วันเวลาปัจจุบัน 25 พ.ย. 2020, 11:54  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 10 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ม.ค. 2009, 03:57 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ม.ค. 2009, 03:05
โพสต์: 11


 ข้อมูลส่วนตัว


เค้าบอกว่าคนที่จะมาเป็นคู่กันมีอยู่ 2 ปัจจัย คือต้องเกื้อหนุนกันในชาติแล้ว กับเกื้อหนุนกันในชาติปัจจุบัน แล้วคนที่มาพบมารักกัน นั่นคือมีเหตุมาจากปัจจัยแรกแล้วพอมาเจอกันในชาตินี้ ก็ทำแต่สิ่งดีๆร่วมบุญร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา แต่ทำไมถึงมีเหตุให้ต้องเลิกรากัน เพราะการที่คนเราจะเป็นคู่กันได้ย่อมเกิดจาก 2 ปัจจัยไม่ใช่เหรอ..ข้องใจกับปัจจัย 2 ข้อที่กล่าวมาในข้างต้น ทำไมบางคนไม่ได้อยู่ร่วมกัน แล้วทำไมกับบางคนเค้าถึงได้แต่งงานกับคนที่เค้าเจอกันไม่นาน


แก้ไขล่าสุดโดย Cas เมื่อ 02 เม.ย. 2009, 04:47, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ม.ค. 2009, 18:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ย. 2008, 23:07
โพสต์: 151

ที่อยู่: BKK.

 ข้อมูลส่วนตัว


:b16:
อย่าทุกข์ใจไปเลยนะ ทุกอย่างมีเหตุและผล การให้ผลของกรรมมันซับซ้อน
เอาเป็นว่าถ้ายึดแล้วทุกข์ก็คลาย
อย่าวิ่งหาความรักเลย ปล่อยให้มันมาเมื่อมันจะมาดีกว่า
เราจะได้ไม่หลงทาง เสียเวลากับคนที่ไม่ใช่ตัวจริง
แล้วเอาเวลาที่มีอยู่ในแต่ละวันดูแลตัวและหัวใจของตัวเองให้ดี
ถ้าจิตเราดี เราก็จะได้เจอแต่คนที่ดี
มันเป็นกฎแรงดึงดูด

:b48: :b41:

.....................................................
จงระมัดระวังกาย วาจา ใจ ไม่ให้ไปทำร้ายใคร


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ม.ค. 2009, 08:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2009, 22:30
โพสต์: 61


 ข้อมูลส่วนตัว


ตอบแบบง่ายๆ

ชีวิตคู่ อยู่ด้วย " ความรัก" ถ้ายังดำรงความรักอยู่ได้ ชีวิตคู่ก็อยู่ได้

หากว่า ดำรง ความรัก ไว้ไม่ได้

ไม่ว่าใครต่อใคร ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้

ฉะนั้น จะเนื้อคู่ หรือ เนื้องอก ก็ตาม สำคัญที่สุดก็คือ " ความรัก "

ที่จะเป็นสาเหตุให้ อยู่ หรือ ไป


จบ.....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2009, 03:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


ขออนุญาตยกวาทะของคุณดังตฤณ
ที่กล่าวไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาให้พิจารณา

เผื่อว่าจะได้แง่คิดดีดีที่เป็นประโยชน์ต่อการ "วางจิต"
ของตนต่อไปในอนาคตได้บ้าง...นะคะ :b1: :b4:

:b43: :b43: :b43:

"ไม่มีเรื่องสำคัญในชีวิตเราเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ

พระพุทธองค์ตรัสว่า ความรักนั้น เกิดขึ้นด้วยเหตุ ๒ ประการ

ประการแรก คือ เพราะอยู่ร่วมกันในอดีตชาติ
ประการที่ ๒ คือ เกื้อกูลกันในปัจจุบัน

เหมือนดอกบัวที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยเหตุ ๒ ประการ
คือ น้ำ และเปือกตม ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้


ถ้าเคยเป็นคู่ผัวตัวเมียมาแต่ปางก่อน
ก็อาจทำให้รักตั้งแต่แรกพบ
ส่วนจะรักแท้แน่นอนยั่งยืนแค่ไหน
ก็ขึ้นอยู่กับวิธีอยู่ร่วมกันในปัจจุบัน"


(วาทะดังตฤณ ฉบับ ความรักหลากสี, หน้า ๘๐)

:b43: :b43: :b43:

"จากการที่พระพุทธเจ้าท่านเคยตรัสว่า

หญิงชายจะพบกันทั้งชาตินี้และชาติหน้า ก็เพราะมีเหตุคือ
ต่างฝ่ายต่างมี ศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา เสมอกัน

คำว่า “เสมอกัน” นั้น อย่างน้อยที่สุดก็คือ

ร่วมยินดีไปในแนวความเชื่อเดียวกัน
มีใจปรารถนาจะรักษาศีล มีใจอยากสละให้
และอย่างน้อยพูดภาษาเดียวกันรู้เรื่อง
ไม่ใช่ว่าฝ่ายหนึ่งเสนอ
อีกฝ่ายนอกจากไม่สนองแล้วยังเอาแต่ขัดๆ

ยิ่งไปกว่านั้น พระพุทธเจ้ายังเคยตรัสว่า
ความรักจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยเหตุสองประการ

ประการแรกคือ เคยอยู่ร่วมกันมาในอดีต
ประการที่สองคือ ชาตินี้ได้เกื้อกูลกัน
นั่นแหละความรักอย่างลึกซึ้งถึงจะเกิดได้


มองด้วยข้อสรุปนี้

คู่บุญตัวจริง
ก็คือคนที่เคยคิดดี พูดดี ทำดีต่อกันมาก่อน
รวมทั้งมีศรัทธาไปในทางเดียวกัน
แข็งแรงในศีลข้อเดียวกัน
มีใจคิดสละประมาณเดียวกัน
และอย่างน้อยต้องพูดกันรู้เรื่อง
ประมาณเพลินคุยได้ไม่รู้เบื่อ


ประเภทใส่บาตรครั้งสองครั้ง
อาจมีผลให้เกิดความรู้สึกปิ๊งๆ
แต่จะไม่มีเหตุปัจจัยส่งเสริมสนับสนุนให้ได้พับกันบ่อยๆ
ได้เกื้อกูลกันโดยปราศจากอุปสรรคขัดขวางอย่างสิ้นเชิง
พูดง่ายๆว่าต้องสร้างปัจจัยใหม่กันเหนื่อยพอดูครับ"


(วาทะดังตฤณ ฉบับ ความรักหลากสี, หน้า ๒๘)

:b43: :b43: :b43:

“บุพเพสันนิวาส”

"ตามความหมายอันแท้จริง จะต้องเคยครองคู่ ร่วมทุกข์รวมสุข
ฝ่าฟันแล้วสุขสมด้วยกันมาก่อน
มีลูกให้ช่วยกันเลี้ยงดูดัวยกันมาก่อน
มีความจากพรากอันน่าอาลัยมาก่อน

และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ปัจจัยสำคัญอย่างสูง คือเคยทำบุญในพุทธเขตร่วมกันมาก่อน"


(วาทะดังตฤณ ฉบับ ความรักหลากสี, หน้า ๓๑)

:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2009, 15:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ม.ค. 2009, 11:09
โพสต์: 41


 ข้อมูลส่วนตัว


กรรมเป็นผลมาจาการกระทำ ใครทำกรรมไว้อย่างไรก็ได้ตามนั้น :b8:

.....................................................
ทุกข์เท่านั้นที่เกิดทุกข์เท่านั้นที่คงอยู่ทุกข์เท่านั้นที่ดับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.พ. 2009, 20:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2009, 22:06
โพสต์: 194

อายุ: 38
ที่อยู่: นันทบุรีศรีนครน่าน

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมเคยทราบมาว่า...คนที่จะเป็นเนื้อคู่ที่แท้จริงกันได้นั้น อย่างน้อยต้องทำบุญร่วมชาติและเกื้อกูลกันมา 80-100 ชาติ นี่คือคู่บุญ คู่กรรมคือต้องมีอันเคยเบียดเบียนกันมาจากอดีตชาติเหมือนกัน.. :b39:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 11:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สรุปสั้นๆตามคัมภีร์ก็ว่า “บุพเพสันนิวาส อำนาจปัจจุบัน”
บุพเพสันนิวาส ว่าเคยอยู่ร่วมกันมาแต่อดีตชาติ ดังคำพูดที่ว่า ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน
เก็บดอกไม้ร่วมต้น สร้างกุศลร่วมกัน แล้วชาตินี้เพียงพบประสบพบพักตร์ก็ปิ๊งปิ๊งแล้วรักกัน
คุยกันถูกคอพูดกันรู้เรื่อง เป็นที่ปรึกษากันและกันได้ ต่างรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาวเข้าหากัน รวมทั้งได้ช่วยเหลือเกื้อหนุนจุนเจือกัน
อำนาจปัจจุบันสำคัญ

แต่ถึงกระนั้นก็พึงระลึกถึงความจริงที่ว่า ไม่มีอะไรแน่นอน ตามกฎไตรลักษณ์
เจ้าชายสิทธัตถะกับพิมพายโสธรา สร้างบารมีร่วมกันทุกภพชาติ ชาติสุดท้ายได้อยู่ร่วมกันแค่
10 กว่าปี ก็จำพรากจากกัน
เจ้าชายนันทะ แต่งงานกับคนรักแล้ว แต่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

หลัก ข้างต้น วัดได้คร่าวๆ แล้วก็นะคนใกล้ตัวเนี่ย เคยอยู่ร่วมกันในชาติก่อนหรือไม่ เราไม่รู้
อยู่ได้ก็อยู่กันไป ประคับประคองกันไป
แต่เมื่อมีอันเป็นไปตามกฎธรรมดาเช่นว่านั้น

ก็ปล่อยเขาไป

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id ... 9&gblog=48

บุพเพสันนิวาส

http://www.dseason.com/coolsong/coolson ... hp?id=3169

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2009, 20:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2007, 09:55
โพสต์: 1632


 ข้อมูลส่วนตัว


เนื้อคู่ คือ ผู้ที่เข้าใจในจิตใจ พฤติกรรม และการกระทำของกันและกัน ระหว่าง ผู้หญิงกับผู้ชาย โดยมีความต้องการทางเพศ เป็นปัจจัยประกอบ ตามธรรมชาติของมนุษย์
มนุษย์ ยังเข้าใจผิด คิดว่า คนเราถ้าไม่ใช่เนื้อคู่กันแล้ว ย่อมแคล้วคลาดจากกัน
ความจริงแล้ว ไม่ใช่ขอรับ การที่แคล้วคลาดจากกันนั้น จะเกิดจาก ความคิด ของแต่ละบุคคล เกิดจากอาชีพ หน้าที่การงาน หรือสภาพสิ่งแวดล้อม ของทั้งสองฝ่าย ทำให้เกิดการแคล้วคลาดจากกัน
บุคคลแม้ไม่ใช่เนื้อคู่กัน ก็สามารถอยู่ร่วมกัน จนแก่เฒ่าหรือตายจากกันไป เพียงหากท่านทั้งหลายระลึกถึงหลักความจริง
ไม่ใช่นึกถึงแต่ ผู้หญิง กับผู้ชาย ที่เรียกว่า สามีภรรยา หรือกิ๊ก หรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะเรียกกัน
ที่ข้าพเจ้าไม่กล่าวให้ชัดเจนลงไป ก็เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้คิดพิจารณา เพราะข้าพเจ้าไม่อยากทำลายความเชื่อ ในเรื่องเนื้อคู่
ขอถามท่านทั้งหลายว่า ท่านอยู่กับบิดามารดา ของท่านจนบิดามารดาของท่าน แก่เฒ่า และเสียชีวิตไปในที่สุดกันบ้างหรือไม่
ถ้าท่านทั้งหลายไม่ได้อยู่กับบิดามารดาของท่านจนแก่เฒ่า ท่านไม่ได้เป็นเนื้อคู่กับบิดามารดาของท่านกระนั้นหรือ
และถ้าท่านทั้งหลายได้อยู่เลี้ยงดูบิดามารดาของท่านจนแก่เฒ่า จนตายจากกัน นั่นหมายความว่า ท่านเป็นเนื้อคู่ กับ มารดา บิดา ของท่านกระนั้นหรือ
ขอให้คิดพิจารณาให้ดีขอรับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 เม.ย. 2009, 02:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 810

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


กรรมที่ทำให้ไม่เจอเนื้อคู่

ชาติที่แล้วเราไปผูกมัดใครไว้บ้างก็ไม่รู้ด้วยคำสัญญา เช่น เราจะรักกันทุกชาติไป โดยหารู้ไม่ว่ากรรมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ชาติภพใหม่ก็เลยแตกต่างกันไป แต่คำมั่นที่สาบานยังอยู่ อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุณยังเป็นโสดจนทุกวันนี้ ลองสวดมนต์บทนี้ดูอาจจะดีขึ้นนะ คำขอขมาและอธิษฐานจิต อธิษฐานหน้าพระพุทธรูป หรือสวดก่อนนอนก็ได้

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ( 3 จบ )

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต


'หากข้าพเจ้า จงใจหรือประมาทพลาดพลั้ง ล่วงเกิน บิดา-มารดา ครูบาอาจารย์ พระพุทธ พระธรรม
พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้า
ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมถึงผู้มีพระคุณ และท่านเจ้ากรรมนายเวร จะด้วย กาย วาจา ใจ ก็ดี
ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย หากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตามมา ขออนุญาติมีคู่ มีครอบครัวได้เหมือนคนปกติทั่วไป ขอถอนคำอธิษฐาน คำสาบานที่จะติดตามคู่ในอดีต ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูก ที่ชอบ ที่ควร ขอบุญบารมี ในอดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้อง จงเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ สติ ปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ อุปสรรคใดๆ โรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป ขอให้ข้าพเจ้ามีความสว่างทั้งทางโลก ทางธรรมตั้งแต่บัดนี้ตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ


หากมีผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตาม ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้ ขอถอนความพยาบาท ความอาฆาต และคำสาปแช่งในทุกชาติทุกภพ ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่งของปวงชนของเจ้ากรรมนายเวรด้วย...เทอญ

คนเราเกิดมาหลายภพหลายชาติ แต่ละคนมีเจ้ากรรมนายเวรที่แตกต่างกัน การสวดขอขมาเพื่อลดและปลดหนี้กรรมให้น้อยลง
( คาถา บทนี้ เป็นคาถาที่ใช้สำหรับขอขมาพระรัตนตรัย และใช้เพื่อถอนคำสาปแช่ง ในอดีตชาติ ที่ติดตามมา เพราะเราไม่รู้ว่าเคยได้ ล่วงเกินปรามาสใครไปบ้างก็ไม่รู้ ไม่เว้นแม้กระทั้ง
พระพุทธองค์ พระอรหันต์ พ่อ แม่ เป็นต้น เพราะบางคนทำการใดๆ มักมีอุปสรรค หรือมักมีคนไม่ชอบหน้า
ขอผู้ได้รับใบคำขอขมาและอธิษฐานจิตนี้ กรุณาส่งให้ผู้อื่นต่อเพื่อสร้างผลบุญบารมีต่อไป)


ตั้งนะโม ๓ จบ
ชินะปัญชะระ ปะริตตังมัง รักขะตุ สัพพะทา
หรือ วิญญาณสัมปันโน อิติปิโส ภะคะวา นะโมพุทธายะ (๙ จบ)

(ขอพระอนันตชินเจ้าในบัญชรแวดวงกงล้อม พระโมรปริต รและพระขันธปริตร อรหันต์เจ้า จงคุ้มครองรักษาข้าพเจ้าให้พ้นจากภยันตรายสรรพสิ่งทั้งปวง ตลอดเวลาทุกเมื่อ)
ที่มา: http://www.dhammasatta.org/index.php?mo=3&art=244426

.....................................................
"มีสติเป็นเรือนจิต ใช้ชีวิตเป็นเรือนใจ ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างส่องทางเดินไปเถิด จะได้ล้ำเลิศในชีวิตของท่าน มีความหมายอย่างแท้จริง"
ในการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อท่านบอกว่า ให้ตัดปลิโพธกังวลใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูก สามี ภรรยา ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง อย่าเอามาเป็นอารมณ์ จากหนังสือ: เจริญกรรมฐาน7วันได้ผลแน่นอน หัวข้อ12: ระงับเวรด้วยการแผ่เมตตา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 เม.ย. 2009, 22:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ค. 2008, 14:07
โพสต์: 285

อายุ: 0
ที่อยู่: ประเทศไทย

 ข้อมูลส่วนตัว


อย่าไปสนใจเลยครับ มันเป็นเรื่องที่คิดแล้วก็วุ่นวาย ถ้าจะมองเป็นเรื่องวิบากกรรม ก็ไม่ควรไปคิดเลยครับ อีกอย่างเรื่องนี้พูดไป ก็เหมือนคลื่นกระทบฝั่ง ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อคุณ และคนอื่นเลย เพราะไม่ได้ทำเกิดปัญญา หรือ ความรู้สึกที่จะเข้าหาธรรมะเลย

.....................................................
"ใครเกิดมา ไม่พบพระพุทธศาสนา ไม่เลื่อมใส ไม่ปฎิบัติ ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย เป็นโมฆะตลอด ตั้งแต่วันเกิดจนวันตาย"

"ให้พากันหมั่นให้ทาน รักษาศีล เจริญเมตตาภาวนา"

พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
http://www.luangta.com/

"ทำสมาธิมากเนิ่นช้า คิดพิจารณามากฟุ้งซ่าน หัวใจของการปฏิบัติคือการมีสติในชีวิตประจำวัน"
หลวงปู่มั่น

"ดูจิต...ด้วยความรู้สึกตัว"
หลวงพ่อปราโมทย์ สวนสันติธรรม ชลบุรี
http://www.wimutti.net


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 10 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร