วันเวลาปัจจุบัน 21 ก.ย. 2019, 20:03  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ค. 2019, 04:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3535


 ข้อมูลส่วนตัว


เรื่อง​ "อย่างนี้สิถึงจะสมกับเป็นลูกของเรา"

(ปกิณกธรรม​ หลวงปู่มั่น​ ภูริทัตโต)
(ที่มา : พระอรหันต์ ผู้ทรงฤทธิ์แห่งยุค)​

ก่อนที่หลวงปู่ชอบกับหลวงปู่ขาวจะเดินทางไปกราบ องค์ท่านหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่ วัดป่าภูริทัตตถิราวาส บ้านหนองผือ ตำบลนาใน อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต (วัดถ้ำกลองเพล บ้านน้อย ตำบลโนนทัน อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู) ท่านเล่าให้ฟังว่า องค์ท่านหลวงปู่มั่นบอกพระเณรว่า​ พระลูกชายเราสององค์จะมาที่นี่ องค์ท่านสั่งให้จัดเตรียมที่พักไว้ให้ท่านชอบท่านขาวด้วย​ (หลวงปู่มั่นหยั่งรู้ด้วยญาณทัศนะ)​

พระเณรวัดป่าบ้านหนองผือในตอนนั้นอยากจะเห็นพระลูกชายทั้งสององค์ของท่านองค์หลวงปู่มั่นว่าเป็นใคร ทราบแต่เพียงว่าองค์หนึ่งท่านชื่อพระอาจารย์ชอบ อีกองค์หนึ่งท่านชื่อพระอาจารย์ขาว กิตติศัพท์ของท่านทั้งสองที่องค์ท่านหลวงปู่มั่นยกย่องเอ่ยชมให้พระเณรรุ่นน้องฟังว่า “ลูกศิษย์เราทั้งสององค์นี้เข้าถึงธรรมเหมือนกัน แต่มีบารมีแตกต่างกัน องค์หนึ่งเป็นเจ้าแห่งฤทธิ์ องค์หนึ่งเป็นเจ้าแห่งปัญญา”

องค์ท่านหลวงปู่มั่นมอบหมายให้ หลวงตามมหาบัว ญาณสัมปันโน พาพระเณรทำที่พักให้หลวงปู่ชอบ-หลวงปู่ขาวขึ้นมาใหม่ โดยองค์ท่านหลวงปู่มั่นเป็นผู้ไปชี้จุดทำที่พักด้วยองค์ท่านเอง ที่พักของหลวงปู่ขาวองค์ท่านให้ทำไว้ใต้ต้นหว้าใหญ่ ที่พักของหลวงปู่ชอบให้ทำไว้ใต้ต้นมะไฟ โดยองค์ท่านหลวงปู่มั่นจะคอยเดินมาดูพระเณรทำที่พักให้อยู่เป็นระยะ ซึ่งหลวงปู่บุญเพ็งท่านว่ากิริยาแบบนี้ขององค์ท่านหลวงปู่มั่นจะแสดงออกกับลูกศิษย์ของท่านเพียงไม่กี่องค์เท่านั้น พระเณรรุ่นน้องจึงเกิดความเคารพ ยำเกรงในหลวงปู่ขาว-หลวงปู่ชอบตั้งแต่ยังไม่ทันได้พบกับท่านทั้งสอง

องค์ท่านหลวงปู่ขาวกับหลวงปู่ชอบเดินทางจากสำนักสงฆ์โพธิ์สรีวารีราม บ้านดงคำโพธิ์ ตำบลปลาโหล อำเภอวินิชภูมิ จังหวัดสกลนคร ลัดตัดป่าข้ามห้วยน้ำอูนไปหา พระคุณเจ้าหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่สำนักสงฆ์บ้านหนองผือ (วัดป่าภูริทัตตถิราวาส) บ้านหนองผือ ตำบลนาใน อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร สมัยนั้นเส้นทางจากบ้านดงคำโพธิ์ไปบ้านหนองผือยังไม่ได้สร้างเขื่อนน้ำอูน การเดินทางไปมาระหว่างสองหมู่บ้านเส้นทางนี้ถือว่าลัดใกล้มากที่สุดแล้ว

(ตอนหลวงปู่ชอบพาผู้เขียนไปพักที่บ้านดงคำโพธิ์ องค์ท่านชี้ให้ดูเส้นทางที่ท่านกับหลวงปู่ขาวพากันเดินลัดไปหาองค์ท่านหลวงปู่มั่นที่บ้านหนองผือ เส้นทางที่หลวงปู่ชอบท่านว่านี้ปัจจุบันถูกน้ำท่วมเพราะสร้างเขื่อนน้ำอูน หากมองจากมุมฝั่งบ้านดงคำโพธิ์ไปทางบ้านหนองผือ กะด้วยสายตาระยะทางประมาณสิบกิโลเมตรเห็นจะได้)

หลวงปู่ชอบกับหลวงปู่ขาวเดินทางมาถึงบ้านหนองผือเวลาประมาณเที่ยงกว่าๆ ท่านทั้งสองเข้าไปกราบหลวงปู่มั่นที่ศาลาห้องพักขององค์ท่าน พอองค์ท่านหลวงปู่มั่นเห็นท่านทั้งสอง องค์ท่านพูดขึ้นมาว่า ให้มันได้อย่างนี้สิมันถึงจะสมกับเป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า ให้มันได้อย่างนี้สิมันถึงจะสมกับเป็นลูกศิษย์ของเรา การปฏิบัติของพวกท่านเป็นอย่าไรบ้างเล่าให้ไอ้เฒ่าฟังซิ เล่าออกมาหมดไส้หมดพุงเลยไอ้เฒ่าอยากฟัง

หลวงปู่ชอบกับหลวงปู่ขาวท่านจึงเล่าเรื่องการปฏิบัติของตนเองให้องค์ท่านหลวงปู่มั่นฟังจนหมดภูมิ พอองค์ไหนเล่าถวายจนหมดภูมิของตนเองแล้วองค์ท่านหลวงปู่มั่นจะพูดเสียงดังขึ้นมาว่า เออ...ให้มันได้อย่างนี้สิๆ พอท่านใดเล่าถึงตอนสุดท้ายปลายแดนของกิเลส องค์ท่าน จะเอาฝ่ามือตบที่ตักเสียงดังเปรี๊ยะแสดงความถึงอกถึงใจขององค์ท่าน องค์ท่านหลวงปู่มั่นถามหลวงปู่ชอบกับหลวงปู่ขาวว่า พวกท่านยังมีข้อสงสัยอะไรในธรรมอีกไหม ทั้งหลวงปู่ขาวและหลวงปู่ชอบตอบองค์ท่านว่า “พวกเกล้ากระผมไม่มีข้อสงสัยอะไรในธรรมอีกแล้วขอรับ”

องค์ท่านหลวงปู่มั่นถามเรื่องภายนอกคือพวกลึกลับในแต่ละสถานที่ ท่านทั้งสองได้กราบเรียนเล่าถวายให้องค์ท่านหลวงปู่มั่นฟังในแง่มุมของแต่ละท่านได้พบเจอ องค์ท่านหลวงปู่มั่นก็เมตตาเล่าเรื่องราวในส่วนที่องค์ท่านรู้ให้หลวงปู่ชอบ-หลวงปู่ขาวฟัง ท่านทั้งสามสนทนาธรรมกันร่วมสามชั่วโมงจึงยุติ หลวงปู่มั่นบอกให้ท่านทั้งสองเอาบริขารไปเก็บที่พักที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้

โอวาทธรรมหลวงปู่มั่น




วิถีชีวิตความเป็นแต่ละคนนั้น
เป็นสิทธิของเราที่จะต้องหันเหวิถีชีวิตไปทางไหน
ไปทางดี ทางชั่ว ทางถูก ทางผิด ทางบาป ทางบุญ
เป็นสิทธิของเราจะพิจารณาเอาเอง
หลวงปู่หลอ นาถกโร
วัดถ้ำพวง อ.ส่องดาว สกลนคร




อารมณ์นั้น ท่านเรียกว่าโลก
หลงอารมณ์ ก็คือ หลงโลก
หลงโลก ก็คือ หลงอารมณ์
ใครเป็นคนหลง
ก็คือจิต ผู้รู้นั่นแหละ มันหลง

หลวงปู่ชา สุภัทโท





อะไรที่ทำให้เราต้องกระทบ ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม มันล้วนแต่กฎของกรรมทั้งนั้น ไปพบชาวโลก เขาด่า เขานินทา เขาสรรเสริญ เขาใช้เราทำโน่นทำนี่ ก็ต้องถือว่าพบพอดี เราทำเขาไว้ก่อน ถ้าไม่ทำไม่เจอหรอก

หลวงปู่บุดดา ถาวโร





ความสงบนี้มีสองประการคือ
ความสงบอย่างหยาบอย่างหนึ่ง
และความสงบอย่างละเอียดอีกอย่างหนึ่ง

อย่างหยาบนั่นคือเกิดจากสมาธิที่เมื่อสงบแล้วก็มีความสุข
แล้วถือเอาความสุขเป็นความสงบ

อีกอย่างหนึ่งคือความสงบที่เกิดจากปัญญานี้
ไม่ได้ถือเอาความสุขเป็นความสงบ
แต่ถือเอาจิตที่รู้จักพิจารณาสุขทุกข์เป็นความสงบ

เพราะว่าความสุขทุกข์นี้เป็นภพเป็นชาติเป็นอุปาทาน
จะไม่พ้นจากวัฏฏสงสารเพราะติดสุขติดทุกข์

ความสุขจึงไม่ใช่ความสงบ ความสงบจึงไม่ใช่ความสุข

ฉะนั้นความสงบที่เกิดจากปัญญานั้นจึงไม่ใช่ความสุข
แต่เป็นความรู้เห็นตามความเป็นจริงของความสุขความทุกข์
แล้วไม่มีอุปาทานมั่นหมายในสุขทุกข์ที่มันเกิดขึ้นมา
ทำจิตให้เหนือสุขเหนือทุกข์นั้น

ท่านจึงเรียกว่าเป็นเป้าหมายของพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท)
วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี
จากหนังสืออุปลมณี น.๒๓๑




เพิ่นให้มาปฏิบัติเสียสละ เสียสละออกให้มันหมดจิตหมดใจ มันจั่งค่อยแมน บาดนี่กะว่ามาปฏิบัติเพื่อเป็นนิสัย สิเอาชาติหน้า ชาติหน้าใครสิมาอภิเษกให้ ใครสิมาแก้ให้ ใครสิมารู้ให้เห็นให้ ใครสิมาปฏิบัติทำจิตใจสงบให้ มันบ่มีเด้ มีแต่เจ้าของแก้เจ้าของ เจ้าของต้องปฏิบัติให้เจ้าของเอง ผู้อื่นเฮ็ดให้บ่ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราก็ประพฤติปฏิบัติในปัจจุบันนี่เลยล่ะ เพราะอนาคตกับปัจจุบันก็เราเป็นผู้ทำเอง แก้เอง ก็ปฏิบัติให้มันแจ้งในปัจจุบันนี้เลย ไม่ต้องไปรอชาติหน้า


คติธรรมหลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 10 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร