วันเวลาปัจจุบัน 16 ก.ค. 2020, 23:38  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.พ. 2020, 05:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3835


 ข้อมูลส่วนตัว


...การเจริญสติเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
เป้าหมายก็คือ..
"ให้จิตรวมลงเป็นสมาธิ ให้เข้าสู่ความสงบ"

...พอจิตรวมลงเข้าสู่ความสงบแล้ว
จิตจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
จากคนที่หิวโซซัดโซเซ
จะกลายเป็นคนมีความอิ่ม มีความสุข

...จะช่วยตัดช่วยลด
ความรุนแรงของความอยาก
ของความโลภ ของความโกรธ
ของความหลง ไปได้มาก.
....................................
จุลธรรมนำใจ 12กัณฑ์ที่ 378
ธรรมะบนเขา 20/1/2551
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี










เรื่อง "อย่าไปหมายมั่นสำคัญตน"

อย่าสำคัญ "ตน" เป็น "ไตรลักษณ์"
อย่าสำคัญ "ไตรลักษณ์" เป็น "ตน" ก็ดี
อย่าสำคัญ "ตน" เป็น "จิต"
อย่าสำคัญ "จิต" เป็น "ตน" ก็ดี
อย่าสำคัญ "ตน" เป็น "ขันธ์ ๕"
อย่าสำคัญ "ขันธ์ ๕" เป็น "ตน" ก็ดี

สิ่งทั้งหลายมันลงไป "รวมอยู่ที่ใจ" และ "ผู้รู้เป็นต้นไม่สำคัญผู้รู้" และใจมีตนก็สะดวกดี เพราะสิ่งทั้งหลายมันลงไปรวมอยู่ที่นั้น ถอนรากถอนโคนอันนั้นก็ใช้ได้

คติธรรม หลวงปู่หล้า เขมปัตโต










"จงแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั่วไป แม้ที่เป็นศัตรู
คนที่ท่านรัก คนที่เขารักท่าน ที่จริงไม่แปลกอะไรเลย
ใครๆ ก็ทำได้ แต่ที่แปลก ทำได้ยาก และเป็นผลดี
ที่สุดนั้น คือ ต้องรักคนที่เขาเกลียดท่านด้วย"

โอวาท ท่านเจ้าคุณพระยานรรัตนราชมานิต












“เห็นทุกข์ให้น้อมใส่ตัว”

โลกมีสิ่งต่างๆ มาหลอกล่อ ให้สัตว์โลกเพลิดเพลิน กว่าจะรู้ตัวก็หมดแรง และตายไป ถ้าไม่ปฏิบัติ ก็ต้องมาเกิด แก่ เจ็บ ตายอีก เรามองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป เพราะเห็นว่าไกลตัว ซึ่งเรียกว่าตั้งอยู่ในความประมาท ร่างกายมันเน่า อสุภะเราเอาอะไรมาทา มันก็ไม่ฟัง อสุภะมันแสดงอยู่ตลอดเวลา ที่เราทำๆกันนี้ ยังดีไม่พอ ให้สังเกตตัวเอง แล้วหมั่นแก้ไข เมื่อเห็นทุกข์ผู้อื่นก็ให้น้อมเข้ามาใส่ตัว เปรียบเสมือนการถือของร้อน บางคนก็รู้สึกถึงความร้อนและวางลงได้เร็ว ทั้งที่ของนั้นยังไม่ร้อนจัด แต่บางคนต้องให้ร้อนจัดๆ ถึงวางลงได้ เช่นเดียวกับที่บางคนเห็นทุกข์คนอื่น แม้เพียงเล็กน้อยก็อยากหาทางออก แต่บางคนต้องทุกข์หนักๆ ถึงจะหาทางออก

ส่วนมากแล้วคนทางโลกมีทุกข์กันก็ไม่ตระหนักถึงทุกขสัจ ตามตำราตามหนังสือที่ไหนก็เขียนไว้หมด เราก็รู้กันหมด แต่ทำไมความจริงมันไม่ลงไปที่ใจ เพราะคุณงามความดีมันยังไปไม่ถึง มาฟังเทศน์ฟังธรรมกันอยู่ ฟังกันไปแต่ละคนจะถึงไปที่ใจกันได้มากน้อยเพียงใด วิธีแก้ทุกขสัจมีทางเดียว คือต้องเอาธรรมแก้ได้สถานเดียวเท่านั้น ต้องแก้ที่ตัวเอง

ทุกวันนี้เราเล่นละครกันไป มีสุข มีทุกข์ ความสุขนี่เป็นอามิส พอหายทุกข์ก็เป็นสุข เลยพากันนึกว่ามันเป็นความสุขที่แท้จริง ทำไมเราจึงมัวแต่เล่นละครกันอยู่ ไม่เปลี่ยนมาเป็นผู้กำกับกันบ้างเล่า ทุกวันนี้วิชาความหลงกลบเราไปจนหมด ต้องเห็นแบบไม่หลงให้ได้ ฝ่ายพาไม่หลง เรียกว่ามรรค มรรคจะคอยสอนใจอยู่ ในขณะที่ความหลงที่อยู่ในใจก็โตขึ้นไปพร้อมๆ กันตามวิถีโลก เราลองย้อนดูว่ามีอะไรเป็นของเราบ้าง พากันทิ้งไม่เป็น มันไม่มีอะไรจริงๆ ได้อันหนึ่งอีกอันหนึ่งก็เสียไป คำว่ามีก็ไม่มีในใจ ไม่ไปมั่นหมายไว้ ให้ฝึกฝนเข้าไป สติปัญญาเป็นสิ่งที่ต้องฝึกหัด ใช้ธรรมเป็นคู่แข่งขันกับความหลง สู้เข้าทุกท่าทุกอย่าง แก้ให้พ้นต้องเทียบเคียงตลอดให้ทัน แก้ให้ได้ พอกรรมมันมาถึงตัว เวลานั้นอะไรก็ช่วยไม่ได้ จงอย่าประมาทกรรม ให้เร่งทำเสียแต่วันนี้

เราต้องเชื่อเรื่องกรรม เพราะกรรมเป็นเรื่องจริง พันธุกรรมเป็นตัวหล่อหลอมที่ทำให้เรามีความเหมือนกัน แต่ถ้าจะอยู่เหนือกรรม ก็ต้องเข้าถึงอริยสัจ แต่ถ้ายังทำไม่ได้ก็ให้หมั่นทำความดี คนเรามีกรรมเก่า แต่ถ้าทำปัจจุบันให้ดี ก็จะสามารถตัดกรรมเก่าได้ แต่การตัดกรรมของคนทั่วไปนี้ยังเป็นการตัดกรรมทางจิตในขณะที่ครูบาอาจารย์ท่านสามารถตัดกรรมได้จนกระทั่งถึงธาตุขันธ์ เช่น เมื่อครูบาอาจารย์อาพาธ ท่านจะพิจารณาทางจิตจนลดหรือหายจากอาการอาพาธทางธาตุขันธ์ได้ เพราะกรรมก็อาจส่งผลถึงธาตุขันต์ได้ ครูบาอาจารย์ท่านสามารถพิจารณาถึงอริยสัจ ซึ่งทำให้ตัดกรรมได้หมด แต่เราที่เป็นฆราวาสยังไม่สามารถทำได้แบบนี้ให้เราหมั่นทำความดี ทำบุญไปเรื่อยๆ ก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง

บางคนอาจจะทำบุญไว้เยอะ ทำให้ในปัจจุบันทำอะไรก็ดีไปหมด เจริญรุ่งเรือง แต่ในที่สุด ทุกคนก็ต้องได้รับผลจากกรรมที่ทำไว้ ไม่เว้นแม้แต่พระพุทธเจ้าเอง ที่ต้องรับผลจากการที่เคยเป็นคนเลี้ยงโค แล้วรีบต้อนโคกลับบ้าน โคหิวน้ำก็ไม่หยุดให้ดื่มน้ำ ผลของกรรมนั้น ทำให้ครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปที่กุสินาราเพื่อปรินิพพาน พระพุทธเจ้ากระหายน้ำมาก ได้แวะพักและตรัสให้พระอานนท์ไปตักน้ำ พระอานนท์ถือบาตรไปถึงแหล่งน้ำ ปรากฎว่า วัวพึ่งเดินผ่านไปทำให้น้ำขุ่นมาก พระอานนท์จึงเดินกลับไปโดยไม่ได้ตักน้ำ พระพุทธเจ้าก็ให้พระอานนท์เดินกลับไปใหม่ น้ำก็ยังขุ่นอยู่ ต้องรอจนถึงครั้งที่ ๓ น้ำจึงใสพอที่พระอานนท์จะตักน้ำไปถวายได้ แม้แต่กรรมเพียงเล็กน้อย ก็ต้องส่งผลกลับมาให้เราเสมอ ไม่ว่าเราจะทำบุญไว้มากแค่ไหน

เพราะฉะนั้นคนที่ดูดี มีความสุขในตอนนี้ สักวันก็ต้องได้ รับผลกรรมที่เคยทำ พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง สังคม หน้าที่การงาน โรคภัยไข้เจ็บ เราล้วนทำมาเองทั้งสิ้น จงน้อมรับ และแก้ไขข้อบกพร่องของตน เมื่อพบสิ่งใดก็ให้เผชิญกับสิ่งนั้น จงอย่าหนี มิฉะนั้นเราจะต้องเป็นฝ่ายหนีไปเรื่อย โลกนี้ไม่มีใครได้ดังใจหรอก เราทำเอาไว้อย่างนี้เอง ต้องยอมรับ ตั้งความดีเอาไว้ ทุกอย่างจะลดลง เอาเมตตามาใช้ ทำเพื่อหาเวลาออก มันเป็นหลักธรรมชาติ อะไรจำเป็นต้องทำทางโลกก็ทำ แต่ก็ทำทางธรรมให้มีศีลเป็นหลักเกณฑ์ในชีวิต ในที่สุดจะแยกตัวออกมาได้เอง ยืนหยัดเอาศีลสร้างความดี ความมักน้อยสันโดษเกิดขึ้น ให้มีสติ ไปไหนเอาพุทโธประคองไว้ตลอดจะนำความดีเข้ามาสู่ใจ

พระบัณฑิต สุปณฺฑิโต
(บันทึกโดยลูกศิษย์)
วัดป่าตอสีเสียด
ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี










..คนบางคนทางบ้านที่อาตมาเคยไปแผ่เมตตาให้เขามีความเจริญ ทีแรกบ้านเขาไม่มีขวดเหล้าสักขวดเดียว ผัวก็ไม่ดื่มเมียก็ไม่ดื่ม พอมีเงินมีทองขึ้นมาสักหน่อย ซื้อเหล้าขวดใหญ่เท่าโคนขา ใส่ล้อเอาไปตั้งในตู้โชว์ น่าจะเอาพระพุทธรูปไปตั้งไว้ในตู้โชว์นั้น แต่กลับไปตั้งขวดเหล้าโชว์ เข้าไปในร้านไหนก็เห็นมีแต่ขวดเหล้าในตู้โชว์เกือบทุกร้าน เพราะเป็นความนิยมของคนในสมัยปัจจุบัน
..อาตมาบอกให้โยมอย่าดื่มนะ ผัวกับเมียไม่เชื่อ ไม่เชื่อนะ คนที่ไม่เคยดื่มมันเอามาเก็บไว้ที่บ้าน บอกว่าเพื่อนเอามาให้ พอมีมากขึ้นมา เพื่อนก็ชวนดื่ม “ลองสิ” ชวนไปชวนมาก็ดื่ม ไม่ผิดสักหมู่เลย คนไม่ดื่ม มันเกิดดื่มทั้งผัวทั้งเมีย พอผัวเมียดื่มเท่านั้นแหละ ชักจะเมาทะเลาะกันเลย ต่างฝ่ายต่างต่อว่าอีกฝ่ายหนึ่ง กลับบ้านดึก ไม่ทำงาน ไม่รับผิดชอบในครอบครัว เอาแล้ว พอเกิดเรื่องถกเถียงกันแล้วก็ไม่สนใจหิ้งพระ ไม่ไหว้พระสวดมนต์ สนใจแต่ขวดเหล้า เห็นไหม มันไม่เป็นมงคลเลย
..ทีแรกเขาตั้งใจดีนะ ต่อมาเขาเสียตรงที่เขามาดื่มเหล้านี่แหละ เขาพากันห่างวัดห่างวา ไม่สนใจเข้าวัดเข้าวา มันเป็นอย่างนี้ เงินทองเสียหายไปโดยไม่มีประโยชน์ ในที่สุดเกิดทุกข์ติดตามมา เป็นอย่างนี้เองจึงเรียกว่าเป็นการฆ่ากันอย่างเลือดเย็น อันนี้โยมบางคนก็ถามอาตมาอยู่ว่า พ่อบ้านดื่มเหล้า ฉันซื้อเหล้าให้พ่อบ้านดื่มมันจะผิดไหม มันก็ผิดแน่นอน เพราะไปส่งเสริมให้เขาดื่ม เมื่อเขาเมามาแล้วเขาจะเป็นอย่างไร เมาเหล้า ทุกคนก็คงจะเคยเห็นคนเมาเหล้ามาบ้างแล้ว
..โทษของการดื่มเหล้า มีหลายประการ..
๑. เสียทรัพย์สมบัติ เห็นได้ด้วยตนเอง เปล่าประโยชน์
๒. ก่อทะเลาะวิวาท ฉะนั้น เมื่อเห็นคนขี้เมาให้ระวังตัวให้ดี
๓. เกิดโรคภัยไข้เจ็บในส่วนต่างๆ ของร่างกาย
๔. ต้องถูกติเตียน เพื่อนและบัณฑิตทั้งหลายติเตียน
๕. ไม่รู้จักอาย เมาแล้วไม่ละอายใครทั้งนั้น
๖. ทอนกำลังปัญญา ทำให้ขาดสติปัญญา ทรงจำเรื่องต่างๆไม่ค่อยได้ เพราะว่ากำลังเมา เข้าไปในงานประชุมย่อมจำหัวข้อที่จะประชุมไม่ได้
..ตนเองเอาเหล้ามาให้เขาดื่ม เมื่อเขาเมาแล้ว เขาอาจตีเราก็ได้ หรืออาจยิงปืนขึ้นฟ้า เราจะต้องวิ่งลงจากบ้าน แทบไม่รู้ว่าจะไปหลบอยู่ที่ไหน เพราะกลัวลูกปืนหลงมาถูกเรา ระวังให้ดีนะ อาตมาขอบอกว่ามันผิด เราไปส่งเสริมเขา เราไม่อยากให้เขาดื่มเหล้า แต่เรากลับไปซื้อมาให้เขาดื่ม ถ้าดื่มทั้งผัวทั้งเมียก็ยิ่งวุ่นกันใหญ่ ตีกันแทบทุกวัน
..นี่แหละ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะส่งเสริมเขา เราจะเป็นบาปไปด้วย เมื่อเขาหิวเขาก็จะหาซื้อกินเอง การที่เราไปส่งเสริมเขาเป็นสิ่งไม่ดี ดังนั้น การจะเอาอะไรให้คนต้องดูคนด้วย ต้องดูว่ามันเหมาะสมไหม เหมาะสมกับฐานะไหม เดี๋ยวนี้ คนทุกวันนี้ให้กันผิดฐานะ มันจึงเป็นทุกข์..

..#โอวาทธรรมหลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป.











การภาวนาให้เอาความตายไว้ข้างหลัง

"ไม่ต้องกลัวตาย ครูบาอาจารย์ท่านผ่าน
มาหมดแล้ว มันไม่ตายดอก นั่งภาวนาตั้งแต่
นั่งอยู่ในท้องแม่เก้าเดือนมันก็ยังไม่ตาย มัน
ก็จิตดวงเดียวกันนี้ละ.."

นั่งภาวนาท่านให้นั่งเอาความสบาย

"ไม่ใช่นั่งเอาทุกข์นั่งปวดขาหน่อยก็
หยุดนั่ง แบบนี้ละนั่งเอาทุกข์ มันปวดก็
ปล่อยมันไป มันปวดมาก ๆ มันกะหาย
ไปเอง คือเราเป็นเหน็บนี้มันจะหายเจ็บเอง
ถ้ามันผ่านไปได้ จิตมันก็สบายนั่งสามวัน
ก็ได้ถ้าจิตมันไม่ถอน.."

หลวงปู่กล่าวไว้ว่า

"คืออาจารย์นี้ ถ้าตั้งใจจะนั่งถึงสว่าง
กลางวันจะเตรียมซักผ้าไว้ให้เรียบร้อย
ค่ำมาตั้งคำสัตย์ไว้เลยว่าจะนั่งภาวนา
ถึงสว่าง ถ้าออกก่อน เดินไปให้แผ่นดินสูบ
เอาคำสัตย์เหยียบมันไว้เอาขนาดนั้นล่ะ
มันถึงจะได้..."

โอวาทธรรมหลวงปู่จันทร์เรียน_คุณวโร
วัดถ้ำสหายธรรมจันทร์นิมิต
ต.ทับกุง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร