วันเวลาปัจจุบัน 06 ธ.ค. 2020, 06:03  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ต.ค. 2020, 05:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3978


 ข้อมูลส่วนตัว


"การพูดไม่ดีกับคนอื่นอย่างไร ย่อมพูดได้
แต่อย่าหวังน้ำใจจากคนอื่น เมื่อมีความสำคัญ
ได้อย่างนี้ จากนี้ไปให้ตั้งใจไว้ว่าเราจะไม่พูดเท็จ
พูดส่อเสียด หรือเราจะไม่พูดที่ทำให้คนอื่น
มีความเดือดร้อน เป็นทุกข์ด้วยคำพูดของเรา
นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป"

หลวงปู่ทูล ขิปฺปปญฺโญ








“เขานินทา เราต้องหยุดนิ่ง
พิจารณาดูว่า เขาว่าอะไรกัน
ถ้าไม่เป็นจริง ก็แล้วไป

ถ้าเป็นจริงอย่างเขาว่า
ก็แก้ไขตัวเราเสีย ก็หมดเรื่อง
เท่านั้นเอง”

หลวงปู่ชา สุภัทโท












"ชีวิตความเป็นอยู่ของเรา ก็ล่วงไปๆ ทุกขณะ
ลมหายใจเข้าออก ไม่ควรนอนใจ เวลาล่วงไป
ชีวิตของเราก็ล่วงไป ล่วงไปหาความตาย

ให้เร่งทำคุณงามความดี
ทำบุญ ทำกุศล ให้ทาน รักษาศีลภาวนา
อย่าให้ขาด ทำสมาธิภาวนา ให้มีสติระวัง

คนไปสวรรค์เท่ากับเขาวัว คนไปนรกเท่ากับขนวัว
วัวมี ๒ เขา แต่ ขนมันนับไม่ถ้วน"

หลวงปู่ขาว อนาลโย











#การเดินจงกรม

ผู้เจริญกรรมฐาน เมื่อนั่งทำสมาธิพอสมควรแล้ว ควรเดินจงกรมบ้าง เพราะการเดินจงกรมนั้น นอกจากจะบรรเทาความปวดเมื่อย เพราะการนั่งนาน และเป็นประโยชน์แก่สุขภาพตามหลักอนามัยแล้ว ยังช่วยให้โพธิปักขิยธรรมทุกหมวด อันมีสติปัฏฐาน ๔ เป็นต้น ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับสัมมาสมาธินั้นมีกำลังเข้มแข็ง มั่นคง กว้างขวาง หลวม โปร่ง เบา ดีกว่านั่งทำหรือนอนทำ

แม้โลกียปัญญาที่เกิดขึ้นจากการเดินจงกรม ก็เข้มแข็งคมกล้ากว่า เป็นเหตุให้วิปัสสนาเกิดขึ้น และบรรลุอริยมรรค อริยผลได้เร็วขึ้นด้วย

เมื่อเดินจงกรมถูกวิธี จนมีความชำนาญพอสมควร จะเป็นเหตุให้มีเวลาเจริญกรรมฐานได้มากขึ้น เพราะจะเดินไปไหนมาไหน หรือนั่งรถ นั่งเรือ ไปไหนๆ ก็ทำได้ เป็นการเร่งให้สัมมาสมาธิเกิดและเจริญรวดเร็วยิ่งขึ้น วิปัสสนาจึงเกิดได้เร็วขึ้นได้ และอริยมัคคสมังคีย่อมเกิดขึ้นได้ในอิริยาบถทั้ง ๔ คือ นั่ง นอน ยืน เดิน การเดินจงกรมจึงเป็นการเปิดโอกาสให้อริยมัคคสมังคีเกิดขึ้นในขณะเดินด้วย

การเดินจงกรม ก็คือ การทำสมาธิ ด้วยการลืมตา เดินไป เดินมาในเส้นทางที่กำหนดไว้ โดยมือขวาจับมือซ้าย หรือกำข้อมือซ้ายไว้หลวมๆ คว่ำมือทั้งสองไว้ที่หน้าท้อง กายและศีรษะตั้งตรง แต่ทอดสายตาลงต่ำพอสบายๆ เดินไปสุดทาง ก็หมุนตัวกลับคล้ายทหารตำรวจเดินกลับหลังหันในเวลาที่อยู่ในแถวฝึกฉะนั้น แต่ให้หันกลับทางด้านขวาครั้งหนึ่ง หันกลับด้านซ้ายครั้งหนึ่ง สลับกันไป เพื่อไม่ให้เป็นการหมุนรอบตัว เมื่อจะหันกลับทางขวามือ ต้องก้าวเท้าขวาวางปลายเท้า เฉออกไปทางขวา แล้วก้าวเท้าซ้ายไปอีกก้าวหนึ่ง โดยวางปลายเท้า ให้เฉออกไปทางขวาเช่นเดียวกัน จึงหมุนตัวกลับหลังทางขวา แล้วขยับส้นเท้าขวาให้เหมาะ จึงก้าวเท้าซ้ายเดินไปสุดทาง เมื่อจะหมุนตัวกลับทางซ้าย ก็ก้าวเท้าซ้ายวางปลายเท้าให้เฉออกไปทางซ้าย จึงก้าวเท้าขวาวางปลายเท้า เฉไปทางซ้ายเช่นเดียวกัน แล้วหมุนตัวกลับทางซ้าย แล้วขยับส้นเท้าซ้ายให้เหมาะ จึงก้าวเท้าขวาเดินต่อไป ในขณะเดินไปเดินมาอยู่ ให้รักษาสมาธิและวิธีทำสมาธิไว้เหมือนเวลานั่งทำทุกอย่าง เริ่มเดินใหม่ๆ อาจจะประคองสมาธิได้ไม่ดีเหมือนเวลานั่งทำ ก็ต้องค่อยๆ เดินช้าๆ ก่อน ครั้นชำนาญพอสมควรแล้ว จึงค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นจนเป็นที่พอใจของตน เมื่อเดินเร็วๆ จนรู้สึกว่าทำได้ง่ายๆ เป็นธรรมดาๆ ชื่อว่า เดินจงกรมเป็นแล้ว ก็จะสามารถทำสมาธิได้ทุกโอกาสที่เดินอยู่

หลวงปู่เจือ สุภโร










จะอยู่ที่ไหนก็ช่าง. ให้เดินจงกรม. ให้มาก. ให้ทำสมาธิ. ให้มาก.

หลวงปู่แบน ธนากโร






หนังสือตัวเล็กๆ มันเรียนง่าย
เรียนแล้วก็หลง
เรียนตัวใหญ่ คือ
เรียนกาย เรียนใจของตัวเอง
ถ้าได้ตัวนี้ละ ไม่มีหลง

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร
ถ่ายทอดคำสอนหลวงปู่มั่น


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร