วันเวลาปัจจุบัน 25 พ.ค. 2024, 18:17  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ย. 2023, 08:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5091


 ข้อมูลส่วนตัว


“ ..เราได้กำไร..”

…ถ้ามีบุญมากก็จะกลับมาเกิด
ได้ร่างกายดีกว่าเก่า มีสติปัญญา
ศรัทธา วิริยะมากกว่าเดิม
“ ปฏิบัติธรรมได้สูงกว่าเก่า ”

.บุญทั้งหลายที่เราทำไว้นี้ไม่เสื่อม
จะเป็นเงินที่จะซื้อภพชาติที่ดี
เพื่อปฏิบัติธรรมให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ

.ไม่ต้องเสียดายเงินทอง
ไม่ต้องเสียดายเวลา
ไม่ต้องเสียดายความสุขเล็กๆน้อยๆ
จากรูปเสียงกลิ่นรส

.เวลาที่มาทำบุญให้ทานรักษาศีล
ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธินี้
“ ..เราได้กำไร..”
…………………………………………
.
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี
จุลธรรมนำใจ ๒๑ กัณฑ์ที่ ๔๑๒
วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓





“เครื่องวัดความเจริญของจิตใจ
ขอให้เราดูว่า เรามีความเมตตากรุณา
มากขึ้นหรือน้อยลง มีความเห็นแก่ตัว
มากขึ้นหรือน้อยลง อันนี้แหละ
เป็นเครื่องวัดจิตใจของพวกเรา”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต







...... “ สร้างความดี ให้ติดต่อกัน สร้างความดี ถูกตัวบุคคล ถูกสถานที่ ถูกเวลา ต่อเนื่องกันเสมอต้นเสมอปลายแล้ว คนนั้นจะได้รับผลดี ๑๐๐% และจะเอาดี ในชาตินี้ได้ ไม่ต้องรอดีถึงชาติหน้า ” ………
…. - จากหนังสือกฎแห่งกรรมเล่ม ๓ ภาคธรรมปฏิบัติ เรื่อง กรรมฐานแก้กรรมได้อย่างไร-โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์ -......






. -ใจ เปรียบเหมือนเด็ก
สติเปรียบเหมือนผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่นั้น มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลควบคุมเด็กให้ดี เด็กจึงจะได้กินอิ่มนอนหลับ แล้วก็จะไม่ร้องไม่อ้อน - ต้องให้เด็กมีอาหารดีๆ คือ พุทธะ ธัมมะ สังฆะ เป็นอารมณ์-

มีตุ๊กตาตัวโตๆให้เล่น ตุ๊กตามีอยู่ 4 ตัว คือ ธาตุดิน ก็เป็นตุ๊กตาตัวหนึ่ง, ธาตุน้ำ ก็เป็นตุ๊กตาตัวหนึ่ง, ธาตุไฟ ก็เป็นตุ๊กตาตัวหนึ่ง, ธาตุลม ก็เป็นตุ๊กตาตัวหนึ่ง

- เมื่อเด็กมีอาหารดี มีตุ๊กตาเล่น - เด็กก็จะไม่ซน ไม่วิ่งออกไปเล่นนอกบ้าน - การออกไปเล่นนอกบ้านนั้นมีอันตรายหลายอย่าง แต่ถ้าอยู่ภายในบ้านของเราแล้ว ถึงจะมีอันตรายเกิดขึ้นบ้างก็ไม่มากนัก

คำสอนหลวงพ่อลี ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ







..ธรรมะสวัสดีเช้านี้..
..คนฝืดเคืองเกินไปก็ทุกข์เหมือนกัน มีเงินมีทองสะดวกสบายอยู่ หากินอาหารก็หากินอาหารที่ราคาถูกไม่ดี เครื่องนุ่งห่มก็ราคาถูก บ้านที่อยู่ก็หลังเล็กๆน้อยๆ รถเรือที่ใช้ก็ราคาถูกๆใช้มายี่สิบสามสิบปี สี่สิบปีก็ไม่เปลี่ยนใหม่ไม่แก้ไข ก็เรียกว่าตระหนี่เกินไป ก็ไม่ถูกหลักธรรมมะเหมือนกัน ก็ทำให้ตนเองนี้มีความทุกข์ความเดือดร้อนเกิดขึ้น
..เหตุฉะนั้นจึงลงมาตกอยู่ที่ความพอดีมันจึงจะพอเหมาะพอสม งานทำอะไรทุกอย่าง จะแบกของก็ดี จะหามของก็ดี จะถือของก็ดี ต้องให้พอดีกับกำลังที่จะถือได้แบกได้หามได้ อันนี้คนที่มีกำลังก็จะพอเป็นไปได้สะดวกสบาย ฉันใดก็ดีในชีวิตของพวกเรานั้น ให้ตกอยู่ในความพอดี ทำให้ตนเองมีความสุข มีความสบายพอเหมาะพอสมกับความสามารถของตนเองแล้ว เราจะได้สบาย การทำบุญทำทานก็เหมือนกันให้ทำตามที่กำลังความสามารถของเราจะมีได้ ทำพอดีก็จะสบาย พูดจาปราศรัยก็พอเหมาะพอสมพอดี รู้กาละเวลา รู้ว่าควรพูดหรือไม่ควรพูดก็รู้จัก ก็เลยพูดออกมาพอดีพองาม..

..#โอวาทธรรมหลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป..
วัดอรัญญวิเวก ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่







“#ทุกข์กับปากคนก็ทุกข์จนตายนั่นแหละ ไม่มีใครที่ไม่เคยถูกคนนินทา....อย่าแก้ที่กาย...อย่าแก้ที่คนอื่น ให้แก้ที่เรา...แก้ที่ความรู้สึกเรา...

#เสียงธรรมจากภูก้มข้าว
คติธรรมหลวงปู่หา สุภโร
วัดสักกะวัน ภูกุ้มข้าว อ.สหัสขันธุ์ จ.กาฬสินธุ์









ผู้จะผ่านพ้นโอฆสงสาร หรือห้วงน้ำใหญ่
ไปถึงพระนิพพานได้ จะต้องอาศัย
หลักของความเชื่อ ต้องเชื่อมั่นในหลัก
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เชื่อมั่นในปฏิปทาทางดำเนินของครูบาอาจารย์ จะต้องมีความเชื่อมั่นแน่นอนว่า มรรคผลนิพพานเป็นของมีอยู่จริง

เมื่อเราเชื่อว่ามรรคผลนิพพานมีอยู่จริง
เราก็ปฏิบัติมุ่งต่อมรรคผลนิพพานได้
เมื่อเราเชื่อว่า มนุษย์สมบัติมี สวรรคสมบัติมี
เราก็ทำทานรักษาศีล ไหว้พระเจริญเมตตาภาวนาให้ยิ่งๆ ขึ้นไป เราเชื่อว่าจิตของเราเป็นธรรมชาติที่ไม่ตาย รูปร่างกายเราต่างหากที่แตกดับ

เราเชื่อโอวาทคำสอนของครูบาอาจารย์
เราก็ขวนขวายสร้างคุณงามความดี สร้างบุญกุศล
เป็นอริยทรัพย์อริยบารมี ฝังไว้สำหรับติดตัวเราไปทุกชาติ ทุกภพ จนกว่าจะถึงพระนิพพาน

หลวงปู่ชอบ ฐานสโม






"...บุญทำเถอะไม่ล้าสมัย ไม่มีระบบอะไรเกิดขึ้นในโลก
มาลบล้างความดี บุญบาปนั้นได้ จะเอาอะไรมาลบล้าง
ความดีความชั่วไม่ได้ เป็นของสัจธรรมของจริง
ทำตามคำที่พระพุทธเจ้าสอน เราทั้งหลายเป็น
ศาสนทายาทของพระพุทธเจ้า ทำตามพระพุทธเจ้า
เชื่อว่าบาปมีจริงบุญมีจริง เราเดินทางตามคำสอน
สักวันหนึ่งเราก็จะถึงที่หมายปลายทาง..."

#ที่มา หนังสือ ญาณรโตนุสรณ์ หน้า ๗๒
หลวงปู่อุดม ญาณรโต วัดป่าสถิตย์ธรรมาราม จ.บึงกาฬ







โยม : หลวงปู่ครับพระพุทธเจ้ามีจริงหรือเปล่าครับ
หลวงปู่ : มีจริงสิ ทำไมจะไม่มี
โยม : เราจะพิสูจน์ยังไงครับว่าพระพุทธเจ้ามีจริงและคำสอนที่อยู่ในพระไตรปิฏกเป็นของจริง อาจเป็นพระสงฆ์องค์ใดองค์หนึ่งเขียนขึ้นมาเองก็ได้
หลวงปู่ : ไดโนเสาร์มีจริงไหมคุณ
โยม : มีสิครับผม
หลวงปู่ : อ้าวคุณรู้ได้ไงว่าไดโนเสาร์มี อาจเป็นใครคนใดคนหนึ่ง เอาอะไรมาหล่อเป็นโครงกระดูกแล้วแต่งเรื่องหลอกพวกคุณก็ได้
โยม : ก็มีฟอสซิล มีโครงกระดูก มีนักวิชาการรับรองว่าไดโนเสาร์มีจริงเป็นสัตว์ที่เคยมีชีวิตอยู่ในโลกนี่ครับ มีการพิสูจน์ มีเอกสารรับรอง
หลวงปู่ : ถ้าคุณว่าอย่างนั้นพระพุทธเจ้าก็ทรงมีจริง พระธาตุหรือกระดูกของพระองค์ยังอยู่ พระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงก็ยังอยู่ พระอรหันต์พระอริยะเจ้าที่ประพฤติปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ก็ยังพ้นทุกข์อยู่ ท่านเหล่านั้นก็ยืนยันว่าพระธรรมของพระองค์ปฏิบัติได้จริงและพิสูจน์แล้วเห็นผลจริง พวกเราผู้เกิดไม่ทันก็อาศัยพระธรรมคำสั่งสอนนั้น ปฏิบัติตามและก็เห็นผลตามนั้น
ถ้ามีครูบาอาจารย์องค์ใดองค์หนึ่งแต่งพระไตรปิฏกมาหลวงปู่ก็ถือว่าท่านเป็นพระพุทธเจ้าเพราะภูมิธรรมในชั้นพระไตรปิฏกเป็นธรรมชั้นพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่ทรงแสดงได้ พ่อแม่ครูบาอาจารย์ผู้เป็นพระอรหันต์พระอริยะเจ้าทั้งหลาย ผู้ประพฤติปฏิบัติตาม ล้วนแต่เคารพในพระพุทธเจ้าและพระธรรมคำสั่งสอนนั้น พระพุทธเจ้ามีจริง พระธรรมปฏิบัติได้จริงเห็นผลจริง พระพุทธเจ้าไม่ได้หลอกเรา พ่อแม่ครูบาอาจารย์ก็ไม่หลอกเรา เพราะพระไตรปิฏกนั้นก็เป็นเครื่องรับรองความมีอยู่ของพระพุทธเจ้านั้นไงเล่า
โยม : อย่างนั้นผมจะเคารพต่อครูบาอาจารย์และปฏิบัติตามพระไตรปิฏกจะสามารถพ้นทุกข์และเข้าสู่พระนิพพานเป็นพระอริยะเจ้าได้ใช่ไหมครับหลวงปู่
หลวงปู่ : ไม่ได้ บางคนหลงหนังสือหลงพระไตรปิฏกจนลืมพระธรรม บางคนหลงครูบาอาจารย์เที่ยวกราบ เที่ยวเฝ้า เที่ยวแห่แหนครูบาอาจารย์ จนลืมการปฏิบัติ อะไรที่สอนเราได้ที่เราพิจารณาเพื่อลดความอยากละกิเลสตัณหาได้ อันนั้นก็พระธรรม เราอาศัยพระไตรปิฏกและครูบาอาจารย์เป็นแนวทางเป็นหลักยึดเพื่อเข้าสู่พระนิพพาน แต่การหลงยึดหลงติดในพระไตรปิฏก หลงติดในครูบาอาจารย์ก็เป็นเครื่องขวางกั้นพระนิพพานได้เหมือนกัน หลงมันก็คือหลง จะให้เดินตามทางที่ถูกต้องไม่หลง เข้าใจนะ
.
--- โอวาทธรรม หลวงปู่หา สุภโร
วัดสักกวัน(ภูกุ้มข้าว) อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์






"เมื่อเราสังเกตเราก็จะเห็น
กายที่สงบกับใจที่สงบอยู่ด้วยกัน
มันไม่มีชื่อเลย อยู่ภายใน
ไม่อยากจะยุ่งเลยข้างนอก

ฟังเสียงดูสิ..
เขาเร่งรีบไปไหนกัน

#เมื่อไหร่เราจะหยุดแล้ววางลง

ใจที่พอ
คือใจที่พ้นจากอำนาจของตัณหา
ใจที่พ้นจากความหลงไปแล้ว
ใจดวงนั้นก็จะพอ
ตัณหาก็บีบคั้นไม่ได้
มันพอตัว

เพราะมันไม่มีใครได้อะไรเลย
ไม่มีใครเป็นอะไรเลย
ไม่มีใครเสียอะไรเลย
มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น
มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่
มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป
ไม่มีอะไรจริงเลย

ความจริงของโลก
ทุกอย่างล้วนแต่
เกิดขึ้นแล้วก็ดับลง
ตามเหตุปัจจัยของตน
เราจะเห็นก็ตามหรือไม่เห็นก็ตาม
เราจะรู้ก็ตามหรือไม่รู้ก็ตาม
สิ่งที่เราเคยเข้าใจว่ามี
แท้จริงแล้วมันไม่มีเลย

ข้างนอกกับข้างใน
ก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
เรากับเขาก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ความว่างเท่ากับระนาบ
เสมอภาคกันไปหมดเลย
...........................
พระอาจารย์ตะวัน ปัญญาวัฒฑโก
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๖






"ชีวิตของมนุษย์ ในโลกนี้ตั้งอยู่บนรากฐานของความทุกข์ โดยมีความสุขเป็นเครื่องปลอบประโลมใจให้หลงเพลิดเพลินชั่วขณะ หรือ ชีวิต ดำเนินไปสู่ความทุกข์ข้างหน้า
#ส่วนความสุข ... เปรียบเหมือนเพื่อนเดินทาง ที่คอยปลอบให้มีกำลังเดินไปเท่านั้น"

หลวงปู่พัฒน์ บุญฺญกาโม


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 17 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร