วันเวลาปัจจุบัน 11 ก.ค. 2020, 22:27  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.พ. 2020, 05:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3830


 ข้อมูลส่วนตัว


...ถ้ามีสติอย่างต่อเนื่องแล้ว
"ใจจะอยู่ใกล้ตัว"

..ถ้าเป็นสัตว์เลี้ยงที่ถูกผูกไว้
ก็จะไปไม่ไกล เวลาต้องการมัน
ก็ไม่ต้องเสียเวลาไปตามหา
ถ้าไม่ผูกไว้ บางทีก็หาไม่เจอ
ไม่รู้ว่าไปไหน

..ใจก็เป็นอย่างนั้น
ถ้าไม่ผูกด้วยสติให้อยู่กับปัจจุบัน
อยู่กับกิจกรรมที่กำลังทำอยู่
พอเวลาจะนั่งสมาธิทำจิตให้สงบ
ก็จะยาก เพราะ..
"จิตจะไม่อยู่กับกรรมฐาน"
เช่นการบริกรรมพุทโธ
จะคิดถึงเรื่องต่างๆ

..บางวันนั่งสมาธิไม่สงบเลย
นั่งไม่ได้เลย เพราะปล่อยจิต
ให้ไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้
หรือมีเรื่องที่มีผลกระทบมาก
ดึงให้จิตไปคิด
จนไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
วันนั้นจะนั่งสมาธิไม่ได้
เพราะใจ อยู่ไกลจาก
"ฐานของความสงบ"

..ถ้ารู้สึกว่านั่งยาก
บริกรรมพุทโธก็ไม่ได้
ดูลมหายใจเข้าออกก็ไม่ได้
ก็ต้องฟังเทศน์ของ
ครูบาอาจารย์แทน .."ฟังด้วยสติ"
ไม่ใช่ฟังแล้วก็คิดถึงเรื่องต่างๆ.
...................................
.
จุลธรรมนำใจ8 กัณฑ์299
ธรรมะบนเขา 25/3/2550
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี










“บางคนเป็นผู้มาปฏิบัติธรรม ฟังธรรม เข้าวัดเข้าวา แต่เมื่อมีเรื่องไม่สบายใจ บางทีก็ไปหาหมอดู จะไปดูว่ามันจะเป็นอะไรไหมหมอดูก็ทายว่าปีนี้ระวังนะ ไปรถให้ระวัง ไปเรือก็ให้ระวัง ระวังอุบัติเหตุนะ เราก็กลัว กลัวจะเป็นอย่างนั้น กลัวจะเป็นอย่างนี้สารพัดอย่าง บางคนเมื่อจะออกจากบ้าน หรือจะออกเดินทาง ก็ว่าจะไปวันไหนดี จะต้องไปหาหมอว่าจะออกวันไหน เวลาเท่าไร บางทีหมอก็ว่าคุณอย่าไปเลย ไม่ดี เราก็เลยกลับบ้าน นี่เรียกว่าไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ไม่เชื่อมั่นในคุณพระรัตนตรัย ไปเชื่อหมอดู อย่างพวกเราบางคนมาอยู่อุบลฯ จะไปกรุงเทพฯ ก็มาหาหลวงพ่อ”

“หลวงพ่อครับ เดินทางวันไหนจะดีครับ”

“ถ้าเดินดีมันก็ดีทุกวันนั่นแหละ”

“คือ ถ้าเราดีมันก็ดีทุกวัน แต่นี่พอเจอหน้ากันก็ต้องเลี้ยงต้องกินเหล้าเมายากัน เมื่อไปมันก็เลยไม่ดี ขับรถมันก็จะตกถนน ถ้าเราทำดีแล้วมันจะเป็นอะไร เราเชื่อการกระทำของเรา อันอื่นจะมาทำให้เราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ไม่มีหรอก”

คำสอน:หลวงพ่อชา สุภัทโท












"ถ้าใจเราดีแล้ว ทำอะไรก็ดี
ไปไหนๆ ก็ดี ทำการทำงานก็ดี
ทำราชการก็ดี ครอบครัวก็ดี
พี่น้องก็ดี ชาวบ้านร้านตลาดก็ดี
ประเทศชาติก็ดี"

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร










“เวลาเรามีเพื่อน เราก็อยากได้เพื่อนที่รู้ใจ
เวลาเราทำงาน ก็อยากได้ลูกน้องที่รู้ใจ
รวมทั้งเวลาเรามีแฟน มีคู่ครอง
ก็อยากได้แฟน หรือคู่ครองที่รู้ใจ
เวลาเรามีความทุกข์ เราก็อยากให้คนเห็นใจเรา

แต่ว่าเราเคยถามตัวเราเอง หรือเปล่าว่า
ที่เรียกร้องให้ใครมารู้ใจ ให้ใครมาเห็นใจ
แล้วตัวเราเอง เคยคิดจะรู้ใจตัวเองบ้างไหม
เคยคิดจะเห็นใจตัวเอง บ้างหรือเปล่า
มันยากนะ ไม่รู้ใจตัวเอง

แต่ว่าจะไปเรียกร้อง แสวงหา
หรือว่าไปกะเกณฑ์ ให้ใครต่อใคร
มารู้ใจหรือเห็นใจเรา อะไรที่ยากกว่ากัน
ระหว่างคนข้างนอก ที่มารู้ใจเรา หรือตัวเราเอง
ที่รู้ใจตัวเอง อะไรที่มันเป็นไปได้ง่ายกว่ากัน

ส่วนใหญ่ เวลาบอกว่าอยากให้คนอื่น
มารู้ใจเรา ก็มักจะหมายความว่า
เค้ารู้ความต้องการของเรา
รู้ว่าจะปรนเปรอตอบสนองความต้องการ
ของเราอย่างไร อันนั้นก็ดีอยู่

แต่สิ่งที่เราควรทำให้ได้ เวลารู้ใจตัวเอง
รู้ทันความรู้สึกนึกคิดของตัว เวลาเราโกรธ
เราเคยรู้ใจตัวเองไหม ว่ากำลังโกรธ
เวลาเราเกลียด เรารู้ทันความเกลียดในใจเราไหม
เวลาเราเบื่อ เราเศร้า เราเคยรู้ทันความเบื่อ
ความเศร้า ทั้งๆ ที่มันเกิดขึ้นอยู่กลางใจเรา
หรือเปล่า รู้ใจแบบนี้ที่สำคัญกว่าการกะเกณฑ์
ให้ใครมารู้ใจเรา”

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล












พากันภาวนานะวันนี้
.
วันนี้เป็นวันมาฆบูชา พระอรหันต์ ๑,๒๕๐ องค์มาชุมนุมกันในวันนี้ พระอรหันต์บวชด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา พระพุทธเจ้าทรงบวชเองทั้งหมด มาในวันนี้โดยไม่ต้องได้ขันตีนิมนต์มา ท่านมาเองวันนี้พระอรหันต์ ๑,๒๕๐ องค์ เป็นวันที่ระลึกสำคัญวันหนึ่ง วันนี้เป็นวันศีลวันธรรมให้พากันใฝ่ใจในศีลในธรรม อย่ายุ่งกับโลกกับสงสารซึ่งยุ่งมานานแสนนานแล้ว วันนี้ให้ทำใจให้สงบเย็น วันนี้เป็นวันพระอรหันต์ ๑,๒๕๐ องค์ พระพุทธเจ้าทรงบวชเอง ได้มาชุมนุมกันในวันนี้เรียกว่า มาฆบูชา
.
เราชมแต่บารมีท่าน บารมีเรามันไปไหนหมด ทุกคนๆ ไม่มีบารมีบ้างเหรอ มีแต่พระอรหันต์ ๑,๒๕๐ องค์ มาชมบารมีท่าน บารมีเราไม่มีบ้างเหรอ สร้างให้มีซิ มีได้ด้วยกันทุกคนทั้งหญิงทั้งชาย จิตใจไม่มีเพศ เป็นความรู้ล้วนๆ วันนี้ทั่วประเทศไทยถือเป็นวันสำคัญของพระอรหันต์ ๑,๒๕๐ องค์มาชุมนุมกันในวันเช่นนี้ พระพุทธเจ้าทรงบวชเอง เอหิภิกขุอุปสัมปทา ท่านจงเป็นภิกษุมาเถิดเท่านั้นเป็นพระสมบูรณ์แบบแล้ว จงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อความพ้นทุกข์ ใครยังไม่พ้นทุกข์ ถ้าพ้นแล้วก็พ้นไปเลย
.
ให้ท่านทั้งหลายจิตใจใฝ่ธรรมนะวันนี้ อย่าคิดไปทางอื่นมากมายนัก คิดมามากต่อมากแล้ว คิดทางอรรถทางธรรมบ้าง ให้ทำความสงบใจ ถ้าใจสงบแล้วเย็นไปหมดโลกอันนี้ ใจร้อนเสียอย่างเดียวเป็นไฟทั่วโลกนั่นแหละ เพราะฉะนั้นจงอบรมใจ เป็นของสำคัญนะ
.
ให้พากันภาวนานะวันนี้ วันมาฆบูชาพากันภาวนาทั้งศาลานี่แหละ ใครอยู่ที่ไหนให้ภาวนา พุทโธติดกับใจดูซิวันนี้ แต่ก่อนมีแต่กิเลสตัณหาติดใจ พันหัวใจตลอดเวลา วันนี้ให้พุทโธ ธัมโม สังโฆ ติดหัวใจบ้าง วันมาฆบูชาเป็นวันที่เลิศเลอ ทำจิตใจของเราให้สงบร่มเย็น แม้ไม่เลิศเลอก็ยังดี ให้พากันตั้งอกตั้งใจบ้าง
......................................................................

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ ศาลาใหญ่วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐









“ดีเขา แต่บ่แมนของเฮา ของไผของมัน
อันใดของเผิ้น อันใดเป็นของโต “

หลวงปู่บุญมา กัลยาณคุตโต
( ๕ กุมภาพันธ์ ๖๓ )










ทาน ศีล ภาวนา...ทำไปเรื่อยๆ อย่าไปเร่งมัน เหมือนมะนาว ถ้ายังไม่แก่ บีบมันก็ไม่มีน้ำ แต่ถ้ามันสุกงอมเต็มที่แล้ว เอามาบีบ น้ำมันก็ไหลโจกๆ เลย

ทำความดี ทำไปเรื่อยๆ ทำไม่หยุด

โอวาทธรรม : หลวงปู่ทุย ฉนฺทกโร










อย่าไปว่าเขา
ต้องมาตำหนิตัวเรา
ใช่หรือไม่.?.

โอวาทธรรมหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม












“พวกเราเป็นชาวพุทธ
อย่าไปคอยแต่อ้อนวอน
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในสากลโลก
ให้มาช่วยตนให้มีความสุข
ความเจริญต่างๆ นานาอย่างนี้
ไม่มีหรอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกนี้
ที่จะช่วยบุคคลผู้ประมาท
จะช่วยแต่บุคคลผู้ไม่ประมาท

ผู้สั่งสมบุญกุศล ผู้มีศีลธรรมอันงาม
แม้ว่าไปเกิดอุปสรรคความขัดข้อง
อย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมา
แล้วผู้นั้นอธิษฐานจิต
ถึงบุญถึงคุณของตน

หากบุญคุณของตน
ที่บำเพ็ญมามันมากพอ
มันก็จะไปดลจิตดลใจ
ของเทวดาอินทร์พรหม
ให้ล่วงรู้ว่า..โอ้ คนมีบุญผู้นี้
กำลังประสบอุปสรรคขัดข้อง
อย่างใดอย่างหนึ่ง
เราจำเป็นต้องลงไปช่วย

ไม่ใช่เทวดาก็พญาอินทร์
ไม่ใช่ก็ท้าวมหาพรหมลงมาช่วย
มาช่วยแก้ไขอุปสรรคของผู้นั้น
ให้ลุล่วงไปด้วยดี ผู้นั้นก็ถึงซึ่ง
ความสุขความเจริญนี่

การที่เทวดาอินทร์พรหม
จะช่วยมนุษย์เราน่ะ
มนุษย์เราต้องช่วยตนเอง
ให้เต็มที่เสียก่อน
ต้องสั่งสมบุญให้มากซะก่อน”

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ











หยุดอยู่​กับปัจจุบัน​

ถาม : ช่วงนี้อารมณ์เหมือนกับอากาศประเทศเราตอนนี้เลยครับ เดี๋ยวก็ขุ่นมัว เดี๋ยวก็ร้อนหนาว ?
ตอบ : พยายามรักษาให้นิ่งสิ อยู่กับลมหายใจเข้าออก อยู่กับปัจจุบันไว้ ก็จะไม่ไหลไปไหน ก็ไม่ขุ่นมัว

รู้ ๆ อยู่ว่าเป็นเพราะอะไรก็ต้องแก้ได้ ส่วนใหญ่แล้วเหมือนผงเข้าตาตัวเอง จะเขี่ยเองก็มองไม่เห็น รู้ว่าอารมณ์ขุ่นมัวก็รักษาอยู่กับลมหายใจเข้าออก อยู่กับปัจจุบันตรงหน้า พักเดียวก็ผ่องใสแล้ว กิเลสนี่มารยาเยอะ มักจะดึงเราไปสนใจเรื่องอื่นให้ลืม ๆ ตรงหน้านี้ พอเราลืมตรงหน้าก็เจ๊งเลย

เคล็ดลับของการปฏิบัติธรรมก็คือ หยุดอยู่กับปัจจุบัน ไม่ไปอดีต ไม่ไปอนาคต ความทุกข์ก็น้อยแล้ว ส่วนใหญ่เราทุกข์เพราะเราคิดเอง ทุกข์เพราะความคิดตัวเอง คิดแล้วก็ฟุ้งซ่าน อยากเป็นอย่างนั้น อยากเป็นอย่างนี้ ไม่น่าเป็นอย่างนั้น ไม่น่าเป็นอย่างนี้ สรุปแล้วกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา มาครบเลย

ไอ้ไม่อยากก็คืออยาก ไม่อยากแก่..อยากไม่แก่ ไม่อยากเจ็บ..อยากไม่เจ็บ ไม่อยากตาย..อยากไม่ตาย บอกว่าไม่อยากก็ฟังดูดี ที่ไหนได้..อยากเต็ม ๆ เลย ท่านถึงได้เรียก ‘วิภว’ คนละสภาพ ตรงกันข้ามกัน

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๒
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
พระอาจารย์​เล็ก วัดท่าขนุน​ จ.กาญจนบุรี


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร