วันเวลาปัจจุบัน 21 ส.ค. 2019, 04:22  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ส.ค. 2019, 04:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3503


 ข้อมูลส่วนตัว


ทุกวันนี้ศาสนาของพวกเรากำลังถูกคลุกคลาม อยากให้พระเณรเรา ฆราวาสญาติโยมช่วยกัน พีงระวัง ช่วยกันฟื้นฟูข้อวัตรปฏิบัติ ตามครูบาอาจารย์อบรมสั่งสอนมา ท่านแนะ ท่านสอน ท่านพาปฏิบัติอย่างไร ก็ให้พากันประพฤติปฏิบัติตาม หลายๆวัดแล้วทุกมื้อนี้ พากันทิ้งข้อวัตร ไหว้พระสวดมนต์กะบ่อยากพากันเฮ็ดพากันทำ ยิ่งการเดินจงกรมกะพากันทิ้งไปล่ะพระเฮาสุมื้อนิ อย่าทิ้งข้อวัตรปฏิบัติ ถ้าทิ้งพวกนี้ก็หมดกันละกรรมฐานเรา..

คติธรรมหลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม





สมัยหลวงพ่ออยู่กับหลวงปู่แหวน อยู่ภาวนาที่นั่นตามลำพัง ห่างไกลจากพี่น้องวงศาคณาญาติ โดดเดี่ยว มีแต่ภาวนา เดินจงกรมแต่ละวัน ถึงจะภาระมากเพราะทำหน้าที่ปรนนิบัติหลวงปู่แหวน ตื่นตีสาม ตีสี่ต้มน้ำ พอสว่างปัดกวาดบริเวณวัด จัดศาลา ทำหน้าที่ทุกอย่าง ต้มน้ำสรง ต้มน้ำอาบ สรงน้ำหลวงปู่ องค์อื่นไปนี่ไม่ถูกใจหลวงปู่หนู แต่หลวงพ่อไปนี่ หลวงปู่ปล่อยให้หลวงพ่อปรนนิบัติหลวงปู่แหวน เพราะหลวงพ่อเคยเป็นเณรมาก่อน หลวงพ่อรู้ว่าต้องทำยังไง

พอตกเย็นก็ภาวนา อยู่ตามลำพัง ไม่ได้รับรู้รับทราบอะไรกับใคร จิตใจเข้าสู่ความสงบเย็นสบาย อยู่ห่างไกลจากวงศาคณาญาติ ไม่รู้จักใคร หลวงพ่อจึงเห็นว่า พระพุทธเจ้าที่ท่านหนีออกจากเวียงวัง ไปอยู่ตามลำพังพระองค์ พระองค์ไปภาวนา ถ้าเห็นหน้าญาติหน้าหมู่หน้าเพื่อน เดี๋ยวเรื่องเก่ามันก็เกิดขึ้น แต่นี่ตัดออกหมด อยู่ตามลำพัง ไม่รู้จักใครทั้งหมด ฉันจังหันเสร็จ มีอะไรก็ทำ เสร็จแล้วก็เดินจงกรมนั่งภาวนา จิตใจสงบเย็นสบาย

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก






โลกก็คือโลก ธรรมก็คือธรรม ธรรมไม่ทำโลกให้เสีย ธรรมมีแต่ดึงจิตให้สูงขึ้น เช่นขยันหมั่นเพียรในหน้าที่การงาน ทุก ๆ อย่างที่เป็นประโยชน์ อย่าขยันเที่ยวกลางคืน อย่าขยันกินสุรา อย่าขยันเล่นการพนัน มันผิดหมด เป็นอบายภูมิ อย่าลืมพุทโธ เป็นมงคลบ้าน เป็นมงคลใจ เป็นคุณของจิตล้วน ๆ ไม่มีโทษ

อย่างอื่นหามาแต่ก็ไม่ใช่ของเรา แต่ถ้าไม่หามาชีวิตของเราก็ไปไม่รอด เราอาศัยเพื่อชีวิตเดียว อยากแต่งก็แต่งไปเถอะ แต่ตายไปเพชรเม็ดหนึ่งก็เอาไปไม่ได้ แต่พุทโธนี่แต่งจิตอย่างเดียว มีแต่ดึงจิตให้สูงขึ้น ๆ ไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน ไม่ต้องไปปฏิบัติธรรมที่นั่นที่นี่ เรากลัวจะไปโม้กันที่นั้นที่นี่ มันไม่ได้เรื่องอะไร หลวงปู่มั่นว่า ไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหนนะ ไม่ต้องเสียเงิน
(โอวาทธรรม หลวงปู่ทุย)








(ครั้งหนึ่ง ที่ได้สนทนาปัญหาธรรมกับหลวงปู่ดู่
พรหมปัญโญ ท่านเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า...)

" เขามาถามปัญหาข้า ข้าก็ตอบไม่ได้อยู่
ปัญหาหนึ่ง "

ผู้เขียน เรียนถามท่านว่า ปัญหาอะไรครับ ?
ท่านเล่าว่า...

" เขาถามว่า ขี้เกียจ(ปฏิบัติ)จะทำอย่างไรดี "

หลวงปู่ หัวเราะก่อนที่จะตอบต่อไปว่า

" บ๊ะ ขี้เกียจก็หมดกัน ก็ไม่ต้องทำอะไรซิ "

สักครู่ ท่านจึงเมตตาสอนว่า

" หมั่นทำเข้าไว้...
ถ้าขี้เกียจ ให้นึกถึงข้า
ข้า ทำมา ๕๐ ปี
อุปัชฌาย์ข้า เคยสอนไว้ว่า
ถ้าวันไหนยังกินข้าวอยู่ ก็ต้องทำ
วันไหน เลิกกินข้าว
นั่นแหละ ถึงไม่ต้องทำ."
------------------------------------------------------------
(จาก : หนังสือตามรอยธรรม ย้ำรอยครู
หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ)






บุคคลใดให้ความสุขแก่บุคคลอื่น
ความสุขนั้นจะกลับคืนมาเป็นของตน

เพราะให้สิ่งที่พอใจ ก็ย่อมได้สิ่งที่พอใจ
ให้ของดี ก็ย่อมได้ของดี
ให้ของเลิศ ก็ย่อมได้ของเลิศ
ให้ของประเสริฐ ก็ย่อมได้ของประเสริฐ

โอวาทธรรมพ่อแม่ครูอาจารย์
หลวงปู่เปลี่ยน ปญญาปทีโป






อะไรทุกอย่าง ก็ตั้งต้นสร้างเอาใหม่นั่นแหละ
ถ้าไม่ดีเมื่อก่อน เราก็ตั้งต้นสร้างเอาใหม่ให้มันดี
ดีแล้วก็ให้มันดียิ่งเจริญขึ้นไป จึงเป็นผู้ไม่ประมาท

หลวงปู่อว้าน เขมโก วัดป่านาคนิมิตต์ จ.สกลนคร





ให้รักษาศีล ให้ทาน บ่เป็นเรื่องน้อยๆ
เป็นทางเดินของที่ไปสู่พระนิพพาน
หรือผู้ไปสู่ความพ้นทุกข์ ต้องไปตามทางนี้
หลวงปู่บุญมี ปริปุณโณ






๑. พระพุทธเจ้าเท่านั้นเป็นผู้มีเมตตาคุณบริบูรณ์ อยู่ในพระทัยของพระองค์ พระกรุณาธิคุณ เอ็นดูสงสารเพื่อนมนุษย์ เกิดมาร่วมโลกร่วมสงสารซึ่งกันและกัน พระองค์มองเห็นทั้งความเสื่อม ความเจริญ ความไม่เท่าเทียมกัน คนรวยก็รวยเอาจริงๆ คนทุกข์ก็ทุกข์เอาจริงๆ จนถึงขั้นเป็นมหาทุคตะ เมื่อเป็นเช่นนี้ พระองค์จึงตั้งสัตย์ ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า

๒. นักปราชญ์บัณฑิตที่มีความรู้ความฉลาด มีคุณภาพแต่ขาดคุณธรรม ก็จะนำความสุข ความเจริญมาสู่ตนไม่ได้ หรือจะมีทรัพย์สมบัติ ยศถาบรรดาศักดิ์ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม ถ้าขาดคุณธรรมแล้วพังแน่ๆ

๓. ธรรมนี้ถ้าไม่มีอะไรไปปรุงแต่งมัน มันก็จะไม่เป็นอะไรไม่ดี ไม่ชั่ว ต่อเมื่อปรุงแต่งและทำลงไปแล้ว ความดี ความชั่ว บุญบาป จึงเกิดขึ้น

๔. อยากจะเห็นธรรมะ อยากจะเข้าใจธรรมะ อย่าไปดูที่อื่น ให้ดูที่ตัวเอง

๕. การประพฤติปฏิบัตินั้นแหละ เป็นสิ่งสำคัญจำแนกแจกสัตว์ให้ดีเลวต่างกัน

๖. ไม่มีนักปราชญ์บัณฑิตในยุคใดสมัยใด จะมาแก้ไขธรรมะที่พรระพุทธองค์ทรงกล่าวเอาไว้ว่า ตรงนี้ัมันมากควรตัดออก ตรงนี้มันน้อยควรจะเพิ่มเข้า อย่างนี้ก็ไม่มี

๗. บุญเป็นชื่อของความสุข ความสุขจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะเราทำความดีเอาไว้นั้นเอง

๘. เกิดมาแล้วรวยเพราะการให้ทาน เกิดมาแล้วสวยเพราะการรักษาศีล ความมีสติปัญญาก็เพราะเราได้ภาวนา

๙. วันที่เราผ่านมาแล้ว พวกเราทำความดี มาวันนี้ความดี ความสุข ความสบายก็มีแก่จิตใจของเรา ถ้าเราทำชั่ววันนี้ ความทุกข์ความเดือดร้อนมันก็จะเกิดขึ้นแก่พวกเราในวันพรุ่งนี้ ฉะนั้น ชาตินี้เราพากันทำความดี สร้างความดี เพื่อหนีความทุกข์

๑๐. ผู้ประพฤติธรรม ปฏิบัติธรรมนั้น ไม่ได้นำความทุกข์ ความเดือดร้อนมาสู่ตนและบุคคลอื่นๆ มีแต่จะนำความสงบเยือกเย็นเป็นสุขให้เกิดขึ้น

๑๑.คนที่จะไปลงนรกก็มาสร้างอยู่ในเมืองมนุษย์นี้ คนที่จะขึ้นไปเกิดบนสวรรค์ เทวโลก พรหมโลก ก็มาสร้างเอาในเมืองมนุษย์นี้ตรราบเข้าสู่พระนิพพานก็มาสร้างเอาในเมืองมนุษย์นี้ เช่นกัน

๑๒. คนแท้ โยมแท้ จะต้องมีศีล ๕ เป็นพื้นฐาน เป็นหลักปฏิบัติ ถ้าขาดศีล ความเป็นคนจะน้อยลง ไม่มีข้อหนึ่งก็ขาดไปละ ขาดสอง ขาดสาม ลดลงเรื่อยๆ จนไม่มีเลยสักข้อ ก็เป็นมนุษย์สัตว์ได้เลย ไม่ใช่คนแท้ โยมแท้แล้ว

๑๓. การรักษาศีลคือการรักษาตัวเอง คนฉลาด คนมีปัญญา คนมีกุศล พึงทำแต่ความดี ไม่ทำชั่วใส่ตัวเราเอง จึงควรฝึกให้มีศีล มีธรรม ประจำจิตใจให้ได้ ให้มีปัญญา นั่งสมาธิ ฟังธรรม ฟังให้เกิดปัญญา ไม่ใช่ฟังเอาบุญ พอเอวังฯ ก็สาธุ อย่างนี้มันไม่ใช่นะ

๑๔. ได้เป็นเจ้าเป็นนาย มียศถาบรรดาศักดิ์ มีเงินทองเป็นร้อยล้าน พันล้าน มีบ้านมีเรือนอยู่ มีความสุขหรือยัง ก็ยัง เพราะยังพ้นจากความทุกข์ไปไม่ได้

๑๕. คนไม่มีภรรยา ก็อยากมีภรรยา คิดว่ามันสุข คนไม่มีสามีก็อยากมีสามี ก็คิดว่ามันสุข มันจริงไหมหรือกิเลสมันหลอก

๑๖. คนไม่มีเงินก็หาแต่เงิน มีเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ มีร้อยล้านก็อยากได้พันล้าน มีพันล้านก็อยากได้หมื่นล้าน มันสุดหรือยัง มันสุขจริงไหม จุดหมายปลายทางของชีวิตนี่มันอยู่จุดไหน

๑๗. ชีวิตนี้ไม่ว่าใครจะอยู่ที่ไหน มีชาติ ชั้น วรรณะอย่างไร ก็ล้านแล้วแต่มีความมุ่งมาดปรารถนาอย่ากมีความสุข ความเจริญด้วยกันทั้งนั้น

๑๘. ความทุกข์ความสุขนี้มันเกิดจากความคิดของเรา คิดให้ดีก็ได้ คิดให้เสียก็ได้ คิดให้เสื่อมก็ได้ คิดให้เจริญก็ได้ คิดให้ทุกข์ก็ได้

๑๙. เวลาใครทำ ใครพูดถูกใจ เราก็ว่าดีทั้งนั้นแหละ คนมีกิเลสนะ ถ้าใครทำใคร ใครพูดไม่ถูกใจ เราก็ว่าเขาเป็นคนไม่ดี ดังนั้น ควรเอาแต่สิ่งดีๆ ไว้ในจิตใจเรา

๒๐. ไม่เอาศีล เอาธรรมมาพัฒนา เอากิเลสมาพัฒนาก็มีแต่พังทั้งนั้นแหละ มีแต่ทุกข์มีแต่เดือดร้อนทั้งนั้นแหละ ทำไมจึงไม่อยากจะทำในสิ่งดีๆ ไม่ยอมทำนะ สิ่งที่พาให้เกิดเป็นทุกข์เดือดเนื้อร้อนใจนี้อยากจะทำ

หลวงปู่คำบ่อฐิต ปัญโญ
(หนังสือ ๘๐ ปี หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปัญโญ หน้า ๑๖๐-๑๖๕)






กลัวแต่คนอื่นจะเห็นตับไตไส้พุงของตัว
แต่ตัวเองไม่สนใจดูตับไตไส้พุงและจิตใจของตัว
ว่ามันมีอะไรอยู่ภายในนั้น
มัวเพลินดู เพลินฝัน เพลินคิด แต่เรื่องคนอื่น
กลัวเขาจะมาเห็นตับไตไส้พุงของเรา
คิดส่งออกไปภายนอก ไม่สนใจคิดเข้ามาภายใน
นักปฏิบัติเรา ไม่สนใจดูกายดูใจของตัวเราเอง
จะหาความฉลาดรอบรู้มาจากไหน

หลวงปู่ชอบ ฐานสโม





“สัตว์โลกใครจะไม่อยากหลุดอยากพ้นจากความทุกข์ความลำบาก เพราะตั้งแต่วันเกิดมาไม่ว่ารายใด จมอยู่ด้วยความทุกข์ความลำบากในแง่ต่าง ๆ จิปาถะ วันหนึ่งคำนวณไม่ถูก เพราะความทุกข์ที่แสดงตัวออกมาจากใจซึ่งมีสิ่งผลักดันให้เป็นอย่างนั้นขึ้นมา แต่ละราย ๆ จมอยู่กับกองทุกข์ทั้งนั้น มีรายไหนที่เว้นไม่มีกองทุกข์ ขึ้นชื่อว่าอยู่ในแดนสมมุตินี้แล้วต้องเป็นเหมือนกันหมด เป็นแต่เพียงว่ามากกับน้อย หนักกับเบาต่างกันเท่านั้นเอง เรื่องกองทุกข์ที่จะไม่ฝังจมอยู่ภายในใจนั้น ลงวัฏจักรซึ่งเป็นยาพิษอันสำคัญได้ฝังอยู่ภายในใจแล้ว ทำไมจะไม่ผลักดันออกมาให้เป็นเรื่องความทุกข์ความลำบาก

สิ่งที่กล่อมสัตว์ทั้งหลายก็คือ ในสิ่งที่เห็นว่าเป็นสุขบ้าง ทำให้เกิดความเพลิดเพลินบ้าง ให้มีความสุขประเดี๋ยวประด๋าวบ้าง นี้ล้วนแล้วแต่เหยื่อล่อทั้งนั้น ล่อเพื่อจะทุบเพื่อจะตีเพื่อจะทรมาน สัตว์โลกจมอยู่ในแหล่งเหล่านี้ทั้งนั้น ไม่มีรายใดที่จะเห็นโทษเห็นภัยของมัน เพราะสิ่งที่กล่อมไม่ให้เห็นโทษยังมีอีกทีหนึ่งเป็นชั้น ๆ เข้าไป
เราคำนวณดูซิว่าในสามแดนโลกธาตุนี้มีสัตว์โลกจำนวนเท่าไร มีรายใดที่เล็ดลอดตัวออกไป ได้ตั้งอยู่ในหรือสถิตอยู่นอกขอบข่ายของกองทุกข์มากน้อยเหล่านี้ไม่มีเลย

เพราะคำว่าสมมุติทั้งสามแดนโลกธาตุนี้เป็นเขตแดนของผู้ครองอำนาจที่จะให้ทุกข์แก่สัตว์โลกโดยดีอยู่แล้ว ใครจะเล็ดลอดไปได้ แล้วเราประมวลมาดูซิว่า สัตว์ทุกตัวมีแต่อยู่ในกรงขังนี้หมด เหมือนกับปลากี่ร้อยตัวก็ตามที่เขาขังไว้ แม้ที่สุดขังไว้ในทะเลมีตาข่ายครอบไว้หมด นับวันนับเวลาที่จะตายกันไปเรื่อย ๆ แล้วเอามาเพิ่มเรื่อย ๆ ตายกันไปเรื่อย ๆ ฆ่าเรื่อย ๆ ต้มแกงกันอยู่เรื่อย ๆ นำเข้ามาเพิ่มเรื่อย ๆ นี่ทำนองเดียวกันกับสัตว์โลกที่ทนทุกข์ทรมานพอแล้วก็ตายไป แล้วเกิดใหม่เรื่อยมาแทนเรื่อย ตายไปเรื่อยอยู่ทำนองนี้ ไม่มีสัตว์ตัวใดที่ไม่เป็นอย่างนี้เลย”

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๒๗







...รู้แล้วก็ตัด รู้แล้วก็ปล่อย
มันอยู่ตรงไหน ก็ปล่อยไว้ตรงนั้น

.
บางทีเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเช้านี้แล้ว
"ยังอุตส่าห์ แบกมาถึงตอนนี้"
ยังเอามาคิดในตอนนี้

.
เขาพูดเพียงคําเดียว ว่าเราไม่ดี
"เราก็โกรธตั้งแต่เช้ามาจนถึงตอนบ่าย"
พอคิดถึงคําพูดของคนนั้นเข้า
ก็ยังโกรธอยู่..

.
"เพราะจิตไม่ว่าง จิตสงบไม่เป็นนั่นเอง"
ถ้าจิตสงบเป็น ว่างเป็นแล้ว
อะไรเกิดขึ้นแล้ว.. ก็จะดับไป.

.........................................
.

หนังสือจุลธรรมนําใจ 3
กัณฑ์ที่ 234
ธรรมะบนเขา 12/3/2549
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี



เราเป็นธรรมแล้วหรือยัง....เราคิดอย่างนี้ถูกแล้วหรือยัง ถ้ามันถูกเราทิ้งความถูกได้หรือยัง หรือยึดความถูกอยู่ มันต้องคิด คิดไปถึงที่สุดว่ามันทิ้งนั่นแหละ จึงเป็นของสำคัญจนกว่าที่ว่าไม่เป็นอะไรทั้งนั้น โน่นก็ไม่เป็น นี่ก็ไม่เป็น ดีก็ไม่เป็นชั่วก็ไม่เป็น มันทิ้ง คือหมายความว่าให้มันหมดนั่นแหละ ถ้าอะไรมันหมด มันก็หมดไม่เหลือ ถ้าอะไรมันยังมีอยู่ มันก็ยังเหลืออยู่
ฉะนั้น เรื่องปฏิบัติในจิตของตนนี่ว่ามันง่ายหรอก มันพูดง่ายนะแต่ว่ามันทำยาก มันทำยาก ยากคือมันไม่ได้ตามปรารถนาของเรา....อันนั้นก็ดี อันนั้นก็ถูก ก็ไปยึดมั่นในความถูกนั้นอีก ผลสุดท้ายก็ผิดอีก ถลำไปอีก อันนี้มันเป็นของยากลำบาก ไม่มีอะไรจะวัดมัน

หลวงปู่ชา สุภัทโท


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร