วันเวลาปัจจุบัน 16 ก.ย. 2026, 04:15  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ย. 2026, 13:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2306

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีค่ะ

ก็มีคนบอกว่า 

ความคิดไม่ดีในหัว มันผุดขึ้น มาลอยๆ 
ยังไม่ได้จงใจคิด 
ยังไม่มีบาปติดตัว 

ก็มีคนบอกว่า 
ท่านเชื่อไหมว่า ทุกอย่าง มีความเกิดดับ เป็นธรรมดา

ถ้าใครระลึกรู้ทันเหตุ จะคิดดับได้นั้น ทุกท่าน ก็จะได้พ้นทุกข์ ให้เห็นด้วยการรู้ทัน เฉพาะตน ......

แต่เม จะบอกว่า 

เหตุ ไม่ใช่ความคิด  

แต่ เหตุอยู่ที่ตัว 

เมื่อตนเอง เป็นศพเละเน่า   แม้ไม่เจตนา จะเน่า  กลิ่นเน่าก็มักจะโชยกลิ่นเหม็นเน่า ออกมา เป็นธรรมดา 

หลายๆท่าน ก็รอ  จนกว่าศพจะแห้ง หายเน่าหายเหม็น  แล้วบอกว่ารู้เท่าทัน  เหม็น มีความเกิด ก็ดับ  เป็นธรรมดา 

หลายๆท่าน ก็หันไปจุดธูปเทียน กำยาน จัดดอกไม้ รอบศพตน เพื่อกลบกลิ่น 

แต่ไม่เอาศพตน  ทำลาย เข้าเมรุเผาก่อนที่จะเน่า ก่อนจะมีกลิ่น 

เผาไปก็สิ้นไป ก็จะไม่มีกลิ่นศพโชยมาต่อ

มีแต่กลิ่นธรรม หอมฟุ้งสุขยิ่งกว่าหอมใดๆ 

tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ย. 2026, 01:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2306

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


"อิทมโวจ ภควา. อตฺตมนา ปญฺจวคฺคิยา ภิกฺขู ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุ. อิมสฺมึ จ ปน เวยฺยากรณสฺมึ ภญฺญมาเน ปญฺจวคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตานิ วิมุจฺจึสุ. เตน โข ปน สมเยน ฉ โลเก อรหนฺโต โหนฺติ."

ความว่า

"พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระสูตรนี้แล้ว พระปัญจวัคคีย์มีใจยินดี เพลิดเพลินภาษิตของพระผู้มีพระภาค. ก็แลเมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสไวยากรณภาษิตนี้อยู่ จิตของพระปัญจวัคคีย์พ้นแล้วจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ถือมั่น ครั้งนั้น มีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลก 6 องค์"

เมื่อ พระบรมศาสดาได้ทรงแสดง รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ว่าเป็นอนัตตา มิใช่อัตตาตัวตน
ไม่ควรที่จะเห็นโดยสำคัญด้วยตัณหา มานะ ทิฏฐิว่า นั่นเป็นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา

กลิ่นของศพ ที่โชยออก ก็เช่นเดียวกับความคิด ที่ฟุ้งออกมา ตัวตน
จาก อวิชชา ตัณหา กิเลส และทิฎฐิ นั่นแหละ

มีตัว ตัวก็ฟุ้งคิด ออกมา
คิดทางบุญ คิดทางบาป คิดอัพยา

สักกายะทิฎฐิตัวเบ่อเร่อ

tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ย. 2026, 22:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2306

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


คำพูดว่า คิดดับๆๆ นั้นง่ายจริงหนอ 

เพราะไม่อาจล่วงรู้ความจริง ว่า 
คิดออกมาแค่เสี้ยว วินาที แม้นดับไป อย่างธรรมดา ตามธรรมชาติ ตามไตรลักษณ์ 

แต่ ก็แพร่พิษกระจาย  ส่งกลิ่น ส่งรากลึก แน่นหนา ชอนไชไปนานจน  ลืมคิดนั้น 
ไม่รู้ว่าเกิดจากคิดนั้น 

เพราะไม่อาจหายา แก้พิษ ธรรมโอสถ ได้ทันท่วงที
ปล่อย จนพิษ จนกลิ่น แพร่กระจายไปเต็มดวงจิตดวงใจ 

เพราะสติปัญญายังอ่อนเยาว์ ไร้พละไร้เรี่ยวแรง

จึงยกตัวอย่าง

แค่คิดว่า จะเรียนหนังสือให้จบ  จะเป็นจ้าวยุทธภพ 

ความคิดนั้น ก็พ่นพิษร้ายลงไป ก่อรากฝังลึก ส่งกลิ่นไป นานหลายปี จนชั่วชีวิตก็เป็นได้ 

กินเวลา เนิ่นนาน เกินกว่าจะจดจำความคิด ที่เกิดและดับลงในปีนั้นนั้นได้ 

อยากมี อยากได้ อยากเป็น ไม่อยากมี ไม่อยากได้ ไม่อยากเป็น
ก็เติบโต  ตามส่งปุ๋ย ให้พิษและกลิ่น กระจายอบอวล

ก็ออกเดินทาง สรรหาสำนัก สรรหาโรงเรียน
สรรหาอาจารย์ สรรหาติวเตอร์ 
สรรหาอาวุธนานา สรรหาตำราแบบ เช่นคัมภีรนพเก้า 

แม้ ใช้เวลา ฝึกปรือ  ร่ำเรียน ไปจบจบ   
หรือใช้เวลาไป  แต่เรียนไม่สำเร็จ 

นั่นก็คือมาจากพิษและกลิ่น  ของความคิดแค่คิดเดียว ที่ดับไปเนิ่นนานแสนนานแล้ว
แต่พิษและกลิ่นของมัน ก็ยังไม่มีจางหาย  แต่ชินชาไปกับมัน

พิษ ที่เกิดจากคิดเดียว ก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว 

และแม้คิดเกิดดับ เป็นธรรมดา 

แต่  กลับหา สิ่งที่มีประโยชน์ ก็คือ การใช้ ธรรมโอสถ
มาทำลาย ให้ทันท่วงที ในคิดและพิษนั้นๆ

ก็จะช่วยรักษาพิษและกลิ่น ที่เกิดขึ้น จากคิด ได้ฉับพลัน
ไม่ให้แพร่ไปถึงกาลในวินาทีต่อมา 

ไม่ผ่านไปเนิ่นนาน จนชั่วชีวิต
จากคิดแค่คิดเดียวก็ทำอันตรายได้ แทบทั้งชีวิต

tongue  


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ย. 2026, 23:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2306

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


คิดดับๆๆ สุขจริงหนอ  สุขจริงหรือ 

แว๊ปเดียวของคิด 
มโนกรรม  

คิดดำ คิดขาว  แม้นคิดไม่ดำไม่ชาว  

ก็มีวิบาก 
วิบากดำ วิบากขาว วิบากไม่ดำไม่ขาว ก็เกิด

ก็ต้องรู้จริง รู้ชัด รู้แจ่มแจ้ง ให้ชัดเจน ว่า 

คำว่าวิบาก คืออะไร  แม้คิดจะดับไปแล้ว  แต่วิบาก ก็ส่งกลิ่น ดำเนินต่อ

คิดดับๆๆๆๆๆ แต่กลิ่นยังคงอบอวล ด้วยวิบาก

tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.ย. 2026, 11:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2306

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


คิดดับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   

คิดดำ ดับ   แค่คิดเดียว   

พิษของมัน  กลิ่นของมัน เป็น วิบาก ก็ตามไปยังปรโลก  ไปเป็นสัตว์นรก 
คิดขาวดับ  วิบาก ก็ตามไป ไปเกิดในปรโลก เป็นเทพ เทวดา
คิดดำ คิดขาว วิบาก ก็ตามไปเกิด ไปเป็นสัตว์บ้างคนบ้าง

คิดไม่ดำ ไม่ขาว คิด ประกอบ ด้วยอริยะมรรค โพชฌงค์ คิดแต่ปรมัตถ์  ด้วยธรรม 
แต่  วิบาก ก็ยังตามไป   แต่  เป็นไป เพื่อพ้นทุกข์ พ้นสุข ชั่วคราว 

ในคิดแต่ละคิด ก่อนก่อเกิดเป้นสังขาร  จะมีกริยาที่แฝงอยู่ 
 

รู้ทันที่กริยา สังขารคิดจะตัดลงภวังค์  จะดับลงทันที 

นี่คือคนที่รู้จักพิษ รู้จักความเน่าเหม็น  ที่ไม่สัมผัสแตะต้อง  

ไม่ใช่คอยตามดม กลิ่นเน่า สะสม พิษจากวิบาก อันรุนแรงสาหัส

กริยาวัชชน จิต 

ที่แฝงอยู่ตามมโนทวาร  

อาวัชชนจิตมี 2 ดวงหลักตามทวารที่รับอารมณ์: 
ปัญจทวาราวัชชนจิต : ทำหน้าที่ใส่ใจอารมณ์ที่มากระทบทางทวารทั้ง 5 (ตา หู จมูก ลิ้น กาย)
มโนทวาราวัชชนจิต : ทำหน้าที่ใส่ใจอารมณ์ที่เกิดขึ้นทางใจ (มโนทวาร) หรือเป็นจิตดวงแรกที่เกิดขึ้นก่อนจะรับรู้อารมณ์ทางใจ 


คิดดำคิดเดียว ยังเผย กลิ่นกลิ่นศพ เน่าร้ายแรงถึงเพียงนี้   

แล้ว  คิดดับๆๆๆๆ ๆๆๆๆ จนพร่ำเพรื่อ    ไม่อิโหน่อิเหน่ในธรรม ที่พระผุ้มีพระภาคเจ้า ได้ทรงแสดง

กลิ่นเหม็นเน่า จะตามไปปรโลก กี่ภพกี่ ชาติ  หละจ๊ะ 

คนจริง ก็ต้องรู้ของจริง  นะ 
จบเนื้อเพลง  

สวัสดีค่ะ  


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2026, 14:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2306

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


เนื้อเพลงท่อนแรกจบไป

ก็มาต่อท่อนสอง

บางท่านหลายท่าน หลงยึดอย่างมั่นคง ไปว่า

เพราะมี เจตนา จึงเป็นกรรม
ไม่เจตนา ไม่เป็นกรรม

ประมาท เลินเล่อ ขาดสติ เพราะไม่เจตนา เลยไม่เป็นกรรมกระนั้นหรือ

เพราะไม่เข้าใจ ใน กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม
เอาอจินไตยสี่ เรื่องกรรม มาคิดเองเออเอง

ไปประเมืนเอาเอง เข้าข้างตนเอง เพราะไม่ลืมหูลืมตาในพระธรรมที่แสดงไว้หลายบท
ที่สัมพันธ์กัน ในเรื่องกรรม วิถีแห่งกรรม

แต่ ๆๆ
จงใจ คัดเอาเฉพาะ พระธรรมข้อเดียว บทเดียว ที่ตนพอใจ
เพื่อเอามาอ้างอิงเข้าข้างตนเอง ว่าไม่เจตนา ไม่เป็นกรรม วิบากหายเว๊ปปป

จึงมีท่อนแร๊ป ว่า คิดดับๆๆๆๆๆ กรรมไม่มีเจตนา ไม่เป็นกรรม ๆๆๆ
จนหลงเชื่อเอาเองว่า นั่นจริง
แถมยังพร่ำสอนไปทั่ว

แต่ลืมสิ้น เลอะเลือน ไม่รู้จัก วิบากๆๆๆๆๆ ที่ส่งกลิ่น ส่งผล ไปปรโลก
คิดดำ ดับแค่คิดเดียว วิบาก ก็ตามไป ไปเกิดเป็นสัตว์นรก

ในกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม
กรรมดำ กรรมขาว กรรมดำขาว ไม่ดำไม่ขาว ที่เกิด

แม้นบทนี้ จะแสดงเจตนา ในธรรมเต็มเปี่ยม สำหรับกรรมบางชนิด
แสดง ด้วยอริยะมรรค สัมมาทิฎฐิ เป็นกรรมไม่ดำไม่ขาว
แต่ๆๆๆ ก็ยังมีวิบาก
แม้น กรรมนี้ เจตนา มุ่งกระทำ เพื่อการหลุดพ้น


จากพระธรรม ทรงแสดงชัดแจ้งอยู่แล้ว ว่า ไม่มีกรรมใดๆเลย ที่ไม่มีวิบาก


สุขจริงน้อๆๆๆๆ สุขแท้ๆหนอๆๆๆ ไม่เจตนาๆๆๆ ไม่มีกรรมจริงๆน้อ จริงมั๊ยน๊อ ๆๆๆๆๆ

วิบากเพียบ

tongue


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 60 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร