วันเวลาปัจจุบัน 20 มี.ค. 2026, 15:56  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: วันนี้, 05:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5525


 ข้อมูลส่วนตัว


"..สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม.."
"..เมื่อเห็นเขาตกทุกข์หรือกำลังจน
จนน่าทุเรศ เราอาจมีเวลาเป็นเช่นนั้น
หรือยิ่งกว่านั้นก็ได้
..เมื่อถึงวาระเข้าจริง ๆ ไม่มีใครมีอำนาจหลีกเลี่ยงได้
เพราะกรรมดีกรรมชั่ว เรามีทางสร้างได้เช่นเดียวกับผู้อื่น
จึงมีทางเป็นได้เช่นเดียวกับผู้อื่น
และผู้อื่นก็มีทางเป็นได้เช่นเดียวกับที่เรา
เคยเป็น ศาสนาเป็นหลักวิชาตรวจตรา
ดูตัวเองและผู้อื่นได้อย่างแม่นยำ
ไม่มีวิชาใดในโลกเสมอเหมือน
สิ่งดีชั่วที่มีและเกิดอยู่กับตนทุกระยะ
มีใจเป็นตัวการพาให้สร้างกรรมประเภทต่าง ๆ
จนเห็นได้ชัดว่ากรรมมีอยู่กับผู้ทำ มีใจเป็นเหตุของกรรมทั้งมวล

กรรม เป็นของลึกลับและมีอำนาจมาก
ไม่มีผู้ใดหนีกฎแห่งกรรมได้เลย
ถ้าเราสามารถรู้เห็นกรรมดีกรรมชั่ว
ที่ตนและผู้อื่นทำขึ้น
เหมือนเห็นวัตถุต่าง ๆ จะไม่กล้าทำบาป
แต่จะกระตือรือร้นทำแต่ความดี
ซึ่งเป็นของเย็นเหมือนน้ำ
ความเดือนร้อนในโลกก็จะลดน้อยลง
เพราะต่างก็รักษาตัว กลัวบาปอันตราย

ท่านว่า ดี ชั่ว มิได้เกิดขึ้นมาเอง แต่อาศัยการทำบ่อยก็ชินไปเอง
เมื่อชินแล้วก็กลายเป็นนิสัย ถ้าเป็นฝ่ายชั่ว ก็แก้ไขยาก คอยแต่จะไหลลงตามนิสัย
ที่เคยทำอยู่เสมอ
ถ้าเป็นฝ่ายดี ก็นับว่าคล่องแคล่วกล้าขึ้นเป็นลำดับ

เราเกิดเป็นมนุษย์ มีความสูงศักดิ์มาก อย่านำเรื่องของสัตว์มาประพฤติ
มนุษย์เราจะต่ำลงกว่าสัตว์
และจะเลวกว่าสัตว์อีกมากมาย
อย่าพากันทำ ให้พากันละบาป บำเพ็ญบุญ ทำแต่ความดี อย่าให้เสียชีวิตเปล่า
ที่มีวาสนาเกิดมาเป็นมนุษย์

การทำความเข้าใจเรื่องของกรรม
เป็นการศึกษาธรรมะเพื่อเตรียมพร้อม
ที่จะรับภาวะของตัวเราเอง
ซึ่งจะต้องเป็นไปตามกรรมที่ได้ทำไว้ ตามสุภาษิตที่มีว่า "..กรรมจำแนกสัตว์
ให้ทรามและประณีตต่างกัน.."
ผู้สงสัยกรรม หรือไม่เชื่อกรรมว่ามีผล
คือลืมตนจนกลายเป็นผู้มืดบอด
อย่างช่วยไม่ได้
กรรม คือ การกระทำ ดี ชั่ว ทางกาย วาจา ใจ
ผลจริง คือ ความสุข-ทุกข์
ที่ได้รับกันอยู่ทั่วโลก
ควรมีเมตตาสงสารในสัตว์ทั้งหลาย
ซึ่งมีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย
เช่นเดียวกับเรา ไม่มีอะไรยิ่งหย่อนกว่ากัน

ความยิ่งหย่อนแห่งวาสนาบารมีนั้น
มีได้ทั้งคนและสัตว์
สัตว์บางตัวมีวาสนาบารมีและอัธยาศัย
ดีกว่ามนุษย์บางคน
...แต่เขาตกอยู่ในภาวะความเป็นสัตว์ ก็จำต้องทนรับเสวยไป
สัตว์เดรัจฉานก็ยังมีและเสวยกรรม
ไปตามวิบากของมัน
มิให้ประมาทเขาว่าเป็นสัตว์ที่เกิด
ในกำเนิดต่ำทราม
...ความจริงเขาเพียงเสวยกรรมตามวาระ
ที่เวียนมาถึงเท่านั้น
เช่นเดียวกับมนุษย์ ขณะที่ตกอยู่ในความทุกข์จนข้นแค้น
ก็จำต้องทนเอาจนกว่าจะสิ้นกรรม เมื่อมนุษย์เราเกิดเสวยชาติเป็นคน
มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ตามวาระของกรรมที่อำนวย
มนุษย์ก็มีกรรมชนิดหนึ่งที่พาให้มาเป็นอย่างนี้
...ซึ่งล้วนผ่านกำเนิดต่าง ๆ จนนับไม่ถ้วน
ให้ตระหนักในกรรมของสัตว์ว่ามีต่าง ๆ กัน
เพราะฉะนั้นไม่ให้ดูถูกเหยียดหยาม
ในชาติกำเนิดความเป็นอยู่ของกันและกัน
และสอนให้รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมดี กรรมชั่วเป็นของ ๆ ตน.."

ภูริทตฺโตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร อ้างอิงหนังสือภูริทตฺตธมฺโมวาทจากหนังสือภูริทตฺตมหาเถรานุสรณ์
(๒๔๑๓-๒๔๙๒)









“..ขอให้โยมจำไว้ในใจว่า อารมณ์ทั้งหลายนั้น จะเป็นอารมณ์ที่พอใจก็ตาม หรืออารมณ์ที่ไม่พอใจก็ตามอารมณ์ทั้งสองอย่างนี้ มันเหมือนงูเห่า งูเห่ามันมีพิษมากถ้ามันฉกคนแล้วก็ทำให้ถึงแก่ความตายได้ อารมณ์นี้ก็เหมือนกับงูเห่าที่มีพิษร้ายนั้น อารมณ์ที่พอใจก็มีพิษมากอารมณ์ที่ไม่พอใจก็มีพิษมาก มันทำให้จิตใจของเราไม่เป็นเสรี ทำให้จิตใจไขว้เขว จากหลักธรรมของพระพุทธเจ้า วันนี้จึงขอให้โอวาทย่อๆแก่โยม ขอให้เป็นผู้มีสติอยู่ทั้งกลางวันกลางคืน จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอนก็ให้นอนด้วยสติ นั่งด้วยสติ เดินด้วยสติ ยืนด้วยสติ จะพูดก็พูดด้วยสติ จะทำอะไรๆก็ให้มีสติอยู่ด้วยทั้งนั้น เมื่อมีสติแล้ว สัมปชัญญะความรู้ตัวมันก็จะเกิดขึ้นมา สติกับสัมปชัญญะเป็นของคู่กัน เมื่อทั้งสองอย่างนี้เกิดขึ้นพร้อมกันแล้ว ก็จะนำปัญญาให้เกิดตามทีนี้เมื่อมีทั้งสติ สัมปชัญญะปัญญาแล้ว ก็จะเป็นผู้ที่ตื่นอยู่ ทั้งกลางวันและกลางคืน..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
(พ.ศ.๒๔๖๑-๒๕๓๕)








"ใจ คือที่พึ่งอันสำคัญ"
“..ฉะนั้น พระพุทธองค์จึงให้หาที่พึ่ง "คือหาใจของเรา ใจของเราเป็นสิ่งที่สำคัญ" โดยมากคนเราไม่ค่อยมองดูในสิ่งที่สำคัญ ไปมองที่อื่นที่ไม่สำคัญ เป็นต้นว่า กวาดบ้าน ล้างจาน

ก็มุ่งความสะอาด ล้างถ้วยล้างจานให้มันสะอาดทุกสิ่งทุกอย่างมุ่งความสะอาด “แต่ใจเจ้าของไม่เคยมุ่งเลย ใจของเรามันเน่า” บางทีก็โกรธหน้าบูดหน้าบึ้งอยู่นั่นแหละ ก็ไปมุ่งแต่จานให้จานมันสะอาด ใจของเราไม่สะอาดเท่าไร ก็ไม่มองดู นี่เราขาดที่พึ่งเอาแต่ที่อาศัยแต่งบ้านแต่งช่อง

แต่งอะไรสารพัดอย่าง แต่ใจของเราไม่ค่อยจะแต่งกัน ทุกข์ไม่ค่อยจะมองดูมัน “ใจนี่แหละเป็นสิ่งสำคัญ” ดังนั้นพระพุทธองค์ ท่านจึงพูดว่าให้หาที่พึ่งทางใจ “อัตตา หิ อัตตะโน นาโถ” ใครจะเป็นที่พึ่งได้ ที่เป็นที่พึ่งที่แน่นอน “ก็คือใจของเรานี่เอง”

ไม่ใช่สิ่งอื่น พึ่งสิ่งอื่นก็พึ่งได้แต่ไม่ใช่ของที่แน่นอน “เราจะพึ่งได้ ก็เพราะเราพึ่งตัวของเรา” เราต้องมีที่พึ่งก่อนจะพึ่งอาจารย์ พึ่งญาติมิตรสหายทั้งหลาย จะพึ่งได้ดีนั้น เราต้องทำตัวของเราเป็นที่พึ่งให้ได้เสียก่อน..”

สุจิณฺโณวาท
หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
(พ.ศ.๒๔๓๐–๒๕๒๘)







“..เป็นชาวพุทธอย่าขี้เกียจสวดมนต์ไหว้พระ มันสู้สัตว์เดรัจฉานบางประเภทไม่ได้ อย่านอนฟรีๆ..”

“..ให้หมั่นสวดภาวนาอิติปิโส (พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ) อยู่เป็นประจำ เพราะเป็นของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ ต้องมาสวดบทนี้...”

"..การทำความดี ต้องทำตอนเป็นมนุษย์ นรกมีจริง บาปบุญมีจริง.."

"..อธิษฐานศีลก่อนนอน สำหรับคนที่ไม่สามารถรักษาศีลได้ตลอดทั้งวัน.."

คำสอน
#หลวงปู่คำแปลง ปุณฺณชิ

วัดหนองบัวคำแสน อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 72 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร