วันเวลาปัจจุบัน 04 ธ.ค. 2020, 06:52  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 34 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ค. 2010, 11:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ค. 2010, 09:57
โพสต์: 29

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เป็นครั้งแรกที่เข้ามาอ่านในเวปนี้ รู้สึกอึ้งกับสิ่งที่ได้อ่าน เรื่องราวต่างๆ มากมาย

ก่อนอื่นต้องขอโทษคุณผู้หญิงที่มีความทุกข์เรื่อง แฟน สามี นอกใจ หรือมีภรรยาน้อย
ขอสะท้อนอีกมุมหนึ่ง ที่มีความเศร้าและความหดหู่ มากมายในชีวิต
ในฐานะที่บังเอิญ เข้าไปมีสัมพันธ์กับคุณผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว

รู้จักกันมา 3 ปีค่ะ ตลอดเวลารับรู้ว่าเค๊า มีความทุกข์ในชีวิต ชีวิตการงานล้มเหลว หดหู่ เป็นโรคซึมเศร้า ครอบครัวพัง แล้วพังอีก จากการบอกเล่า ทีละเล็ก ละน้อย ตลอดระยะเวลาสามปี ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความสงสารขึ้นมาจับใจ เค๊าบอกว่าเค๊าใช้ชีวิตลำพังคนเดียว นอนคนเดียว ชีวิตโดดเดี่ยวมานาน มันทำให้ตัดสินใจมีความสัมพันธ์กับเค๊า ด้วยความรักที่มีเต็มหัวใจ...โดยที่เราไม่เคยมอบให้ใครมาก่อนในชีวิต..

มีสัมพันธ์ผ่านไปเกือบ สองปี ถึงได้รู้ว่า เค๊ายังอยู่ด้วยกันโดยเรียก อีกฝ่ายว่าแฟนเก่า พร้อมลูกสาวของแฟนเก่า ในบ้านเดียวกัน ความเจ็บปวดเกิดขึ้นในใจมากมายหลังจากได้รับรู้ ช็อค เศร้าโศก เสียใจ สาระพัดความทุกข์ประดังเข้ามา....เค๊าบอกเค๊าผิดอะไร ทำมัยต้องมาเจออากัปกริยา เศร้าเสียใจ น้อยใจของเรา เมื่อรู้เรื่อง ทั้งๆที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเค๊าไม่เคยปิดปัง...... ค่ะ เค๊าไม่เคยปิดปัง แต่เราไม่เคยรู้เลย ได้แต่สรุปเอาเองว่าเค๊าเลิกกันแล้ว......

เวลา ผ่านไป เค๊าบอกว่า เค๊าเหมือนหลง..แสวงหากิเลส ตัญหา มากลบความทุกข์ที่มี สุดท้ายกับมีความทุกข์เพิ่ม ...เราก็เพิ่งรู้ว่าทุกครั้งที่ทำกับข้าวทานกันวันเสาร์ ถ่ายทอดความอบอ่นผ่านการกอดกัน ในเวลาที่เจอกัน เค๊าบอกว่า เค๊าหลง หลงทำผิด เค๊าแค่หลง ขณะที่เรามีความสุข อบอุ่นมากมาย ......
ชีวิตเรา จะไม่มีความสุขหรอกที่เจอเค๊า... เพราะเค๊าแสวงหาความสงบ ความเป็นอิสระ ในขณะที่เราแสวงหาความรักความอบอุ่น ซึ่งเค๊ามองว่าเป็นบ่อเกิดความทุกข์.....

ใช่ค่ะพูดถูก เรา ทุกข์มากมาย หาทางออกให้ตัวเองไม่เจอ ทุกวันขับรถด้วยน้ำตาคลอ ด้วยความปวดใจและน้อยเนื้อต่ำใจในโชควาสนาของตัวเอง ......

เค๊าบอก ว่า เค๊าเข้าใจปัญหาครอบครัวที่ทำให้เค๊ามีความทุกข์เป็น สิบ สิบปี ..มาแล้ว เค๊ารู้ดี เค๊าไม่เคยคิดที่จะมีครอบครัวใหม่เลย...นั้นคือสิ่งที่เค๊าบอกเรา.....

ทุกข์ มากมายค่ะ ตอนนี้...สับสนว่าทำมัยเพิ่งมาบอกกันว่าเป็นความหลง ทำมัยมาบอกกันว่าต้องการความสงบ ความเป็นอิสระ ..ในวันที่เราได้ให้ทุกอย่างไปหมดแล้ว..แม้กระทั่งศักดิ์ศรี ความนับถือตัวเอง มันไม่หลงเหลือแล้ว....ตอนนี้เหมือนผู้หญิงที่หน้าด้าน ไร้ยางอาย ร้องเรียกหาผู้ชายคนหนึ่งด้วยความรัก ความคิดถึง..ทั้งๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายมีครอบครัว ที่ยังต้องดูแลกันอยู่.....

ขอความคิดเห็นทุกมุมมอง เพื่อตั้งสติในการใช้ชีวิตต่อไป ค่ะ...


แก้ไขล่าสุดโดย เว็บมาสเตอร์ เมื่อ 20 ก.ค. 2010, 06:59, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ค. 2010, 13:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 มิ.ย. 2010, 12:05
โพสต์: 282

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอสนทนาแลกเปลี่ยนค่ะ
เคยผ่านช่วงนึงที่คล้ายกัน เพียงแต่ของดิฉันยังไม่ทะลุศีลข้อสาม และฝ่ายชายยังไม่มีลูก
6เดือนที่ไม่รู้และมีความสุขมาก เมื่อรู้ความจริงก็ยังทนคบต่ออีก 2 เดือนอย่างสุดจะทรมาน
เพราะคิดว่ารักมาก(แต่จริงๆคือยึดมาก เพราะเค้า value เรามาก)

เค้าไม่ยอมเลิกจะคบทั้งสองคน (เพราะรัก2คน^^)
ดิฉันก็รู้ว่ามันไม่ถูกต้อง ความรักที่แท้จริงไม่ควรทำให้ใจต้องเจ็บปวดแบบนี้
ตอนนั้นพยายามทุกทางที่จะตัดใจ อ่านหนังสือธรรมะเยอะมากเพื่อจะให้ลืม
แต่พอปิดหนังสือ ก็ทุกข์อีก-_-"
ไปเข้าวัดปฏิบัติธรรมหลายวัน แต่ใจกลับคิดถึงแต่เค้า
ในที่สุดอ่านหนังสือเล่มนึงจบ ก็ตัดสินใจก้าวออกจากเหตุแห่งทุกข์ด้วยตัวเอง
(ยิ่งกว่าสุขเมื่อจิตเป็นอิสระ –ดร.สนอง วรอุไร
ไม่ได้ PR หรือรับรองว่าจะใช้ได้ผลกับทุกคนนะคะ)

กรรมที่ทำเป็นประจำทุกวันสำคัญมากนะคะ
ตอนนี้เราอาจยังไม่เห็นค่าของลมหายใจ แต่ตอนรูปจะแตกดับ
กรรมทุกอย่างที่เราสั่งสมไว้ในจิต จะแสดงผลรวบยอดขณะจิตสุดท้าย
ถ้ายังปล่อยให้กิเลสครอบงำให้จิตเศร้าหมองทุกวัน โอกาสไปอบายภูมิสูงมากค่ะ
ซึ่งจะทรมานยิ่งกว่าที่ใดใดในโลกมนุษย์
ถึงตอนนั้นใครๆก็ช่วยเราไม่ได้แม้แต่คนที่เรารัก

มันไม่คุ้มกันเลยที่จะปล่อยให้ความสุขชั่วคราวดึงให้จิตวิญญาณเราตกต่ำลง
อุตส่าห์ได้เกิดเป็นมนุษย์ ได้เจอพุทธศาสนา ที่สำคัญได้รู้จักการเจริญสติภาวนา
ทุกวันนี้ขอบคุณความทุกข์ครั้งนั้นมากจริงๆ ที่ทำให้เราได้มีโอกาสเปลี่ยนเส้นทางกรรม
เปลี่ยนคุณภาพจิตใจเดิมๆ
ไม่งั้นเราคงใช้ชีวิตตามอารมณ์และความรู้สึกไปตลอดชีวิต
ไม่ได้เจอสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์สมควรจะได้รับในชีวิตนี้

ขอ share นะคะ ดิฉันผ่านความทุกข์ครั้งนั้น และครั้งอื่นๆด้วย2ข้อนี้ค่ะ
1.ยอมรับกฎแห่งกรรม และกฎไตรลักษณ์

คงไม่บังเอิญที่เราได้มาเจอเค้า ไม่บังเอิญที่ต้องเจ็บหรือเสียใจเพราะเค้า
แม้ชาตินี้เราอาจไม่รู้ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นผลจากเหตุที่เราเคยสร้างไว้
(เพราะเราเคยเวียนว่ายมามากมายในสังสารวัฏนี้)
ที่เรากำลังเจ็บปวดใจอยู่ตอนนี้ คนที่เราเคยทำเค้าไว้ก็เคยรู้สึกแบบนี้ไม่ต่างกัน

ยังไงวันนึงเราก็ต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงและความพลัดพรากอยู่ดี
แม้วันนี้เค้าจะกลับมารักเราอยู่กับเราอย่างเดิม จะแน่ใจแค่ไหนว่าเค้าจะคงความรู้สึกนี้ให้เราได้ตลอดไป
และถึงจะรักเราตลอดชีวิต วันนึงความตายก็ต้องมาแยกจากกันอยู่ดี
หากเรายอมรับความจริงนี้ได้ ใจจะไม่ทุกข์มาก
จริงๆความทุกข์ก็ไม่เที่ยง ถ้าเราไม่ไปช่วยจิตคิดปรุงแต่งต่อ เดี๋ยวมันก็หรี่ซาลงไปเอง
ที่ยังทุกข์ เพราะอยากหายทุกข์ จึงเกิดทุกข์ซ้อนขึ้นมา

2. สร้างความเคยชินใหม่ๆที่ดีให้จิต โดยให้จิตคุ้นเคยกับความรู้สึกตัว
จากเดิมใจเรามักจะเคยชินกับการหยิบอารมณ์เดิมๆ(โดยเฉพาะความรู้สึกดีๆตอนยังหวานชื่น)
มาลูบคลำขยำขยี้จนทุกข์ ยิ่งคิด ก็ยิ่งทุกข์
แต่ถ้าเราเพียงแต่รู้ว่าจิตกำลังคิด ไม่ใช่ไปรู้เรื่องที่คิด เท่านี้ความทุกข์ก็หล่นหายไปเยอะเลยค่ะ
ฝึกเจริญสติแต่ปล่อยวางผล วันนึงจะเห็นเลยว่าปัญหาที่เกิด กับใจเราเนี่ยมันคนละตัวกัน
มีปัญหามากมายแต่ใจเราไม่ได้รู้สึกทุกข์ไปกะมันด้วยเลย กลับจะมีความสุขมากด้วยซ้ำ

ดิฉันก็ไม่อยากเชื่อว่าคนที่เราเคยคิดถึงเค้าทุกลมหายใจ จะเป็นคนเดียวกับที่เพิ่งเดินผ่านหน้าเราไปโดยใจเราไม่หวั่นไหวเลยซักนิด

เป็นกำลังใจให้นะคะ :b46:
จริงๆเดี๋ยวเวลาก็จะช่วยให้ดีขึ้นเอง
แต่หากเราถือโอกาสนี้เจริญสติไปด้วยก็จะเป็นประโยชน์มากค่ะ
ยิ่งอารมณ์แรงๆ ยิ่งเป็นโอกาสทองของการเจริญสติ เพราะจะเห็นได้ชัดดีค่ะ

.....................................................
อย่ามัวเสียใจกับเรื่องที่ผ่านมา อย่าปล่อยให้ชราแล้วตายไปเปล่า อย่ามัวแต่ตำหนิตนเองหรือผู้อื่นอยู่ คิดอยู่เสมอว่าจะพัฒนาจิตใจตน และทำประโยชน์ให้ผู้อื่นอย่างไร แล้วเร่งกระทำทันที อย่ามัวรีรอ


แก้ไขล่าสุดโดย จันทร์ ณ ฟ้า เมื่อ 04 ก.ค. 2010, 13:36, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ค. 2010, 16:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2009, 09:31
โพสต์: 639

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มันเป็นที่กรรมเก่าที่ทำมาแต่อดีตระหว่างคุณและเขาค่ะ สิ่งที่ทำได้ก็คือทำใจให้เข้าใจกับสิ่งที่เกิดว่ามันมีเหตุ เพียงแต่เหตุมันไม่ได้เกิดในปัจจุบันชาติยังไงก็ต้องชดใช้ อย่ายึดติดกับความสุขชั่วคราวที่เคยได้รับค่ะ วางอุเบกขาให้ได้แล้วจะไม่ทุกข์ มันยากก็จริงแต่ไม่พ้นวิสัยที่จะทำได้ ความคิดของเรานั่นแหละค่ะตัวแสบ ทุกข์เพราะคิดไปถึงความรู้สึกที่มันเคยมีเคยเป็น ต้องปรับความคิดใหม่ค่ะแต่อย่าหนีความคิด ยอมรับความทุกข์นั้นแล้ววางอุเบกขาให้ได้ถือเป็นการตัดกรรมค่ะ ตัดกรรมได้แล้วเราก็จะไม่ต้องประสบกับทุกข์นั้นอีกในอนาคตชาติ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ค. 2010, 05:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ค. 2010, 09:57
โพสต์: 29

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณคุณ จันทร์ ณ ฟ้า ที่แชร์ประสบการณ์
ตอนนี้ก็ยังเฝ้ารอ วันที่เค๊ามาหา สุขมากมาย กับการได้พบเจอ ...
ความทุกข์เข้ามาเยือนทันที เมื่อไ่ม่เป็นยังที่หวัง...

กำลังใคร่ครวญ ว่าสิ่งที่พบเจอมันเป็นความสุขชั่วคราว แล้วจะลืมมันได้อย่างไร
ขอบคุณสำหรับหนังสือ ..ยิ่งกว่าสุขเมื่อจิตเป็นอิสระ ..
แปลกมากเป็นหนังสือเล่มเดียวกับที่อีกฝ่าย อยากให้อ่าน...
เค๊าพูดเสมอว่า เรายึดติด ต้องการความผูกพันธ์ การเจอกับเค๊าชีวิตเราจะไม่มีความสุขจริงๆ เพราะเค๊าแสวงหาความสงบ และความเป็นอิสระ...

ขอบคุณค่ะสำหรับ การยอมรับกฎแห่งกรรมและไตรลักษณ์
สร้างความเคยชินใหม่ๆที่ดีให้กับให้กับจิตใจ

ขอบคุณ คุณ chulapinan คิดตลอดเวลาว่ามันเป็นกรรมเก่า ก่อนหน้าใช่ว่าชีวิตเราจะไม่มีใคร พอเค๊าเข้ามา ทำให้เราหยุดกับทุกคน คิดว่าเป็นกรรมเก่า ตั้งสติครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อเผชิญกับปัญหา และความเศร้า ความทุกข์ ต่างๆ.... ก็ได้แต่คิดว่า จะต้องวนเวียนกับการตั้งสติ ยอมรับความสุข ความทุกข์ที่เกิด ซึ่งวนเวียนนับครั้งไม่ถ้วน อ่อนใจแล้ว ถอดใจแล้ว สุดท้ายก็กลับมาเหมือนเดิม...
ค่ะ จะพยายามเอาอุเบกขา เข้ามาเสริม..กำลังในตัวเอง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ค. 2010, 07:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ค. 2010, 07:21
โพสต์: 64

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ดิฉันเพิ่งดูรายการ พลิกชีวิต มืดสู่สว่าง - รายการเจาะใจ พระภาสกร ภูริวัฑฒโน (ภาวิไล) ค่ะ
ท่านพูดถึง ชีวิตของท่าน สมัยเป็นฆราวาส ที่ผิดศีลข้อ 3 ตลอด (สมัยนั้น ท่านมีแฟน 3 คน แฟนแต่ละคนก็มีสามีอีก 3 คน)

มีคำพูดที่ท่านพูดถึงเรื่องนี้ที่น่าสนใจว่า

คนมีศีลเสมอกัน จะมีแรงดึงเข้ามากัน ตอนที่ท่านเิริ่มถือศีล 5 (ตอนยังเป็นฆราวาส) แฟน 2 คนก็เริ่มห่างออกไป เพราะศีลไม่เสมอกัน แต่คนสุดท้ายที่ไม่ห่างออกไป ไม่ใช่เพราะศีลเสมอกัน แต่เป็นเพราะวิบากกรรมทีี่มีต่อกัน ท่านต้องอโหสิให้กันหลายครั้งหลายหน จึ่งจะพ้นกันได้
ท่านบอกว่า ศีลเป็นพื้นฐาน ให้ถือศีลไว้ ถ้ามีแฟนไม่ดี ต้องถามตัวเองก่อนว่า แล้วเราเป็นคนดีหรือยัง
ลองดูที่นี่นะคะ
http://www.youtube.com/watch?v=gsjTSL7y ... r_embedded


การถือศีล แม้บางครั้งจะฝืนใจ จะยากลำบาก แต่การถือศีลเปรียบเหมือนเกราะป้องกันอันตรายไม่ให้เข้ามาใกล้ตัวเราค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ค. 2010, 09:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 16:34
โพสต์: 1050

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อดีตที่ผ่านมามันเป็นเพียงประสบการณ์....ถึงมันจะสุขบ้างทุกข์บ้างก็ขอให้เห็นเป็นเรื่องธรรมดาซะ
มันเป็นตัวธรรมที่ปรากฏ....สภาวะธรรมที่ปรากฏ....เป็นเรื่องธรรมชาติซึ่งคนเราจะหนีไม่พ้นกับเวทนาสังขารขันธ์นี้...เพราะเราไปยึดติดกับ รูป-เสียง-กิ่น-รส-สัมผัสและธรรมาอารมณ์ทั้งหลายเหล่านี้..ปรุงแต่งเรื่อยไป...ตามเหตุตามปัจจัย..ปรุงไปสู่ทุกข์....อุปาทานความยึดมั่น..ว่าเป็นตัวเรา ของๆเรา...
พระท่านกล่าว
"จะรู้จะเห็นอะไรก็ให้สักแต่ว่ารู้ ไม่ให้เป็นไปตามเขา จิตดั้งเดิมของเรามันไม่มีอะไร มันรู้อยู่แล้วทุกอย่าง แต่พอมีสิ่งต่างๆมาสัมผัสทั้งภายในภายนอก ก็ทำให้เราเผลอสติปล่อยตัวรู้ ลืมตัวรู้ที่มีอยู่ดั้งเดิมเสีย ไปรับสิ่งที่เอามาทีหลัง แล้วก็ไปทำตามเขาคือเป็นสุขเป็นทุกข์ อะไรต่างๆ ที่เราเป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่า เราไปรับเอาสิ่งสมมุติต่างๆ เข้ามายึดมั่นถือมั่น ถ้าเราจะไม่ให้เป็นไปตามสิ่งต่างๆ เราก็ต้องรักษาตัวรู้ดั้งเดิมของเราไว้ให้ตลอด ตัวสติต้องมีไว้มากๆ"
จะอะไรก็แล้วแต่ขอให้มีสติ รู้..รู้เท่าทันกิเลส เห็นกิเลส ไม่ทำไปตามกิเลส
ขอเจริญในธรรม :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ค. 2010, 05:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ค. 2010, 09:57
โพสต์: 29

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ถึงแม้ว่ารู้สึกเหนื่อย อ่อนล้า น้อยเนื้อต่ำใจในโชควาสนา
แต่จะพยายามตั้งสติให้มากมาก เผื่อมันจะลด ลด ลงบ้างค่ะ

ขอบคุณ คุณพบบุญ คุณศรีสมบัติ สำหรับข้อแนะนำ และมุมมอง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2010, 14:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 เม.ย. 2010, 14:41
โพสต์: 154

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีคะ อ่านโพสของจขกท.ตั้งแต่วันแรกที่คุณโพสไว้แล้ว
ก็อึ้งไปหลายวันคะ ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนชีวิตดิฉันมากคะ
แต่ดิฉันเป็นเมียหลวงนะ ผญ.ของสามีก็สงสารสามีดิฉันแบบนี้เหมือนกัน
เลิกไม่ได้เพราะสงสารสามีดิฉันมาก
แรกๆดิฉันก็งงๆ พอได้อ่านเรื่องของผญ.หลายๆคนโดยเฉพาะของคุณเนี่ย
ยิ่งเข้าใจคะ ที่งงเพราะว่าครอบครัวเราสมบูรณ์มาก มีทุกอย่างในขั้นดี
ลูกก็น่ารักมาก ดิฉันก็เอาใจใส่สามีดีมาก อยู่บ้านเขาแทบจะไม่ต้องกระดิกอะไรเลย
แต่ความพอใจของคนไม่มีที่สิ้นสุดคะ อยากได้อยากมีให้มากกว่าเดิม
ไม่พอใจในชีวิต ความสุขก็ไม่มี ก็ต้องดิ้นรนหาความตื่นเต้นให้ชีวิต
ดิฉันกับลูกก็เลยพลอยตื่นเต้นไปด้วย เสียใจเสียความรู้สึก :b6:
บ้านแตก
ดิฉันอยากบอกคุณว่าคุณยังมีโอกาสเจอคนดีๆอีกเยอะคะ ทำไมต้องปล่อย
ให้ชีวิตเราแย่ด้วย เพราะสิ่งที่เป็นอยู่เป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรมเพราะฉะนั้นสิ่งดีๆ
ก็จะไม่เข้ามาหาคุณ ชีวิตคุณจะไม่เจอกับความสว่างได้ถ้ายังปล่อยให้เป็นอย่างนี้
เป็นกำลังใจให้คุณนะคะ การที่จะฝืนกรรมให้ได้หนะมันยาก แต่ขอให้คุณมีศรัทธา
ในความดีเท่านั้น คุณจะเจอความสุขในเร็ววันคะ เป็นกำลังใจให้คะ :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2010, 15:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 เม.ย. 2010, 11:50
โพสต์: 283

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ก่อนอื่นต้องขอบคุณ คุณจันทร์ ณ ฟ้า เรื่องที่ส่งหนังสือเมื่อจิตอิสระคะ ขอให้บุญกุศลที่ชี้แนะความสว่างชีวิตกลับคืนสู่คุณจันทร์ให้มีความสุข

มาถึงจขกท ลองเข้าไปอ่านเรื่องของน้ำนะคะ "ทุกข์ใจอยากขอคำแนะนำคะ"ชีวิตจะคล้ายกันเพราะคำว่าหลงคิดว่าเค้ารักเรา จนยอมทุกอย่างแม้กระทั่งคิดว่าตกนรกก็ยอม แต่ของน้ำเรื่องวุ่นวายไม่มีเพียงเฉพาะ น้ำและบ้านหลัก แต่ความไม่พอของผช ก้อไปมีผญใหม่อีก ที่คอยเสียดแทง ทำร้ายจิตใจน้ำทั้งผช และ ผญ รวมทั้ง ผช ก็มีผญ ที่อยู่เมืองนอกที่เป้นแฟนเก่ากำลังกลับมา น้ำกำลังจะบอกว่า พอเวลาผ่านไป มันทำให่เราตาสว่างอย่างนึงว่า ถ้าเรายังไม่รักตัวเอง นับถือตัวเอง ก็อย่าไปหวังให้คนนึงมาถวายหัวรักเราจริงๆ เพราะเค้าเข้ามาเพียงเพื่อตอบสนองกิเลสเท่านั้นเอง ไม่คุ้มเลยที่เราจะทิ้งชีวิตเราให้ผช ที่เห็นแก่ตัวคนนึง

ตอนมาเรามาคนเดียว ตอนตายก้ไปคนเดียว แล้วเราจะมายึดเค้าทำไม รู้ได้อย่างไรว่ามัวเสียดายกองขยะตรงนี้ แล้วเราอาจเจอเพชรทางข้างหน้านะคะ อย่าน้อยเนื้อต่ำใจ ทำใจให้ยอมรับว่ามันเป็นวิบากที่เราคงเคยทำให้คนอื่นเจ็บช้ำ ยอมรับและไม่ทำตัวผิดอีก จะได้ไม่เป็นบาปติดตัวเราไปชาตินี้และชาติหน้าคะ เราช้ำเพราะวิบากที่เราทำผิดศีล ก้ให้มันจบวันนี้ อย่าดื้อดึงทำต่อไป มันจะดึงดูดสิ่งเดิมๆ ความช้ำเดิมๆหาตัวตลอดเวลา น้ำก็สู้กับตัวเองมาเยอะ เชื่อสิคะ ขาดเค้าไม่ตายหรอก เราอุดจมูกตัวเองยังตายง่ายกว่าเลยคะ :b12:

ค่อยๆปล่อยวาง อย่าไปรับสาย ทำตัวห่างออกมา เค้าไม่มีค่าพอคะ เป็นดอกกุหลาบงามในแจกันแก้วของผช ที่รักเรา ดีกว่าเป็นทิชชู่ให้เค้าสั่งขี้มูกยามเบื่อ คุณมีค่าในตัวเสมอ อย่าท้อแท้

สู้ด้วยกันนะคะ น้ำว่าคุรทำได้อยู่ละ มีอะไรก้มาเล่าสู่กันฟัง แรกๆน้ำเข้ามาลานนี้ก้เหมือนผู้ป่วยใกล้ตาย แต่ได้เพื่อนๆ พี่ๆ ที่นี่ให้กำลังใจ เข้ามาดูทุกวัน ฟังคำแนะนำทุกวัน ก้ดีขึ้นเรื่อยๆ เข็มแข็งนะคะ คนดี :b1:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ค. 2010, 10:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 มิ.ย. 2010, 12:05
โพสต์: 282

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

ทางออกนั้นมีอยู่เสมอ อยู่ที่เราจะก้าวออกมาหรือเปล่า
และแม้ทุกข์จรครั้งนี้จะผ่านเราไป
แต่เดี๋ยวทุกข์จรใหม่ก็จะมาอีก หากเราฝึกการเจริญสติไว้
จะเป็นวัคซีนป้องกันใจจากความทุกข์ได้มากค่ะ

และจริงๆขันธ์ 5 นี่แหละเป็นตัวทุกข์
นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรตั้งอยู่
และนอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับไป
ขอให้ความทุกข์ที่เจอครั้งนี้ เป็นต้นทางของการสร้างเหตุที่จะออกจากทุกข์นะคะ

เจริญในธรรมยิ่งๆค่ะ :b8:

.....................................................
อย่ามัวเสียใจกับเรื่องที่ผ่านมา อย่าปล่อยให้ชราแล้วตายไปเปล่า อย่ามัวแต่ตำหนิตนเองหรือผู้อื่นอยู่ คิดอยู่เสมอว่าจะพัฒนาจิตใจตน และทำประโยชน์ให้ผู้อื่นอย่างไร แล้วเร่งกระทำทันที อย่ามัวรีรอ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.ค. 2010, 16:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ค. 2010, 09:57
โพสต์: 29

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ และเตือนสติค่ะ
วันนี้ขับรถไปเรื่อย และแวะทำบุญ ทั้งหมดก็ 5 วัดพอดีค่ะ
คาดหวังความสุข ความสบายใจ ถึงแม้ชั่วครู่ ชั่วคราวก็ยังดี
ระหว่างขับรถ น้ำตาคลอเมื่อคิดถึงเรื่องตัวเอง เห็นคนเค๊าไปทำบุญเป็นคู่ๆ ทำให้สะท้อนใจ
ทำมัยเราต้องมาทำบุญ คนเดียว ...โดดเดี่ยว.... สวดมนต์อธิฐาน ขอให้ีมีกำลัง มีสติในการเผชิญปัญหา ขอให้มีทางออก....อย่าต้องให้มีใคร ต้องทุกข์ใจไปมากกว่าที่ผ่านมา..

ระหว่างทางอีกฝ่ายโทรฯ มา ทำให้รู้ว่าความสุขที่ได้รับ ณ ขณะนี้ กับความสุข ตอนทำบุญ..ต่างกันมาก......ความสุขทางโลก มีอิทธิพลมากมาย นัก......
เค๊าบอกว่าเค๊าไปทำบุญแต่เช้า ..เค๊าก็โทรฯมาอยากให้เราทำบุญ..เยอะๆ ชีวิตจะได้ไม่เป็นทุกข์....

วางสายไป ชีวิตก้อกลับมาทุกข์อีก.....ทำบุญมา 5 วัด...สุดท้ายก็ต้องขับรถกลับด้วยน้ำตานองหน้า..
ได้แต่เฝ้าถามตัวเองว่า เค๊ารู้อยู่แล้วว่า ..ผู้หญิงคนหนึ่ง ถ้าตกอยู่ในสภาพนี้ ..มันเหมือนตกนรกทั้งเป็น.....ความทุกข์ย่อม ปะเดปะดัง เข้ามา....

จะโทษอีกฝ่าย ที่ทำให้ชีวิตเราเป็นแบบนี้...ก็โทษไม่ลง..
ได้แต่โทษเวร โทษ กรรม ค่ะ ตอนนี้.....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.ค. 2010, 17:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 มิ.ย. 2010, 12:05
โพสต์: 282

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ

คุณดังตฤณเคยแนะว่าเวลาทำบุญทำทาน ให้อธิษฐานว่า
ขอให้เราสามารถสละความยึดมั่นถือมั่นที่ยังหลงผิดอยู่
ได้เหมือนกับสละทานที่ทำไปแล้วนี้

ตอนดิฉันทุกข์มากๆ ก็เคยทำแบบนี้ค่ะ
คล้ายกับการตั้งโปรแกรมให้จิตเรา

และหากเป็นไปได้
ไม่เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้รับข่าวสาร
และเวลาจะช่วยให้ดีขึ้นเองค่ะ

.....................................................
อย่ามัวเสียใจกับเรื่องที่ผ่านมา อย่าปล่อยให้ชราแล้วตายไปเปล่า อย่ามัวแต่ตำหนิตนเองหรือผู้อื่นอยู่ คิดอยู่เสมอว่าจะพัฒนาจิตใจตน และทำประโยชน์ให้ผู้อื่นอย่างไร แล้วเร่งกระทำทันที อย่ามัวรีรอ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ค. 2010, 20:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ค. 2010, 09:57
โพสต์: 29

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ตอนนี้ก็เหมือนกับคนตาบอดค่ะ
รักมากมาย ไม่เคยถามไถ่ชีวิตส่วนตัวเค๊า ยกเว้นเรื่องงาน
ปิดหู ปิดตาตัวเอง ...บอกกับตัวเองว่า เราไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำผิดศิลธรรมใดใด
เค๊าบอกเราว่าเค๊าใช้ชีวิตโดดเดี่ยว ลำพัง... ถึงได้ปล่อยให้ความสัมพันธ์เดินมาใกลขนาดนี้.. ..

จนเวลาผ่านมา....ไม่รู้จะทำงััย จะหยุดความสัมพันธ์ แค่ไม่ได้เจอกันในสัปดาห์ ก็มานั่งร้องให้ลำพังคนเดียว ...เฝ้าคิดแต่ว่าเกิดมามีกรรม ชีวิตอาภัพ...แล้ว.. ....จะให้เลิก ก็ไม่มีความเข้มแข็ง และกำลังใจเพียงพอ....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ค. 2010, 14:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 15:56
โพสต์: 79

ชื่อเล่น: pa
อายุ: 41
ที่อยู่: St. Oswald Sebenellen 3 Deutschland

 ข้อมูลส่วนตัว


เลิกเถอะค่ะอย่าไปรักคนอื่นมากกว่ารักตัวเองเลย คุณมีอะไรด้อยจนไม่สามารถที่จะหาคนที่คุณคิดว่าเค้าจะให้ความอบอุ่นกับคุณที่แท้จริงไม่ได้ คู่ผัวตัวเมียเค้าอยู่กันยังไงถึงจะมีความสุข แต่อาจจะทุกข์บ้าง แต่คงไม่ทุกข์มากขนาดที่คุณเป็นอยู่ ไม่ต้องแคร์ผู้ชายหรอกว่าถ้าคุณทิ้งเค้าแล้วเค้าจะมีทุกข์ อาจทุกข์บ้างแต่คงไม่เท่าคุณหรอก ให้โอกาศกับตัวเอง อย่าให้โอกาศผู้ชายมากนัก ไม่ย่ากหรอกถ้าคุณคิดจะตัดใจแต่เป็นเพราะคุณไม่อยากทำ คุณอ่านแล้วใช้มัยกัลยามิตรทั้งหลายเจ็บเพราะ ผู้หญิงด้วยกันหรือเจ็บเพราะผู้ชาย แต่ทั้งหมดทั้งมวลเจ็บเพราะตัวเองมากกว่าที่เป็นผู้ยอมให้เจ็บ เจ็บวันนี้ดีกว่า เพราะจะได้รับบทเรียนก่อนหลับก่อนนอนกับใครควรผึงระวังระวัย

ขอให้คุณโชคดีหายเจ็บปวดหัวใจไวไว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.ค. 2010, 07:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ค. 2010, 07:21
โพสต์: 64

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณ piyaphat ทดลองคิดแบบนี้ดูนะคะ

ช่วงเวลาที่ผ่านมา เวลาเขามีปัญหาและเขาปรึกษาคุณ คุณให้คำแนะนำ และกำลังใจ รวมถึงทุกอย่างที่คุณสามารถให้เขาได้แล้ว
คุณทำเต็มที่แล้วค่ะ จากนี้ไป เขาจำเป็นจะต้องเดินด้วยตนเองแล้ว

เขาบอกคุณว่า เขาแสวงหาอิสระ แสวงหาความสงบ จากนี้คุณก็ยินดีจะเสียสละความสุขของคุณ และให้เขาเป็นอิสระ

เขาบอกว่าคุณว่า เขาหลงไป จากนี้ไป คุณลองคิดว่าคุณยินดีที่เขาจะหลุดจากความหลงได้ คุณยินดีที่จะลาจากเขา และจะไม่พบหน้าเขาอีก เพื่อให้เขาหลุดจากความหลงนี้

ถ้าคุณคิดว่า คุณรักเขามาก ลองคิดให้สิ่งนี้กับเขาดูนะคะ

คิดเสียว่า คุณช่วยเขาได้ เท่านี้ จากนี้เป็นต้นไป เขาจะต้องช่วยตัวเองแล้ว

อย่าลืมสวดมนตร์ และอธิษฐานจิตให้ตัวเองมีใจที่สว่างจากความหลงทั้งปวงด้วยนะคะ

ธรรมรักษาค่ะ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 34 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร