วันเวลาปัจจุบัน 15 เม.ย. 2026, 10:45  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: เมื่อวานนี้, 12:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5535


 ข้อมูลส่วนตัว


อย่าเห็นงานใด
มีความสำคัญยิ่งกว่า
งานถอดถอนตนเองให้พ้นทุกข์

โอวาทธรรม หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน







"...มนุษย์เราไม่ว่ารวยหรือจน..."
ก็กินข้าววันละสามครั้งเหมือนกัน กินก็ได้แค่อิ่ม ตอนเป็นมนุษย์อยู่นี้ให้พากันสร้างไว้หลายๆกรรมดี เพราะเวลาตายแล้วจะไปขอกันไม่ได้นะ ไปตามกรรมใคร กรรมมันเด้อ

หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร





พระพ่อ - พระแม่

หลวงพ่อจะสอนให้คนทำทาน
กับ พ่อกับแม่ ถ้าเราไหว้พ่อไหว้แม่ไม่ได้
อย่าไปไหว้พระ มันไม่มีประโยชน์
เราต้อง กราบพ่อกราบแม่เราได้
เราจึงไปกราบพระ

(โอวาทธรรม : หลวงพ่อพุธ ฐายิโย)






วันสงกรานต์ เป็นมหามงคลชีวิต
เป็นการนอบน้อมบูชาปู่ย่าตายาย
วงศ์ตระกูลของตนจึงจะถูกต้อง เพื่อจะไปบูชาพระคุณของปู่ย่าตายายในวันสงกรานต์
ขอขมาลาโทษต่อพ่อแม่ที่ไปด่าพ่อแม่ หรือเถียงพ่อแม่ นี่เป็นบาป รดน้ำดำหัวท่านจะได้สอนเราให้อยู่ดีกินดี จะได้รับพรในวันขึ้นปีใหม่ไทย

รดน้ำดำหัว หัวตัวนี้แปลว่าหัวปัญญาแม่ให้มือ ๒ เท้า ๒ สมอง๑ เป็นที่พึ่งแห่งปัญญา เรียกว่าหัว ก็ไปหาที่ปรึกษาของพ่อแม่ไม่ได้ทิ้งครูบาอาจารย์ และขอกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม

โยโทโส อันว่าโทษอันใดความผิดอันใดที่ข้าพเจ้าได้พลั้งเผลอสติไปด้วยกาย วาจา จิต ต่อหน้าก็ดี ลับหลังก็ดี ต่อบิดามารดา ต่อปู่ย่าตายาย โปรดได้อโหสิกรรมให้แก่ลูกหลานด้วยเจ้าค่ะ แล้วกราบเลย

แล้วค่อยอาบน้ำ เปลี่ยนผ้าให้ท่าน แล้วท่านมีอะไรท่านจะได้สอนเราเรียกว่าดำหัว รดน้ำให้ท่านจะดำหัวให้เรา คือปัญญา ให้ลูกเพิ่มปัญญา ให้ลูกมีสติปัญญาเหมือนเดิม

จะได้ถามลูกหลานว่าตั้งแต่แยกครอบครัวไปกิจการดีไหม การงานดีไหม ลูกเรียนหนังสือเก่งไหม ท่านจะถามอย่างนี้ เรียกว่าดำหัว.

ธรรมเทศนาที่วัดปทุมวนาราม ณ ศาลาพระราชศรัทธา
โดย พระราชสุทธิญาณมงคล

คัดลอกจากหนังสือกฏแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติ เล่มที่ ๑๔




“..ต้นไม้ต่าง ๆ มีต้นข้าวเป็นต้นเมื่อบำรุงรักษาต้นมันให้ดีแล้วผลคือรวงข้าว ไม่ไช่สี่งอันบุคคลพึงปรารถนาเอาเลย เป็นขึ้นมาเอง ถ้าแลบุคคลมาปรารถนาเอาแต่รวงข้าว แต่หาได้รักษาต้นข้าวไม่ เป็นผู้เกียจคร้าน จะปรารถนาจนวันตาย รวงข้าวก็จะไม่มีขึ้นมาให้ฉันใด วิมุตติธรรม ก็ฉันนั้นนั่นแล มิใช่สิ่งอันบุคคลจะพึงปรารถนาเอาได้ คนผู้ปรารถนาวิมุตติธรรมแต่ปฏิบัติไม่ถูกต้อง หรือไม่ปฏิบัติมัวเกียจคร้านจนวันตาย จะประสบวิมุตติธรรมไม่ได้เลย..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)







#พุทโธมีอานุภาพมาก

" พุทโธ มีอานุภาพมาก
ให้หมั่นภาวนา พุทโธ เข้าไว้
อย่างทิ้ง พุทโธ..."
" พุท-เข้า โธ-ออก บอกทางบุญ.."
" วันๆ เราไม่เคยว่างเลย ภาวนาตลอดเวลา "

หลวงปู่พิศดู ธัมมจารี
วัดเทพธารทอง
อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี






#ลักษณะจิตว่าง
"...จิตว่างมีอยู่ ๒ ลักษณะ ลักษณะหนึ่งจิตว่างโดยไม่มีอะไรว่างอย่างไม่มีขอบเขต อันนี้เป็นลักษณะของจิตสงบในขั้นสมถภาวนา เมื่อผู้บริกรรมภาวนา จิตให้สงบลงไปเป็นลำดับ เริ่มแต่อุปจารสมาธิ ถ้าถึงอัปปนาสมาธิเมื่อไรแล้วว่างเมื่อนั้น

อีกอย่างหนึ่ง จิตที่เบินสมาธิ ชนิดที่เป็น โมหสมาธิ ก็ว่างเหมือนกัน คือว่างจากความรู้สึกนึกคิดใด ๆ ทั้งนั้น อันนี้เป็นลักษณะความว่างของจิตใจขั้นต้น

ทีนี้ความว่างของจิตในชั้นสูงนั้น หมายถึงจิตสงบนิ่ง อยู่ในขั้นระดับอัปปนาสมาธิเหมือนกัน แต่มีความรู้ปรากฎขึ้นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่างจากความรู้ แต่ว่างจากปฏิกิริยาที่จะปรุงจิตให้มีความรู้สึกเป็นไปต่างๆ คืออารมณ์ที่ไม่ว่างจากปฏิกิริยาที่จะปรุงจิตให้มีความรู้สึกเป็นไปต่าง ๆ สามารถที่จะปรุงจิตให้รัก ให้ซัง ให้ยินดี ให้ยินร้าย มีแต่ความเป็นกลางของจิตเด่นชัดอยู่ตลอดเวลา อันนี้หมายถึงจากกิเลส

จึงสรุปความสั้น ๆ ได้ว่า จิตว่างมี ๒ อย่าง ๑. ว่างจากอารมณ์ ๒. มีความรู้อยู่แต่ว่างจากกิเลส ความว่างในระดับ ๒ นี้เป็นปฏิปทาการไปสู่ทางอริยมรรค..."

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา







” หากเราดำเนินชีวิต ทำกิจวัตรประจำวัน
และทำงานด้วยความใส่ใจ โดยไม่มุ่งหวัง
เพียงแค่ทำงานให้เสร็จ หรือให้ดีเท่านั้น
หากยังถือว่าเป็นการฝึกฝนจิตใจ หรือขัดเกลา
ตนเองไปด้วย เช่น ฝึกให้มีสติรู้ตัวอยู่เสมอ
ลดละความเห็นแก่ตัว บ่มเพาะเมตตากรุณา
ก็จะเป็นการเปิดทางให้ปัญญาเข้ามา
แทนที่อัตตา“ ...
...
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล





ความจริงคนเราทุกคนไม่ต้องกลัวตาย กลัวเกิดดีกว่า ถ้าเราไม่เกิดเสียอย่างเดียว มันจะตายอย่างไรให้มันรู้ไป
.
ถ้าไม่เกิดให้มันตายที ทีนี้เราเกิดมา เพราะตาเราเห็นรูป เราพอใจในรูป หูได้ยินเสียง พอใจในเสียง เป็นต้น
.
ความพอใจไอ้ตัวจริง ๆ ที่เป็นตัวร้าย ที่เราจะต้องตัดคือใจ ตัดอารมณ์ของใจเสีย อย่าให้ใจมันโง่
.
แนะนำมันบอกว่า นี่ไอ้แกไปหลงใหลใฝ่ฝันในรูป รูปนี้สวย ทรวดทรงดี
ถามมันดูซิว่ามีรูปอะไรที่มีการทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลงบ้าง ไม่มีการทรุดโทรม ไม่มีการเสื่อมมันมีบ้างไหม ถามใจมันดู
.
ที่มา : หนังสือ รวมคำสอนธรรมปฏิบัติของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน เล่ม ๑ (หน้า ๓๐)
โดย...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน




"เมื่อหลวงปู่ขาวธุดงค์ผ่านหมู่บ้านชาวคริสต์ แต่ไม่มีใครใส่บาตร"

คราวหนึ่ง หลวงปู่ขาว อนาลโย ธุดงค์ไปทาง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ไปค่ำที่หมู่บ้านชาวคริสต์ พอรุ่งเช้าออกบิณฑบาต ปรากฏไม่มีชาวบ้านใส่บาตรเลย หัวหน้าหมู่บ้านบอกกับหลวงปู่ว่า

“หมู่บ้านนี้เป็นชาวคริสต์ ชาวคริสต์ไม่ทำบุญตักบาตร ท่านลงไปทางอื่นเสียเถิด”

หลวงปู่จึงตอบว่า

“พวกท่านก็เป็นคนไทย สายเลือดไทย สัญชาติไทย เกิดที่เมืองไทย เชื้อชาติไทยเช่นกัน คนไทยทุกคนเป็นญาติกัน เป็นพี่น้องกัน แม้จะอยู่คนละจังหวัดก็นับถือพระเจ้าอยู่หัว พระองค์เดียวกัน เมื่อญาติพี่น้องมาเยี่ยมเยียนถึงบ้านช่อง สมควรแล้วหรือที่จะไม่ต้อนรับ สมควรแล้วหรือจะรังเกียจคนไทยด้วยกัน ท่านก็อยู่เมืองไทย อาตมาก็อยู่เมืองไทย จะไล่อาตมาหนีจากเมืองไทย เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง

เราอยู่เมืองไทย เรารักคนไทย เมื่อยามคับขันบ้านเมืองมีภัย พวกเราจะได้ช่วยเหลือกัน เพื่อดำรงรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยเอกราชของชาติไทยให้ยืนยง

ถ้าท่านเกลียดคนไทย ก็เท่ากับว่าท่านเกลียดเมืองไทย ท่านจะอยู่เมืองไหน อาตมาอุตส่าห์มาจากแดนไกล ถือว่าท่านเป็นญาติ อาตมาจึงกล้ามาถึงบ้าน ถึงแม้ท่านจะไม่ให้อะไรแก่อาตมา อาตมาก็ไม่เสียใจ เพราะได้มาถึงซึ่งบ้านญาติพี่น้องแล้ว"

คำพูดของหลวงปู่ทำให้หัวหน้าหมู่บ้านถึงกับพูดไม่ออก ยกมือขึ้นขอโทษ

หลวงปู่ให้ข้อคิดต่อไปอีกว่า

“ศาสนานั้นสอนคนให้ใจกว้าง สอนคนให้เป็นคนดี ให้มีความรักสามัคคี สร้างสาธารณประโยชน์ส่วนรวมให้แก่ประเทศชาติ ศาสนา ไม่เคยสอนให้ตัดญาติขาดมิตร ศาสนาสอนให้เราผูกมิตรกัน อย่าแตกแยกเพราะการนับถือศาสนา แม้จะนับถือศาสนาคนละศาสนาก็ตาม แต่คนไทยก็ยังญาติ เป็นพี่น้องไปมาหาสู่กัน"

ผลที่สุดหัวหน้าหมู่บ้านไปบอกคนในหมู่บ้านให้มาใส่บาตรหลวงปู่

"พอ"

ป.ล. คัดบางส่วนจากหนังสือที่ระลึกพิธีเปิดอาคารพิพิธภัณฑ์อัฐริขารหลวงปู่ขาว อนาลโย (๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๒)





"...เรื่องธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น
หากจะพูดไปมากมันก็มาก
ทางปฏิบัติ กาย ใจ เท่านั้นน่ะ
เป็นเรื่องสำคัญที่พระพุทธเจ้าสอน ไม่มีทางอื่น
คนจะสุข จะทุกข์ ก็สุข ก็ทุกข์ อยู่ที่กายที่ใจ
ไม่ได้ไปสุขไปทุกข์อยู่สถานที่ใด
ถ้ากาย ใจ เป็นทุกข์ จะอยู่ในสถานที่ใด
ก็เดือดร้อนวุ่นวาย หาความสงบหาความสบายไม่ได้
ถ้าใจเป็นสุข จะอยู่สถานที่ใด มันก็สุข ก็สบาย
ถึงอยู่ร่มไม้ ปลายเขา มันก็สุข ก็สบาย
นี่หมายถึงกายถึงใจสุข
กาย ใจ สุขนั้น จะต้องอาศัยธรรมะ
ที่พระพุทธเจ้าทรงแนะสอนเราไว้
มาฝึกอบรมกาย ใจ ของตัว
ใจและกายนั้น จึงจะสุข จะสบายได้..."

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร
วัดป่าแก้วชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร





สงกรานต์เป็นเทศกาลที่คนจะเล่นน้ำกันเป็นหลัก แล้วน้ำมีความสำคัญอย่างไร ทำไมจึงต้องเล่นน้ำ นั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่า น้ำเป็นสัญลักษณ์ของชีวิต ปีใหม่ก็คือของใหม่ น้ำคือชีวิต โลกใบนี้ก็เป็นน้ำ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ร่างกายของมนุษย์ก็มีน้ำ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เราปลูกพืช ปลูกอะไรขึ้นได้ก็เพราะน้ำ ขาดน้ำก็ตาย ฝนตกมีน้ำ ก็มีชีวิตอยู่ได้

น้ำมีคุณสมบัติพิเศษหลายอย่างที่เกิดจากโมเลกุลของไฮโดรเจน ๒ ตัวที่ผูกติดกัน ลักษณะพิเศษเช่นนี้ทำให้น้ำมีลักษณะที่เรียกว่าเหนียวก็ได้ มันจะมีผิวน้ำที่เหนียว ๆ เคยสังเกตไหมว่า แมลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถเดินบนผิวน้ำได้ นี่เป็นคุณสมบัติพิเศษของน้ำ ซึ่งมีผลหลายประการ อย่างเช่น พืชต่าง ๆ ดึงน้ำขึ้นมาจากใต้ดินได้เพราะน้ำมันเหนียว ไม่ต้องมีเครื่องสูบ มันดึงออกมาได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันขึ้นไป หากน้ำไม่เหนียวอย่างนี้ พืชจะมีความลำบากในการดึงน้ำออกจากใต้ดิน ลักษณะพิเศษอีกข้อหนึ่งของน้ำคือ พอมันมีผิว มันจะไม่ร้อนขึ้นง่าย ไม่เย็นลงง่าย มันจึงมีผลในการกำกับและควบคุมอุณหภูมิของโลกได้ น้ำจึงมีบุญคุณต่อเรามากเหลือเกิน

น้ำเป็นธาตุ ๆ หนึ่งในจำนวนทั้งหมด ๔ ธาตุที่เป็นส่วนประกอบของมนุษย์ เรามีธาตุน้ำอยู่กับธาตุดิน ไฟ ลม ถือว่าเป็นธรรมชาติธรรมดาของมนุษย์ ในการพิจารณาเรื่องความจริงของชีวิต เราก็พิจารณาว่า กายนี้ จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่เราไม่ใช่ของเราเพราะอะไร เพราะหากดูส่วนประกอบแต่ละอย่างแล้ว มันก็เป็นแค่ธาตุตามธรรมชาติเท่านั้น ไม่ได้เป็นเราเป็นของเรา ไม่มีเจ้าของ ไม่มีผู้บังคับบัญชา มันเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยของมัน ร่างกายของเรานี่ ขาดอาหาร ๓ อาทิตย์ขึ้นไป ก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ แต่หากขาดน้ำ สามสี่วันก็ตายแล้ว หรือแค่ดื่มน้ำไม่พอ ก็ป่วยได้เหมือนกัน

พระอาจารย์ชยสาโร






วันนี้เป็นวันปีใหม่ไทยหลวงพ่อก็เลยอยากจะให้ลูกหลานทุกคนจะคิดจะทำจะพูดอะไรให้มีเบรกในสิ่งที่มันชั่วนะ แล้วก็พยายามใส่คันเร่งพวงมาลัยหมุนไปทางที่ถูกต้อง แล้วก็เหยียบคันเร่งไปในทางที่ถูกต้อง หมั่นขยันอดทนการแสวงหาทรัพย์ คนหมั่นคนขยันย่อมหาทรัพย์ได้ หาทรัพย์ในทางที่ถูกต้องในสัมมาทิฏฐินะ สิ่งที่มันเป็นมิจฉาทิฏฐิมิจฉาชีพอย่าทำ อย่าทำมิจฉาชีพนะ ให้เป็นทำสัมมาชีพในทางที่ถูกต้อง เหยียบคันเร่งหันพวงมาลัยไปในทางที่ถูกต้อง ถ้ามันทางสิ่งที่มันไม่ถูกต้องเหยียบเบรกทันทีอย่าทำนะ มันไม่ถูกต้องนะ มันผิดกฎหมายบ้านเมืองนะ มันผิดศีลธรรมจริยธรรมอันดีงามนะ ถ้าทำไปแล้วมันขายตัวเองนะ ไม่รู้จะเอาหน้าเอาตาไปไว้ที่ไหนนะตัวของเรานะ เรามีพรรคพวกมีเพื่อนฝูง มีวงศาคณาญาติมีญาติตระกูลนะ เราอย่าไปทำนะสิ่งที่มันไม่ดี เราต้องเบรกตัวเองอย่างงั้นนะ อันนี้ล่ะขอให้พวกเราทุกๆ ท่านนะคณะศรัทธาญาติโยมลูกหลานทุกคนนะ หลวงพ่อในฐานะที่เป็นหลวงปู่หลวงตาก็ไม่มีอะไรที่จะแนะแนวแนะนำให้ลูกหลานของหลวงพ่อ มีแต่แนะแนวแนะนำให้ลูกหลานหลวงพ่อเป็นคนดีเท่านนั้นล่ะคิดดีทำดีพูดดีนะ

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
๑๓ เมษายน ๒๕๖๙





"...เพราะไม่มีที่พึ่งทางจิตใจ
หรือไม่รู้ที่พึ่งอันเกษมอันอุดม
จึงกลัวการตายแต่ไม่กลัวการเกิด
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงคว้าโน้นคว้านี่เป็นที่พึ่ง
บางคนกลัวตายคว้าเอาสิ่งอื่นมาเป็นที่พึ่ง
ที่เคารพนับถือด้วยความงมงาย
นอกจากนี้ยังมีการทรงเจ้าเข้าผี
สะเดาะเคราะห์ สะเดาะนาม สืบชะตาราศี
ตัดกรรมตัดเวร โดยวิธีการต่าง ๆ
ที่พึ่งอันอุดมมั่นคงนั้นคือ การภาวนา
น้อมรำลึกนึกเอาพระคุณอันวิเศษของ
พระพุทธเจ้า พร้อมพระธรรม และพระอริยสงฆ์ มาเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจ
จึงจะเป็นการถูกต้อง..."

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต






สุวฑฒโนวาท
...
แทนที่จะไปเสียเวลา เสียกำลังความคิด
ไปตั้งหน้า จัดการกับกิเลสผู้อื่น ก็ให้ตั้งหน้า
จัดการกับใจของตนเอง ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้อง
ใกล้ชิดกับกิเลส ทำได้เพียงไร ก็จะเหมือน
สามารถแก้ไขคนอื่นทั้งหลายให้กลายเป็น
คนดีได้ทั้งโลก เพราะใจเราจะไม่เร่าร้อน
เพราะผู้ใดเลย จะเหมือนคนทั้งโลกไม่ได้ก่อ
กรรมทำร้าย ให้เราต้องกระเทือนใจเลย ...
...
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงวชิรญาณสังวร





สงกรานต์ วันหยุดยาว ก็เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนมาเยี่ยมบ้าน เปิดโอกาสให้มาทำคุณงามความดี แต่พอเปิดมาแล้วก็มีทั้งดีและไม่ดี ทางไม่ดีก็คืออย่างพวกเราท่านทั้งหลายเห็น พอมีวันหยุดเยอะๆ มีช่องว่างเยอะ ก็ไปหากินเหล้า เล่นการพนัน ดื่มสุราเมาแล้วก็มีปัญหา ก็สร้างปัญหา

คนที่ทำเขาก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะสร้างปัญหาหรอก เมื่อมันเมาขึ้นมาแล้วนั้นก็คือตัวปัญหา ถ้าหากว่าเป็นไปได้ควรงดดื่ม ก็รู้อยู่แล้วว่ามันเมา จะไปดื่มทำไม งดซะ ถ้าหากว่าพวกเราเห็นโทษแล้ว อันไหนที่เป็นคุณ อันไหนที่เป็นโทษ อันไหนควรมิควรอย่างไร พวกเราได้รับการศึกษาดีแล้ว ทั้งคดีโลก ทั้งคดีธรรม ทั้งทางโลกและทางธรรม เราก็ควรจะแยกแยะออก เราจะเดินลักษณะไหน เราจะเดินอย่างไร อันนี้พวกเราควรจะคิดละทีนี้ มิใช่ว่าเดินไม่มีจุดหมายปลายทาง พอจะทำสิ่งไหนก็ทำ พอทำเข้าไปแล้วก็เสียหาย พอเสียหายขึ้นมาแล้วก็มาเสียใจเมื่อภายหลัง ที่ไหนได้ นู่นอยู่ในคุกอยู่ในตะรางแล้ว หรือว่าทำให้คนอื่นเสียหายเดือดร้อน พ่อแม่พี่น้องหรือว่าตัวเองล่มจมฉิบหายลงไปแล้ว แล้วจะแก้ไขยังไงทั้งที่เราเก็บหอมรอมริบมาตั้งปู่ย่าตายาย เก็บมาให้เรา แต่พอมาทำความเสียหายเกิดขึ้น ทั้งไร่ ทั้งนา ทั้งที่ดิน ทั้งกิจการงานทุกอย่างล่มจมฉิบหายไป สิ่งเหล่านี้มันก็ต้องคิดอีกเหมือนกัน

หลวงพ่อเคยพูดให้ฟังว่า การดำเนินชีวิตนี้เหมือนกับไต่ลวดเส้นเดียว อย่างคนโบราณเขาไต่เชือกเส้นเดียว คือความทดลองความแข็งแกร่ง ความพร้อมหรือสติปัญญา ความแข็งแกร่งของร่างกายหรือความมั่นคงของใจด้วย เดินไต่เชือกเส้นเดียว การดำเนินชีวิตของพวกเรา อยากให้พวกเราท่านทั้งหลายดำเนินอย่างนั้น คือตื่นขึ้นมาต้องคิดว่า อันไหนควรมิควรอย่างไร อันไหนควรจะดำเนินการอย่างไร อันไหนควรก่อน อันไหนควรหลัง ถ้าอันไหนควรก่อน เราไปทำหลังมันก็ผิด ถ้าอันไหนควรหลังเราไปทำก่อน มันก็ไม่ถูกต้อง

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “สิ่งไหนควรก่อนควรหลัง”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๕






ธรรมนี้ก็เกิดจากใจ กิเลสเกิดจากใจ ทางไหนมีกำลังมากกว่า เราเชื่อทางไหน เช่น เชื่อทางกิเลสก็สร้างทุกข์ให้เราเอง

ถ้าเราเชื่ออรรถเชื่อธรรมทุกข์ยากลำบากเพราะการต่อต้านกิเลส จะสร้างความดีกิเลสมากีดขวางเราต้านทานกับกิเลสนี้ ก็เรียกว่าเป็นทุกข์เพื่อความสุขของเราเราสร้างความดี แล้วความดีนั้นก็เด่นขึ้นมาๆ นี่ละการสร้างตัวให้เป็นคนดี

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน





#พระแท้ไม่อวดตน..!!
"... หลวงปู่ใหญ่มั่น ภูริทัตโต มักสอนพระ เณรนักปฏิบัติ ที่เข้าไปฟังธรรมะของท่าน
อยู่เสมอว่า นักบวช ที่อยู่ถ้ำ
อยู่เขาเพียงต้องการวิเวก จะเที่ยวไป
ป่าวประกาศ ให้ญาติโยมไปหาพระใน
ถ้ำ ให้เอิกเกริก นั้นผิดวิสัย ของนักปฏิบัติที่แท้จริง
ท่านหลวงปู่ใหญ่มั่น ท่านเอาร่มจีนกาง แล้วเอาผ้ามุ้งมาย้อมสีกลัก ทำอย่างนี้เพื่อป้องกัน ชาวบ้านเขามาหา ของขลัง เพราะเขาจะได้เข้าใจว่าเราไม่ใช่ พระธุดงค์

... การป่าวประกาศอวดอ้างความสมถะ เช่นการอดข้าว อดน้ำ กินนอนในถ้ำ เพื่อจะให้ญาติโยมเข้าใจว่า เป็นผู้วิเศษนั้น
ไม่ใช่วิถีทางของพระพุทธองค์ พาดำเนินมา การบำเพ็ญภาวนา ก็ จะบริสุทธิ์ผุดผ่อง มิได้เป็นไปเพื่อสักการะ ไม่อวดอ้างฤทธิ์
หรือแม้แต่ อวดอ้างความสันโดษ และไม่ให้ยินดี การมีญาติโยมแห่แหนมา กราบไหว้แต่อย่างใดเลย ..."
-------------------------
#โอวาทธรรม__
#พระครูวินัยธร (มั่น ภูริทตฺโต)
วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง
จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓ - ๒๔๙๒)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 39 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร