วันเวลาปัจจุบัน 09 ก.ค. 2020, 21:57  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 พ.ค. 2020, 06:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3828


 ข้อมูลส่วนตัว


"ศรัทธามาก บุญก็มาก"

" .. ทำบุญให้แก่ผู้มีพระคุณที่ตายไปแล้วนี้ "จงทำด้วยของบริสุทธิ์ อย่าไปฆ่าเป็ด ไก่ ฆ่าวัว ฆ่าควายมาทำ จะบาปหนักเข้าไปอีก" ทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยใจผ่องใสบริสุทธิ์

เป็นต้นว่า ตักบาตรถวายอาหารพระสงฆ์ บุญก็มากเอง "บุญมิใช่เกิดเพราะไทยทานมาก ๆ แต่เกิดขึ้นจากใจเลื่อมใสศรัทธาต่างหาก" เปรียบเหมือนเทียนที่เรามีอยู่แล้วไปขอต่อจากคนอื่น เทียนของคนอื่นก็ไม่ดับ ของเราก็ได้ไฟสว่างมา

"เหตุนั้นบุญในพุทธศาสนาจึงหมดไม่เป็น" คนมากี่ร้อย กี่พันเอาหัวใจของตนมาตักตวงเอาบุญในพุทธศาสนานี้ ก็ไม่มีหมดบุญยังเต็มเปี่ยมอยู่ตามเดิม "ถ้าทำด้วยความเลื่อมใสแล้ว วัตถุทานมีน้อยก็กลายเป็นของมากเอง" ..

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี











" จิตปรุงกิเลส คือ การที่จิตบังคับให้กาย วาจา ใจ
กระทำสิ่งภายนอก ให้มี ให้เป็น ให้ดี ให้เลว
ให้เกิดวิบากได้ แล้วยึดติดอยู่ว่า นั่นเป็นตัว
นั่นเป็นตน ของเรา ของเขา

กิเลสปรุงจิต คือ การที่สิ่งภายนอกเข้ามา
ทำให้จิตเป็นไปตามอำนาจของมัน แล้วยึดว่า
มีตัว มีตนอยู่ สำคัญผิดจากความเป็นจริงอยู่ร่ำไป "

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล










"เมื่อเกิดแล้ว ทุกชีวิตมีทุกข์ติดมาพร้อมแล้ว
น่าสงสารทุกชีวิต เราก็น่าสงสาร เขาก็น่าสงสาร
น่าสงสารทุกเวลานาที

พึงนึกถึงความจริงนี้ และมีเมตตาต่อทุกชีวิต
ทุกเวลาเถิด ความร้อนจะคลายได้ ด้วยอำนาจ
ของความเย็นแห่งเมตตา ทั้งความร้อนของเขา
ความร้อนของเรา และความร้อนของโลก"

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ









"ใครทำเรา เราให้อภัยไป
ไม่ผูกเวรผูกกรรม ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข
รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด
ทำอย่างนี้ รักษาบุญไว้ในใจ
บุญก็รักษาใจเราให้ไม่ดุร้าย
จิตใจก็สม่ำเสมอ เบิกบานด้วยบุญกุศล
ไม่อ่อนแอท้อแท้ จากหนุ่มตราบเฒ่าชรา"

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ









“ถ้าเราโกรธใคร เกลียดใคร
มันก็อยู่ในใจ แต่ถ้าเราไม่เกลียด
ใจเราไม่โกรธ เราก็ไม่มีความทุกข์
เกลียดก็ทุกข์ โกรธก็ทุกข์
แล้วเราจะเกลียด จะโกรธไป
ให้เราเป็นทุกข์ทำไม คนที่เราเกลียด
คนที่เราโกรธ เขาไม่ทุกข์ไปกับเราหรอก
เราทำให้เราทุกข์เองทั้งสิ้น”

หลวงปู่ไพบูลย์ สุมงฺคโล









#อย่าเชื่อถือสิ่งงมงายไร้เหตุผล

อย่างเช่นว่าบางคนนะ เมื่อมีความทุกข์ หรือเกิดเรื่องไม่ดีไม่น่าปรารถนาขึ้น ก็ไปบนเจ้าที่เจ้าทาง ไปไหว้จอมปลวก ไหว้ต้นไม้ใหญ่ ฯลฯ

ปรารถนาจะให้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่เราไปหลงผิดคิดว่ามีอยู่ในสถานที่เหล่านั้น มาช่วยเราให้พ้นทุกข์อย่างนี้เป็นต้น

#นี่คือความงมงาย #จงละเลิกมันเสีย

เพราะมันจะทำให้สิ้นเปลืองทรัพย์สิน เงินทอง และเวลาโดยไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย

#พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้สอนให้เชื่อในสิ่งเหล่านั้น

ท่านสอนเชื่อในคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ท่านสอนให้สร้างแต่กรรมดี คิดดี พูดดี ทำดี "ทำดีซิมันถึงจะดี ทำไม่ดีมันก็ไม่ดี" ละเว้ย !!!

พระธรรมคำสอน "หลวงปู่ไม อินทสิริ"









#สำรวจที่ตนเองพอ

... การภาวนาการปฏิบัติไม่ต้องคิดอะไรมาก ให้สำรวจที่ตนเอง ไม่ต้องไปสำรวจที่อื่น ถ้าเราเห็นตัวเรา เราก็เห็นคนอื่นเหมือนยาทันใจกับยาปวดหาย เพราะมันมีลักษณะรักษาโรคอันเดียวกันคือยาแก้ปวด

คนที่ปฏิบัติกับคนเรียนนั้นของโทษกันเหมือนกับการที่เราหงาย-คว่ำฝ่ามือ ซึ่งมันไม่ได้อยู่ที่ไหนหรอก มันอยู่ของมันตรงนั้นแหละ แต่เรามองไม่เห็น การเรียนแล้วไม่ปฏิบัติ เราก็จะไม่รู้ตามความเป็นจริง มันจะทำให้หลงไป.

"หลวงปู่ชา สุภทฺโท"










ให้มีตัวรู้. รู้จิตรู้ใจของตน. บางคนแต่ละวัน. ยังไม่รู้เลยว่า. เจ้าของหายใจ.

โอวาทธรรมหลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม








#ถ้าเรารักตัวเอง
เราจะไม่ส่งจิตออกไปให้ใจโกรธ แต่จะมีสติรักษาจิตให้มีความสุข สงบเย็น....

#หลวงพ่อสุดใจ ทันตมโน









#ถึงเขาตำหนิ #เมื่อเราอยู่ดีแล้ว #มันก็เป็นเพียงลมปากสกปรก #ห้ามไม่ได้

เพราะโลกนี้มีทั้งดีทั้งชั่ว จิตใจมีทั้งใจดีใจชั่ว จึงมีทั้งคนดีคนชั่ว ถือเป็นประมาณไม่ได้ เอาตัวของผู้ปฏิบัติธรรมนี้แลเป็นประมาณของตัวเอง

#นำธรรมเข้ามาเป็นเครื่องวัดเครื่องตวง

ถูกผิดที่ตรงไหนแก้ตรงนั้น การตำหนิติชมตัวเองไม่กระเทือนโลก นอกจากเป็นผลดีแก่ตัวเราเองซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบตัวเอง

#เรื่องปากของคนนั้น

อันไหนที่จะเป็นคติ เป็นผลดีแก่การพิจารณา การบำเพ็ญการทำประโยชน์ของเรา นำเข้ามาเป็นเครื่องส่งเสริม อันใดที่จะมาตัดทอนความดีของเราให้ด้อยลงไปทั้งๆ ที่หาความจริงไม่ได้ สิ่งนั้นให้ตัดทอนออกไป จึงชื่อว่าเป็นผู้ฉลาดปฏิบัติตนรักษาตน

#นี่นักปฏิบัติให้รอบตัวเช่นนี้
#รักษาตัวอย่างนี้ย่อมถูกทาง

#หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๔ "สมถะและวิปัสสนา"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 11 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร