วันเวลาปัจจุบัน 07 มิ.ย. 2020, 14:15  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 80 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2020, 11:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33168

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:



ถ้าพระพุทธเจ้าพูดเองคุณจะต้องกระอักเลือดนะ555
ชาวบ้านเขาไม่รู้ว่าบวชแล้วไม่ต้องใช้เงิน
เออแล้วก็ขยันรีดไถเงินชาวบ้านเลวไหม
ขี้เกียจไม่อยากทำงานก็ลามาบวชเหรอ
บวชแก้บนบ้างไม่มีเงินใช้ก็มาบวชเก็บเงิน
ชาวบ้านโง่ที่หลงเชื่อนักบวชจอมปลอม
ชาวบ้านคิดว่าตัวเองไม่เรียนพระไตรปิฏก
ชาวบ้านเลยคิดว่าไม่อยากยุ่งกลัวบาปน่ะ
แต่รู้ไหมคะว่าตถาคตสอนให้ฉลาดรู้ว่า
อะไรเป็นอะไรถ้าสิ่งที่ทำไม่รู้ว่าชั่วก็เลิกทำไม่ได้
เช่นบรรพชาอุปสมบทแล้วรับเงินบาปโลภจนไม่รู้สึกตัว555
ยังไม่ชัดอีกเหรอแค่โกนหัวโกนคิ้วไม่มีคุณธรรมอะไรให้กราบเลย
ชาวบ้านที่เขาเริ่มเข้าใจเขาเลิกใส่บาตรโจรนะคะคุณไม่รู้ตัวเหรอว่า
บวชแล้วอาบัติแล้วไม่ได้ปลงฉันอาหารทุกคำข้าวบาปมากขนาดไหน
บริโภคอย่างโจรอย่างเป็นหนี้ข้าวชาวบ้านนับเม็ดคำข้าวโรสกล่าวตามคำสอนนะ
คิดได้ไหมกลืนถ่านไฟแดงร้อนลวกปากตายแค่ชาตินี้ชาติเดียวแต่บวชแล้วบาปเนี่ย
ไม่ได้ฆ่าสัตว์แต่จะต้องตกนรกหมกไหม้ลืมตาอ้าปากกินข้าวไม่ได้555ไม่รู้สึกตัวจะให้ว่าไง
สำนึกไว้เลยนะว่ากลืนถ่านแดงร้อนลวกตั้งแต่ปากถึงทวารหนักยังตายแค่อัตภาพนี้ชาติเดียว
อาบัติแล้วไม่มีที่ปลงอาบัติขโมยปัจจัย4ที่เขาถวายพระพุทธเจ้าคือมหาโจรรับเงินก็เศรษฐีหัวโล้น
อย่ามาอ้างว่าทำเพื่อคนอื่นที่แท้ทำเพื่อปากท้องและลาภสักการะที่อยากได้เพิ่มโมหะเข้าไปอีก555
โลกไม่มีที่ลับที่แจ้งกรรมตัวเองที่ทำไสไปเลยเหมือนพระธรณีดูด...นั่งทำสมาธิได้จนถึงแปลงร่างได้รึยังคะ
พระเทวทัตทำสมาธิได้จนแปลงร่างได้โดนธรณีดูดลงนรกต่อหน้าที่ประทับเลยถามว่าพระพุทธเจ้าช่วยได้มั๊ย
คิดไว้รึยังว่าขนาดพระเทวทัตอยู่หน้าที่ประทับพระพุทธเจ้ายังช่วยไม่ได้สร้างกันจังพระอิฐพระปูนพระโลหะ
หวังให้พระอิฐพระปูนพระโลหะช่วยอะไรหรือคะขนาดพระพุทธเจ้าตัวเป็นๆยังช่วยอะไรไม่ได้ทำได้แค่บอก


เอ้าวนวน คิกๆๆๆ

อุตส่าห์จิ้มแป้นตั้งเยอะแยะ แต่ไม่มีอะไรที่เป็นสาระเลย เห็นแต่มิจฉาทิฐิเต็มไปหมด :b13:

คุณปฤษฎีว่าวนไหม วน ไม่วน

:b12:
555กระทู้คุณกรัชกายตั้งไม่ใช่เหรอไปเกี่ยวอะไรกะคนอื่นเค้า555
คุณกรัชกายไม่ต้องหาใครมาสนับสนุนความคิดตัวเองหรอกนะ
คุณกรัชกายน่ะไม่รู้สึกตัวและไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนคิดอ้อม
คุณกรัชกายคุณไม่รู้ว่าคุณไม่เคยคิดตามและคิดตรงทางไม่เป็น
คำสอนของพระพุทธเจ้าคิดถูกตรงได้ทีละ1ทางตรงจริงที่ร่างกายคุณมีค่ะ
คิดไม่ทันตรง1ทางที่ร่างกายคุณกำลังมีแปลว่าคุณไม่ทันกิเลสตัวเองไปแล้ว
ที่คุณกรัชกายเป็นแบบที่เป็นอยู่เดี๋ยวนี้เป็นแล้วเป็นอนัตตาไปแล้วเพราะอัตตาคุณเยอะงัยคะ
:b32: :b32:


พระพุทธเจ้ารู้จักตนเองก่อนแล้วรู้จักคนทั้งโลก จริงไม่จริง

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2020, 11:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6975

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:


ถ้าพระพุทธเจ้าพูดเองคุณจะต้องกระอักเลือดนะ555
ชาวบ้านเขาไม่รู้ว่าบวชแล้วไม่ต้องใช้เงิน
เออแล้วก็ขยันรีดไถเงินชาวบ้านเลวไหม
ขี้เกียจไม่อยากทำงานก็ลามาบวชเหรอ
บวชแก้บนบ้างไม่มีเงินใช้ก็มาบวชเก็บเงิน
ชาวบ้านโง่ที่หลงเชื่อนักบวชจอมปลอม
ชาวบ้านคิดว่าตัวเองไม่เรียนพระไตรปิฏก
ชาวบ้านเลยคิดว่าไม่อยากยุ่งกลัวบาปน่ะ
แต่รู้ไหมคะว่าตถาคตสอนให้ฉลาดรู้ว่า
อะไรเป็นอะไรถ้าสิ่งที่ทำไม่รู้ว่าชั่วก็เลิกทำไม่ได้
เช่นบรรพชาอุปสมบทแล้วรับเงินบาปโลภจนไม่รู้สึกตัว555
ยังไม่ชัดอีกเหรอแค่โกนหัวโกนคิ้วไม่มีคุณธรรมอะไรให้กราบเลย
ชาวบ้านที่เขาเริ่มเข้าใจเขาเลิกใส่บาตรโจรนะคะคุณไม่รู้ตัวเหรอว่า
บวชแล้วอาบัติแล้วไม่ได้ปลงฉันอาหารทุกคำข้าวบาปมากขนาดไหน
บริโภคอย่างโจรอย่างเป็นหนี้ข้าวชาวบ้านนับเม็ดคำข้าวโรสกล่าวตามคำสอนนะ
คิดได้ไหมกลืนถ่านไฟแดงร้อนลวกปากตายแค่ชาตินี้ชาติเดียวแต่บวชแล้วบาปเนี่ย
ไม่ได้ฆ่าสัตว์แต่จะต้องตกนรกหมกไหม้ลืมตาอ้าปากกินข้าวไม่ได้555ไม่รู้สึกตัวจะให้ว่าไง
สำนึกไว้เลยนะว่ากลืนถ่านแดงร้อนลวกตั้งแต่ปากถึงทวารหนักยังตายแค่อัตภาพนี้ชาติเดียว
อาบัติแล้วไม่มีที่ปลงอาบัติขโมยปัจจัย4ที่เขาถวายพระพุทธเจ้าคือมหาโจรรับเงินก็เศรษฐีหัวโล้น
อย่ามาอ้างว่าทำเพื่อคนอื่นที่แท้ทำเพื่อปากท้องและลาภสักการะที่อยากได้เพิ่มโมหะเข้าไปอีก555
โลกไม่มีที่ลับที่แจ้งกรรมตัวเองที่ทำไสไปเลยเหมือนพระธรณีดูด...
นั่งทำสมาธิได้จนถึงแปลงร่างได้รึยังคะ
พระเทวทัตทำสมาธิได้จนแปลงร่างได้ โดนธรณีดูดลงนรกต่อหน้าที่ประทับเลยถามว่าพระพุทธเจ้าช่วยได้มั๊ยคิดไว้รึยังว่าขนาดพระเทวทัตอยู่หน้าที่ประทับพระพุทธเจ้ายังช่วยไม่ได้
สร้างกันจังพระอิฐพระปูนพระโลหะ
หวังให้พระอิฐพระปูนพระโลหะช่วยอะไรหรือคะขนาดพระพุทธเจ้าตัวเป็นๆยังช่วยอะไรไม่ได้ทำได้แค่บอก



คุณโรสอ่านหนังสือแล้วเพ้อฟุ้งซ่าน ประเด็นที่หนึ่ง ประเด็นที่สอง ไม่เข้าใจเรื่องสมาธิเลย ประเด็นที่สาม ไม่เข้าใจเรื่องจิตใจเลย

อ้างคำพูด:
สร้างกันจังพระอิฐพระปูนพระโลหะหวังให้พระอิฐพระปูนพระโลหะช่วยอะไรหรือคะ


ความคิดแนวเดียวกับเจ้าสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง เห็นพระพุทธรูปที่ไหนเก็บมาหลอมละลายหมด :b32: โชว์เก๋าเอามือตบหัวตบหูเพื่อให้คนเห็นว่า ตัวเองไม่ยึดมั่นถือมั่นแล้ว สุดท้ายจบข่าว :b1:
การคิดการกระทำอย่างนั้นนั่นแหละ แสดงถึงความยึดมั่นถือมั่นล่ะ คิกๆๆ จิตใจเต็มไปอุปาทานล่ะนี่อย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่ง เข้าไม่ถึงถึงจิตใจ ไม่เข้าใจหลักศรัทธาในเบื้องต้น ไม่เข้าใจที่พึงทางใจ :b13:

:b12:
คุณกรัชกายคะ
คุณไม่รู้จักสมาธิของจริง
สมาธิของจริงตรงตามคำตถาคตมีในขณะนี้เท่านั้น
สมาธิแปลว่าความตั้งมั่นของจิตที่มีการเกิดดับทีละ1ดวง
แต่ละ1ขณะตั้งมั่นคงตรงทางตรงตามเหตุตามปัจจัย
ไม่มีจิตแต่ละ1ดวงที่เกิดซ้ำเก่าและเป็นขณะที่ปนทางไม่ได้
เป็นขณะจิตทีละ1ดวงใหม่ที่เกิดขึ้น-ตั้งอยู่และดับไป
เป็นแล้วเดี๋ยวนี้ตรงทีละ1ดวงตรงแค่1ทางอายตนะค่ะ
คุณกรัชกายไม่เข้าใจหรือคะว่าคุณกำลังไม่รู้สึกตัว
คุณไม่รู้ว่าคุณมีความไม่รู้ความจริงที่กำลังมี
คุณจึงไม่รู้ว่าทุกคนมีสมาธิแล้วที่เกิดกับจิตทุก1ดวง
สมาธิ แปลว่า ความตั้งมั่นคงของจิตตรงทีละ1ดวงชื่อว่า เอกัคตาเจตะสิกะ ค่ะ
:b12:
:b4: :b4:


นี่ก็อีกหัวมังกุฎท้ายมังกร :b13: คือ ยกคำว่าสมาธิมาแล้วก็โยงไปนั่นมานี่ :b32:

Kiss
คุณกรัชกายคะ
คุณรู้สึกตัวไหมคะ
ว่าตอนนี้คุณไม่มีตัวตน
ถ้าคุณยังรู้สึกว่ามีตัวคุณอยู่
แปลว่าคุณกำลังคิดถึงอัตตาตัวตน
คุณลืมคำสอนแล้วลืมที่ตถาคตบอกว่าไม่มีเรา
จะรู้สำนึกตัวได้ตอนไหนคะเดี๋ยวนี้ไม่มีเรามีแต่ธัมมะ
:b12:
คุณกรัชกายไม่เข้าใจหรือคะ
พระพุทธเจ้าสอนให้เข้าใจปัจจุบัน
ตรงจิตปัจจุบันที่กำลังมีที่กายของคุณ
จิตกำลังเกิดดับตามเหตุตามปัจจัยนับไม่ถ้วน
คุณจะเข้าใจความจริงถูกตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
คุณจะต้องคิดตามให้ตรงเพียง1ทางที่คุณมีตรงแค่ทางเดียว
เพราะขณะนี้คุณมีครบ6ทางและคุณตาไม่บอดแล้วก็หูไม่ได้หนวก
ที่คุณอ่านอยู่เนี่ยคือมโนคือคิดเดาความคิดคนอื่นอยู่
โรสบอกคุณว่าคุณจะทำปัญญาตรงทาง ตามคำสอน
คุณจะต้องทำฟังคนอื่นพูดอธิบายตรงจริงๆ
คุณจะต้องใช้หูฟัง เข้าใจไหมคะเพื่อเพียรรู้ความจริงที่มีทีละ1ทาง
:b16:
จะเป็นธัมมะอะไรบ้างที่คุณมี
คุณต้องบอกได้ว่าอะไรที่กำลังมี
ตรงมากตรงที่สุดแค่ความรู้สึกชัด1ธัมมะที่กาย
อย่ามโนออกนอกกายตัวเองเช่นมองออกไปเห็นข้างนอกนั้นมันแค่ภาพมายา
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2020, 12:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6975

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:



ถ้าพระพุทธเจ้าพูดเองคุณจะต้องกระอักเลือดนะ555
ชาวบ้านเขาไม่รู้ว่าบวชแล้วไม่ต้องใช้เงิน
เออแล้วก็ขยันรีดไถเงินชาวบ้านเลวไหม
ขี้เกียจไม่อยากทำงานก็ลามาบวชเหรอ
บวชแก้บนบ้างไม่มีเงินใช้ก็มาบวชเก็บเงิน
ชาวบ้านโง่ที่หลงเชื่อนักบวชจอมปลอม
ชาวบ้านคิดว่าตัวเองไม่เรียนพระไตรปิฏก
ชาวบ้านเลยคิดว่าไม่อยากยุ่งกลัวบาปน่ะ
แต่รู้ไหมคะว่าตถาคตสอนให้ฉลาดรู้ว่า
อะไรเป็นอะไรถ้าสิ่งที่ทำไม่รู้ว่าชั่วก็เลิกทำไม่ได้
เช่นบรรพชาอุปสมบทแล้วรับเงินบาปโลภจนไม่รู้สึกตัว555
ยังไม่ชัดอีกเหรอแค่โกนหัวโกนคิ้วไม่มีคุณธรรมอะไรให้กราบเลย
ชาวบ้านที่เขาเริ่มเข้าใจเขาเลิกใส่บาตรโจรนะคะคุณไม่รู้ตัวเหรอว่า
บวชแล้วอาบัติแล้วไม่ได้ปลงฉันอาหารทุกคำข้าวบาปมากขนาดไหน
บริโภคอย่างโจรอย่างเป็นหนี้ข้าวชาวบ้านนับเม็ดคำข้าวโรสกล่าวตามคำสอนนะ
คิดได้ไหมกลืนถ่านไฟแดงร้อนลวกปากตายแค่ชาตินี้ชาติเดียวแต่บวชแล้วบาปเนี่ย
ไม่ได้ฆ่าสัตว์แต่จะต้องตกนรกหมกไหม้ลืมตาอ้าปากกินข้าวไม่ได้555ไม่รู้สึกตัวจะให้ว่าไง
สำนึกไว้เลยนะว่ากลืนถ่านแดงร้อนลวกตั้งแต่ปากถึงทวารหนักยังตายแค่อัตภาพนี้ชาติเดียว
อาบัติแล้วไม่มีที่ปลงอาบัติขโมยปัจจัย4ที่เขาถวายพระพุทธเจ้าคือมหาโจรรับเงินก็เศรษฐีหัวโล้น
อย่ามาอ้างว่าทำเพื่อคนอื่นที่แท้ทำเพื่อปากท้องและลาภสักการะที่อยากได้เพิ่มโมหะเข้าไปอีก555
โลกไม่มีที่ลับที่แจ้งกรรมตัวเองที่ทำไสไปเลยเหมือนพระธรณีดูด...นั่งทำสมาธิได้จนถึงแปลงร่างได้รึยังคะ
พระเทวทัตทำสมาธิได้จนแปลงร่างได้โดนธรณีดูดลงนรกต่อหน้าที่ประทับเลยถามว่าพระพุทธเจ้าช่วยได้มั๊ย
คิดไว้รึยังว่าขนาดพระเทวทัตอยู่หน้าที่ประทับพระพุทธเจ้ายังช่วยไม่ได้สร้างกันจังพระอิฐพระปูนพระโลหะ
หวังให้พระอิฐพระปูนพระโลหะช่วยอะไรหรือคะขนาดพระพุทธเจ้าตัวเป็นๆยังช่วยอะไรไม่ได้ทำได้แค่บอก


เอ้าวนวน คิกๆๆๆ

อุตส่าห์จิ้มแป้นตั้งเยอะแยะ แต่ไม่มีอะไรที่เป็นสาระเลย เห็นแต่มิจฉาทิฐิเต็มไปหมด :b13:

คุณปฤษฎีว่าวนไหม วน ไม่วน

:b12:
555กระทู้คุณกรัชกายตั้งไม่ใช่เหรอไปเกี่ยวอะไรกะคนอื่นเค้า555
คุณกรัชกายไม่ต้องหาใครมาสนับสนุนความคิดตัวเองหรอกนะ
คุณกรัชกายน่ะไม่รู้สึกตัวและไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนคิดอ้อม
คุณกรัชกายคุณไม่รู้ว่าคุณไม่เคยคิดตามและคิดตรงทางไม่เป็น
คำสอนของพระพุทธเจ้าคิดถูกตรงได้ทีละ1ทางตรงจริงที่ร่างกายคุณมีค่ะ
คิดไม่ทันตรง1ทางที่ร่างกายคุณกำลังมีแปลว่าคุณไม่ทันกิเลสตัวเองไปแล้ว
ที่คุณกรัชกายเป็นแบบที่เป็นอยู่เดี๋ยวนี้เป็นแล้วเป็นอนัตตาไปแล้วเพราะอัตตาคุณเยอะงัยคะ
:b32: :b32:


พระพุทธเจ้ารู้จักตนเองก่อนแล้วรู้จักคนทั้งโลก จริงไม่จริง

พระพุทธเจ้ารู้ละเอียดทีละ1ตัวจริงธัมมะว่ามีธาตุดิน
การกระทบธาตุดินที่1ขณะจิตรู้สึกได้เพียงว่ามีอาการแข็งหรืออ่อนทีละ1คำ
คุณรู้สึกแข็งเวลาคุณกระทบกายตัวเองจริงๆเพียงจุดเดียวไม่ใช่ทั้งตัวแน่นอน
แค่รู้สึกกระทบที่กายตัวเองแค่รู้สึกชัด1อารมณ์ก็ดับคนทั้งตัวแล้วคือขณิกมรณะ
:b12:
:b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2020, 19:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33168

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:




พระพุทธเจ้ารู้ละเอียดทีละ1ตัวจริงธัมมะว่ามีธาตุดิน
การกระทบธาตุดินที่1ขณะจิตรู้สึกได้เพียงว่ามีอาการแข็งหรืออ่อนทีละ1คำ
คุณรู้สึกแข็งเวลาคุณกระทบกายตัวเองจริงๆเพียงจุดเดียวไม่ใช่ทั้งตัวแน่นอน
แค่รู้สึกกระทบที่กายตัวเองแค่รู้สึกชัด1อารมณ์ก็ดับคนทั้งตัวแล้วคือขณิกมรณะ


คุณโรสตีความเอาเองทั้งเพทั้งระยองเกาะแก้วพิสดาร :b32:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2020, 19:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33168

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:


ถ้าพระพุทธเจ้าพูดเองคุณจะต้องกระอักเลือดนะ555
ชาวบ้านเขาไม่รู้ว่าบวชแล้วไม่ต้องใช้เงิน
เออแล้วก็ขยันรีดไถเงินชาวบ้านเลวไหม
ขี้เกียจไม่อยากทำงานก็ลามาบวชเหรอ
บวชแก้บนบ้างไม่มีเงินใช้ก็มาบวชเก็บเงิน
ชาวบ้านโง่ที่หลงเชื่อนักบวชจอมปลอม
ชาวบ้านคิดว่าตัวเองไม่เรียนพระไตรปิฏก
ชาวบ้านเลยคิดว่าไม่อยากยุ่งกลัวบาปน่ะ
แต่รู้ไหมคะว่าตถาคตสอนให้ฉลาดรู้ว่า
อะไรเป็นอะไรถ้าสิ่งที่ทำไม่รู้ว่าชั่วก็เลิกทำไม่ได้
เช่นบรรพชาอุปสมบทแล้วรับเงินบาปโลภจนไม่รู้สึกตัว555
ยังไม่ชัดอีกเหรอแค่โกนหัวโกนคิ้วไม่มีคุณธรรมอะไรให้กราบเลย
ชาวบ้านที่เขาเริ่มเข้าใจเขาเลิกใส่บาตรโจรนะคะคุณไม่รู้ตัวเหรอว่า
บวชแล้วอาบัติแล้วไม่ได้ปลงฉันอาหารทุกคำข้าวบาปมากขนาดไหน
บริโภคอย่างโจรอย่างเป็นหนี้ข้าวชาวบ้านนับเม็ดคำข้าวโรสกล่าวตามคำสอนนะ
คิดได้ไหมกลืนถ่านไฟแดงร้อนลวกปากตายแค่ชาตินี้ชาติเดียวแต่บวชแล้วบาปเนี่ย
ไม่ได้ฆ่าสัตว์แต่จะต้องตกนรกหมกไหม้ลืมตาอ้าปากกินข้าวไม่ได้555ไม่รู้สึกตัวจะให้ว่าไง
สำนึกไว้เลยนะว่ากลืนถ่านแดงร้อนลวกตั้งแต่ปากถึงทวารหนักยังตายแค่อัตภาพนี้ชาติเดียว
อาบัติแล้วไม่มีที่ปลงอาบัติขโมยปัจจัย4ที่เขาถวายพระพุทธเจ้าคือมหาโจรรับเงินก็เศรษฐีหัวโล้น
อย่ามาอ้างว่าทำเพื่อคนอื่นที่แท้ทำเพื่อปากท้องและลาภสักการะที่อยากได้เพิ่มโมหะเข้าไปอีก555
โลกไม่มีที่ลับที่แจ้งกรรมตัวเองที่ทำไสไปเลยเหมือนพระธรณีดูด...
นั่งทำสมาธิได้จนถึงแปลงร่างได้รึยังคะ
พระเทวทัตทำสมาธิได้จนแปลงร่างได้ โดนธรณีดูดลงนรกต่อหน้าที่ประทับเลยถามว่าพระพุทธเจ้าช่วยได้มั๊ยคิดไว้รึยังว่าขนาดพระเทวทัตอยู่หน้าที่ประทับพระพุทธเจ้ายังช่วยไม่ได้
สร้างกันจังพระอิฐพระปูนพระโลหะ
หวังให้พระอิฐพระปูนพระโลหะช่วยอะไรหรือคะขนาดพระพุทธเจ้าตัวเป็นๆยังช่วยอะไรไม่ได้ทำได้แค่บอก



คุณโรสอ่านหนังสือแล้วเพ้อฟุ้งซ่าน ประเด็นที่หนึ่ง ประเด็นที่สอง ไม่เข้าใจเรื่องสมาธิเลย ประเด็นที่สาม ไม่เข้าใจเรื่องจิตใจเลย

อ้างคำพูด:
สร้างกันจังพระอิฐพระปูนพระโลหะหวังให้พระอิฐพระปูนพระโลหะช่วยอะไรหรือคะ


ความคิดแนวเดียวกับเจ้าสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง เห็นพระพุทธรูปที่ไหนเก็บมาหลอมละลายหมด :b32: โชว์เก๋าเอามือตบหัวตบหูเพื่อให้คนเห็นว่า ตัวเองไม่ยึดมั่นถือมั่นแล้ว สุดท้ายจบข่าว :b1:
การคิดการกระทำอย่างนั้นนั่นแหละ แสดงถึงความยึดมั่นถือมั่นล่ะ คิกๆๆ จิตใจเต็มไปอุปาทานล่ะนี่อย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่ง เข้าไม่ถึงถึงจิตใจ ไม่เข้าใจหลักศรัทธาในเบื้องต้น ไม่เข้าใจที่พึงทางใจ :b13:

:b12:
คุณกรัชกายคะ
คุณไม่รู้จักสมาธิของจริง
สมาธิของจริงตรงตามคำตถาคตมีในขณะนี้เท่านั้น
สมาธิแปลว่าความตั้งมั่นของจิตที่มีการเกิดดับทีละ1ดวง
แต่ละ1ขณะตั้งมั่นคงตรงทางตรงตามเหตุตามปัจจัย
ไม่มีจิตแต่ละ1ดวงที่เกิดซ้ำเก่าและเป็นขณะที่ปนทางไม่ได้
เป็นขณะจิตทีละ1ดวงใหม่ที่เกิดขึ้น-ตั้งอยู่และดับไป
เป็นแล้วเดี๋ยวนี้ตรงทีละ1ดวงตรงแค่1ทางอายตนะค่ะ
คุณกรัชกายไม่เข้าใจหรือคะว่าคุณกำลังไม่รู้สึกตัว
คุณไม่รู้ว่าคุณมีความไม่รู้ความจริงที่กำลังมี
คุณจึงไม่รู้ว่าทุกคนมีสมาธิแล้วที่เกิดกับจิตทุก1ดวง
สมาธิ แปลว่า ความตั้งมั่นคงของจิตตรงทีละ1ดวงชื่อว่า เอกัคตาเจตะสิกะ ค่ะ
:b12:
:b4: :b4:


นี่ก็อีกหัวมังกุฎท้ายมังกร :b13: คือ ยกคำว่าสมาธิมาแล้วก็โยงไปนั่นมานี่ :b32:

Kiss
คุณกรัชกายคะ
คุณรู้สึกตัวไหมคะ
ว่าตอนนี้คุณไม่มีตัวตน
ถ้าคุณยังรู้สึกว่ามีตัวคุณอยู่
แปลว่าคุณกำลังคิดถึงอัตตาตัวตน
คุณลืมคำสอนแล้วลืมที่ตถาคตบอกว่าไม่มีเรา
จะรู้สำนึกตัวได้ตอนไหนคะเดี๋ยวนี้ไม่มีเรามีแต่ธัมมะ
:b12:
คุณกรัชกายไม่เข้าใจหรือคะ
พระพุทธเจ้าสอนให้เข้าใจปัจจุบัน
ตรงจิตปัจจุบันที่กำลังมีที่กายของคุณ
จิตกำลังเกิดดับตามเหตุตามปัจจัยนับไม่ถ้วน
คุณจะเข้าใจความจริงถูกตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
คุณจะต้องคิดตามให้ตรงเพียง1ทางที่คุณมีตรงแค่ทางเดียว
เพราะขณะนี้คุณมีครบ6ทางและคุณตาไม่บอดแล้วก็หูไม่ได้หนวก
ที่คุณอ่านอยู่เนี่ยคือมโนคือคิดเดาความคิดคนอื่นอยู่
โรสบอกคุณว่าคุณจะทำปัญญาตรงทาง ตามคำสอน
คุณจะต้องทำฟังคนอื่นพูดอธิบายตรงจริงๆ
คุณจะต้องใช้หูฟัง เข้าใจไหมคะเพื่อเพียรรู้ความจริงที่มีทีละ1ทาง
:b16:
จะเป็นธัมมะอะไรบ้างที่คุณมี
คุณต้องบอกได้ว่าอะไรที่กำลังมี
ตรงมากตรงที่สุดแค่ความรู้สึกชัด1ธัมมะที่กาย
อย่ามโนออกนอกกายตัวเองเช่นมองออกไปเห็นข้างนอกนั้นมันแค่ภาพมายา
:b32: :b32:



เพ้อเจ้อฟุ้งซ่าน :b13:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2020, 19:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33168

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:


คุณกรัชกายคะ คุณไม่รู้จักสมาธิของจริง
สมาธิของจริงตรงตามคำตถาคตมีในขณะนี้เท่านั้น
สมาธิแปลว่าความตั้งมั่นของจิตที่มีการเกิดดับทีละ1ดวง
แต่ละ1ขณะตั้งมั่นคงตรงทางตรงตามเหตุตามปัจจัย
ไม่มีจิตแต่ละ1ดวงที่เกิดซ้ำเก่าและเป็นขณะที่ปนทางไม่ได้
เป็นขณะจิตทีละ1ดวงใหม่ที่เกิดขึ้น-ตั้งอยู่และดับไป
เป็นแล้วเดี๋ยวนี้ตรงทีละ1ดวงตรงแค่1ทางอายตนะค่ะ
คุณกรัชกายไม่เข้าใจหรือคะว่าคุณกำลังไม่รู้สึกตัว
คุณไม่รู้ว่าคุณมีความไม่รู้ความจริงที่กำลังมี
คุณจึงไม่รู้ว่าทุกคนมีสมาธิแล้วที่เกิดกับจิตทุก1ดวง
สมาธิ แปลว่า ความตั้งมั่นคงของจิตตรงทีละ 1ดวง ชื่อว่า เอกัคตาเจตะสิกะ ค่ะ


ที่คุณโรสพูดถึงสมาธิ เอกัคคตา อะไรนั่นมันก็องค์ฌานทั้งเพทั้งระยอง ดูคร่าวๆ ตัดมานี่เลย


๕. อุเบกขา แปลว่า ความวางเฉย หรือความมีใจเป็นกลาง หรือแปลให้เต็มว่า ความวางทีเฉยดูอยู่ หมายถึง การดูอย่างสงบ หรือดูตามเรื่องที่เกิด ไม่ตกเป็นฝักฝ่าย ในกรณีของฌาน คือไม่ติดข้างแม้แต่ในฌานที่มีความสุขอย่างยอด

ในความหมายที่สูงขึ้นไปอีก อุเบกขา หมายถึง วางทีดูเฉยยู่ ในเมื่ออะไรทุกอย่างเข้าที่ดำเนินไปด้วยดี หรือเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องขวนขวายเจ้ากี้เจ้าการ โดยเฉพาะในฌานที่ ๔ คือบริสุทธิ์หมดจดจากธรรมที่เป็นข้าศึกเรียบร้อยแล้ว จึงไม่ต้องขวนขวายที่จะกำจัดธรรมที่เป็นข้าศึกนั้นอีก จัดเป็นองค์ฌานโดยเฉพาะของฌานที่ ๔ (ที่ ๕ ของปัญจกนัย)

ความจริง อุเบกขามีในฌานทุกขั้น แต่ในขั้นต้นๆ ไม่เด่นชัด ยังถูกธรรมที่เป็นข้าศึก เช่น วิตก วิจาร และสุขเวทนา เป็นต้น ข่มไว้ เหมือนดวงจันทร์ในเวลากลางวัน ไม่กระจ่าง ไม่แจ่ม เพราะถูกแสงอาทิตย์ข่มไว้

ครั้นถึงฌานที่ ๔ ธรรมที่เป็นข้าศึกระงับไปหมด และได้ราตรี คือ อุเบกขาเวทนา (อทุกขมสุข) หนุน ก็บริสุทธิ์ ผุดผ่อง แจ่มชัด และพาให้ธรรมอื่นๆ ที่ประกอบอยู่ด้วย เช่น สติ พลอยแจ่มชัดบริสุทธิ์ไปด้วย

๖. เอกัคคตา แปลว่า ภาวะที่จิตมีอารมณ์หนึ่งเดียว ได้แก่ ตัวสมาธิ นั่นเอง มีในฌานทุกขั้น

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2020, 03:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6975

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:


คุณกรัชกายคะ คุณไม่รู้จักสมาธิของจริง
สมาธิของจริงตรงตามคำตถาคตมีในขณะนี้เท่านั้น
สมาธิแปลว่าความตั้งมั่นของจิตที่มีการเกิดดับทีละ1ดวง
แต่ละ1ขณะตั้งมั่นคงตรงทางตรงตามเหตุตามปัจจัย
ไม่มีจิตแต่ละ1ดวงที่เกิดซ้ำเก่าและเป็นขณะที่ปนทางไม่ได้
เป็นขณะจิตทีละ1ดวงใหม่ที่เกิดขึ้น-ตั้งอยู่และดับไป
เป็นแล้วเดี๋ยวนี้ตรงทีละ1ดวงตรงแค่1ทางอายตนะค่ะ
คุณกรัชกายไม่เข้าใจหรือคะว่าคุณกำลังไม่รู้สึกตัว
คุณไม่รู้ว่าคุณมีความไม่รู้ความจริงที่กำลังมี
คุณจึงไม่รู้ว่าทุกคนมีสมาธิแล้วที่เกิดกับจิตทุก1ดวง
สมาธิ แปลว่า ความตั้งมั่นคงของจิตตรงทีละ 1ดวง ชื่อว่า เอกัคตาเจตะสิกะ ค่ะ


ที่คุณโรสพูดถึงสมาธิ เอกัคคตา อะไรนั่นมันก็องค์ฌานทั้งเพทั้งระยอง ดูคร่าวๆ ตัดมานี่เลย


๕. อุเบกขา แปลว่า ความวางเฉย หรือความมีใจเป็นกลาง หรือแปลให้เต็มว่า ความวางทีเฉยดูอยู่ หมายถึง การดูอย่างสงบ หรือดูตามเรื่องที่เกิด ไม่ตกเป็นฝักฝ่าย ในกรณีของฌาน คือไม่ติดข้างแม้แต่ในฌานที่มีความสุขอย่างยอด

ในความหมายที่สูงขึ้นไปอีก อุเบกขา หมายถึง วางทีดูเฉยยู่ ในเมื่ออะไรทุกอย่างเข้าที่ดำเนินไปด้วยดี หรือเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องขวนขวายเจ้ากี้เจ้าการ โดยเฉพาะในฌานที่ ๔ คือบริสุทธิ์หมดจดจากธรรมที่เป็นข้าศึกเรียบร้อยแล้ว จึงไม่ต้องขวนขวายที่จะกำจัดธรรมที่เป็นข้าศึกนั้นอีก จัดเป็นองค์ฌานโดยเฉพาะของฌานที่ ๔ (ที่ ๕ ของปัญจกนัย)

ความจริง อุเบกขามีในฌานทุกขั้น แต่ในขั้นต้นๆ ไม่เด่นชัด ยังถูกธรรมที่เป็นข้าศึก เช่น วิตก วิจาร และสุขเวทนา เป็นต้น ข่มไว้ เหมือนดวงจันทร์ในเวลากลางวัน ไม่กระจ่าง ไม่แจ่ม เพราะถูกแสงอาทิตย์ข่มไว้

ครั้นถึงฌานที่ ๔ ธรรมที่เป็นข้าศึกระงับไปหมด และได้ราตรี คือ อุเบกขาเวทนา (อทุกขมสุข) หนุน ก็บริสุทธิ์ ผุดผ่อง แจ่มชัด และพาให้ธรรมอื่นๆ ที่ประกอบอยู่ด้วย เช่น สติ พลอยแจ่มชัดบริสุทธิ์ไปด้วย

๖. เอกัคคตา แปลว่า ภาวะที่จิตมีอารมณ์หนึ่งเดียว ได้แก่ ตัวสมาธิ นั่นเอง มีในฌานทุกขั้น

:b12:
ยังจะอ้างแต่ตำราอยู่นั่นแหละตัวตนและทิฏฐิเยอะ
ฟังก็ไม่ฟังตรงปัจจุบันรู้ไหมปัญญาคุณนั้นมันมีไม่พอ
จิตเกิดดับได้ทีละ1ทางและเกิดทีละ1ขณะดับหมดก่อน
จิตทางอื่นแค่1ทางจึงจะเกิดต่อไปได้คือเอก=เอกา=ทีละหนึ่ง
เดี๋ยวนี้คุณมีครบ6ทางที่ไม่ได้เกิดตรงกันและไม่เกิดพร้อมกันเลย
เวลาคุณคิดคือมโนทวารวิถีมันมืดส่วนตอนเห็นคือจักขุทวารวิถีมีแสง
คิดไม่ได้เกิดพร้อมเห็นดังนั้นขณะนี้คุณคิด+เห็นมันจึงเป็นคิดเห็นผิดจริงๆ
เข้าใจไหมอ่านทบทวนการคิดและการเห็นของตาตัวเองให้ตรงตามความคิดโรส
จนกว่าจะคิดตรงคิดเพราะคิดเป็นคิดและตอนคิดมันไม่มีจิตเห็นปรากฏรู้มั๊ยอะไรกำลังปรากฏ
:b12:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2020, 03:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6975

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:


ถ้าพระพุทธเจ้าพูดเองคุณจะต้องกระอักเลือดนะ555
ชาวบ้านเขาไม่รู้ว่าบวชแล้วไม่ต้องใช้เงิน
เออแล้วก็ขยันรีดไถเงินชาวบ้านเลวไหม
ขี้เกียจไม่อยากทำงานก็ลามาบวชเหรอ
บวชแก้บนบ้างไม่มีเงินใช้ก็มาบวชเก็บเงิน
ชาวบ้านโง่ที่หลงเชื่อนักบวชจอมปลอม
ชาวบ้านคิดว่าตัวเองไม่เรียนพระไตรปิฏก
ชาวบ้านเลยคิดว่าไม่อยากยุ่งกลัวบาปน่ะ
แต่รู้ไหมคะว่าตถาคตสอนให้ฉลาดรู้ว่า
อะไรเป็นอะไรถ้าสิ่งที่ทำไม่รู้ว่าชั่วก็เลิกทำไม่ได้
เช่นบรรพชาอุปสมบทแล้วรับเงินบาปโลภจนไม่รู้สึกตัว555
ยังไม่ชัดอีกเหรอแค่โกนหัวโกนคิ้วไม่มีคุณธรรมอะไรให้กราบเลย
ชาวบ้านที่เขาเริ่มเข้าใจเขาเลิกใส่บาตรโจรนะคะคุณไม่รู้ตัวเหรอว่า
บวชแล้วอาบัติแล้วไม่ได้ปลงฉันอาหารทุกคำข้าวบาปมากขนาดไหน
บริโภคอย่างโจรอย่างเป็นหนี้ข้าวชาวบ้านนับเม็ดคำข้าวโรสกล่าวตามคำสอนนะ
คิดได้ไหมกลืนถ่านไฟแดงร้อนลวกปากตายแค่ชาตินี้ชาติเดียวแต่บวชแล้วบาปเนี่ย
ไม่ได้ฆ่าสัตว์แต่จะต้องตกนรกหมกไหม้ลืมตาอ้าปากกินข้าวไม่ได้555ไม่รู้สึกตัวจะให้ว่าไง
สำนึกไว้เลยนะว่ากลืนถ่านแดงร้อนลวกตั้งแต่ปากถึงทวารหนักยังตายแค่อัตภาพนี้ชาติเดียว
อาบัติแล้วไม่มีที่ปลงอาบัติขโมยปัจจัย4ที่เขาถวายพระพุทธเจ้าคือมหาโจรรับเงินก็เศรษฐีหัวโล้น
อย่ามาอ้างว่าทำเพื่อคนอื่นที่แท้ทำเพื่อปากท้องและลาภสักการะที่อยากได้เพิ่มโมหะเข้าไปอีก555
โลกไม่มีที่ลับที่แจ้งกรรมตัวเองที่ทำไสไปเลยเหมือนพระธรณีดูด...
นั่งทำสมาธิได้จนถึงแปลงร่างได้รึยังคะ
พระเทวทัตทำสมาธิได้จนแปลงร่างได้ โดนธรณีดูดลงนรกต่อหน้าที่ประทับเลยถามว่าพระพุทธเจ้าช่วยได้มั๊ยคิดไว้รึยังว่าขนาดพระเทวทัตอยู่หน้าที่ประทับพระพุทธเจ้ายังช่วยไม่ได้
สร้างกันจังพระอิฐพระปูนพระโลหะ
หวังให้พระอิฐพระปูนพระโลหะช่วยอะไรหรือคะขนาดพระพุทธเจ้าตัวเป็นๆยังช่วยอะไรไม่ได้ทำได้แค่บอก



คุณโรสอ่านหนังสือแล้วเพ้อฟุ้งซ่าน ประเด็นที่หนึ่ง ประเด็นที่สอง ไม่เข้าใจเรื่องสมาธิเลย ประเด็นที่สาม ไม่เข้าใจเรื่องจิตใจเลย

อ้างคำพูด:
สร้างกันจังพระอิฐพระปูนพระโลหะหวังให้พระอิฐพระปูนพระโลหะช่วยอะไรหรือคะ


ความคิดแนวเดียวกับเจ้าสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง เห็นพระพุทธรูปที่ไหนเก็บมาหลอมละลายหมด :b32: โชว์เก๋าเอามือตบหัวตบหูเพื่อให้คนเห็นว่า ตัวเองไม่ยึดมั่นถือมั่นแล้ว สุดท้ายจบข่าว :b1:
การคิดการกระทำอย่างนั้นนั่นแหละ แสดงถึงความยึดมั่นถือมั่นล่ะ คิกๆๆ จิตใจเต็มไปอุปาทานล่ะนี่อย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่ง เข้าไม่ถึงถึงจิตใจ ไม่เข้าใจหลักศรัทธาในเบื้องต้น ไม่เข้าใจที่พึงทางใจ :b13:

:b12:
คุณกรัชกายคะ
คุณไม่รู้จักสมาธิของจริง
สมาธิของจริงตรงตามคำตถาคตมีในขณะนี้เท่านั้น
สมาธิแปลว่าความตั้งมั่นของจิตที่มีการเกิดดับทีละ1ดวง
แต่ละ1ขณะตั้งมั่นคงตรงทางตรงตามเหตุตามปัจจัย
ไม่มีจิตแต่ละ1ดวงที่เกิดซ้ำเก่าและเป็นขณะที่ปนทางไม่ได้
เป็นขณะจิตทีละ1ดวงใหม่ที่เกิดขึ้น-ตั้งอยู่และดับไป
เป็นแล้วเดี๋ยวนี้ตรงทีละ1ดวงตรงแค่1ทางอายตนะค่ะ
คุณกรัชกายไม่เข้าใจหรือคะว่าคุณกำลังไม่รู้สึกตัว
คุณไม่รู้ว่าคุณมีความไม่รู้ความจริงที่กำลังมี
คุณจึงไม่รู้ว่าทุกคนมีสมาธิแล้วที่เกิดกับจิตทุก1ดวง
สมาธิ แปลว่า ความตั้งมั่นคงของจิตตรงทีละ1ดวงชื่อว่า เอกัคตาเจตะสิกะ ค่ะ
:b12:
:b4: :b4:


นี่ก็อีกหัวมังกุฎท้ายมังกร :b13: คือ ยกคำว่าสมาธิมาแล้วก็โยงไปนั่นมานี่ :b32:

Kiss
คุณกรัชกายคะ
คุณรู้สึกตัวไหมคะ
ว่าตอนนี้คุณไม่มีตัวตน
ถ้าคุณยังรู้สึกว่ามีตัวคุณอยู่
แปลว่าคุณกำลังคิดถึงอัตตาตัวตน
คุณลืมคำสอนแล้วลืมที่ตถาคตบอกว่าไม่มีเรา
จะรู้สำนึกตัวได้ตอนไหนคะเดี๋ยวนี้ไม่มีเรามีแต่ธัมมะ
:b12:
คุณกรัชกายไม่เข้าใจหรือคะ
พระพุทธเจ้าสอนให้เข้าใจปัจจุบัน
ตรงจิตปัจจุบันที่กำลังมีที่กายของคุณ
จิตกำลังเกิดดับตามเหตุตามปัจจัยนับไม่ถ้วน
คุณจะเข้าใจความจริงถูกตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
คุณจะต้องคิดตามให้ตรงเพียง1ทางที่คุณมีตรงแค่ทางเดียว
เพราะขณะนี้คุณมีครบ6ทางและคุณตาไม่บอดแล้วก็หูไม่ได้หนวก
ที่คุณอ่านอยู่เนี่ยคือมโนคือคิดเดาความคิดคนอื่นอยู่
โรสบอกคุณว่าคุณจะทำปัญญาตรงทาง ตามคำสอน
คุณจะต้องทำฟังคนอื่นพูดอธิบายตรงจริงๆ
คุณจะต้องใช้หูฟัง เข้าใจไหมคะเพื่อเพียรรู้ความจริงที่มีทีละ1ทาง
:b16:
จะเป็นธัมมะอะไรบ้างที่คุณมี
คุณต้องบอกได้ว่าอะไรที่กำลังมี
ตรงมากตรงที่สุดแค่ความรู้สึกชัด1ธัมมะที่กาย
อย่ามโนออกนอกกายตัวเองเช่นมองออกไปเห็นข้างนอกนั้นมันแค่ภาพมายา
:b32: :b32:



เพ้อเจ้อฟุ้งซ่าน :b13:

:b32:
อวิชชาพาให้เกิด
ตัวตนคุณพาไปทำอวิชชาเพิ่ม
โรสบอกให้คุณทำปัญญาแรกตรงปัจจุบันขณะ
ตั้งแต่เกิดมาจนรู้ความคุณไม่เคยทำปัญญาตรงทางหูจริงๆเลย
คุณเอาแต่อ่านตำราเชื่อตำราแล้วก็เชื่อความคิดตัวเองตามที่กำลังคิดเห็นผิด
คุณเห็นผิดว่ามีคนเป็นครูอาจารย์มาบอกให้ทำอะไรคุณก็ทำตามเขาสั่งหมดมาแต่เกิดแล้ว
โรสไม่ได้มาโฆษณาชวนเชื่อและบอกคุณว่าให้เริ่มต้นฟังแล้วดูพฤติกรรมทุกๆคนตามคำสอนว่าผิดหรือถูก
พระพุทธเจ้าอธิบายไว้ละเอียดแล้วให้ฟังจนกว่าจะเข้าใจความจริงที่กำลังมีตรงปัจจุบันไม่ได้ให้ไปหลงทำผิด
เออบอกไม่ฟัง...ก็บอกว่าให้ฟังก่อนเป็นผู้ว่ายาก...การฟังไม่ทำให้เข้าใจผิดไม่ทำให้หลงไปทำผิดๆตามใครสั่ง
พระพุทธเจ้าเทศนาธรรมถึง45ปีแล้วมีคนจดบันทึกว่ามีคนมาฟังที่ไหนบ้างพระพุทธเจ้าเทศน์ให้ฟังก่อนทำผิด
https://youtu.be/26_5h2sccFs
:b12:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2020, 09:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33168

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:

ยังจะอ้างแต่ตำราอยู่นั่นแหละตัวตนและทิฏฐิเยอะ
ฟังก็ไม่ฟังตรงปัจจุบันรู้ไหมปัญญาคุณนั้นมันมีไม่พอ
จิตเกิดดับได้ทีละ1ทางและเกิดทีละ1ขณะดับหมดก่อน
จิตทางอื่นแค่1ทางจึงจะเกิดต่อไปได้คือเอก=เอกา=ทีละหนึ่ง
เดี๋ยวนี้คุณมีครบ6ทางที่ไม่ได้เกิดตรงกันและไม่เกิดพร้อมกันเลย
เวลาคุณคิดคือมโนทวารวิถีมันมืดส่วนตอนเห็นคือจักขุทวารวิถีมีแสง
คิดไม่ได้เกิดพร้อมเห็นดังนั้นขณะนี้คุณคิด+เห็นมันจึงเป็นคิดเห็นผิดจริงๆ
เข้าใจไหมอ่านทบทวนการคิดและการเห็นของตาตัวเองให้ตรงตามความคิดโรส
จนกว่าจะคิดตรงคิดเพราะคิดเป็นคิดและตอนคิดมันไม่มีจิตเห็นปรากฏรู้มั๊ยอะไรกำลังปรากฏ


พ่ะน่ะ เอาหลักมาให้ดูก็ไม่เข้าใจ จะเอาจิตเกิดดับ คิกๆๆ นี่เกิดดับไหม


อ้างคำพูด:
ได้ยินเสียงสวดมนต์ทั้งนั่งสมาธิและเดินจงกรม

ปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวันมาค่ะ

แล้วเมื่อถึงเวลาที่ต้องนั่งสมาธิ เกิดปวดขาอย่างมาก แต่ก็ไม่ยอมแพ้ ทนนั่งจนหมดเวลา ... ระหว่างที่ปวดมากๆ ก็นึกถึงพระพุทธเจ้าตลอดเวลา และสู้เนื่องจากเคยได้ยินว่า "ไม่เคยมีใครตายจากการนั่งสมาธิ" รวมทั้งประโยคที่ว่า "นิพพานอยู่ฝั่งตาย" (จำไม่ได้ว่าเป็นของหลวงพ่อท่านไหนค่ะ) และคิดว่าตายเป็นตายแต่จะไม่ลืมตาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนหมดเวลาแน่นอน (ใจก็นึกถึงแต่พระพุทธเจ้าตลอดเวลาค่ะ)

เมื่อนาฬิกาดังหมดเวลา เราก็ลืมตาเปลี่ยนอิริยาบถ เพื่อคลายอาการปวดขา แต่เรารู้สึกว่า...ทันทีที่เราลืมตา เราก็ได้ยินเสียงสวดมนต์ดังอยู่ในหู ทั้งๆที่เวลานั้นไม่ได้มีพระสวดมนต์อยู่ใกล้ๆค่ะ

ก่อนหน้านี้....เมื่อครั่งที่เราไปปฏิบัติธรรมครั้งแรก และเมื่อกลับมาถึงบ้าน เราก็สวดแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศลที่บ้านเราก็ได้ยินเสียงสวดมนต์ดังอยู่ในหูอีกเหมือนกัน ทั้งๆที่ใกล้ๆบ้านก็ ไม่มีวัด และไม่มีใครเปิดวิทยุค่ะ (ตอนแรกนึกว่ามีพระสวดทำวัตรเย็นอยู่ใกล้ๆ แต่บ้านก็ไม่ได้อยู่ใกล้วัด)

แล้วก็เคยมีอีกครั้งนึง เราคุยกับแม่ แนะนำแม่เรื่องการไปปฎิบัติธรรม และชวนแม่ให้ไปปฏิบัติ ธรรมด้วยกัน ก็ได้ยินเสียงสวดมนต์ดังแว่วในหูอีก

เสียงสวดมนต์ที่ได้ยิน2 ครั้งแรก จะได้ยินเพียงช่วงเวลาสั้นๆไม่ถึงชม. แต่ครั้งล่าสุดได้ยิน (หลังจาก
นั่งสมาธิ) ดังนานหลาย ชม. ตั่งแต่ประมาณเกือบ 4 โมงเย็น จนถึงเวลานอนตอน 4 ทุ่มเลย

เสียงสวดมนต์ดังกล่าว เป็นเสียงเหมือนพระสวดมนต์ ฟังจับใจความได้เป็นบางคำ แต่ไม่รู้ว่าเป็นบทสวดอะไร

บางครั้งก็จะได้ยินเป็นเสียงดนตรีไทยบรรเลงอยู่ ระหว่างสวดมนต์และตอนเดินจงกรม ทั้งที่ วัดและที่บ้าน ถามเพื่อนที่ไปด้วยกันว่าได้ยินไหม เค้าบอกว่าไม่ เห็นได้ยินอะไรเลย เราก็เลยไม่กล้าถามเค้าต่อ กลัวเขาว่าเราสติไม่ดี อ่ะค่ะ

เลยอยากถามผู้มีความรู้หรือผู้ที่เคยมีประสบการณ์ว่าเคยมีใครได้ยินเป็นลักษณะนี้บ้างหรือ
ไม่ แล้วเป็นเสียงของใครเหรอคะ หรือว่าเราคิดมากไปเอง



นี่จิตเกิดดับไหม ตอบ

1. ไม่เกิดดับ
2.เกิดดับ

ตอบข้อไหน 1 หรือ 2

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2020, 09:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33168

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:

อวิชชาพาให้เกิด
ตัวตนคุณพาไปทำอวิชชาเพิ่ม
โรสบอกให้คุณทำปัญญาแรกตรงปัจจุบันขณะ
ตั้งแต่เกิดมาจนรู้ความคุณไม่เคยทำปัญญาตรงทางหูจริงๆเลย
คุณเอาแต่อ่านตำราเชื่อตำราแล้วก็เชื่อความคิดตัวเองตามที่กำลังคิดเห็นผิด
คุณเห็นผิดว่ามีคนเป็นครูอาจารย์มาบอกให้ทำอะไรคุณก็ทำตามเขาสั่งหมดมาแต่เกิดแล้ว
โรสไม่ได้มาโฆษณาชวนเชื่อและบอกคุณว่าให้เริ่มต้นฟังแล้วดูพฤติกรรมทุกๆคนตามคำสอนว่าผิดหรือถูก
พระพุทธเจ้าอธิบายไว้ละเอียดแล้วให้ฟังจนกว่าจะเข้าใจความจริงที่กำลังมีตรงปัจจุบันไม่ได้ให้ไปหลงทำผิด
เออบอกไม่ฟัง...ก็บอกว่าให้ฟังก่อนเป็นผู้ว่ายาก...การฟังไม่ทำให้เข้าใจผิดไม่ทำให้หลงไปทำผิดๆตามใครสั่ง
พระพุทธเจ้าเทศนาธรรมถึง45ปีแล้วมีคนจดบันทึกว่ามีคนมาฟังที่ไหนบ้างพระพุทธเจ้าเทศน์ให้ฟังก่อนทำผิด
https://youtu.be/26_5h2sccFs


คุณโรสและเจ้าสำนักนี่ไปเอาศัพท์นั่นนี่มาแล้วก็มาคิดมโนวาดภาพไป อวิชชาพาให้เกิดบ้าง ไปทำอวิชชาเพิ่มบ้าง เป็นต้น โดยเข้าใจไปว่าฟังศาสดีแม่สุจินและคณะพูดแล้วอวิชชาจะหมดไปสิ้นไป :b32: อย่างนี้ใช่ไหมขอรับ ตอบ

1.ใช่
2.ไม่ใช่ต้องปฏิบัติด้วย

ตอบข้อไหน 1 หรือ 2 :b13:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2020, 09:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6975

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:


ถ้าพระพุทธเจ้าพูดเองคุณจะต้องกระอักเลือดนะ555
ชาวบ้านเขาไม่รู้ว่าบวชแล้วไม่ต้องใช้เงิน
เออแล้วก็ขยันรีดไถเงินชาวบ้านเลวไหม
ขี้เกียจไม่อยากทำงานก็ลามาบวชเหรอ
บวชแก้บนบ้างไม่มีเงินใช้ก็มาบวชเก็บเงิน
ชาวบ้านโง่ที่หลงเชื่อนักบวชจอมปลอม
ชาวบ้านคิดว่าตัวเองไม่เรียนพระไตรปิฏก
ชาวบ้านเลยคิดว่าไม่อยากยุ่งกลัวบาปน่ะ
แต่รู้ไหมคะว่าตถาคตสอนให้ฉลาดรู้ว่า
อะไรเป็นอะไรถ้าสิ่งที่ทำไม่รู้ว่าชั่วก็เลิกทำไม่ได้
เช่นบรรพชาอุปสมบทแล้วรับเงินบาปโลภจนไม่รู้สึกตัว555
ยังไม่ชัดอีกเหรอแค่โกนหัวโกนคิ้วไม่มีคุณธรรมอะไรให้กราบเลย
ชาวบ้านที่เขาเริ่มเข้าใจเขาเลิกใส่บาตรโจรนะคะคุณไม่รู้ตัวเหรอว่า
บวชแล้วอาบัติแล้วไม่ได้ปลงฉันอาหารทุกคำข้าวบาปมากขนาดไหน
บริโภคอย่างโจรอย่างเป็นหนี้ข้าวชาวบ้านนับเม็ดคำข้าวโรสกล่าวตามคำสอนนะ
คิดได้ไหมกลืนถ่านไฟแดงร้อนลวกปากตายแค่ชาตินี้ชาติเดียวแต่บวชแล้วบาปเนี่ย
ไม่ได้ฆ่าสัตว์แต่จะต้องตกนรกหมกไหม้ลืมตาอ้าปากกินข้าวไม่ได้555ไม่รู้สึกตัวจะให้ว่าไง
สำนึกไว้เลยนะว่ากลืนถ่านแดงร้อนลวกตั้งแต่ปากถึงทวารหนักยังตายแค่อัตภาพนี้ชาติเดียว
อาบัติแล้วไม่มีที่ปลงอาบัติขโมยปัจจัย4ที่เขาถวายพระพุทธเจ้าคือมหาโจรรับเงินก็เศรษฐีหัวโล้น
อย่ามาอ้างว่าทำเพื่อคนอื่นที่แท้ทำเพื่อปากท้องและลาภสักการะที่อยากได้เพิ่มโมหะเข้าไปอีก555
โลกไม่มีที่ลับที่แจ้งกรรมตัวเองที่ทำไสไปเลยเหมือนพระธรณีดูด...
นั่งทำสมาธิได้จนถึงแปลงร่างได้รึยังคะ
พระเทวทัตทำสมาธิได้จนแปลงร่างได้ โดนธรณีดูดลงนรกต่อหน้าที่ประทับเลยถามว่าพระพุทธเจ้าช่วยได้มั๊ยคิดไว้รึยังว่าขนาดพระเทวทัตอยู่หน้าที่ประทับพระพุทธเจ้ายังช่วยไม่ได้
สร้างกันจังพระอิฐพระปูนพระโลหะ
หวังให้พระอิฐพระปูนพระโลหะช่วยอะไรหรือคะขนาดพระพุทธเจ้าตัวเป็นๆยังช่วยอะไรไม่ได้ทำได้แค่บอก



คุณโรสอ่านหนังสือแล้วเพ้อฟุ้งซ่าน ประเด็นที่หนึ่ง ประเด็นที่สอง ไม่เข้าใจเรื่องสมาธิเลย ประเด็นที่สาม ไม่เข้าใจเรื่องจิตใจเลย

อ้างคำพูด:
สร้างกันจังพระอิฐพระปูนพระโลหะหวังให้พระอิฐพระปูนพระโลหะช่วยอะไรหรือคะ


ความคิดแนวเดียวกับเจ้าสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง เห็นพระพุทธรูปที่ไหนเก็บมาหลอมละลายหมด :b32: โชว์เก๋าเอามือตบหัวตบหูเพื่อให้คนเห็นว่า ตัวเองไม่ยึดมั่นถือมั่นแล้ว สุดท้ายจบข่าว :b1:
การคิดการกระทำอย่างนั้นนั่นแหละ แสดงถึงความยึดมั่นถือมั่นล่ะ คิกๆๆ จิตใจเต็มไปอุปาทานล่ะนี่อย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่ง เข้าไม่ถึงถึงจิตใจ ไม่เข้าใจหลักศรัทธาในเบื้องต้น ไม่เข้าใจที่พึงทางใจ :b13:

:b12:
คุณกรัชกายคะ
คุณไม่รู้จักสมาธิของจริง
สมาธิของจริงตรงตามคำตถาคตมีในขณะนี้เท่านั้น
สมาธิแปลว่าความตั้งมั่นของจิตที่มีการเกิดดับทีละ1ดวง
แต่ละ1ขณะตั้งมั่นคงตรงทางตรงตามเหตุตามปัจจัย
ไม่มีจิตแต่ละ1ดวงที่เกิดซ้ำเก่าและเป็นขณะที่ปนทางไม่ได้
เป็นขณะจิตทีละ1ดวงใหม่ที่เกิดขึ้น-ตั้งอยู่และดับไป
เป็นแล้วเดี๋ยวนี้ตรงทีละ1ดวงตรงแค่1ทางอายตนะค่ะ
คุณกรัชกายไม่เข้าใจหรือคะว่าคุณกำลังไม่รู้สึกตัว
คุณไม่รู้ว่าคุณมีความไม่รู้ความจริงที่กำลังมี
คุณจึงไม่รู้ว่าทุกคนมีสมาธิแล้วที่เกิดกับจิตทุก1ดวง
สมาธิ แปลว่า ความตั้งมั่นคงของจิตตรงทีละ1ดวงชื่อว่า เอกัคตาเจตะสิกะ ค่ะ
:b12:
:b4: :b4:


นี่ก็อีกหัวมังกุฎท้ายมังกร :b13: คือ ยกคำว่าสมาธิมาแล้วก็โยงไปนั่นมานี่ :b32:

Kiss
คุณกรัชกายคะ
คุณรู้สึกตัวไหมคะ
ว่าตอนนี้คุณไม่มีตัวตน
ถ้าคุณยังรู้สึกว่ามีตัวคุณอยู่
แปลว่าคุณกำลังคิดถึงอัตตาตัวตน
คุณลืมคำสอนแล้วลืมที่ตถาคตบอกว่าไม่มีเรา
จะรู้สำนึกตัวได้ตอนไหนคะเดี๋ยวนี้ไม่มีเรามีแต่ธัมมะ
:b12:
คุณกรัชกายไม่เข้าใจหรือคะ
พระพุทธเจ้าสอนให้เข้าใจปัจจุบัน
ตรงจิตปัจจุบันที่กำลังมีที่กายของคุณ
จิตกำลังเกิดดับตามเหตุตามปัจจัยนับไม่ถ้วน
คุณจะเข้าใจความจริงถูกตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
คุณจะต้องคิดตามให้ตรงเพียง1ทางที่คุณมีตรงแค่ทางเดียว
เพราะขณะนี้คุณมีครบ6ทางและคุณตาไม่บอดแล้วก็หูไม่ได้หนวก
ที่คุณอ่านอยู่เนี่ยคือมโนคือคิดเดาความคิดคนอื่นอยู่
โรสบอกคุณว่าคุณจะทำปัญญาตรงทาง ตามคำสอน
คุณจะต้องทำฟังคนอื่นพูดอธิบายตรงจริงๆ
คุณจะต้องใช้หูฟัง เข้าใจไหมคะเพื่อเพียรรู้ความจริงที่มีทีละ1ทาง
:b16:
จะเป็นธัมมะอะไรบ้างที่คุณมี
คุณต้องบอกได้ว่าอะไรที่กำลังมี
ตรงมากตรงที่สุดแค่ความรู้สึกชัด1ธัมมะที่กาย
อย่ามโนออกนอกกายตัวเองเช่นมองออกไปเห็นข้างนอกนั้นมันแค่ภาพมายา
:b32: :b32:



เพ้อเจ้อฟุ้งซ่าน :b13:

cool
การคิดถึงตัวตนว่ามีจริงคือไม่เคยคิดถึงความจริงตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
การรู้สึกตัวตรงสัจจะตามคำสอนคือการระลึกถึงสิ่งที่กำลังมีที่ตัวไม่มีสิ่งที่เห็นนอกดวงตา
เพราะจักขุวิญญาณเกิดที่ข้างในที่จักขายตนะที่เป็นอายตนะภายในกายตรงลึกๆในตาดำดับคือมืด
โลกมืดเพราะคนระลึกตามคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่เคยตรงถูกที่ตัวตรงตามทีละ1ทางตรง1ดวงตรงจริง
คิด ให้ ถูก ตัว ตรง ที ละ 1 ทาง มี 6 ทาง เกิด และ ดับ ใน ตรง ที่ มี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ส่วนข้างนอกไม่มี
ไม่ว่าจะเป็นนักปรัชญา นอสตราดามุส ไอร์สไตน์ที่ว่าเป็นยอดนักวิทยาศาสตร์ ก็ไม่มีใครรู้อย่างพระพุทธเจ้า
คิดมันมืดอ่านไปก็มโนเดาไปเอาเองตามที่ตาส่งออกไปตามเห็นผิดของตัวตนตัวเองบอกว่าคิดมันมืดเห็นแจ้งคิดเองไม่ได้เข้าใจไหมคะว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าทำได้แค่คิดถูกตรงตามได้เท่านั้นจึงจะไม่ทำผิด
คือการไม่ไปเพื่อทำตามใจตัวเอง คือการคิดก่อนพูด คือการคิดก่อนทำ คือคิดก่อนไปไหนต่อไหนๆ คือฟังๆๆ
:b12:
:b4: :b4:


แก้ไขล่าสุดโดย Rosarin เมื่อ 16 พ.ค. 2020, 09:28, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2020, 09:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33168

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:

การคิดถึงตัวตนว่ามีจริงคือไม่เคยคิดถึงความจริงตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
การรู้สึกตัวตรงสัจจะตามคำสอนคือการระลึกถึงสิ่งที่กำลังมีที่ตัวไม่มีสิ่งที่เห็นนอกดวงตา
เพราะจักขุวิญญาณเกิดที่ข้างในที่จักขายตนะที่เป็นอายตนะภายในกายตรงลึกๆในตาดำดับคือมืด
โลกมืดเพราะคนระลึกตามคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่เคยตรงถูกที่ตัวตรงตามทีละ1ทางตรง1ดวงตรงจริง
คิด ให้ ถูก ตัว ตรง ที ละ 1 ทาง มี 6 ทาง เกิด และ ดับ ใน ตรง ที่ มี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ส่วนข้างนอกไม่มี
ไม่ว่าจะเป็นนักปรัชญา นอสตราดามุส ไอร์สไตน์ที่ว่าเป็นยอดนักวิทยาศาสตร์ ก็ไม่มีใครรู้อย่างพระพุทธเจ้า
คิดมันมืดอ่านไปก็มโนเดาไปเอาเองตามที่ตาส่งออกไปตามเห็นผิดของตัวตนตัวเองบอกว่ามันคิดมันจะคิดถูก
ตามได้ยังไงเข้าใจไหมคะว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าทำได้แค่คิดตรงตามได้เท่านั้นจึงจะไม่ทำผิด
คือการไม่ไปเพื่อทำตามใจตัวเอง คือการคิดก่อนพูด คือการคิดก่อนทำ คือคิดก่อนไปไหนต่อไหนๆ คือฟังๆๆ


ถ้าจะเอาอย่างนั้นนะ นะ แบบนี้ง่ายและเข้าท่ากว่า ใครๆก็ทำได้ปฏิบัติได้ ตย. ตาเห็นรูป กำหนดคือว่าในใจ เห็นหนอๆๆ :b1: หูได้ยินเสียง ว่าในใจ เสียงหนอๆๆๆ :b16: จมูกได้กลิ่น ว่าในใจ กลิ่นหนอๆๆๆ :b9: ลิ้น ลิ้มรสเปรี้ยวหวานมันเค็ม...ว่าในใจ ตรงๆตามสภาวะของมัน ตย. เค็มหนอๆๆ เป็นต้น :b27: กายถูกต้องสัมผัส เย็น ร้อน เป็นต้น ว่าในใจตามนั้น ตย. ร้อนหนอๆๆ เป็นต้น :b6: ใจคิดนึกนั่นนี่ คิดหนอๆๆ :b35: แค่นี้แหละ พอเข้าใจเข้าเนื้อเข้าหนังบ้างไหม :b10:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2020, 09:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6975

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b32:
มีแก้ไขก็อปมาแปะใหม่ด้วย555...เข้าใจไหมคุณกรัชกายว่าเสียงเกิดในความมืดคิดก็มืดมืดสนิท
แสดงว่าอ่านไม่มีการไตร่ตรองเลยอ่ะคนเรา...การฟังไม่มีเสียงอนาคตมาวางเรียงลำดับไว้ล่วงหน้า
แล้วเมื่อไหร่จะคิดถูกตามได้การคิดตามเนี่ยต้องตาดูหูฟังคิดตามเสียงตรงความหมายของเสียงทีละคำ
:b32: :b32:
แก้ใหม่ตามนี้...อ่านทีละคำ คิดตามตรงคำ ตรงความหมายของเสียงทีละเสียง พิจารณาตาที่เห็นไปด้วย
Rosarin เขียน:

การคิดถึงตัวตนว่ามีจริงคือไม่เคยคิดถึงความจริงตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
การรู้สึกตัวตรงสัจจะตามคำสอนคือการระลึกถึงสิ่งที่กำลังมีที่ตัวไม่มีสิ่งที่เห็นนอกดวงตา
เพราะจักขุวิญญาณเกิดที่ข้างในที่จักขายตนะที่เป็นอายตนะภายในกายตรงลึกๆในตาดำดับคือมืด
โลกมืดเพราะคนระลึกตามคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่เคยตรงถูกที่ตัวตรงตามทีละ1ทางตรง1ดวงตรงจริง
คิด ให้ ถูก ตัว ตรง ที ละ 1 ทาง มี 6 ทาง เกิด และ ดับ ใน ตรง ที่ มี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ส่วนข้างนอกไม่มี
ไม่ว่าจะเป็นนักปรัชญา นอสตราดามุส ไอร์สไตน์ที่ว่าเป็นยอดนักวิทยาศาสตร์ ก็ไม่มีใครรู้อย่างพระพุทธเจ้า
คิดมันมืดอ่านไปก็มโนเดาไปเอาเองตามที่ตาส่งออกไปตามเห็นผิดของตัวตนตัวเองบอกว่าคิดมันมืดเห็นแจ้งคิดเองไม่ได้เข้าใจไหมคะว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าทำได้แค่คิดถูกตรงตามได้เท่านั้นจึงจะไม่ทำผิด
คือการไม่ไปเพื่อทำตามใจตัวเอง คือการคิดก่อนพูด คือการคิดก่อนทำ คือคิดก่อนไปไหนต่อไหนๆ คือฟังๆๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2020, 09:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6975

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
:b32:
มีแก้ไขก็อปมาแปะใหม่ด้วย555...เข้าใจไหมคุณกรัชกายว่าเสียงเกิดในความมืดคิดก็มืดมืดสนิท
แสดงว่าอ่านไม่มีการไตร่ตรองเลยอ่ะคนเรา...การฟังไม่มีเสียงอนาคตมาวางเรียงลำดับไว้ล่วงหน้า
แล้วเมื่อไหร่จะคิดถูกตามได้การคิดตามเนี่ยต้องตาดูหูฟังคิดตามเสียงตรงความหมายของเสียงทีละคำ
:b32: :b32:
แก้ใหม่ตามนี้...อ่านทีละคำ คิดตามตรงคำ ตรงความหมายของเสียงทีละเสียง พิจารณาตาที่เห็นไปด้วย
Rosarin เขียน:

การคิดถึงตัวตนว่ามีจริงคือไม่เคยคิดถึงความจริงตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
การรู้สึกตัวตรงสัจจะตามคำสอนคือการระลึกถึงสิ่งที่กำลังมีที่ตัวไม่มีสิ่งที่เห็นนอกดวงตา
เพราะจักขุวิญญาณเกิดที่ข้างในที่จักขายตนะที่เป็นอายตนะภายในกายตรงลึกๆในตาดำดับคือมืด
โลกมืดเพราะคนระลึกตามคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่เคยตรงถูกที่ตัวตรงตามทีละ1ทางตรง1ดวงตรงจริง
คิด ให้ ถูก ตัว ตรง ที ละ 1 ทาง มี 6 ทาง เกิด และ ดับ ใน ตรง ที่ มี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ส่วนข้างนอกไม่มี
ไม่ว่าจะเป็นนักปรัชญา นอสตราดามุส ไอร์สไตน์ที่ว่าเป็นยอดนักวิทยาศาสตร์ ก็ไม่มีใครรู้อย่างพระพุทธเจ้า
คิดมันมืดอ่านไปก็มโนเดาไปเอาเองตามที่ตาส่งออกไปตามเห็นผิดของตัวตนตัวเองบอกว่าคิดมันมืดเห็นแจ้งคิดเองไม่ได้เข้าใจไหมคะว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าทำได้แค่คิดถูกตรงตามได้เท่านั้นจึงจะไม่ทำผิด
คือการไม่ไปเพื่อทำตามใจตัวเอง คือการคิดก่อนพูด คือการคิดก่อนทำ คือคิดก่อนไปไหนต่อไหนๆ คือฟังๆๆ

ไม่มีใครสามารถคิดพร้อมเห็นได้
ทำได้แค่คิดถึงเห็นตรงตามเสียง
เพราะคิดเกิดทางมโนทวารวิถี
ที่หทยวัตถุค่ะคิดไม่เกิดจากเห็น
อันที่คิดว่าปรากฏสัณฐานต่างๆ
แปลว่าคิดส่งออกนอกดวงตาแล้ว
จิตไม่เกิดนอกรูปกายตัวตนตัวเองค่ะ เข้าใจไหมคะ
:b12:
:b16: :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2020, 09:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33168

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
:b32:
มีแก้ไขก็อปมาแปะใหม่ด้วย555...เข้าใจไหมคุณกรัชกายว่าเสียงเกิดในความมืดคิดก็มืดมืดสนิท
แสดงว่าอ่านไม่มีการไตร่ตรองเลยอ่ะคนเรา...การฟังไม่มีเสียงอนาคตมาวางเรียงลำดับไว้ล่วงหน้า
แล้วเมื่อไหร่จะคิดถูกตามได้การคิดตามเนี่ยต้องตาดูหูฟังคิดตามเสียงตรงความหมายของเสียงทีละคำ
:b32: :b32:
แก้ใหม่ตามนี้...อ่านทีละคำ คิดตามตรงคำ ตรงความหมายของเสียงทีละเสียง พิจารณาตาที่เห็นไปด้วย
Rosarin เขียน:

การคิดถึงตัวตนว่ามีจริงคือไม่เคยคิดถึงความจริงตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
การรู้สึกตัวตรงสัจจะตามคำสอนคือการระลึกถึงสิ่งที่กำลังมีที่ตัวไม่มีสิ่งที่เห็นนอกดวงตา
เพราะจักขุวิญญาณเกิดที่ข้างในที่จักขายตนะที่เป็นอายตนะภายในกายตรงลึกๆในตาดำดับคือมืด
โลกมืดเพราะคนระลึกตามคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่เคยตรงถูกที่ตัวตรงตามทีละ1ทางตรง1ดวงตรงจริง
คิด ให้ ถูก ตัว ตรง ที ละ 1 ทาง มี 6 ทาง เกิด และ ดับ ใน ตรง ที่ มี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ส่วนข้างนอกไม่มี
ไม่ว่าจะเป็นนักปรัชญา นอสตราดามุส ไอร์สไตน์ที่ว่าเป็นยอดนักวิทยาศาสตร์ ก็ไม่มีใครรู้อย่างพระพุทธเจ้า
คิดมันมืดอ่านไปก็มโนเดาไปเอาเองตามที่ตาส่งออกไปตามเห็นผิดของตัวตนตัวเองบอกว่าคิดมันมืดเห็นแจ้งคิดเองไม่ได้เข้าใจไหมคะว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าทำได้แค่คิดถูกตรงตามได้เท่านั้นจึงจะไม่ทำผิด
คือการไม่ไปเพื่อทำตามใจตัวเอง คือการคิดก่อนพูด คือการคิดก่อนทำ คือคิดก่อนไปไหนต่อไหนๆ คือฟังๆๆ


ที่พูดมาทั้งหมดนั้นแหละเรียกมโนคิดวาดภาพ เสมือนคนสูบกัญชาเข้าไปสามบ้องจนหูตาลายแล้วลงนอนมองไปบนท้องฟ้าเห็นก้อนเมฆลอยมาไปลอยมา ก็เรียกให้คนมาดูว่า นี่หล่อน เมฆก้อนนั้นเหมือนภูเขานางนอน :b32: ก้อนนั้นเหมือนเกาะแก้วพิสดาร ก้อนนั้นเหมือนไก่ ฯลฯ ฉันใด คุณโรสและสมาชิกก็ฉันนั้นแล.

จบข่าว :b13:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 80 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร