วันเวลาปัจจุบัน 13 ส.ค. 2020, 19:01  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 พ.ย. 2019, 05:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3863


 ข้อมูลส่วนตัว


"ถ้าไม่ต้องการเกิดอีก
มีสติระวังรักษาศีลตลอดชีวิต
มีสติระวังไม่ทำชั่วทางกาย ใจ
มีสติระวังถอนความยินดี
และความไม่ยินดี
ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
เมื่อปฏิบัติเช่นนี้
อวิชชาโมหะ เป็นอันถูกละ
จิตหยุดปรุงแต่ง ภพชาติจึงดับไป"

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ







การพิมพ์หนังสือธรรมะแจกเป็นทาน จะทำให้เกิดปัญญาจริงไหมครับ ในชาติปัจจุบัน หรือชาติหน้าครับ?
หลวงปู่ตอบ:
การพิมพ์หนังสือธรรมแจกเป็นทานทำให้เกิดปัญญานั้นจริงแล้ว ในชาติปัจจุบันก็ได้ ชาติหน้าก็ได้ และการให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวงผูกขาดแล้ว

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต









#การทำบุญให้ได้บุญ
ทำบุญด้วยเงินให้ทำพอดีพอประมาณ ก่อนจะบริจาคให้คิดถึงพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ลูกหลานเสียก่อน เอาให้พวกท่านได้ใช้เสียก่อน ทำแล้วไม่ลำบากตัวเอง ทำเท่าที่จำเป็น จะมาเอาแต่เงินทำบุญอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องทำความดีด้วย คิดดี ทำดี ใจดี พูดดี นั้นก็เป็นการทำบุญอีกประการหนึ่ง #แต่สิ่งที่ควรทำมากที่สุดเป็นมหาบุญมหากุศลเลยคือ #ทำกับพ่อกับแม่ ทำกับผู้มีพระคุณของเรา ดูแลท่านหาข้าวหาน้ำ พูดคุยกับท่าน เอาใจใส่ท่านให้มากๆ บางคนเข้าวัดทำบุญแต่ไม่เคยสนใจพ่อแม่เลย อันนี้ก็ไม่ถูก ทำบุญต้องทำให้เป็นกลาง พระพุทธศาสนาของเราท่านพาพวกเราเดินในทางสายกลาง
พระภิกษุสงฆ์ที่บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนาของเราล้วนแล้วเป็นผู้สละ ผู้ที่ขัดเกลากิเลส ผู้พิจารณาตน ผู้สงบ ผู้สำรวมระวัง ญาติโยมจะมาเอาแต่เงินถวายพระก็ไม่ถูกนะ ต้องพิจารณาดูถึงเหตุผลในการให้บริจาคด้วย ท่านมีอะไรต้องใช้มั๊ย ท่านขาดเหลืออะไรมั๊ย ต้องใช้ปัญญาพิจารณาดู เพราะทุกวันนี้ พระภิกษุบางองค์ หลอกญาติโยมบริจาค เอาคำว่า ทำบุญมาอ้าง เพื่อให้ญาติโยมบริจาคเงินให้กับตัวเอง แล้วเอาเงินไปใช้เพื่อความสะดวกสบายแก่ตน ตัวอย่างเช่น ได้เงินบริจาคมาแล้วก็ไปซื้อโทรศัพท์ เล่นแต่โทรศัพท์ สมาธิก็ไม่นั่ง ภาวนาก็ไม่เอา ข้อวัตรปฏิบัติก็ไม่ทำ เอาแต่โทรศัพท์ นอนเล่น นั่งเล่นแต่โทรศัพท์ หลวงปู่เห็นพระบวชใหม่หลายคนที่บวชมาแล้ว วุ่นวายแต่กับโทรศัพท์ จนทำให้พระธรรมวินัยเสื่อมไป เอาเงินบริจาคญาติโยมไปซื้อไปใช้เอาตามกิเลสตัวเองต้องการ อย่างหลวงปู่เองเขาเอามาถวายนอกจากเอาไปหาหมอกับบูรณะวัดก็ไม่รู้จะเอาไปทำไม เพราะบวชมาปฏิบัติ บวชมาภาวนา บวชมาสละแล้ว คนที่เขาจำเป็นได้ใช้อย่างโรงพยาบาลที่เขาต้องใช้เงินเยอะ ทั้งเครื่องหมายเครื่องมือ ทั้งยารักษา งบประมาณแผ่นดินก็ไม่พอ #ใครอยากทำบุญที่เกิดประโยชน์มากให้ไปทำที่โรงพยาบาล ใครเจ็บ ใครป่วยก็ไปโรงพยาบาล ใครจะตายก็ไปที่โรงพยาบาล นั้นละคือการทำบุญที่ได้อานิสงส์มาก เพราะได้ช่วยเหลือผู้อื่น ได้ให้เขาพ้นทุกข์พ้นความลำบาก การทำบุญต้องทำให้เป็นประโยชน์ ทำให้เกิดคุณ ญาติโยมเราหลายคนยังหลงทางกับการทาน การทำบุญที่ไม่เกิดประโยชน์ ...

โอวาทธรรม
หลวงปู่ชนะ อุตฺตมลาโภ
ณ วัดถ้ำพวง จ.สกลนคร
เมษายน ๒๕๖๒







อย่าลดละท้อถอย ความเพียร
ธรรม เป็นสมบัติกลาง และเป็น
สมบัติของทุกคนที่ ใคร่ต่อธรรม
พระพุทธเจ้ามิได้ผูกขาดไว้แก่
ผู้หนึ่งผู้ใดโดยเฉพาะ
ต่างมีสิทครอบครองเป็นเจ้าของ
ได้ด้วย “การปฏิบัติดีของตน” ด้วยกัน

#ท่านพระอาจารย์มั่นภูริทัตตเถระ







เวลาเกิดความโกรธขึ้น
อย่าพูด ให้นิ่งเสียก่อน
คอยให้มันได้สติเสียก่อน
พอได้สติแล้ว
มันก็ถอนออกเอง

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ







"...อดีตก็เป็นทำเมา อนาคตก็เป็นทำเมา จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน รู้อยู่ในปัจจุบัน ละอยู่ในปัจจุบันนี้จึงเป็นพุทโธ เป็นธัมโม ปัจจุบันก็พอแล้ว อดีต และอนาคตไม่ต้องคำนึงถึง เกิด แก่ เจ็บ ตาย วัน คืน เดือน ปี สิ้นไป หมดไป อายุเราก็หมดไป สิ้นไป หมั่นบำเพ็ญจิต บำเพ็ญทาน รักษาศีล ภาวนาต่อไป..."

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ "พระอริยเจ้าแห่งดอยแม่ปั๋ง"










“การอธิษฐานจิต” นั้น
ท่านแปลว่า “การตั้งจิตให้แน่วแน่มั่นคง”
หรือการตั้งใจเด็ดเดี่ยว
แต่ในภาษาไทย อธิษฐาน
มีความหมายเพี้ยนไป
กลายเป็นว่า “อ้อนวอนปรารถนา”
ในภาษาพระ “อธิษฐาน” แปลว่า
ตั้งมั่น ทำให้เด็ดเดี่ยว คือตั้งจิตเด็ดเดี่ยว
ตั้งใจมุ่งว่าจะทำเรื่องนั้นๆ
หรือความดีงามนั้นให้สำเร็จให้ได้
เหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงอธิษฐาน
พระทัยว่าจะเพียรพยายามปฏิบัติ
ให้บรรลุโพธิญาณ
ถึงพระโลหิตจะเหือดแห้งไป
ถ้ายังไม่สำเร็จก็จะไม่ยอมหยุดเลิกเสีย
พูดง่ายๆ ว่า “อธิษฐานเพื่อจะทำ”
แต่คนไทยเราเอามาใช้ ไปๆ มาๆ
กลายเป็น “อธิษฐานเพื่อจะได้”
โดยเฉพาะขอให้ได้โดยตัวเองไม่ต้องทำ
คือจะให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้
เพราะฉะนั้น ควรปรับความเข้าใจให้ถูกต้อง
จำง่ายๆ ว่า “อธิษฐานเพื่อจะทำ”
ไม่ใช่ “อธิษฐานเพื่อจะเอาหรือเพื่อจะได้”
ใครที่จะทำอะไรอย่างเอาจริงเอาจัง
มุ่งมั่นที่จะให้สำเร็จ
ควรจะอธิษฐานจิต
คือตั้งใจเด็ดเดี่ยวแต่เริ่มต้น
ว่าเราต้องทำสิ่งนั้นให้สำเร็จให้จงได้
ให้ถึงจุดหมายอย่างแน่นอน
การอธิษฐานจิต คือการ start เครื่อง
ซึ่งทำให้มีพลังที่จะทำต่อไปอย่างจริงจัง
เมื่อเริ่มต้นดี..
ก็อย่างที่พูดกันว่าสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว
การเริ่มต้นที่ดีก็คือ
การตั้งใจให้แน่วแน่มั่นคงเข้มแข็ง

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต)
จากหนังสือ : “พรที่สัมฤทธิ์แก่ผู้ดำเนินชีวิตที่ดี”








ใจเรานี้
เดี๋ยวก็เป็นอันธพาล เดี๋ยวก็เป็นบัณฑิต
ขึ้นอยู่กับว่าขณะนั้นกิเลสหรือธรรมะนั่งบัญชาการอยู่
เวลาเป็นอันธพาล สติอ่อนปัญญาอ่อน
คอยเพ่งโทษผู้อื่น คนนั้นผิด คนนี้เลว
แต่มองไม่เห็นโทษของตัวเอง
เวลาเป็นบัณฑิต สติดีปัญญาดี
มีความเห็นอกเห็นใจ ให้อภัยกันได้ทั้งนั้น
มองเห็นโทษตนเองแล้วแก้ไขให้สะอาดดีงาม

โอวาทธรรม : พระอาจารย์คม อภิวโร






"ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4"
ให้บรรดาเสนาอำมาตย์
วันพระเล็กนะ มาตรวจดูมนุษย์ทั่วโลก
ถ้ามนุษย์ไม่สนใจเรื่องศีลเรื่องธรรมคำสอน
ของพระพุทธเจ้า ไม่ได้สนใจเรื่องบุญเรื่องบาปแล้ว
บรรดาเทพเทวดาทั้งหลายที่เสวยความเป็นทิพย์
ท่านจะสลดสังเวช
วันพระใหญ่ทีนี้ ท้าวจตุโลกบาลไปสำรวจตรวจดูเอง
มีโอกาสกาลเวลาได้ยินได้ฟัง ไปศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า สนใจมากน้อยขนาดไหน
ความสำนึกตรงนี้
บรรดาท้าวจตุโลกบาลเวลาไปประชุม
ในชั้นดาวดึงส์ บรรดาเทพทั้งหลายน่ะ มาประชุมกันเอาข้อมูลอันนี้ล่ะสำรวจตรวจดูมนุษย์
ถ้าสำรวจตรวจดูมนุษย์ มนุษย์ทั้งหลายไม่สนใจไม่เข้าใจ เรื่องบุญ เรื่องบาป เรื่องศีลเรื่องธรรมนะ
เวลาเทวบุตรเทวดาไปประชุมกันบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ บรรดาเทวดาทั้งหลายสลดสังเวช เมตตาสงสารมาก
ทำไมเพราะจิตใจของเขาเหล่านั้นน่ะ
มันจะไปอบายภูมิ ภพหน้าชาติหน้านะ
"อบายภูมิ คือภพภูมิที่หาความสุขไม่มี"

พระธรรมเทศนาหลวงปู่อุทัย สิริธโร
วัดเขาใหญ่เจริญธรรมญาณสัมปันโน
อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา







“ถ้าเหลือ..
ค่อยมาทำบุญ
ถ้าขัดสนยังไม่พอ
มีหนี้สินก็เอาไป
ดูแลครอบครัวก่อน
ทำครอบครัว
ให้มีความสุข
เหลือแล้ว..พอแล้ว
ค่อยมาทำบุญกับพระ”

- หลวงปู่ทุย ฉันทกโร








บุคคลกระทำกรรมอันใดไว้
บุคคลนั้นก็ต้องได้รับผลของกรรมที่ตนเอง
ได้กระทำไว้แน่ เมื่อทุกคนเชื่อเหตุเชื่อผล
ของกรรมที่ตนเองกระทำแล้วนั่นแหละ
จึงจะเรียกได้ว่า
เป็นพุทธบริษัทในพระพุทธศาสนา
ตามคำสั่งสอนขององค์พระบรมศาสดา
บุญก็คือความสุข สุขก็คืออาหารของใจ
ทำบุญทำกุศลอะไร รักษาศีลก็ดี ภาวนาก็ดี
ให้ตั้งจุดหมายปลายทางไว้ว่า
เราต้องการพ้นทุกข์คือเข้าสู่นิพพานสันติสุข

โอวาทธรรม
หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป







บำรุงบำเรอแล้ว มันได้อะไรแก่ตนบ้าง ข้าวน้ำโภชนาหารลูกไม้ผลไม้ คาวหนาวทุกวันวันละหลายครั้ง ก็ไม่เห็นได้อะไรขึ้นมา มันยังมีเจ็บไข้ มีแก่รา มีคร่ำคร่าทรุดโทรม มีดับมีตาย นั่นก็ทุกข์ นี่ก็ทุกข์ ไม่รู้จบ เหตุเพราะมัวเมาแก้ไขแต่ภายนอก ภายในทำไมไม่แก้บ้าง คิดอ่านบ้าง เสาะหาหนทางบ้าง แก้ไขใจของตนบ้าง เพราะใจภายในนี้ มันจบลงได้

หลวงปู่จาม มหาปุญโญ








" มัวสนใจ...
อะไร กับเรื่องเหล่านั้น
ธรรมดาแสง ย่อมสว่าง
ธรรมดาเสียง ย่อมดัง
หน้าที่ของมัน เป็นเช่นนั้นเอง
เรา...
ไม่ใส่ใจฟังเสียอย่าง ก็หมดเรื่อง
จงทำตัวเรา...
ไม่ให้ เป็นปฏิปักษ์ กับสิ่งแวดล้อม
เพราะ มันมีอยู่อย่างนี้ เป็นอยู่อย่างนี้เอง
เพียงแต่...
ทำความเข้าใจ กับมันให้ถ่องแท้
ด้วยปัญญาอันลึกซึ้ง เท่านั้นเอง."

(หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)






มรณาตัวนี้ตัวเดียว ทั้งโลกเต็มแผ่นดินนี้ มีแต่มรณาทั้งนั้น เราก็คนหนึ่ง เราเกิดมาแล้ว มันต้องมีความแก่ ความเจ็บ ความตาย ทุกรูปทุกนาม มันเป็นกงจักรใหญ่ ให้มนุษย์และสัตว์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่ในโลกอันนี้ ในไตรโลกทั้งสามนี้แหละไม่พ้นไปสักที

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ







" แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ชี้ใส่กายนี่ละ ชี้ใส่ใจนี่ละ
เอาใจนี่ละเป็นใหญ่พิจารณาทุกข์มันก็เกิดจากใจนี้ สมุทัยมันก็เกิดจากใจ มรรคผลนิพพานก็เกิดจากใจนี่ละ
กายนี่ละเป็นที่ตั้งมรรคผลนิพพาน ครั้นจำอันนี้ได้มันก็ดีละก้า..."

โอวาทธรรม...
หลวงปู่แหวน สุจิณโณ








" พวกเราทั้งหลาย
จึงเป็นผู้ที่มีโชค มีบุญมาก
เพราะ เมื่อมองไปที่สัตว์ทั้งหลายแล้ว
จะเห็นว่าสัตว์ทั้งหลาย เหล่านั้น
เช่น วัว ควาย หมู หมา เป็นต้น
เป็นสัตว์ที่อาภัพมาก
เพราะ ไม่มีโอกาสที่จะเรียนธรรม
ไม่มี โอกาสที่จะปฏิบัติธรรม
ไม่มี โอกาสที่จะรู้ธรรม
ฉะนั้น ก็หมดโอกาสที่จะพ้นทุกข์
จึงเรียกว่า เป็นสัตว์ที่อาภัพ
เป็นสัตว์ ที่ต้องเสวยกรรมอยู่
ด้วยเหตุนี้มนุษย์ ทั้งหลาย
จึงไม่ควรทำตัว ให้เป็นมนุษย์ที่อาภัพ
คือ ไม่มีข้อประพฤติ ไม่มี ข้อปฏิบัติ
อย่า ให้เป็นคนอาภัพ
คือ หมดหวังจากมรรคผล-นิพพาน
หมดหวังจากคุณงามความดี
อย่าไปคิดว่า เราหมดหวังเสียแล้
ถ้าคิดอย่างนั้น จะเป็นคนอาภัพ
เหมือนสัตว์เดรัจฉาน ทั้งหลาย
คือ ไม่อยู่ในข่ายของพระพุทธเจ้า
ฉะนั้น...
เมื่อมนุษ์เป็นผู้มีบุญวาสนาบารมี เช่นนี้แล้ว
จึงควรที่จะปรับปรุงความรู้ ความเข้าใจ
ความเห็นของตน ให้อยู่ในธรรม
จะได้รู้ธรรม
เห็นธรรม
ในชาติกำเนิด ที่เป็นมนุษย์นี้
ให้สม กับได้เกิดมาเป็นสัตว์...
ที่ควรตรัสรู้ ธรรมได้."

(หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง)







พระพุทธเจ้ายังมีมาร แล้วสูเป็นใคร ไม่มีใครที่ไม่มีมาร และไม่มีใครไม่พบทุกข์ หลักธรรมดา
ที่จริงหลักธรรมะคือหลักธรรมดา แต่ว่าเราเข้าใจธรรมดาไหม ถ้าเราเข้าใจธรรมดาแสดงว่าเราเข้าใจธรรมะ ก็ธรรมะมันเกิดจากสิ่งที่มันเกิดอยู่แล้ว

หลวงพ่อคล้าย จันทสุวัณโณ








..อุปปีฬกกรรม กรรมบีบคั้น ทำให้บุคคลทั้งหลายเกิดขึ้นมาแล้วมีแต่โรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียนร่างกาย ไม่มีความผาสุก ที่ทุกคนได้พากันเห็นอยู่ด้วยสายตาของตนเอง ไปโรงพยาบาลนั้นโรงพยาบาลนี้ พากันเข้าโรงพยาบาล นอนกันเต็มโรงพยาบาลอยู่ ไม่รู้ว่าเป็นโรคภัยไข้เจ็บอันใดเบียดเบียนย่ำยีบีฑา เรียกว่า อุปปีฬกกรรม บีบคั้นไม่ให้มีความผาสุขเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าอยู่ห้องไหนต่อห้องไหน ห้องไอซียูก็ดี ไม่รู้สึกตัว มีแต่ลมหายใจเข้าออก มีแต่สายระโยงระยางทั่วไปหมด ไม่รู้จะเอาอะไร กินอาหารทางจมูก ทางท่อเข้าท้อง ไม่รู้อะไรต่างๆ
..นั่นแหละ เขากำลังถูกอำนาจของกรรมบีบคั้นอยู่ ไม่ให้เกิดมีความผาสุกเกิดขึ้น จึงได้เป็นโรคนั้นโรคนี้ต่างๆในชีวิตของคนเรา พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนว่าเป็นอุปปีฬกกรรม กรรมที่เขาสร้างเอาไว้ เขาสร้างเอาไว้อย่างนั้นเขาก็ต้องรับกรรมอย่างนั้น เรียกว่ากรรมนั้นตามให้ผล แล้วทุกคนควรวิเคราะห์วิจารณ์ โอปนยิโก น้อมเข้ามาสู่ตัวตนของเรา เรานั้นเป็นอย่างเขาไหม หรือไม่เป็น ถ้าหากเราเจ็บป่วยขึ้นมาเป็นโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เราก็ถือว่าร่างกายนี้เป็นบ่อเกิดแห่งโรคภัยไข้เจ็บ แต่ว่าโรคภัยไข้เจ็บต่างๆนานาก็สามารถที่จะกินหยูกกินยารักษาบรรเทาทุกข์ได้เป็นบางครั้งบางคราว คนป่วยไปรักษาก็หายขึ้นมา ได้ดำรงชีวิตต่อไปบ้าง
..แต่บางบุคคลนั้นมันไม่เป็นอย่างนั้น อาจจะกินยารักษาโรคภัยไข้เจ็บที่โรงพยาบาลไหน หมอเรียนจบมาแต่ที่ใด ประเทศใด แขนงใด วิชาความรู้ที่ศึกษามาก็ดี เป็นแพทย์เป็นหมอไม่สามารถที่จะหาหยูกหายามารักษาพยาบาลได้ กินยาชนิดไหนมันก็ไม่หาย เรียกว่าโรคกรรม โรคกรรมบีบคั้น ไม่หาย ยาราคาแพงแค่ไหนก็ไม่หาย ยาราคาถูกก็ไม่หาย หมอหลายชนิดหลายโรคมารักษาก็ไม่หาย ก็เป็นอำนาจของกรรมบีบคั้นอยู่ ไม่ให้บุคคลนั้นมีความผาสุก นี่แหละ พวกเราทุกคนศึกษาที่เขาเป็นกันอยู่ทั่วโลก มันเป็นเรื่องอำนาจของกรรมกับสัตว์โลก บีบคั้นสัตว์โลกอยู่ เราก็เห็นด้วยตาของเรากันทั่วบ้านทั่วเมือง ทั่วโรงพยาบาล..

..โอวาทธรรมหลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป..


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 19 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร