วันเวลาปัจจุบัน 06 ธ.ค. 2020, 06:39  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ต.ค. 2020, 04:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3978


 ข้อมูลส่วนตัว


"ธรรมะพระพุทธเจ้าข้อขันติ คือความอดทน มีอยู่ ทำไมไม่เอามาใช้ คนอื่นไม่ดี เราจะไม่ดีตามเขาหรือ ทำความดีของเราไปสิ ทำให้มันล้นทับความไม่ดีไปเลย ทำได้มั้ย..."

หลวงปู่เชอรี่ อภิเจโต
วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี








...การภาวนา คือ
การมีสติอยู่กับกรรมฐานที่ควบคุมกำกับใจ
เช่น..อยู่กับพุทโธๆอย่างต่อเนื่อง
ถ้าอยู่ได้เดี๋ยวเดียว
แล้วก็แวบไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้
ก็จะไม่สงบ

. ถ้าอยู่กับพุทโธๆไปได้เรื่อยๆ
ไม่คิดเรื่องอื่นเลย
คิดแต่พุทโธๆอย่างเดียว
“ไม่นาน..ก็จะสงบ”.
..........................................
จุลธรรมนำใจ 9
ธรรมะบนเขา 27/6/2550
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี










"มัจจุราช นายเราต้องเอาแน่
เว้นไว้แต่ เร็วหรือช้า อย่าสงสัย
วันและคืน เปลี่ยนดับ ล่วงลับไป
นี่แหละใกล้ ป่าช้า มาทุกวัน"

โอวาทธรรม
หลวงปู่ทองผุด ญาณวโร
วัดภูเขาดิน ผาพอด








ลูกเสียคน
เพราะพ่อแม่ให้ท้าย !

ใครทำให้ลูกโตขึ้นมาฉลาดแต่เลว !
เกเร หลงตัวเอง เจ้าเล่ห์เพทุบาย
เเสดงละครเก่ง เอาตัวรอดแบบผิดๆ

อย่าโทษคนอื่นเลย ต้องพิจารณาตนเอง
มันก็เข้าตำราแม่ปูสอนลูกปูนั่นเอง !

โอวาทธรรม : พระอาจารย์คม อภิวโร










"เราก็เกิดมาในโลกนี้ เพื่อมาสร้างบารมี
ไม่ใช่เกิดมาเล่น เกิดมาแสวงหาความสุข
สนุกชั่วคราว ไม่มีประโยชน์อะไร

ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง ความตายเป็นของแน่นอน
โลกนี้เป็นแต่ทางผ่าน เท่านั้นเองล่ะ มาเกิดแล้ว
หมดอายุ หมดบุญแล้วก็ผ่านไป ก็หาที่เกิดใหม่

บุญบาปนำไป หมดบุญ หมดกรรมที่นำไปเกิด
ในที่นั้นๆ ก็วกกลับมาเกิด บนโลกนี้อีก มาเฝ้าโลกนี้อีก
อยู่มาเฝ้าแล้ว ไม่เห็นมีใครได้อะไร ได้แต่บุญกับบาปที่ทำ

เราก็เกิดในโลกนี้ ไม่ใช่ว่ามาเกิดเล่นนะ
ให้คิดให้พิจารณากันให้ดี เกิดมาเพื่อมาสร้างบารมี
อาศัยบุญบารมี นำดวงจิตนี้ให้พ้นจากทุกข์
ไปตามลำดับนะ"

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ










“คงเป็นไปไม่ได้ ที่ทุกคนจะรักกัน
แต่ทุกคนก็งดเว้น จากการเบียดเบียนกันได้
ถึงจะไม่รักกัน เราก็เคารพซึ่งกันและกันได้
แล้วอย่างน้อย ก็ไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน
ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน”

พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ










"เมตตาธรรม เป็นคุณธรรม
ที่สามารถตัดห่วงโซ่แห่งเวรกรรมได้
เมื่อมีผู้ใด กระทำสิ่งที่น่าเจ็บใจ
หรือสิ่งที่ไม่ชื่นชอบแก่เรา หากเรามีเมตตาพอ
เราก็ให้อภัยเขาได้ ไม่ผูกโกรธต่อเขา
เราก็จะไม่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเขา
เมื่อเราไม่มีความคิดแก้แค้น เวรทุกอย่างก็สิ้นสุดลง"

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ











#ให้ทาน_เพื่อละ

โยม หลวงปู่เจ้าขา ทำไมศาสนาพุทธถึงมีแต่ให้ทาน เดี๋ยวก็ถวาย เดี๋ยวก็ถวาย นี่อย่างวันนี้ก็ถวายเทียน ถวายผ้าอาบน้ำ ถวายผ้าป่า กฐิน มีแต่ถวายเต็มไปหมดแสดงว่าจะได้บุญมาต้องเสียเงินเสียทองสิเจ้าค่ะ

หลวงปู่ ; อือ บุญเป็นชื่อของความสุข ทำแล้วทุกข์อย่าทำ

โยม ; โยมก็ไม่ได้ทุกข์ แค่สงสัยว่าทำไม ศาสนามีแต่การให้ทาน

หลวงปู่ ; การทำบุญในพระศาสนาหน่ะมีหลายแบบ มีหลายระดับ ระดับทาน ระดับศีล ระดับภาวนา คนใจยังไม่สูงก็มัววุ่นอยู่กับทานอย่างเดียว คนใจสูงมาอีกหน่อยก็ทำบุญเรื่องศีล เมื่อใจถึงระดับแล้วเขาจะทำบุญด้วยการภาวนา เพราะทานกำจัดกิเลสอย่างหยาบ ศีลกำจัดกิเลสอย่างกลาง ภาวนากำจัดกิเลสอย่างละเอียด

บางคนทำบุญแล้วไม่รู้เรื่องบุญ ก็มัวแต่หาว่ามีแต่ทานแต่ทาน คนบ้าทานก็ทำทานเอาหน้า ทำทานเอาตรา ทำทานเพื่อโฆษณา แท้จริงแล้วจุดประสงค์เพื่อละตัวเรา เพื่อละของของเรา อาศัยสิ่งของเพื่อละความเห็นแก่ตัว ละความถือตัวถือตน บางคนทำบุญทำทานไม่เป็น ให้แล้วยังถือว่าเป็นเราเป็นของเรา บางคนทำทานแล้วประสงค์นั่น อธิษฐานนี่ วุ่นวายไปหมด

อันนี้ให้ทานเอาตัณหา ให้ทานเอาโลก ให้ทานเอากิเลส ทานที่แท้จริงต้องทานเพื่อละเพื่อทิ้ง เอาของมาทานให้หลวงปู่แล้วมาให้หลวงปู่เสกนั้นเป่านี่ อธิษฐานเอานั้นเอานี่ เหมือนหลวงปู่จะบันดาลให้ได้ คนที่เอาเอาข้าวให้หมากินเขายังได้อานิสงค์มากว่าคนพวกนี้ เพราะเขาให้ทานเพื่อละ ให้ทานเพื่ออนุเคราะห์สัตว์ตกยาก

เขาให้ทานโดยไม่มีความเป็นตัวเป็นตน ไม่อธิษฐานเอานั้นเอานี่จากหมา ไม่ต้องบอกหมาว่า ต้องฉันของโยม ของหนู ของฉัน นั้นคนพวกนั้นเขาทานเพื่อละเพื่อวาง คนที่วางตัววางตน ก็ไม่มีตัวไม่มีตน คนไม่มีตัวไม่มีตนมันจะทุกข์มาจากไหน เพราะมีตัว อะไรก็ของตัว ได้ตัวก็ได้ เสียตัวก็เสีย กระทบอะไรตัวก็กระทบ มันจึงทุกข์จึงยาก แต่ละตัวละตนเสียแล้วจะทุกข์กับอะไร ถ้าคุณเข้าใจอย่างนี้หลวงปู่เรียกคนเหล่านั้นว่าเขาทำทานเพื่อพึ่งพา ให้ทานเพื่อละ เพื่อวาง เขาจะไม่ทุกข์กับการให้ทาน เขาเป็นนักทานที่แท้จริง เข้าใจนะ!

#โอวาทธรรมคำสอน..
#องค์หลวงปู่หา #สุภโร












#สู้นำกันเด้อ...#ตายกะตายนำกันเฮา

คราวหนึ่ง...ตอนที่พระอุปฐาก นวดจับเส้นถวายองค์หลวงปู่ลี กุสลธโร ท่านได้เมตตา...เล่าว่า

"ตอนสู้กับ พระมหาอุปราช ยุทธหัตถี ช้างพม่าโตใหญ่กว่า สูงกว่า เวลาชนกัน เขาสักเอาๆ เฮาโตน้อยกว่า เสียเปรียบ แต่อาศัยใจสู้ จังหวะสุดท้าย จะประสานงากัน...พระนเรศ มากระซิบข้างหู เพิ่นว่า

"สู้นำกันเด้อ ตายกะตาย นำกันเฮา"
(สู้ไปด้วยกัน ตายก็ตาย ด้วยกันเรา)

จากนั้น ต่างฝ่าย ต่างแล่น เข้าหากันประสานงากัน เขาโตสูงใหญ่ สักเอาๆ ช่วงจะสักเฮาอีก เฮาโยกหลบ หน่อยหนึ่ง

จังหวะดี ขายันโพนไว้แล้ว กะเอาหัวกระแทก เข้าปลายคางช้างพม่า ทำให้ช้างพม่าเสียหลัก พระนเรศ กะเลยได้จังหวะ ฟันคอพระมหาอุปราช ขาด"

#องค์หลวงปู่ลี #กุสลธโร
วัดป่าภูผาแดง ต.หนองอ้อ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 11 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร