรื่องเมตตาจิตตน"

จิตใจของเรา จงอยู่เป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้ส่งออกไปเบียดเบียนผู้อื่นเลย

จิตใจของเรา จงอยู่เป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้ส่งออกไปลักเล็กขโมยทรัพย์สินของผู้อื่นเลย

จิตใจของเรา จงอยู่เป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้ส่งออกไปเสียดสีกับร่างกายผู้อื่นเลย

จิตใจของเรา จงอยู่เป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้ส่งออกไปทำในสิ่งที่ผิดศีลเลย

นี้แหละการมีเมตตาตน จะต้องมีเมตตาสงสารจิตใจตนเอง จะต้องรู้จักให้ศีลให้ธรรมแก่จิตใจตนเอง ศีลกับธรรมจะต้องอยู่เป็นคู่กันภายในจิตใจ จิตใจถึงจะสะอาดบริสุทธิ์ยิ่งๆขึ้นได้ ...ผู้มีเมตตาจิตตน ด้วยสติบารมี ด้วยสมาธิบารมี "ย่อมอยู่ได้ดี"

หลวงปู่ไม อินทสิริ











ใส่บาตรพระเช้า
บุญรักษาค่ะเพื่อนๆ

ทุกคนมีอดีต...
มีความหลังกันทั้งนั้น
มีแผลเป็นติดอยู่ที่ตัว
บางคนติดอยู่ที่ใจ...
สลัดอย่างไรก็ไม่หลุด
ถ้าใจเราไม่ปล่อยวาง...

หลวงปู่แสง ญาณวโร









#ปฏิปทาและคำสอน

หลวงปู่ดู่ท่านสอนให้มีปฏิปทาสม่ำเสมอ ท่านว่า “ขยันก็ให้ทำ ขี้เกียจก็ให้ทำ ถ้าวันไหนยังกินข้าวอยู่ก็ต้องทำ วันไหนเลิกกินข้าวแล้วนั่นแหละจึงค่อยเลิกทำ”

การสอนของท่านนั้นมิได้เน้นแต่เพียงการนั่งหลับตาภาวนา หากแต่หมายรวมไปถึงการกำหนดดู กำหนดรู้ และพิจารณาสิ่งต่างๆ ในความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านชี้ให้เห็นถึงสังขารร่างกายที่มันเกิดมันตายอยู่ตลอดเวลา ท่านว่าเราวันนี้กับเราเมื่อตอนเป็นเด็กมันก็ไม่เหมือนเก่า เราขณะนี้กับเราเมื่อวานก็ไม่เหมือนเก่า จึงว่าเราเมื่อตอนเป็นเด็กหรือเราเมื่อวานมันได้ตายไปแล้ว เรียกว่าร่างกายเรามันเกิด-ตาย อยู่ทุกลมหายใจเข้าออก มันเกิด-ตาย อยู่ทุกขณะจิต ท่านสอนให้บรรดาศิษย์เห็นจริงถึงความสำคัญของความทุกข์ยากว่าเป็นสิ่งมีคุณค่าในโลก ท่านจึงพูดบ่อยครั้งว่า การที่เราประสบทุกข์นั่นแสดงว่าเรามาถูกทางแล้ว เพราะอาศัยทุกข์นั่นแหละ จึงทำให้เราเกิดปัญญาขึ้นได้

บทความ : กำลังจักรพรรดิ
หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
หลวงตาม้า วิริยธโร









จะเมตตา...
เมตตาต้องเข้มแข็งนะ

ต้องไม่เอาชนะความชั่ว
ด้วยความชั่ว...

พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล







#ครูบาอาจารย์ยุคนี้ก็ดูยากนะครับ #จะสามารถรู้ได้อย่างไรว่าองค์ไหนเป็นอย่างไร.?

หลวงพ่อตั๋น : แต่เราดูรูปเราก็พอรู้ ว่าท่านทั้งสององค์นี่ดี แต่ว่าเราจะเลือกใครแค่นั้นเอง เราดูรูปนะ ดูรูปหลวงตา และหลวงพ่อชา ก็พิจารณาว่า ใครเท่านั้น เพราะดีทั้งสององค์ตอนนั้น แต่ว่าอาจจะวิบากกรรมเรามีความเกี่ยวข้องกับหลวงพ่อชามากกว่า แต่ว่าจริงๆแล้วเราเอาทั้งสองมาผสมผสานกันโดยไม่รู้ตัว เราบวชกับหลวงพ่อชาอยู่กับหลวงพ่อชา แต่ว่าการปฏิบัติเนี่ยสายหลวงปู่มั่นและหลวงตามหาบัวมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติของหมู่คณะเรา

เพราะว่าท่านไม่มีการประชุมรวมกัน ท่านให้ต่างคนต่างภาวนา เราก็นำมาใช้ อย่างที่วัดหนองป่าพงเนี่ยโดยส่วนใหญ่แล้ว ๗๐ เปอร์เซ็นต์ จะมีการประชุมกันทำวัตรเช้าวัตรเย็น แต่เราเปลี่ยน เราเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อชาจริง แต่เราเอาข้อวัตรของหลวงตามาใช้ คือว่าวันพระจึงจะรวมกันครั้งหนึ่ง ถ้าวันธรรมดาไม่รวม ต่างคนต่างภาวนาหลายๆแบบ เพราะเราประทับใจทั้งสององค์ แล้วเอาทั้งสององค์มาผสมกัน แล้วมาเกิดเป็นเราขึ้นมา

ทีนี้ถ้าเป็นวัดหลวงตาเนี่ยท่านก็จะได้นิสัยของพ่อแม่ครูบาอาจารย์คือ หลวงปู่มั่น ท่านจะสมถะมาก ให้ลูกศิษย์สมถะ มักน้อย สันโดษ อันนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก แต่จริตนิสัยเราถ้าพูดถึงเราก็ติดตั้งแต่เป็นฆราวาสแล้ว ก็ชอบอะไรที่สวยงาม ติดความสวยงาม ความมั่นคง จะทำอาคารเสนาสนะ เราก็ทำทีเดียวให้จบเลย ไม่ต้องมายุ่งยากนิสัยมันก็ชอบอย่างนั้น ถึงแม้มันวางสมมุติได้แล้ว แต่ก็ยังใช้สมมุตินั้นอยู่ เราก็เลยเป็นอีกนิสัยหนึ่ง

อย่างทำอาคารเนี่ย เราก็คิดว่าเราวางล่วงหน้าว่า ในอนาคตเราจะรับพระได้กี่รูป เราก็กะว่าไม่ต่ำกว่า ๕๐-๖๐ รูป เพราะฉะนั้นต้องเผื่ออาคารสำหรับพระ ๕๐-๖๐ องค์ ในเวลาปกติ แต่เวลามีงานเทศกาลอาจจะ ๑๐๐ องค์ ต้องเผื่อให้พอแล้วเราเผื่อว่าทำอาคารอันนี้ ถ้าเรามีชีวิตยืนยาวอีก ๒๐-๓๐ ปี หรือมากกว่านั้น เราจะใช้อาคารนี้ไปตลอดชีวิตของเรา ไม่ต้องไปยุ่งไม่ต้องมาก่อสร้างอีก เราเลยยอมที่จะทำใหญ่ทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าทำใหญ่แล้วทำใหญ่ไม่พอเดี๋ยวก็ต้องมาขยายอีก

แต่เรารู้เลยนะเนี่ย พอทำเสร็จนะ คอยดูนะ ทำเสร็จนะกฐินปีแรกเต็ม มันเต็มหมดน่ะ ยังไงก็เต็มคอยดูใหญ่ขนาดนี้มันก็เต็ม พอกฐินมันก็เต็มหมด มันก็แน่น แต่เราก็ใช้ปีหนึ่งก็ครั้งหนึ่ง เราอาจจะกางเต้นด้านนอกบ้างก็ได้ ก็รวมๆไป

หลวงพ่อตั๋น ถิรจิตฺโต
วัดบุญญาวาส อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี










การภาวนา. อย่าอยากเห็นโน้นเห็นนี่. ให้เห็นหัวใจตัวเอง. เรารู้อะไรอยู่. คิดอะไรอยู่.

หลวงปู่พุธ ฐานิโย








สงบจากความสุข. สงบจากความทุกข์. สงบจากความรัก. สงบจากความชัง. นี่คือทางไปพระนิพพาน

หลวงปู่ชา สุภัทโท








#ทำนายอนาคต

วันหนึ่งลูกศิษย์เก่าแก่ของหลวงพ่อชา
ได้กราบขอให้หลวงพ่อทำนายอนาคตของเขา หลวงพ่อปฏิเสธ พระที่ดีจะไม่ทำนายโชคชะตาหรอก แต่ลูกศิษย์คนนั้น มีความมุ่งมั่นมาก เขาทบทวนให้หลวงพ่อระลึกว่า กี่ครั้งกี่หนแล้วที่เขาถวายอาหารท่าน เงินจำนวนเท่าไหร่ล่ะ ที่เขาเคยถวายวัด เขาขับรถพาหลวงพ่อไปไหนมาไหน โดยควักกระเป๋าตัวเอง แถมยังต้องทิ้งการทิ้งงาน และครอบครัวไป…

หลวงพ่อเห็นความมุ่งมั่น ของชายคนนั้น ที่จะได้ฟังคำทำนาย ท่านจึงบอกเขาว่า ท่านจะยอมฝืนกฏ ที่จะไม่ทำนายอนาคตใครนั้นสักครั้งหนึ่ง

“เอามือมาซิ ให้อาตมา ดูลายมือโยมหน่อย”

ลูกศิษย์คนนั้น ตื่นเต้นมาก หลวงพ่อไม่เคยดูลายมือ ให้ลูกศิษย์คนไหนมาก่อนเลย นี่เป็นกรณีพิเศษจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น ใครๆ ก็นับถือ หลวงพ่อ ว่าเป็นพระอรหันต์ผู้มีฤทธิ์ปาฏิหาริย์ อะไร ๆ ที่ท่านว่าจะเกิดขึ้น มันก็จะต้องเกิด แน่นอนเลยว่า มันจะต้องเป็นจริงอย่างท่านว่า

หลวงพ่อใช้นิ้วชี้ของท่าน ไล่ไปตามลายมือบนฝ่ามือของลูกศิษย์ แล้วท่านก็พึมพำกับตัวท่านเองว่า “อู้ น่าสนใจจริง อื่อๆ แปลกจริง ”

ลูกศิษย์ผู้น่าสงสารคนนั้น ตื่นเต้นสุดๆ ด้วยความคาดหวัง เมื่อหลวงพ่อสำรวจลายมือเรียบร้อยแล้ว ท่านปล่อยมือลูกศิษย์และกล่าวกับเขาว่า

“อนาคตของโยมจะเป็นดังนี้นะ”
“ครับ ครับ” ลูกศิษย์รีบสนอง

หลวงพ่อว่า “อาตมาก็ไม่เคยทายผิดเสียด้วย”

“โยมทราบ โยมทราบดี เอ้อ! ตกลงอนาคตโยมจะเป็นยังไงครับหลวงพ่อ?”
ลูกศิษย์ถามอย่างตื่นเต้นสุด ๆ

หลวงพ่อชา ตอบว่า.....
“อนาคตของโยมน่ะรึ ก็ไม่แน่นอนน่ะซิ”

#หลวงพ่อชา #สุภัทโท









#ฝึกให้เรามีสติอยู่ทุกเมื่อ

เป็นนักภาวนา ทำอะไรก็ต้องให้มีสติพร้อมตลอด การภาวนาจึงจะมีกำลัง ไม่ใช่จะตั้งสติเฉพาะเวลาจะนั่งภาวนาเท่านั้น มันไม่ทันกิเลส

คติธรรมหลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม









“ยิ้มจากใจที่สดใสให้กับคนรอบๆ กาย
เพราะว่าโลกนี้ ขาดรอยยิ้มบ่ได้ โดยเฉพาะ
คนที่ยืนหน้ากระจกยิ้มให้เขาหลายๆ
แล้วบอกเขาว่า.. พรุ่งนี้ฉันจะต้องดีขึ้น ดีขึ้น ดีขึ้น”

หลวงปู่สรวง สิริปุญโญ







"เราคิดว่าเขาโง่
ก็เพราะความโง่ของเราเองที่มีมาก
จนล้นออกมาเที่ยววัดผู้อื่น"

ท่านพุทธท่าสภิกขุ








“เป็นโสด ย่อมอยู่เป็นสุข ถ้าสูญเสียคนที่รักไป
แล้วไม่หาแฟนใหม่ เพราะเห็นโทษของการมีแฟน
มีคู่รักว่ามีทุกข์มากกว่าสุข จะเข็ดหลาบ
ไม่กล้ามีคนใหม่

แล้วก็จะน้อมเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ
ทำให้ใจสงบ เจริญอสุภะกรรมฐานให้เบื่อหน่าย
ในร่างกาย ว่าคนที่เราหลงไหลนั้นแหละ ที่เราต้อง
พิจารณาว่าเป็นซากศพ

เวลายังหายใจอยู่ ก็อยู่ด้วยกันได้ พอไม่หายใจ
ก็ไม่กล้าเข้าใกล้แล้ว ทั้งๆ ที่ร่างกายก็ไม่ได้
เปลี่ยนแปลงไป ยังมีอาการ ๓๒ เพียงแต่
ไม่หายใจเท่านั้นเอง จะได้ดับราคะตัณหา
ไปอยู่คนเดียวได้ เป็นโสดได้ ย่อมอยู่เป็นสุข”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต









"เราไม่มีหน้าที่ทุกข์
แต่เรามีหน้าที่รู้จักทุกข์"

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)







“ถ้าเหลือ ค่อยมาทำบุญ
ถ้าขัดสน ยังไม่พอ มีหนี้สิน
ก็เอาไปดูแลครอบครัวก่อน
ทำครอบครัวให้มีความสุข
เหลือแล้ว พอแล้ว
ค่อยมาทำบุญกับพระ”

หลวงปู่ทุย ฉันทกโร









" ร่างกายของเรานี้
เดิมทีก็เป็นธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม

ไม่ใช่ของๆ เรา เรียกว่า
เราขอยืมเขาใช้ชั่วคราว
เมื่อถึงเวลาแล้ว
ก็จะต้องส่งคืนให้แก่เขา
เอาไว้ต่อไปอีกไม่ได้

เหตุนั้น เมื่อเราขอยืม
ของเขามาใช้แล้ว
เราก็ต้องทำผลประโยชน์
ให้แก่เขาบ้าง คือ
ทำบุญ ทำกุศลให้เกิดขึ้น
ทางกาย วาจา ใจ
แล้วก็ส่งส่วนกุศลอันนี้
เป็นผลประโยชน์
แบ่งให้เขาไป

ถ้าเราเกิดมาเป็นมนุษย์
แล้วไม่ทำบุญกุศลอันใด
ให้เกิดขึ้นแก่กายใจเลย
ก็เท่ากับเราเป็นหนี้สินเขาอยู่
ทุนเราก็ไม่ใช้ แล้วยังโกงเขาอีก

คือ เอาทุนของเขามาใช้
แล้วก็ยังไม่ได้ให้ดอกเบี้ยเขา
ภายหลังนั่นแหละจะลำบาก "

โอวาทธรรม
ท่านพ่อลี ธมฺมธโร


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: โลกสวย และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร


cron