วันเวลาปัจจุบัน 04 ม.ค. 2026, 17:00  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: วันนี้, 08:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5452


 ข้อมูลส่วนตัว


“ซ่างมันเถาะ ปีหยังกะตาม มีมืดมีแจ้ง
มันเป็นของสมมุติ ให้พิจารณาโตเจ้าของ”

หลวงปู่บุญมี ปริปุณโณ







“ขอให้มีแต่ความสุขความเจริญทั้งทางโลก และทางธรรม
ขอใ้ห้ทุกคนทำปีใหม่นี้ดีด้วยการฝึกกายเราดี วาจาเราดี ใจเราดี”

พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ







..เรามีความปรารถนาอยากให้บ้านเมืองของเรานี้ อยากให้คนในประเทศนี้เป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนเป็นฝูงกัน อยู่กันด้วยความร่มเย็นเป็นสุข เมื่อมีรัฐบาลไหนเกิดขึ้นมา ก็อยากให้รัฐบาลนั้นพัฒนาประเทศอยากให้พัฒนาตนเองอยู่ในศีลธรรม ถ้าทำอย่างนั้นมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีความสุขมากยิ่งขึ้น กับผู้ที่รักษาบ้านเมืองก็ดี พัฒนาบ้านเมืองให้ไปในทำนองคลองธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา ให้ทำต่อซึ่งกันและกันด้วยความเมตตาแล้ว บ้านเมืองเรายิ่งจะมีความสุขความสบายมากยิ่งขึ้นกว่านี้อีกไปเรื่อยๆ เหตุฉะนั้นก็ขออธิษฐานเอาไว้ว่า ประเทศไทยของพวกเรานี้ ให้ชักจูงคนเข้าวัดเข้าวาทำบุญทำทานการกุศล ก็รู้สึกว่าพัฒนาวัดวาอารามต่างๆ เจริญรุ่งเรืองขึ้นมามากมาย ก็แปลว่าจิตใจของคนนั้นเจริญในทางธรรมะ ในทางคุณงามความดี ได้สร้างสมอบรมบุญบารมีเอาไว้อย่างนั้น ฉะนั้นพวกเราได้ทำคุณงามความดีอย่างในวันนี้ หรือในวันพระก็ดีหรือทำมาในวันอื่นๆก็ดี ก็ให้รวบรวมเอาไว้ในใจ ว่าได้ทำความดีเอาไว้วัดนั้นวัดนี้ก็ดี ได้สร้างสิ่งนั้นสิ่งนี้ก็ดี ได้ทำบุญทำทานอะไรต่างๆ ก็รวบรวมเอาไว้ในใจของเรา ให้ใจของเรานี้มีความสุขมากๆ เมื่อเรามีความสุขมากๆอย่างนี้แล้ว ก็มีความอบอุ่นใจ..

..#โอวาทธรรมหลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป..







"..ตัวของเรานี้แล อันได้กำเนิดเกิดมาเป็นมนุษย์
ซึ่งเป็นชาติสูงสุด เป็นผู้เลิศตั้งอยู่ในฐานะอัน
เลิศด้วยดี คือมีกายสมบัติ วจีสมบัติ แลมโน
สมบัติบริบูรณ์ จะสร้างสมเอาสมบัติภายนอก
คือ ทรัพย์สินเงินทองอย่างไรก็ได้ จะสร้างสม
เอาสมบัติภายในคือมรรคผลนิพพานธรรมวิเศษ
ก็ได้ พระพุทธองค์ทรงบัญญัติพระธรรมวินัย
ก็ทรงบัญญัติแก่มนุษย์เรานี้เอง มิได้ทรงบัญญัติ
แก่ ช้าง ม้า โค กระบือที่ไหนเลย

มนุษย์นี้เองจะเป็นผู้ปฏิบัติถึงซึ่งความบริสุทธิ์ได้
ฉะนั้นจึงไม่ควรน้อยเนื้อต่ำใจว่า ตนมีบุญวาสนา
น้อย เพราะมนุษย์ทำได้ เมื่อไม่มี ทำให้มีได้ เมื่อมีแล้วทำให้ยิ่งได้สมด้วยเทศนานัยอันมาในเวสสันดรชาดกว่า ทานํ เทติ สีลํ รกฺขติ ภาวนํ ภาเวตฺวา เอกจฺโจ สคฺคํ คจฺฉติ เอกจฺโจ โมกฺขํ คจฺฉติ นิสฺสํสยํ
เมื่อได้ทำกองการกุศล คือ ให้ทานรักษาศีลเจริญภาวนา ตามคำสอนของพระบรมศาสดาจารย์เจ้า
แล้ว บางพวกทำน้อยก็ต้องไปสู่สวรรค์
บางพวกทำมากและขยันจริงพร้อมทั้งวาสนาบารมี
แต่หนหลังประกอบกัน ก็สามารถเข้าสู่พระนิพพานโดยไม่ต้องสงสัยเลย พวกสัตว์ดิรัจฉานท่านมิได้กล่าวว่าเลิศ เพราะจะมาทำเหมือนพวกมนุษย์ไม่ได้
จึงสมกับคำว่ามนุษย์นี้ตั้งอยู่ในฐานะอันเลิศด้วยดี
สามารถนำตนเข้าสู่มรรคผล เข้าสู่พระนิพพานอันบริสุทธิ์ได้แล.."

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)







ขอพรจากใครก็ไม่สู้ขอพรจากตน
ขอให้ตนเองเว้นความประพฤติต่าง ๆ
ที่ชั่วร้าย ขอให้ตนเองสร้างคุณความดี
ขอให้ตนเองระงับใจจากความโลภโกรธหลง
พรเหล่านี้ ตนเองเท่านั้นที่จะให้ได้ ใครอื่น
จะขอหรือแนะนำตักเตือนสักเท่าไร
ถ้าตนเองไม่ทำแล้ว ก็ไม่สำเร็จประโยชน์
ให้ขอจากตนเอง
...
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงวชิรญาณสังวร






“ศีล ควบคุมกายวาจาให้สงบ แต่ควบคุมจิตให้สงบไม่ได้ สมาธิ ควบคุมจิตให้สงบจากกิเลสได้ แต่ไม่สามารถฆ่ากิเลสได้ ปัญญา สามารถฆ่ากิเลสได้ เมื่อมีสมาธิแน่นหนามั่นคงดีแล้ว ปัญญาจะแหลมคม สามารถพิจารณา ละความโลภ ความโกรธ ความหลง จนถึงขั้นฆ่ามันให้ตายไปจากจิตใจได้”

โอวาทธรรมคำสอน
พระอาจารย์อัครเดช(ตั๋น) ถิรจิตฺโต
วัดบุญญาวาส อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี






#กรรมบางกรณี_มันให้ผลช้า..!!

"... แต่ให้ผลแน่นอน ไม่ผิดฝาผิดตัว
ผลของกรรม
ถูกบันทึก.. ตั้งแต่เราเริ่มกระทำความชั่ว
สร้างเหตุอย่างไร ย่อมได้รับกรรมเช่นนั้น
เที่ยงตรง แน่นอน ให้ผลช้ายังไง ก็ให้ผลแน่นอน ..."
----------------------------------------------
#พระครูวินัยธร (มั่น ภูริทตฺโต)
วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง
จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓ - ๒๔๙๒)








วางให้ได้
หลวงปู่ท่านสอนไว้ว่า “ การปล่อยวางให้ได้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าเรื่องจะร้ายแรงและเศร้าโศกเพียงใด จำไว้ว่ามันจะโดนเวลาพัดพาจากเราไม่ช้าก็เร็ว เราจะผ่านพ้นไปได้และยอมรับความเป็นจริงของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เราไม่ชอบเพียงใด ไม่ว่าจะผิดหวังสูญเสีย เจ็บป่วย ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา ทุกคนต้องได้ผ่านบททดสอบนี้ทั้งสิ้น”
ลองปล่อยวางบ้าง อย่าคาดหวังแต่ความสมบูรณ์แบบ แล้วเราจะมีความทุกข์น้อยลง
“คลาย” … เพราะ … คิดจบ
“สงบ” … เพราะ … คิดว่าง
“สว่าง” … เพราะ … คิดเป็น
“ฉ่ำเย็น” …เพราะ … คิดดี

#หลวงปู่ทองดี อนีโฆ
#วัดใหม่ปลายห้วย
#จังหวัดพิจิตร

หนังสือที่ระลึกงานปฏิบัติธรรม
วันที่ ๙ - ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๖
ณ วัดใหม่ปลายห้วย ต.เนินปอ อ.สามง่าม
จ.พิจิตร
ที่มา:ศิษย์หลวงปู่ทองดี อนีโฆ






“เรื่องที่พูดกัน ก็พูดแต่เรื่องการปรุงแต่ง
ของกริยามารยาท ของความรู้สึกที่เป็น
เพลิดเพลินเท่านั้น อย่าไปมองว่าคนนั้นดี
คนนั้นเลว คนนั้นเกลียดเรา คนนั้นรักเรา
ถ้าเรามองในแง่อย่างนี้ เราจะหลงไปใน
ทิศทางมืด ถ้าเราวางความรู้สึกของเรา
ในสภาพว่าเป็นสภาวะธาตุ สภาวะขันธ์
มันเป็นกฎธรรมชาติแล้ว จะทำให้เรา
มีอารมณ์เป็นปกติ”

ธรรมะคำสอน
หลวงปู่เลี่ยม ฐิตธัมโม
วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี







"..หลงกองกระดูก.." "..จิตใจคนเรามันประมาท กระดูกมันสวยงามที่ไหน ดูกองกระดูกมันงามที่ไหน ดูกระบอกตากระบอกตานี้ก็ให้เพ่งให้เห็นเป็นกระดูก อย่าไปเพ่งเห็นเป็นลูกตา ลูกตานี้ไม่ให้เห็นเนื้อหนังมังสาไม่ให้มีเวลานี้เปรียบอุปมาเหมือนอย่างว่าร่างกายของเราทุกคนนี้มันตายไปนานแล้ว ยังเหลือแต่กองกระดูกให้เพ่งใจจิตเตือนจิตนี้ว่าอย่าคิดไปที่อื่น

มันตายแล้วยังเหลือแต่กระดูกอ่อนกระดูกแข็ง เพ่งดูกระบอกตาตัวเองให้ดูให้รู้ตานี้มันโหว่เข้าไป ไม่ให้จิตคิดไปอื่น เพ่งในกระบอกตานั่น มันโหว่เข้าไป เหมือนกับไข่ที่เอาไปทำอาหารทิ้งไว้อย่างนั้นแหละ โหว่เข้าไปลึกเข้าไปเป็นกระดูกไม่ใช่เนื้อหนัง เพ่งดูจนเห็นว่ามันเป็นกระดูกจริง ๆ โหว่เข้าไปจริง ๆ

ถ้าดูจนเห็นมันโหว่เข้าไปลึกเข้าไปมันก็เหมือนผีหลอกในกระบอกตานั่นมันเป็นผีหลอก คือไม่ต้องให้เห็นลูกกระตาคนยังไม่ตาย เพ่งให้เห็นว่ากระบอกตานี่มันผีหลอก ที่ว่าผีหลอกโหว่เข้าไปนี่แหละ ดูเดี๋ยวนี้เวลาเพ่งเดี๋ยวนี้เวลานี้ ให้มันเห็นกระบอกตาของตัวเองเมื่อไม่เห็นกระบอกตาตัวเอง อย่าได้ไปดูตาคนอื่น ตาเราก็ไม่ดู ดูกระบอกตา ดูให้มันเห็น เพ่งให้มันเห็น ระมัดระวังไม่ให้จิตมันแวบไปแวบมา

ใจโลเลในกิเลสละให้หมด เพ่งดูกระบอกตาตัวเอง ให้มันเห็นแจ้งตามความเป็นจริง ถ้าไม่เห็นแจ้งตามความเป็นจริง ก็ยังมาสำคัญว่าเราสวยเรางาม งามที่ไหนดูกะโหลกศีรษะตัวเอง ผีหลอกทั้งเพ มาหลงมันทำไม หลงกะโหลกศีรษะ หลงกระบอกตา จึงได้มาลุ่มหลงมัวเมาเกิดมาภพชาติใด ก็มายึดเอาถือเอากองกระดูกอันนี้ไม่มีที่จบสิ้น.."

โอวาทธรรมคำสอน
พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร)
วัดถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ (พ.ศ.๒๔๕๒–๒๕๓๕)







"มรรคจิต" คือเห็นแต่จิตเจ้าของ
ตรงนี้เป็นจิตที่หลวงปู่ดุลย์บอกว่า
ถึงโลกุตตรจิตเพราะมันสู่"ความว่าง"

สมาธิมี 1.สมาธิสังขาร จะปรุงแต่ง จะไม่ว่าง
2."วิปัสสนาสมาธิ" จะปรุงแต่งไม่ได้ เป็นไตรลักษณ์
ว่างกาย ว่างธาตุสี่ ว่างขันธ์ห้า

#หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโลวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร
จังหวัดสุรินทร์






การสร้างคุณงามความดี พอมาพูดถึงเรื่องการทำบุญ พวกเราก็มาเพ่งควักเงินออกมาจากกระเป๋ามาทำบุญ การทำบุญทำได้หลาย ๆ ทาง การทำบุญเราไม่ควรประมาท ถ้าหากว่าไม่มีการทำทานก็แปลว่าขาดไปเหมือนกัน แต่เราจะเน้นแต่เรื่องการทำทานอย่างเดียวก็ไม่น่าจะถูก ควรจะมีศีลด้วยนะ ศีล สมาธิ ปัญญา ทาน ศีล ภาวนา นี่แหละหลักธรรมคำสอนของพุทธะ ให้มีทาน ให้มีศีล ให้มีภาวนา
ทานก็จำเป็น ถ้าเกิดมาถ้าคนมีอานิสงส์ทาน เกิดมาภพใดชาติใดก็เป็นผู้ไม่อดไม่อยาก เหมือนพระสีวลี อานิสงส์ทานของท่าน ท่านทำบุญทำทานไว้ในอดีตชาติ เกิดมาภพใดชาติใดท่านก็ไม่อดไม่อยาก เป็นผู้ร่ำรวยตลอด เพราะเหตุไร เพราะอานิสงส์ทานนะ

อานิสงส์ศีล เกิดมาภพใดชาติใดก็ไม่มีเรื่อง มารังแกเบียดเบียน อันนี้อานิสงส์ศีลคุ้มครอง อานิสงส์ภาวนา ทำจิตใจให้นิ่งจิตใจให้สงบ เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยสติสัมปชัญญะ ไม่เป็นบ้าเป็นบอเพราะอานิสงส์สมาธิ

นี่แหละ ทาน ศีล ภาวนา ให้ผลอย่างที่หลวงพ่อได้พูดได้กล่าว เพราะฉะนั้นพวกเราทุก ๆ ท่าน ให้พยายาม การภาวนาถึงจะได้ผลไม่ได้ผลยังไง ก็ควรจะนั่งภาวนา ควรจะฝึก ฝึกภาวนา ๕ นาทีก็ได้ ๑๐ นาทีก็ได้ ๒ - ๓ นาทีก็ได้ แต่ละวันนะ พอไหว้พระจบแล้วก็นั่งสมาธิ กำหนดลมหายใจเข้า พุทโธ พุทโธ พุทโธ ดูลมหายใจเข้าออก เราทำไปเรื่อย ๆ บางวันก็นั่งได้นาน บางทีก็ ๕ นาที ๑๐ นาที ๒๐ ๓๐ นาที สุดแท้แต่นะ แต่ว่าถึงยังไงก็ควรจะทำ

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “คณะคารวะ อ.สังคม – อ.ศรีเชียงใหม่ – จ.หนองคาย”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๘








" เรื่องที่พูดกัน ก็พูดแต่เรื่องการปรุงแต่งของกริยามารยาท ของความรู้สึกที่เป็นเพลิดเพลินเท่านั้น อย่าไปมองว่าคนนั้นดี คนนั้นเลว คนนั้นเกลียดเรา คนนั้นรักเรา ถ้าเรามองในแง่อย่างนี้ เราจะหลงไปในทิศทางมืด ถ้าเราวางความรู้สึกของเราในสภาพว่าเป็นสภาวะธาตุ สภาวะขันธ์ มันเป็นกฎธรรมชาติแล้ว จะทำให้เรามีอารมณ์เป็นปกติ "

ธรรมะคำสอน
หลวงปู่เลี่ยม ฐิตธัมโม
วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี








กรรมบางกรณี มันให้ผลช้า
แต่ให้ผลแน่นอน ไม่ผิดฝาผิดตัว ผลของกรรม...ถูกบันทึกตั้งแต่เราเริ่มกระทำความชั่ว สร้างเหตุอย่างไร ย่อมได้รับกรรมเช่นนั้น เที่ยงตรง แน่นอน ให้ผลช้ายังไง ก็ให้ผลแน่นอน
กรรมบางกรณี มันให้ผลช้า แต่ให้ผลแน่นอน ไม่ผิดฝาผิดตัว ผลของกรรม...ถูกบันทึกตั้งแต่เราเริ่มกระทำความชั่ว สร้างเหตุอย่างไร ย่อมได้รับกรรมเช่นนั้น เที่ยงตรง แน่นอน ให้ผลช้ายังไง ก็ให้ผลแน่นอนน

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต








…เวลาเหลือน้อยแล้ว
ต้องรีบเจริญสติ
ต้องรีบเจริญสมาธิ
ต้องรีบเจริญปัญญา
ต้องรีบไปปลีกวิเวก
ไปอยู่คนเดียว

.วันหยุดยาวไม่เที่ยว
วันหยุดไปปฏิบัติธรรม
ถึงจะเรียกว่าไปถูกทาง
ถ้าวันหยุดเราไปเที่ยวนี้
เรียกว่าหลงทาง.

........................................
.
คัดลอกการแสดงธรรม
ธรรมะบนเขา 13 / 5 / 2561
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี








“เกิดมาในโลกมนุษย์ แต่ละครั้ง
แต่ละหน ต้องทำประโยชน์ ทำคุณงามความดี ให้คุ้มค่ากับความเป็นมนุษย์

ทำอะไรมันสิเป็นประโยชน์
ทำคุณงามความดี อะไรมันเป็นประโยชน์ บ่นานเราก็จะไป
หมดกาลละสังขาร หมดไปสิ้นไป
ก็บ่มีอะไรติดตัว เหลือไว้แต่ความดี
คือใจของเฮา ใจสะอาด ใจบริสุทธิ์”

หลวงตาแตงอ่อน_กัลยาณธัมโม
วัดกัลยาณธัมโม จ.สกลนคร






"มนุษย์สมบัติ..."

"จะเกิดขึ้นก็ในปัจจุบันชาตินี่แหละ....แม้อยู่ในมนุษย์นี่
#ถ้าใจไม่เป็นมนุษย์ ใจเป็นสัตว์เดรัจฉานก็มี
ใจเป็นนรก
ใจเป็นเปรต
ใจเป็นอสุรกาย
ใจเป็นสัตว์เดรัจฉานก็มี
ใจเป็นมนุษย์ก็มี

อยู่ในภพภูมิมนุษย์ ใจเป็นเทวดาก็มี
อยู่ในภพภูมิมนุษย์ จิตใจเป็นพรหมก็มี
อยู่ในภพภูมิมนุษย์ จิตใจเป็นพระอริยบุคคล
ตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไปก็มี

คนๆเดียวนี่แหละ.....#เปลี่ยนใจได้ทุกสิ่งทุกอย่าง
เราต้องเปลี่ยนขึ้นไปในทางที่ดี
เพราะฉะนั้นทุกคนเลือกเอาเอง...."

#โอวาทธรรมพ่อแม่ครูอาจารย์
พระอาจารย์อัครเดช(ตั๋น) ถิรจิตโต
วัดบุญญาวาส อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี
พระธรรมเทศนาวันพระ
๖ กันยายน ๒๕๖๔






ถ้าปรารถนาพระนิพพานไปได้นะ
ในการก่อสร้างเจดีย์หรือบูรณะ ก่อสร้างหรือว่าดูแลทำความสะอาดทุกสิ่งทุกอย่าง โยมอธิฐานได้เลย ถ้าปรารถนาพระนิพพานไปได้นะ อธิฐานไปเลย

แต่ว่าโยมต้องทำความเห็นให้มันถูกต้องนะ ต้องมีศีล๕ เป็นพื้นฐานขึ้นไปนะ

แต่ก่อนมีพระรูปหนึ่งครั้งสมัยพุทธกาล ได้มาบวชและมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา แต่ยังไม่บรรลุธรรม มีความเห็นชอบ มีความเห็นที่ถูกต้อง ตายไปแล้วก็เกิดเป็นเทวดา ลงมาเกิดเป็นมนุษย์สร้างบารมีไป

จนเกิดเวียนอยู่ภพภูมิมนุษย์เทวดา เพราะมีความเห็นชอบแล้วไง และก็เกิดขึ้นมาในมนุษย์ ก็จะเกิดเป็นชาติสุดท้ายของคนนั้น นั่นแหละ

เพราะการสั่งสมบุญบารมีแบบนี้ เราก็เหมือนกัน สร้างโบสถ์เสนาสนะ สร้างบารมีเนี่ย ปรารถนาได้เลย ต้องเอาจุดสูงสุดก่อนและทำเหตุไป อย่าคิดว่าบุญวาสนาบารมี มีน้อยคงไม่ถึงพระนิพพาน ยังไงชาตินี้ไม่ถึงแน่

ให้อธิฐานโดยฉับพลันไว้ก่อน ปรารถนาพระนิพพานโดยฉับพลัน ไม่ได้ก็เรื่องของมัน ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราทำไปเรื่อยๆ

ธรรมเทศนา๑๙กุมภาพันธ์๒๕๖๒
ณ พระบรมธาตุบุญญาวาสเจดีย์
หลวงพ่ออัครเดช(ตั๋น) ถิรจิตโต วัดบุญญาวาส อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 28 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร