วันเวลาปัจจุบัน 20 ก.พ. 2026, 00:59  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: เมื่อวานนี้, 12:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5496


 ข้อมูลส่วนตัว


“อย่าน้อยใจในวาสนาของตน
การที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้น
ย่อมมีบุญวาสนามาก
ยิ่งได้มาพบพระพุทธศาสนาแล้ว
นับว่าสั่งสมบุญมาไม่น้อย
จึงควรรีบตักตวงเอาบุญกุศล
ในอัตภาพนี้เสีย อย่าได้เสียที
ที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์
ซึ่งสัตว์ทั้งหลายไม่มีโอกาสอย่างนี้”

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต






"ศรัทธาที่เกินหน้าปัญญา กลายเป็นงมงาย
ปัญญาที่เกินหน้าสติ กลายเป็นหลงตัวเอง
สมาธิที่เกินหน้าปัญญา กลายเป็นเกียจคร้าน"

หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี






"ใครจะเป็นอะไรมาเกิดมันไม่สำคัญหรอก
มันสำคัญอยู่ที่ว่าปัจจุบันนี้ เราจะเอาดีได้รึเปล่าเท่านั้น
เพราะฉะนั้น อย่าไปสนใจกับมันเลยเรื่องอดีตชาตินี่
ปัจจุบันนี้สำคัญที่สุด"

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย






“...เวลาที่หมดไปสิ้นไป โดยไม่ได้ทำอะไรที่เป็นคุณประโยชน์แก่ตัวเองบ้าง ในชีวิตที่เกิดมาในโลก และได้พบพระพุทธศาสนานี้....ช่างเป็นชีวิตที่น่าเสียดายยิ่งนัก เวลาแม้เพียงหนึ่งนาที...ที่ผ่านไปนั้น แม้ว่าจะทุ่มเงินจำนวนมหาศาล ก็ไม่สามารถซื้อกลับคืนมาได้ ฉะนั้น สิ่งที่น่าเสียดายในโลกนี้ จะมีอะไรน่าเสียดายเท่ากับปล่อยวันเวลาผ่านเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ แม้ว่าจะเพียงแค่นาทีเดียว ”

หลวงปู่ สิม พุทธาจาโร





พระลูกหลานทุกองค์ ให้มองดูใจของตนเองอยู่เสมอ อย่าไปผยองพองตน อย่าไปลืมเจ้าของ อย่าไปหลงเจ้าของ คิดว่าตัวเองจะไม่ตาย เมื่อเป็นพระขึ้นมาแล้วก็ลืมเจ้าของ หลงเจ้าของ หลวงตามหาบัวท่านบอกว่า ดินเหนียวติดหัว ว่าตัวมีหงอน ลืมเจ้าของ หลงเจ้าของ

ให้พวกเราทุก ๆ ท่าน ขณะที่ยังเป็นพระน้อยพระหนุ่ม ให้เร่งความพากความเพียร พยายามภาวนาให้มาก เคร่งครัดในหลักพระธรรมวินัย เคร่งครัดในธุดงควัตร เคร่งครัดในกิจวัตรข้อวัตรประจำวันของตนเอง ในเมื่อเป็นพระน้อยพระหนุ่ม รีบตักตวง รีบหมั่นขยัน เป็นพระที่อยู่ในหลักพระธรรมวินัย เมื่อเฒ่าแก่ชราอย่างผมนี่แหละ มีแต่กินของเก่าเท่านั้นนะ คล้าย ๆ ว่าได้ปฏิบัติมาแล้ว ได้ผลมาแล้วยังไง

ถ้าหากว่าพวกท่านทั้งหลายเป็นพระน้อยพระหนุ่ม มีแต่เร่แต่ร่อนไป โดยที่ไม่ได้ตั้งอกตั้งใจภาวนา เมื่อเฒ่าแก่มาเราจะกินอะไร ของเก่าก็ไม่มี มีแต่กินความโง่ของตัวเองเท่านั้น เพราะฉะนั้นอย่าให้เป็นอย่างนั้นนะ ให้พยายาม ขณะที่เป็นพระน้อยพระหนุ่ม เร่งความพากความเพียร อดนอนผ่อนอาหาร

ผมเคยทำมาแล้วทุกอย่างนะ ที่ผมพูดมานั่นนะ อดอาหารถึง ๒๕ วัน อยู่กับหลวงตา เห็นไหม สมัยผมเป็นพระ ผอมโกรกเกรก ตัวผอมทีเดียว เพิ่งมาเป็นมีเนื้อมีหนังพอมาอายุแก่ขึ้นมานี้แหละ ปล่อย ๆ วาง ๆ แต่สมัยก่อนนะ เที่ยวธุดงค์ในป่า ขึ้นภูผาป่าไม้ ภูเขาไหน ครูบาอาจารย์ที่ท่านว่าไปอยู่ถ้ำไหน ที่นี่น่ากลัว ที่ผีดุ ผมก็ไปทดลอง ไปภาวนาดู เพื่อจะดูจิตดูใจของตนเอง ไปอยู่ในป่าดงพงไพร ไปอยู่ตามลำพังคนเดียว ภาวนา

การภาวนา อย่าไปคลุกคลีด้วยหมู่คณะ ยามเวลาเข้าหมู่คณะก็เข้าได้ พอผันหลังให้หมู่คณะนะ เป็นตัวของตัวเองเลย เอโกปุริโส เป็นตัวคนเดียว เราเกิดมาคนเดียว ตายคนเดียว ถ้าทำชั่ว เราไปตกนรกคนเดียว ถ้าเราทำความดี ไปนิพพานคนเดียว เราจะไปพึ่งพาอาศัยใคร พึ่งหมู่คณะก็พึ่งในได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นเอง แต่พอเข้าลึก ๆ ส่วน ลึกเข้าไปแล้ว เอโกปุริโส ทั้งนั้น

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “ใหญ่กับพ่อ ก่อกับครู เรียนรู้วิถีพระ”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๘





การเจริญความเพียร
มิใช่การเดินจงกรมนาน ๆ
หรือนั่งสมาธิ ได้นาน ๆ
แต่ หมายถึง การน้อมเข้ามา
ในกายในใจ ของตนให้ต่อเนื่อง

#หลวงพ่อเยื้อน ขนฺติพโล






"...สติเป็นอาการของจิตที่ตามรู้ตามเห็น
คือ ตามรู้ตามเห็นอาการกิริยาของจิต
แต่มิใช่เห็นตัวจิต. จิตแท้คือผู้รู้ ผู้ตามรู้
ตามเห็นอาการของจิต ไม่มีวันจะทันจิต
ได้เลย เหมือนบุคคลผู้ตามรอยโคที่หาย
ไป ไม่เห็นตัวมันจึงตามรอยของมันไป
แต่โคเป็นวัตถุ ไม่เหมือนจิต ซึ่งเป็นนาม
ธรรม เอาจิตไปตามอาการของจิต มันก็
ผิดวิสัย เมื่อไรจะเห็นตัวจิตสักที..."

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี





ท่านพ่อลี สอนว่า ......

"ศีล เกิดจากทางกาย
ธรรม เกิดจากทางใจ

ถ้าต้องการความสงบก็ต้องบำเพ็ญ ศีลและธรรม ให้มีขึ้นในตนของตนเอง"





เสน่ห์เย็นๆ
-
คนเราเป็นได้ทั้ง ๒ อย่าง เป็นทั้งกัลยาณมิตร
เป็นทั้งปาปมิตร ถ้าหากว่า เราโกรธใครสักคน
แล้วก็อยากระบาย แล้วระบายกับเพื่อน
แล้วเพื่อนก็โกรธตามเรา ในเวลานั้น กรณีนั้น
เราก็เป็นปาปมิตร พูดอะไร ทำอะไรให้จิตใจ
ของเพื่อนหยาบลงในเวลานั้น ในกรณีนั้น
เราเป็นปาปมิตร จิตใจของเราเป็นบาป
แล้วก็แผ่บาปออกไปสู่คนรอบข้าง เรียกว่า
เป็น ปาปมิตร
ในขณะเดียวกัน ถ้าจิตใจของเรางดงาม
มีคุณงามความดีเกิดขึ้น แล้วก็อยากแบ่งปัน
ให้กับคนอื่น นี่เป็นกัลยาณมิตร จิตใจของเรา
ก็ใส แล้วคนเข้าใกล้ก็สัมผัส เขาก็รู้สึกทันที
ว่า จิตใจเขาเย็นลง อยากอยู่นานๆ มีความสุข
เพราะพบคนนี้เมื่อไหร่ ความวุ่นวาย ฟุ้งซ่าน
ต่างๆ จะเย็นลง ถ้าเราเป็นคนร้อน แล้วก็มีการ
แสดงออกแบบร้อนๆ เราก็ดึงดูดคนร้อนๆ
เข้ามาใกล้ชิด ถ้าหากว่าเราเป็นคนเย็น มันก็
มีความดึงดูด มีเสน่ห์เย็น ไม่ใช่เสน่ห์ร้อน
เป็นเสน่ห์เย็นๆ ทำให้คนที่ชอบความเย็น
ชอบคุณงามความดีอยากคบ ...
...
พระอาจารย์ชยสาโร






“…พระพุทธองค์ว่า อัตภาพเป็นของกลาง ใครฉลาดใช้มันก็ได้ใช้มันดี เอากำไรกับมัน ซื้อบุญกุศลคุณงามความดีไว้ ใครเป็นผู้โง่เขลา ไม่ก็เป็นผู้ประมาทไปยึดถือ ไม่เร่งรีบบำเพ็ญคุณงามความดีใส่ตนไว้ ก็ไม่ได้อะไรกับมัน เสียสมบัติดี ปล่อยให้มันแก่มันเฒ่ามันตายไป อันนี้เรียกว่าเป็นผู้ไม่ฉลาด ก็เพราะไม่รู้เท่ามัน มายึดถือเป็นตนเป็นตัว ก็เป็นเหตุให้ทำสิ่งที่ไม่ดี ทางกายก็ไม่ดี วาจาก็ไม่ดี ใจก็ไม่ดี ไม่มีเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์
และสัตว์ทั้งหลาย ได้ชื่อว่าเสียสมบัติ
.
อันนี้พระพุทธเจ้าก็ว่าอยู่

กิจโฉ มนุสสปฏิลาโภ การที่ได้อัตภาพเป็นมนุษย์เป็นลาภใหญ่

เกิดมาชาติหนึ่งๆ แสนทุกข์แสนยากแสนลำบาก เราได้มาแล้วเราเป็นผู้ไม่ประมาท รีบเร่งเอาทรัพย์ภายในไว้เสีย ความได้อัตตภาพมาเป็นมนุษย์เป็นลาภ
อันสำคัญ มนุษย์เป็นชาติอันสูงสุด เป็นสัตว์ใจสูง มีเมตตาซึ่งกันและกัน ได้สมบัติมาดีแล้วก็รีบเอามัน รีบทำเสีย อบรมบ่มอินทรีย์ให้แก่กล้า…”

หลวงปู่ขาว อนาลโย




พระโสดาบันหันหลังให้อบายภูมิ
“… พระโสดาบันก็เรียกหรือพระสุปฎิปันโนก็เรียก ถ้าเป็นผู้มีกายดี วาจาดี ใจดี แล้ว ท่านเรียกว่า นิยโตบุคคล บุคคลผู้เที่ยงตรงต่อสุคติ คือมนุษย์ สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ ทุคติคือ อบายภมิทั้ง ๔ หันหลังให้อบายภูมิแล้ว

พระโสดาบัน ศีลเป็นอัตโนมัติ มีหิริโอตตัปปะ ความสะดุ้งเกรงกลัวต่อบาป มีความละอายแก่ใจเจ้าของ ไม่กล้าไป
ทำผิดศีลในที่ลับที่แจ้ง อย่างนี้จะมาสมาทานศีลก็ได้ ไม่สมาทานก็ได้ สมาทานแล้วก็ศีลของกาย ศีลของวาจา ศีลของใจคือเก่า

เป็นผู้มีกายดี วาจาดีใจดีแล้ว ไม่สมาทานศีลก็คือเก่า จึงเรียกว่าศีลเป็นอัตโนมัติ เป็นโดยตนเอง ศีลของพระอริยะบุคคลนี่ ศีลของปุถุชน ศีลสังคมกระท่อนกระแท่น …”

หลวงตาศิริ อินทศิริ
วัดถ้ำผาแดงผานิมิต อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น






"ใครจะเป็นอะไรมาเกิดมันไม่สำคัญหรอก
มันสำคัญอยู่ที่ว่าปัจจุบันนี้ เราจะเอาดีได้รึเปล่าเท่านั้น
เพราะฉะนั้น อย่าไปสนใจกับมันเลยเรื่องอดีตชาตินี่
ปัจจุบันนี้สำคัญที่สุด"

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 132 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร