วันเวลาปัจจุบัน 21 ต.ค. 2020, 06:33  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 356 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 20, 21, 22, 23, 24  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2019, 05:03 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:

บอกอ๊บซ์ให้อย่าเล่นในสิ่งที่ใช่ :b32: ช่างทรมานอ๊บซ์แท้ ๆ

ก็ เอาแบบ วั๊บๆแวมๆ ก็พอเน๊อะ

:b32:

ตอนนี้เรามี แนว 3 แนว แล้ว
1. แนว อ๊บซ์ ปัจจินไตย
2. แนว ผักกาด โลภจะเอาทุกอย่างเพราะมันสำคัญ
3. แนว เอกอน มีญาติอยู่แดนไกล

:b32: :b32: :b32:

ดี ไม่ดี จริง ๆ แล้ว กรรมอาจจะจัดสรรมาให้ อ๊บซ์ ปัจจินไดย
กับ ผักกาด โลภเป็นสำคัญ จะต้องมาเจอเอกอน
เพื่อหยุดยั้งการเดินทางไปเยี่ยมญาติของเอกอนก็ได้

:b9:


:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2019, 08:28 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
eragon_joe เขียน:

บอกอ๊บซ์ให้อย่าเล่นในสิ่งที่ใช่ :b32: ช่างทรมานอ๊บซ์แท้ ๆ

ก็ เอาแบบ วั๊บๆแวมๆ ก็พอเน๊อะ

:b32:

ตอนนี้เรามี แนว 3 แนว แล้ว
1. แนว อ๊บซ์ ปัจจินไตย
2. แนว ผักกาด โลภจะเอาทุกอย่างเพราะมันสำคัญ
3. แนว เอกอน มีญาติอยู่แดนไกล

:b32: :b32: :b32:

ดี ไม่ดี จริง ๆ แล้ว กรรมอาจจะจัดสรรมาให้ อ๊บซ์ ปัจจินไดย
กับ ผักกาด โลภเป็นสำคัญ จะต้องมาเจอเอกอน
เพื่อหยุดยั้งการเดินทางไปเยี่ยมญาติของเอกอนก็ได้

:b9:


:b32: :b32: :b32:



555555555555

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2019, 08:33 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
eragon_joe เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
ได้ดูหลวงพ่อพุธ จากท่านอ๊บแล้ว ทำให้ผมเจริญใจดีมากครับ :b16: :b16: :b16:

...ผมนี้ยังต่ำต้อยมาก หลงมาก จนลืมคำครูสอนหมด เพราะปารถนาปฏิสัมภิทาญาณมากเกินไป เลยเรียนและมีครูหลายสำนัก (เรียนรู้ให้มากแบบพระราหุล) เรียนหลายอย่างจนลืมคลองเก่ากรรมฐานเก่าๆที่ตนได้ ผมเองก็บวชเรียนกรรมฐานสายพระป่าตามบ้านอกครูอุปัชฌาย์ผมเป็นศิษย์หลวงปู่เสาร์ก่อนหลวงพ่อพุธหน่อยหนึ่ง ท่านเดินทางมากับกองทัพธรรมหลวงปู่มั่น หลวงปู่สิงห์ หลวงปู่เสาร์ ซึ่งตอนนั้นหลวงพ่อพุธคาดว่าเป็นสามเณรอยู่ ชาวบ้านขอหลวงปู่มั่นเป็นเจ้าอาวาสวัดที่นั่น แต่หลวงปู่มั่น ท่านให้หลวงปู่พระอุปัชฌาย์ผมอยู่แทนแล้วเผยแพร่ธรรมที่นั่นจนละสังขารเข้าพระนิพพาน สมัยทีท่านยังครองขันธ์อยู่เวลาหลวงพ่อพุธเจอท่านก็จะเข้าไปกราบนมัสการท่านตามทำเนียมพระป่า เพราะพรรษาแก่กว่า บรรลุอรหันต์ก่อน สอนเหมือนกันศิษย์หลวงป๔่เสาร์เหมือนกัน ธาตุขันธ์กลายเป็นพระธาตุ ผมเชื่อว่าสมัยยุคนั้นสายพระป่ากองทัพธรรมจะบรรลุกันทุกรูป เพราะเท่าที่ด๔มาเป็นแบบนั้น

พอผมดูหลวงพ่อพุธแล้วให้นึกถึงท่าน คำสอนที่หลงลืม สิ่งที่ควรเดินต่อผมกลับมาคลำจุดได้แล้ว ขอบคุณท่านอ๊บมากๆครับ นี่แหละหนาเขาว่าหากเจอบัณฑิต และบุญเก่าเรามีก็จะช่วยให้เดินออกจากสิ่งที่หลงไม่ถึงคลำจุดไม่เจอได้ สาธุครับท่านอ๊บ :b8: :b8: :b8:

จะขอกลับไปทำคลองเก่าตามหลวงปู่ท่านสอนให้ดีก่อนแล้วจะกลับมาโม้สนุกสนานต่อครับ


ขอบคุณท่านอ๊บ ท่านเอกอนมากครับ :b8: :b8: :b8: :b16: :b16: :b16:


:b32: :b32: :b32:

มีงี๊อีก ...



อิอิอิ :b32: :b32: :b32: คือโลภอะครับ จะเอาทุกอย่าง เพราะมันสำคัญอะนะครับ ตอนนี้

ผมมีโอกาสได้ลิ้มรสธรรมในหลายๆทาง มันก็ดีนะ :b22: :b22: :b22:

ลองคิดดูนะครับว่าพระพุทธเจ้าที่มีครบหมดจะเป็นยังไง ผมไม่แปลกใจที่พระองค์กล่าวตอนตรัสรู้ใหม่ๆว่า ศีล สมาธิ ปัญญา ธรรม ไม่มีใครยิ่งไปกว่าพระองค์

:b16: :b16: :b16:


:b32: :b32: :b32:

ผมก็อยากได้..แต่นิสัยขี้เกียจ..นี้ซิ...จะทำยังงัยหน่อ?... :b13: :b13: :b13:

เลยสนใจ..สงสัย...ทำไม...บางท่านไม่ได้ศึกษาอะไรมากเลยแต่ตอนเป็นพระอรหันต์กลับได้ปฏิสัมภิทาฯ..ซะนี้

ตามนิสัยขี้เกียจ....เลยสนใจเหตุผลกลไกอันนี้..ว่า..เหตุไฉนหนอ.? :b9: :b9: :b9:



คำตอบที่ท่านอ๊บสงสัย คือคำถามนี้ครับว่า

ท่านอ๊บคิดว่า ตลอดสังสารวัฏนานนับอสงไขย
๑. ชาตินี้เป็นชาติแรกที่จิตเดิมแท้ของท่านอ๊บเกิดขึ้นมาหรือไม่
๒. มีชาติก่อนๆท่านอ๊บไหม แล้วคอดว่าชาติหน้าจะมีไหมหากไม่บรรลุอรหันต์
๓. พระพุทธเจ้า และพระอรหันต์ทั้งหลายท่านมีชาติก่อนไหม ถ้ามี ..ท่านสะสมเหตุไหมจึงบรรลุธรรม หรืออยากบรรลุก็บรรลุเลยไม่ต้องสะสมบารมี แถมเลือกได้ด้วยว่าจะบรรลุแบบไหนใช่หรือไม่
๔. พระอรหันต์แต่ละท่านแต่ละอย่างสะสมมาเหมือนกัน หรือต่างกันไหม อย่า่งไร
๕. ท่านอ๊บเพิ่งเคยเจอพระพุทธศาสนาเป็นชาติแรกของดวงจิตเดิมแท้ที่จรมาตลอดหลายอสงไขยหรือไม่
๖. เมื่อวานมีไหน เดือนก่อนมีไหม ปีก่อนมีไหม ปีก่อนๆมีไหม 10 ปีก่อนมีไหม 30 ปีก่อนมีไหม ปัจจุบันวันนี้มีไหม วันพรุ่งนี้มีไหม วันมะรืนนี้มีไหม ดังนี้แล้วที่ครูบาอาจารย์กล่าวว่าทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะปัจจุบันเป็นเหตุปัจจัยส่งผลในชั่วขณะเวลาภายหน้า ทำวันนี้ให้ดีที่สุดเพราะวันนี้เป็นเหตุของวันพรุ่งนี้ วันพรุ่งนี้เดป็นผลของวันนี้เป็นคำที่ถูกต้องแล้วหรือไม่
๗. หากมีชาติก่อน ชาตินี้ ชาติหน้า ที่เกิดเป็นคนได้เพราะอะไร มีอะไรสะสมมา ที่มีโอกาสได้เจอพระพุทธ พระรัตนตรัย และพระพุทธศาสนาเพราะอะไร ที่สามารถเจริญบารมีธรรมได้เพราะอะไร
๘. ท่านอ๊บบรรลุอรหันต์ในตอนที่อ่านกระทู้นี้เลยได้ไหมครับ ไม่ต้องเจริญทาน ศีล ภาวนาแล้วบรรลุธรรมได้เลยไหมครับ และเลือกบรรลุแบบไหนก็ได้ตามใจได้เลยหรือไม่ครับ หรือทำได้ตามกำลังที่สะสมเหตุมาเท่านั้นครับ

:b12: :b12: คำตอบในความสงสัยนั้น อยู่ในคำตอบของคำถามนี้ครับ :b17: :b17: :b17:

ก็ถ้ากรรมมีจริง กรรมมีทั้งดีทั้งชั่ว กรรมส่งผล เราเป็นทายาทกรรม นี่ก็คือ..กรรม และ วิบากกรรม.. ผมก็กระทำกรรมอันไปสู่ผลนั้นครับ

ท่านอ๊บอย่าเล่นมุก ปัจจัตตัง กับ อจินไตย นะครับ อิอิ :b12: :b12: :b12:


บอกอ๊บซ์ให้อย่าเล่นในสิ่งที่ใช่ :b32: ช่างทรมานอ๊บซ์แท้ ๆ

ก็ เอาแบบ วั๊บๆแวมๆ ก็พอเน๊อะ

:b32:

ตอนนี้เรามี แนว 3 แนว แล้ว
1. แนว อ๊บซ์ ปัจจินไตย
2. แนว ผักกาด โลภจะเอาทุกอย่างเพราะมันสำคัญ
3. แนว เอกอน มีญาติอยู่แดนไกล

:b32: :b32: :b32:

ดี ไม่ดี จริง ๆ แล้ว กรรมอาจจะจัดสรรมาให้ อ๊บซ์ ปัจจินไดย
กับ ผักกาด โลภเป็นสำคัญ จะต้องมาเจอเอกอน
เพื่อหยุดยั้งการเดินทางไปเยี่ยมญาติของเอกอนก็ได้

:b9:



555555555

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2019, 12:17 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
เพราะ เอกอนไม่ได้คิดติดใจไปในการตามหา นิพพาน น่ะ

ซึ่งเป็นคำตอบที่ ผิดมาก ๆ สำหรับชาวพุทธ

เพราะเวลาเข้าวัด เข้าสำนักธรรม คำถามยอดฮิตอย่างหนึ่งคือ อยากไปนิพพานมั๊ย
และเป็นสโลแกนว่า ชาวพุทธ ต้องมี นิพพาน เป็นเป้าหมาย

แต่สำหรับเอกอน ความอยากไปนิพพาน มันได้หายไป
ซึ่งเป็นอาการหลงผิดที่เกิดขึ้นกับเอกอน โดยที่เอกอนยังแก้ไขอาการนี้ไม่ได้

:b32: :b32: :b32:

บางที กรรม ก็เป็นเรื่องที่ตอบยาก
ทั้ง ๆ ที่เอกอนก็ออกจะปฏิบัติตัวน่ารักขนาดนี้ แต่ราวกับว่าเอกอนมีเป้าหมายที่จะไปในที่ที่แปลก ๆ
เอกอนอาจจะมีญาติอยู่ในที่แปลก ๆ พอดีอาจจะอยากไปเยี่ยมญาติ

:b9: :b9: :b9:

อันนี้ย้อเย่นน่ะ ขำ ขำ สไตล์ แดจาวู

:b32: :b32: :b32:

ด้วยเอกอนดันทำประเด็นให้ตัวเอกอนเองก็ ฉงน :b32:

ก็เลยอยากจะรู้ว่า อ๊บซ์ กับ ผักกาด คิดยังไงเกี่ยวกับเรื่อง
การปฏิบัติ กับเรื่อง นิพพาน

:b16: :b16: :b16:

อยากไปมั๊ย ... อยากยังไง คิดยังไงเกี่ยวกับสิ่งที่อยากนี้
คิดยังไงกับ นิพพาน ง่ะ
มันจะเป็น สภาวะ หรือ มันจะเป็นสถานที่ หรือมันจะเป็นอะไรยังไง

อยากไปจริง ๆ หรือ อยากเพราะเป็นการถูกปลูกฝังมา เดินตาม ๆ การปลูกฝังมา
อิอิ มีอัลไร ก็ว่ามานั่นล่ะ

:b16: :b16: :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2019, 19:58 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
eragon_joe เขียน:
เพราะ เอกอนไม่ได้คิดติดใจไปในการตามหา นิพพาน น่ะ

ซึ่งเป็นคำตอบที่ ผิดมาก ๆ สำหรับชาวพุทธ

เพราะเวลาเข้าวัด เข้าสำนักธรรม คำถามยอดฮิตอย่างหนึ่งคือ อยากไปนิพพานมั๊ย
และเป็นสโลแกนว่า ชาวพุทธ ต้องมี นิพพาน เป็นเป้าหมาย

แต่สำหรับเอกอน ความอยากไปนิพพาน มันได้หายไป
ซึ่งเป็นอาการหลงผิดที่เกิดขึ้นกับเอกอน โดยที่เอกอนยังแก้ไขอาการนี้ไม่ได้

:b32: :b32: :b32:

บางที กรรม ก็เป็นเรื่องที่ตอบยาก
ทั้ง ๆ ที่เอกอนก็ออกจะปฏิบัติตัวน่ารักขนาดนี้ แต่ราวกับว่าเอกอนมีเป้าหมายที่จะไปในที่ที่แปลก ๆ
เอกอนอาจจะมีญาติอยู่ในที่แปลก ๆ พอดีอาจจะอยากไปเยี่ยมญาติ

:b9: :b9: :b9:

อันนี้ย้อเย่นน่ะ ขำ ขำ สไตล์ แดจาวู

:b32: :b32: :b32:

ด้วยเอกอนดันทำประเด็นให้ตัวเอกอนเองก็ ฉงน :b32:

ก็เลยอยากจะรู้ว่า อ๊บซ์ กับ ผักกาด คิดยังไงเกี่ยวกับเรื่อง
การปฏิบัติ กับเรื่อง นิพพาน

:b16: :b16: :b16:

อยากไปมั๊ย ... อยากยังไง คิดยังไงเกี่ยวกับสิ่งที่อยากนี้
คิดยังไงกับ นิพพาน ง่ะ
มันจะเป็น สภาวะ หรือ มันจะเป็นสถานที่ หรือมันจะเป็นอะไรยังไง


อยากไปจริง ๆ หรือ อยากเพราะเป็นการถูกปลูกฝังมา เดินตาม ๆ การปลูกฝังมา
อิอิ มีอัลไร ก็ว่ามานั่นล่ะ

:b16: :b16: :b16:


:b13: :b13:
ขอย้อยรอย..คำว่า..นิพพาน..ที่ประสพมาก่อน..

นิพพาน...เคยได้ยินมาแล้วตั้งแต่เด็กๆ..เคยฟังพระท่านเทศน์..บ่อยๆ..บอกว่า..นิพพานสูญ..ว่าง.ไม่มีอะไร..ดั่งเปลวไฟที่ดับไป..ไร้ร่องรอย..

เด็กชายผู้เชื่อฟัง....ก็นึกซิ...ไม่มีอะไร..ไม่มีอะไร...มันเป็นยังงัยหน่อ..อยากรู้ว่า..ไม่มีอะไรมันจะเป็นยังงัย..?..ที่ไหนหนอมันไม่มีอะไร...เห็นท้องฟ้าว่างๆ..เลยลองไปอยู่กลางอากาศ...ว่างๆ...ว่างๆ..อะไรอะไรก็ไม่มี...เด็กชายผู้เชื่อฟัง...ก็ถึงกับตกใจ...โอ้ย..ไม่มีอะไรเลย...แล้วมันจะสุขยังงัย...ไม่เอาหรอก...ไม่ไปนิพพานหรอก..ไม่มีอะไรเลย...
...

นี้..ที่ได้ยินนิพพาน..ตอนเด็ก...เลยไม่เอานิพพาน..มันว่าง..ไม่มีอะไรเลย...ไม่มีรสชาติ..
:b32: :b32:

ตอนโต..มันเริ่มเข้าเค้า..

เรื่องของเรื่อง....มันเกิดจากความขี้เกียจส่วนตัวของผม..แท้แท้เลย... :b12:

ตั้งแต่เป็นเด็กจนกระทั้งเรียนจบมหาฯลัย...ถามว่า...ต้องอ่านสอบ..อ่านสอบ...กี่ปี? :b32:
แล้วการอ่านเพื่อสอบนี้..มีใครสนุกบ้าง?..ยกมือขึ้นซิ..
ขี้เกียจเรียน.. cry cry

ขี้เกียจทำงาน...แต่ต้องเรียน..ต้องทำงาน..และก็ต้องทำงานให้ดีซะด้วย...กลัวตกงานไม่มีเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง..ต้องพัฒนาตัวเองตลอด..นิ่งไม่ได้...ไม่จบไม่สิ้น.... :b32: :b32:

แล้วก็ไม่เคยมีใคร..อธิบายเลยว่า...ทำไมต้องเรียน...ไม่เรียนจะได้มั้ย?
มีแต่..ว่า ไม่เรียน..เด้วจะไม่ได้ทำงานดีดี..นะ.. :b2: :b2:

และแล้ว....ก็มีคนมาเฉลย..เหตุผล..ที่สุดยอด...ว่า..ทำไม?

พระองค์หนึ่งท่านเขียนในหนังสือ..มีวลีหนึ่ง...บอกว่า.." เราทุกข์..เพราะมีร่างกาย "

ว้าว....ช่าย.....ปิ้งเลย...ทุกข์เพราะมีร่างกาย..มันฉายภาพออกมาแบบละเอียดยิบ..ขุดมาตั้งแต่เด็ก.เป็นฉากฉาก....ไม่รู้มันขุดมาได้ยังงัย..... :b13:

แล้ว...จึงมีอุทานเล็ก ๆ
เพราะมีร่างกาย...เลยต้องหาเลี้ยง...
ต้องหาเลี้ยงร่างกาย..เลยต้องทำงาน...
ต้องการทำงานดีดี..เลยต้องเรียน...

ไม่มีร่างกายซะอย่างเดียว...ทุกข์ทั้งหลายก็ไม่เกิด


แล้ว.ก็เริ่มคิดซินี้...เอายังงัยหว่า..จะไปไหนละ. :b10: :b10:
ตัดสินใจ..เป็นเทวดา...

อ่านต่อ...พระท่านก็เขียนว่า.." เป็นเทวดา..ก็ดี...แต่ก็ดีได้ไม่นาน..ต้องกลับมาเกิดอีก."

เอางัยดีเรา...เอ้า..ไปเป็นพรหม..ก็ได้

อ่านต่อ...พระท่านก็เขียนว่า.." เป็นพรหม..ก็ดี...แม้จะดีนานกว่าเทวดา แต่ก็.ต้องกลับมาเกิดอีก."

หว่า...ไม่ชอบเลย...ทำงานไม่รู้จักจบจักสิ้นนี้..ขึ้นแล้วก็ลง..ขึ้นแล้วก็ลงอีก...ทำงานซ้ำๆซากๆ..มันขี้เกียจ.

ก็เกิดคำถามในหัว...แล้วไปที่ไหนละ...ที่จะจบ..ไม่ต้องทำงานเพื่อเป็นเทวดา..เพื่อเป็นพรหม..อีก?

อ่านต่อ..พระท่านก็เขียนบอกว่า.." ไปนิพพาน..ซิ ไม่ต้องกลับมามีร่างกายใดใดอีก..ตลอดไป "

โอ้ว..มายก๊อด....ช่ายแล้ว...อะไรมันจะง่าย..อย่างนี้.. rolleyes rolleyes rolleyes

จะนิพพาน..รึจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่...ขอเพียง...ลำบากครั้งเดียว...แล้วไม่ต้องลำบากอีก..ก็พอ

นี้แหละ....ด้วยความขี้เกียจ..แท้แท้.. :b32: :b32: :b32:

เอ๋..ได้ตอบคำถามเอกอน..มั้ยนี้.. s006 s006


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2019, 21:16 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:

:b13: :b13:
ขอย้อยรอย..คำว่า..นิพพาน..ที่ประสพมาก่อน..

นิพพาน...เคยได้ยินมาแล้วตั้งแต่เด็กๆ..เคยฟังพระท่านเทศน์..บ่อยๆ..บอกว่า..นิพพานสูญ..ว่าง.ไม่มีอะไร..ดั่งเปลวไฟที่ดับไป..ไร้ร่องรอย..

เด็กชายผู้เชื่อฟัง....ก็นึกซิ...ไม่มีอะไร..ไม่มีอะไร...มันเป็นยังงัยหน่อ..อยากรู้ว่า..ไม่มีอะไรมันจะเป็นยังงัย..?..ที่ไหนหนอมันไม่มีอะไร...เห็นท้องฟ้าว่างๆ..เลยลองไปอยู่กลางอากาศ...ว่างๆ...ว่างๆ..อะไรอะไรก็ไม่มี...เด็กชายผู้เชื่อฟัง...ก็ถึงกับตกใจ...โอ้ย..ไม่มีอะไรเลย...แล้วมันจะสุขยังงัย...ไม่เอาหรอก...ไม่ไปนิพพานหรอก..ไม่มีอะไรเลย...
...

นี้..ที่ได้ยินนิพพาน..ตอนเด็ก...เลยไม่เอานิพพาน..มันว่าง..ไม่มีอะไรเลย...ไม่มีรสชาติ..
:b32: :b32:



:b32: ... สงสัย คงจะมีคนไปเที่ยวล่องว่างอยู่ในอวกาศกันหลายคน :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2019, 21:33 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
อ่านต่อ..พระท่านก็เขียนบอกว่า.." ไปนิพพาน..ซิ ไม่ต้องกลับมามีร่างกายใดใดอีก..ตลอดไป "

โอ้ว..มายก๊อด....ช่ายแล้ว...อะไรมันจะง่าย..อย่างนี้.. rolleyes rolleyes rolleyes

จะนิพพาน..รึจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่...ขอเพียง...ลำบากครั้งเดียว...แล้วไม่ต้องลำบากอีก..ก็พอ

นี้แหละ....ด้วยความขี้เกียจ..แท้แท้.. :b32: :b32: :b32:

เอ๋..ได้ตอบคำถามเอกอน..มั้ยนี้.. s006 s006


:b32: ก็ที่ว่ามาทั้งหมดนี่ อ๊บซ์ไม่ได้ตอบเอกอนหรอกหรือ :b32:

:b1: เอกอนว่าพระสูตรนี้ ก็เพราะดี
นั่งเล่น ชิล ชิล รอ ผักกาด ดีก่า ... :b16:

Quote Tipitaka:
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗
ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต

ภิกษุทั้งหลาย นิพพานธาตุ ๒ ประการนี้ ๒ ประการเป็นไฉน คือ สอุปาทิเสสนิพพาน
ธาตุ ๑ อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สอุปาทิเสสนิพพานธาตุ
เป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นพระอรหันตขีณาสพ อยู่จบพรหมจรรย์ ทำ
กิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระลงได้แล้ว มีประโยชน์ของตนอันบรรลุแล้ว มี
สังโยชน์ในภพนี้สิ้นรอบแล้ว หลุดพ้นแล้วเพราะรู้โดยชอบ ภิกษุนั้นย่อมเสวย
อารมณ์ทั้งที่พึงใจและไม่พึงใจ ยังเสวยสุขและทุกข์อยู่ เพราะความที่อินทรีย์ ๕
เหล่าใดเป็นธรรมชาติไม่บุบสลาย อินทรีย์ ๕ เหล่านั้นของเธอยังตั้งอยู่นั่นเทียว
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสิ้นไปแห่งราคะ ความสิ้นไปแห่งโทสะ ความสิ้นไปแห่ง
โมหะ ของภิกษุนั้น นี้เราเรียกว่า สอุปาทิเสสนิพพานธาตุ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ก็อนุปาทิเสสนิพพานธาตุเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นพระอรหันตขีณาสพ
อยู่จบพรหมจรรย์ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระลงได้แล้ว มีประโยชน์ของ
ตนอันบรรลุแล้ว มีสังโยชน์ในภพสิ้นรอบแล้ว หลุดพ้นแล้วเพราะรู้โดยชอบ
เวทนาทั้งปวงในอัตภาพนี้แหละของภิกษุนั้น เป็นธรรมชาติอันกิเลสทั้งหลายมี
ตัณหาเป็นต้นให้เพลิดเพลินมิได้แล้ว จัก (ดับ) เย็น ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรา
เรียกว่า อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิพพานธาตุ ๒ ประการ
นี้แล ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มี
พระภาคตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า
นิพพานธาตุ ๒ ประการนี้ พระตถาคต ผู้มีจักษุผู้อันตัณหา
และทิฐิไม่อาศัยแล้ว
ผู้คงที่ประกาศไว้แล้ว อันนิพพานธาตุ
อย่างหนึ่งมีในปัจจุบันนี้ ชื่อว่าสอุปาทิเสส เพราะสิ้นตัณหา
เครื่องนำไปสู่ภพ
ส่วนนิพพานธาตุ (อีกอย่างหนึ่ง) เป็นที่
ดับสนิทแห่งภพทั้งหลายโดยประการทั้งปวง
อันมีในเบื้องหน้า
ชื่อว่าอนุปาทิเสส ชนเหล่าใดรู้บทอันปัจจัยไม่ปรุงแต่งแล้วนี้
มีจิตหลุดพ้นแล้วเพราะสิ้นตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพ ชน
เหล่านั้นยินดีแล้วในนิพพานเป็นที่สิ้นกิเลสเพราะบรรลุธรรม
อันเป็นสาระ เป็นผู้คงที่ ละภพได้ทั้งหมด ฯ

เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้า
ได้สดับมาแล้วฉะนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๗


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2019, 21:51 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
อ่านต่อ..พระท่านก็เขียนบอกว่า.." ไปนิพพาน..ซิ ไม่ต้องกลับมามีร่างกายใดใดอีก..ตลอดไป "

โอ้ว..มายก๊อด....ช่ายแล้ว...อะไรมันจะง่าย..อย่างนี้.. rolleyes rolleyes rolleyes

จะนิพพาน..รึจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่...ขอเพียง...ลำบากครั้งเดียว...แล้วไม่ต้องลำบากอีก..ก็พอ

นี้แหละ....ด้วยความขี้เกียจ..แท้แท้.. :b32: :b32: :b32:

เอ๋..ได้ตอบคำถามเอกอน..มั้ยนี้.. s006 s006


:b32: ก็ที่ว่ามาทั้งหมดนี่ อ๊บซ์ไม่ได้ตอบเอกอนหรอกหรือ :b32:

:b1: ]


:b12: :b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2019, 21:52 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


:b1:

พระสูตรนี้ก็เพราะ

Quote Tipitaka:
๓. นิพพานสูตรที่ ๓
[๑๖๐] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของ
ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาค
ทรงชี้แจงให้ภิกษุทั้งหลายเห็นแจ้ง ... เงี่ยโสตลงสดับธรรม ลำดับนั้นแล
พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว ทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย ธรรมชาติไม่เกิดแล้ว ไม่เป็นแล้ว อันปัจจัยกระทำไม่ได้แล้ว ปรุง
แต่งไม่ได้แล้ว มีอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าธรรมชาติอันไม่เกิดแล้ว ไม่เป็นแล้ว
อันปัจจัยกระทำไม่ได้แล้ว ปรุงแต่งไม่ได้แล้ว จักไม่ได้มีแล้วไซร้ การสลัดออก
ซึ่งธรรมชาติที่เกิดแล้ว เป็นแล้ว อันปัจจัยกระทำแล้ว ปรุงแต่งแล้ว จะไม่พึง
ปรากฏในโลกนี้เลย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะธรรมชาติอันไม่เกิดแล้ว ไม่เป็น
แล้ว อันปัจจัยกระทำไม่ได้แล้ว ปรุงแต่งไม่ได้แล้ว มีอยู่ ฉะนั้น การสลัด
ออกซึ่งธรรมชาติที่เกิดแล้ว เป็นแล้ว อันปัจจัยกระทำแล้ว ปรุงแต่งแล้ว
จึงปรากฏ ฯ

จบสูตรที่ ๓


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ม.ค. 2019, 06:51 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
เพราะ เอกอนไม่ได้คิดติดใจไปในการตามหา นิพพาน น่ะ

ซึ่งเป็นคำตอบที่ ผิดมาก ๆ สำหรับชาวพุทธ

เพราะเวลาเข้าวัด เข้าสำนักธรรม คำถามยอดฮิตอย่างหนึ่งคือ อยากไปนิพพานมั๊ย
และเป็นสโลแกนว่า ชาวพุทธ ต้องมี นิพพาน เป็นเป้าหมาย

แต่สำหรับเอกอน ความอยากไปนิพพาน มันได้หายไป
ซึ่งเป็นอาการหลงผิดที่เกิดขึ้นกับเอกอน โดยที่เอกอนยังแก้ไขอาการนี้ไม่ได้

:b32: :b32: :b32:

บางที กรรม ก็เป็นเรื่องที่ตอบยาก
ทั้ง ๆ ที่เอกอนก็ออกจะปฏิบัติตัวน่ารักขนาดนี้ แต่ราวกับว่าเอกอนมีเป้าหมายที่จะไปในที่ที่แปลก ๆ
เอกอนอาจจะมีญาติอยู่ในที่แปลก ๆ พอดีอาจจะอยากไปเยี่ยมญาติ

:b9: :b9: :b9:

อันนี้ย้อเย่นน่ะ ขำ ขำ สไตล์ แดจาวู


ความอยากหายไป..แสดงว่า.เคยอยากมาก่อน...มิฉะนั้น..คงหายไปไม่ได้

เล่าให้ฟังหน่อยซี..ปฐมเหตุของการอยากไปนิพพานของเอกอน..นะ
:b17: rolleyes rolleyes


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ม.ค. 2019, 15:41 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
eragon_joe เขียน:
เพราะ เอกอนไม่ได้คิดติดใจไปในการตามหา นิพพาน น่ะ

ซึ่งเป็นคำตอบที่ ผิดมาก ๆ สำหรับชาวพุทธ

เพราะเวลาเข้าวัด เข้าสำนักธรรม คำถามยอดฮิตอย่างหนึ่งคือ อยากไปนิพพานมั๊ย
และเป็นสโลแกนว่า ชาวพุทธ ต้องมี นิพพาน เป็นเป้าหมาย

แต่สำหรับเอกอน ความอยากไปนิพพาน มันได้หายไป
ซึ่งเป็นอาการหลงผิดที่เกิดขึ้นกับเอกอน โดยที่เอกอนยังแก้ไขอาการนี้ไม่ได้

:b32: :b32: :b32:

บางที กรรม ก็เป็นเรื่องที่ตอบยาก
ทั้ง ๆ ที่เอกอนก็ออกจะปฏิบัติตัวน่ารักขนาดนี้ แต่ราวกับว่าเอกอนมีเป้าหมายที่จะไปในที่ที่แปลก ๆ
เอกอนอาจจะมีญาติอยู่ในที่แปลก ๆ พอดีอาจจะอยากไปเยี่ยมญาติ

:b9: :b9: :b9:

อันนี้ย้อเย่นน่ะ ขำ ขำ สไตล์ แดจาวู

:b32: :b32: :b32:

ด้วยเอกอนดันทำประเด็นให้ตัวเอกอนเองก็ ฉงน :b32:

ก็เลยอยากจะรู้ว่า อ๊บซ์ กับ ผักกาด คิดยังไงเกี่ยวกับเรื่อง
การปฏิบัติ กับเรื่อง นิพพาน

:b16: :b16: :b16:

อยากไปมั๊ย ... อยากยังไง คิดยังไงเกี่ยวกับสิ่งที่อยากนี้
คิดยังไงกับ นิพพาน ง่ะ
มันจะเป็น สภาวะ หรือ มันจะเป็นสถานที่ หรือมันจะเป็นอะไรยังไง

อยากไปจริง ๆ หรือ อยากเพราะเป็นการถูกปลูกฝังมา เดินตาม ๆ การปลูกฝังมา
อิอิ มีอัลไร ก็ว่ามานั่นล่ะ

:b16: :b16: :b16:



- สำหรับผมนะ พระนิพพานเป็นที่สำหรับทุกคนอยู่แล้ว ถ้ามีทุกอย่างเพียงพอหลอมเป็นกุญแจเปิดประตูมิตินั้นแล้ว

- ซึ่งพระนิพพานนั้นสมัยก่อนผมไม่เคยรู้จัก แม้กระทั้งครั้งแรกในชีวิตที่ถึงสมาธิ อุปจาระสมาธิ อัปปนาสมาธิ ฌาณ ก็ยังไม่รู้จักพระนิพพาน เพราะตั้งแต่เด็กรู้จักแค่ว่าเป็นคนดีมีศีลธรรม 555 มารู้จักปรินิพพานตอนเรียนว่าหมายถึงพระพุทธศาสดาทรงดับขันธ์เท่านั้น ไม่รู้อะไรเลย ตั้งแต่จำความได้รู้จักแค่ .พุทโธ. เพราะพ่อแม่พาอยู่กับพระป่าพระอรหันต์ทางภาคอีสานหลายๆที่มาตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าพระอรหันต์คืออะไร คาดว่าท่านไม่มีกิเลาเท่านั้น แต่กิเลศคืออะไรผมก็ไม่รู้จัก :b9: :b9: :b9:
- จนเมื่อโตบวชเณร บวชพระ กรรมฐาน ก็ยังไม่รู้จักแบบชัดเจน รู้แค่ว่าต้องไม่เนรคุณคำข้าวโยมแม่ออกพ่อออก ไม่ปฏิบัติผิดศีล ต้องกรรมฐานทุกวันๆ แค่นั้นเอง 555

- จนเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนจึงรู้จักพระนิพพานว่าคือ ความหลุดพ้นทุกข์ แดนพระนิพพานคือที่ๆพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ประทับอยุ่ มีแต่ผู้บรรลุธรรมเท่านั้นที่จะไปอยู่ได้ แม้จะถอดหัวถอดจิตไปดูได้แต่หากยังไม่บรรลุก็ไปอยู่ไม่ได้
- จนในทุกวันนี้สำหรับผมนิพพานมีรอผมอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาของผมในตอนนี้เท่านั้นเอง เพราะยังมีกิจ ยังมีภาระที่ต้องทำอีกมาก เมื่อเสร็จกิจอันที่ผมควรทำนั้นแล้ว ก็ถึงเวลาที่ผมจะเปิดประตูมิติเข้าสู่พระนิพพาน

- มันก็เหมือนเมื่อเราเกิด กิจของเราก็ต้องมีชีวิต กินนม เติบโต รู้จักพ่อแม่
- เมื่อโตขึ้นกิจของเราก็ต้องเดิน ต้องเรียนรู้ ต้องศึกษาทำความเข้าใจโลก รู้จักทำทาน ศีล ภาวนา
- เมื่อวัยเรียนกิจของเราก็คือต้องเรียน ไม่ใช่ไปเรียนแต่ไม่เรียนนั่นก็เรียนไม่จบ ก็ทำกิจนั้นไม่สำเร็จ
- เมื่อเรียนจบกิจของเราก็คือ บวช เรียนรู้พระพุทธศาสนา กตัญญู กตเวที เมื่อสึกก็ต้องทำงาน เลี้ยงดูทดแทนคุณพ่อแม่ตามพระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า ธรรมคู่อันงานของบุตรที่ควรเจริญคือ คือ กตัญญู กตเวที
- เมื่อมีครอบครัวก็ต้องดูแลอุปถัมป์บุตร ภรรยา และภรรยาก็ต้องอุปถัมป์บุตร สามี จนเมื่อถึงคราวที่บุตรดูแลตนเองได้ เหมือนว่าทิศที่ควรเจริญในฆราวาสที่พระพุทธเจ้าตรัสสอน
- ซึ่งทุกขั้นทุกตอนก็สามารถเจริญ ทาน ศีล ภาวนา อบรมจิตได้ ตามสติกำลังสะสมเหตุไป และทุกขั้นทุกตอนก็ล้วนเป็นไปตามกรรมให้เราได้พบเจอเรื่องราวต่างๆในแต่ละช่วงเวลานั้นๆ

- จนเมื่อเข้าถึงธรรมรู้กิจที่ตนต้องทำ เช่น สะสมเหตุให้เพียงพอ หรือทำกิจผู้มีสันดารอริยะต้องทำ หรือทำกิจที่ผู้ทำสัจจะอธิษฐานควรทำ หรือทำกิจของผู้ที่ได้รับพุทธพยากรณ์ควรทำ

-------------------------------------------------------------

- ทุกวันนี้ผมก็ทำสะสมเหตุไปเรื่อยๆ..แต่ในทุกๆครั้งที่ได้กำหนดรู้ทุกข์ ได้รู้จักทุกข์ เห็นทุกข์ เห็นสิ่งที่เป็นทุกข์ รู้จักเหตุแห่งทุกข์ รู้จักความดับทุกข์ รู้จักทางดับทุกข์ จิตมันก็จากจะหลุดพ้นจากโลก คือ สิ่งที่เป็นทุกข์นี้ๆไปเสีย อยากจะเข้าถึงโลกุตระให้มันจบๆสิ้นไป
..แต่ทุกครั้งที่มันจวนเจียนจะไปมันก็มักจะเกิดสิ่งให้พบเจอหรือกลับมาหวนระลึกนึกคิดว่าเรายังมีกิจที่ต้องทำค้ำคอไว้ มีสิ่งที่ต้องทำ มีสัจจะวาจา มีสัจจะอธิษฐาน มีเหตุยังไปพอในผล ก็ต้องมุ่งหน้าทำต่อไปด้วยใจปล่อยวางเพราะรู้กิจที่ต้องทำ
- สังเกตุดูนะครับผลจะเลี้ยงๆไม่พูดถึงธรรมที่พระอริยะท่านบรรลุธรรม แต่จะพูดเพียงเหตุสะสม เพราะผมยังไม่ถึงจะไปกล่าวอย่างพระอริยะก็ไม่ใช่ จะพูดไม่เกินจากสิ่งที่ตนเองรู้และสัมผัสได้ และจะกำกับเสมอว่ามีทั้งจริงทั้งปลอมต้องพิจารณาเอาอย่าเชื่อผม แต่ให้ทำอิทธิบาท ๔ ไม่ขาด :b9: :b9: :b9:

เห็นมะมันมีเป็นทอดๆ :b32: :b32: :b32:

ทุกวันนี้ก็เลยเรื่อย เหมือนจะเหลาะแหละแต่ก็ไม่ละเลย :b32: :b32: :b32: คำแก้ตัวผมนะ 555

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ม.ค. 2019, 15:41 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
eragon_joe เขียน:
เพราะ เอกอนไม่ได้คิดติดใจไปในการตามหา นิพพาน น่ะ

ซึ่งเป็นคำตอบที่ ผิดมาก ๆ สำหรับชาวพุทธ

เพราะเวลาเข้าวัด เข้าสำนักธรรม คำถามยอดฮิตอย่างหนึ่งคือ อยากไปนิพพานมั๊ย
และเป็นสโลแกนว่า ชาวพุทธ ต้องมี นิพพาน เป็นเป้าหมาย

แต่สำหรับเอกอน ความอยากไปนิพพาน มันได้หายไป
ซึ่งเป็นอาการหลงผิดที่เกิดขึ้นกับเอกอน โดยที่เอกอนยังแก้ไขอาการนี้ไม่ได้

:b32: :b32: :b32:

บางที กรรม ก็เป็นเรื่องที่ตอบยาก
ทั้ง ๆ ที่เอกอนก็ออกจะปฏิบัติตัวน่ารักขนาดนี้ แต่ราวกับว่าเอกอนมีเป้าหมายที่จะไปในที่ที่แปลก ๆ
เอกอนอาจจะมีญาติอยู่ในที่แปลก ๆ พอดีอาจจะอยากไปเยี่ยมญาติ

:b9: :b9: :b9:

อันนี้ย้อเย่นน่ะ ขำ ขำ สไตล์ แดจาวู


ความอยากหายไป..แสดงว่า.เคยอยากมาก่อน...มิฉะนั้น..คงหายไปไม่ได้

เล่าให้ฟังหน่อยซี..ปฐมเหตุของการอยากไปนิพพานของเอกอน..นะ
:b17: rolleyes rolleyes



ตอนนี้ผมก็รอฟังท่านเอกอนเล่าอยู่นะครับ :b20: :b20: :b20:

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ม.ค. 2019, 16:01 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
eragon_joe เขียน:
เพราะ เอกอนไม่ได้คิดติดใจไปในการตามหา นิพพาน น่ะ

ซึ่งเป็นคำตอบที่ ผิดมาก ๆ สำหรับชาวพุทธ

เพราะเวลาเข้าวัด เข้าสำนักธรรม คำถามยอดฮิตอย่างหนึ่งคือ อยากไปนิพพานมั๊ย
และเป็นสโลแกนว่า ชาวพุทธ ต้องมี นิพพาน เป็นเป้าหมาย

แต่สำหรับเอกอน ความอยากไปนิพพาน มันได้หายไป
ซึ่งเป็นอาการหลงผิดที่เกิดขึ้นกับเอกอน โดยที่เอกอนยังแก้ไขอาการนี้ไม่ได้

:b32: :b32: :b32:

บางที กรรม ก็เป็นเรื่องที่ตอบยาก
ทั้ง ๆ ที่เอกอนก็ออกจะปฏิบัติตัวน่ารักขนาดนี้ แต่ราวกับว่าเอกอนมีเป้าหมายที่จะไปในที่ที่แปลก ๆ
เอกอนอาจจะมีญาติอยู่ในที่แปลก ๆ พอดีอาจจะอยากไปเยี่ยมญาติ

:b9: :b9: :b9:

อันนี้ย้อเย่นน่ะ ขำ ขำ สไตล์ แดจาวู


ความอยากหายไป..แสดงว่า.เคยอยากมาก่อน...มิฉะนั้น..คงหายไปไม่ได้

เล่าให้ฟังหน่อยซี..ปฐมเหตุของการอยากไปนิพพานของเอกอน..นะ
:b17: rolleyes rolleyes


ตั้งคำถามยอกย้อนกลับมาหาเราได้อย่างคมคาย อย่างชนิดไม่เคยยอมคายความคม

:b32: :b32: :b32:

แค่อากาศ เขียน:

ตอนนี้ผมก็รอฟังท่านเอกอนเล่าอยู่นะครับ :b20: :b20: :b20:


:b14: :b14: :b14:

จะลองพยายามน่ะ ... ง่ะ

:b14: :b14: :b14:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ม.ค. 2019, 20:43 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
..แต่ทุกครั้งที่มันจวนเจียนจะไปมันก็มักจะเกิดสิ่งให้พบเจอหรือกลับมาหวนระลึกนึกคิดว่าเรายังมีกิจที่ต้องทำค้ำคอไว้ มีสิ่งที่ต้องทำ มีสัจจะวาจา มีสัจจะอธิษฐาน มีเหตุยังไปพอในผล ก็ต้องมุ่งหน้าทำต่อไปด้วยใจปล่อยวางเพราะรู้กิจที่ต้องทำ
....................


เห็นมะมันมีเป็นทอดๆ :b32: :b32: :b32:

ทุกวันนี้ก็เลยเรื่อย เหมือนจะเหลาะแหละแต่ก็ไม่ละเลย :b32: :b32: :b32: คำแก้ตัวผมนะ 555


:b10: :b10:

:b12: :b12: :b12:

ดีนะ....ไม่ไป เพราะมีเหตุมีผล..นี้.. :b17: :b17:

ดีกว่า...ความไม่มีเหตุมีผลของผม..กลัว.. :b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ม.ค. 2019, 20:44 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
eragon_joe เขียน:
เพราะ เอกอนไม่ได้คิดติดใจไปในการตามหา นิพพาน น่ะ

ซึ่งเป็นคำตอบที่ ผิดมาก ๆ สำหรับชาวพุทธ

เพราะเวลาเข้าวัด เข้าสำนักธรรม คำถามยอดฮิตอย่างหนึ่งคือ อยากไปนิพพานมั๊ย
และเป็นสโลแกนว่า ชาวพุทธ ต้องมี นิพพาน เป็นเป้าหมาย

แต่สำหรับเอกอน ความอยากไปนิพพาน มันได้หายไป
ซึ่งเป็นอาการหลงผิดที่เกิดขึ้นกับเอกอน โดยที่เอกอนยังแก้ไขอาการนี้ไม่ได้

:b32: :b32: :b32:

บางที กรรม ก็เป็นเรื่องที่ตอบยาก
ทั้ง ๆ ที่เอกอนก็ออกจะปฏิบัติตัวน่ารักขนาดนี้ แต่ราวกับว่าเอกอนมีเป้าหมายที่จะไปในที่ที่แปลก ๆ
เอกอนอาจจะมีญาติอยู่ในที่แปลก ๆ พอดีอาจจะอยากไปเยี่ยมญาติ

:b9: :b9: :b9:

อันนี้ย้อเย่นน่ะ ขำ ขำ สไตล์ แดจาวู


ความอยากหายไป..แสดงว่า.เคยอยากมาก่อน...มิฉะนั้น..คงหายไปไม่ได้

เล่าให้ฟังหน่อยซี..ปฐมเหตุของการอยากไปนิพพานของเอกอน..นะ
:b17: rolleyes rolleyes


ตั้งคำถามยอกย้อนกลับมาหาเราได้อย่างคมคาย อย่างชนิดไม่เคยยอมคายความคม

:b32: :b32: :b32:

แค่อากาศ เขียน:

ตอนนี้ผมก็รอฟังท่านเอกอนเล่าอยู่นะครับ :b20: :b20: :b20:


:b14: :b14: :b14:

จะลองพยายามน่ะ ... ง่ะ

:b14: :b14: :b14:


:b17: :b17: :b17:
ปูเสื่อรอ...


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 356 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 20, 21, 22, 23, 24  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 15 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร