วันเวลาปัจจุบัน 16 ธ.ค. 2019, 04:26  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=8



กลับไปยังกระทู้  [ 72 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2011, 11:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


เสียงที่ดังจากการตบมือข้างเดียว

เด็กน้อยวัยสิบสองชื่อ “โทโย”
เห็นเด็กโตเข้าเรียนเซ็นเพื่อสืบสาน
จึงเดินเข้าไปคำนับกับอาจารย์
ขอ“โกอาน”สักหนึ่งข้อขบคิดมา

อาจารย์จึงให้คำถามไปพินิจ
เพื่อหยั่งซึ้งถึงภูมิจิตปริศนา
เห็นมือหนึ่งของอาจารย์ยกขึ้นมา
“จงบอกเสียงตบมือว่าเป็นเช่นไร”

เด็กน้อยนั่งขบคิดอยู่หลายนาที
ได้ยินเสียงดนตรีก้องสดใส
บอกอาจารย์ที่ได้ยิน“เสียงนั่นไง”
อาจารย์บอก“ยังไม่ใช่...ขบคิดความ”

เด็กน้อยกลับไปนั่งพิศพินิจทั่ว
เสียงกบน้อยบนใบบัว,เสียงหยดน้ำ
เสียงหรีดหริ่ง,เรไร...เกาะไม้งาม
เด็กน้อยเสาะพยายามสืบค้นมา

อาจารย์รับฟังความเห็นแล้วสั่นหัว
หลังจากที่ยิ้มแย้มยั่วก็บอกว่า
“เจ้าไปฟังเสียงใดไกลสายตา
เสียงที่เจ้าเสาะค้นหาอยู่ไม่ไกล”


....................................

ในค่ำคืนที่ใจนั้นพลันสงบ
เสาะค้นพบซึ่งหนทางสว่างไสว
เลิกฟังแล้วซึ่งสรรพเสียงสำเนียงใด
ได้ยินเสียงซึ่งใครใคร...ไม่ได้ยิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2011, 12:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


มังกรจริง

เย็นวันหนึ่งมืดสลัวน่ากลัวนัก
อาจารย์เดินมาหยุดพักที่ชายบ้าน
พบครอบครัวหนึ่งแสนเศร้าสุดร้าวราน
แม่และลูกน่าสงสารล้วนผอมโซ

อาจารย์จึงแวะถามไถ่ “เป็นไรหรือ...
จึงอดมื้อกินมื้อผอมอักโข...”

ถามพ่อบ้านอยู่ที่ไหน – ร้องไห้โฮ
“กว่าจะโผล่ถึงบ้านได้คงหายเมา”

อาจารย์บอก “ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นไร
ข้าไม่มีสิ่งใดตอบแทนเจ้า
อย่างนี้เถิด,เอาเงินนี้จากที่เรา
ไปซื้อเหล้าอย่างดีมาอย่าช้านาน”


แม่ลูกที่สุดยากแค้นแสนสงสัย
“เอ๊ะ...อาจารย์เอายังไงช่วยไขขาน”
เห็นอาจารย์คงนั่งยิ้มอยู่เนิ่นนาน
“ทำตามที่...ท่านว่ายวาน...หน่อยเป็นไร”

เห็นพ่อบ้านเดินเซแซด...แถแถดอยู่
“กลางบ้านฉันใครไม่รู้น่าสงสัย
อ่าฮ้ามี..ไหเหล้าวาง...เหมือนอย่างใจ”

ไม่สนแล้วเหล้าของใครข้าขอกิน

อรุณรุ่งสุรีย์กรายเริ่มฉายแล้ว
เสียงไก่แก้วโก่งขันย้อนจากคอนถิ่น
“เอ๊ะ...นี่ท่านเป็นผู้ใด...สงสัยจินต์
แล้วเหล้าที่ข้าดื่มกินนั่นของใคร”



“ข้าชื่อ...กูโด โทโชกุ...แห่งเกียวโต”
พ่อบ้านมาดเขื่องโขแทบจับไข้
“อาจารย์ของพระจักรพรรดิ...สายรินไซ
ท่านมาอยู่ได้อย่างไรที่บ้านเรา”


อาจารย์บอกว่า “ชีวี...นี้ไม่เที่ยง
ชีวิตนี้ใช่มีเพียงไว้ดื่มเหล้า
ท่านลืมทิ้งลูกเมียไว้แต่นานเนา
ถ้าไม่รักลูกเมียเจ้าจะรักใคร”


เหมือนฟ้าผ่าฟาดลงไปในส่วนลึก
ชายผู้นั้นได้สำนึกพลันร้องไห้
“...ขอจำคำอาจารย์ไว้จนวันตาย...”
“...ในเมื่อท่านรู้ตัวได้ข้าขอลา...”


กุลีกุจอยึดยื้อถือข้าวของ
“ข้าขอจองส่งอาจารย์ถึงด่านหน้า”
อาจารย์บอกว่า “ทุกทางที่ผ่านมา
เมื่อพบพา-พัดพราก-ย่อมจากไป...”


ชายนั้นบอก “ขอตามท่านไร้วันกลับ
เลิกทางเลวขอน้อมรับเส้นทางใหม่
...ทางที่เหลือชีวิตนั้น...สั้นเพียงใด...
โลกต้องการผู้ยิ่งใหญ่...คอยชี้ทาง”





ปล.นี่เป็นที่มาของอาจารย์เซ็นที่ชื่อ “มูนัน” ที่แปลว่า ชายผู้ไม่หวนกลับหลัง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2011, 13:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


หัวใจสีขาว

อาจารย์นั่งท่องพระสูตรถึงยามค่ำ
โจรหนึ่งนำมีดคมกริบมาขู่ฆ่า
“ได้โปรดเอาเงินทั้งหมดของท่านมา”
“อยู่ในลิ้นชักนั่นแหละหนา...อย่ามากวน”


ขณะที่โจรร้ายเพลินเดินเก็บกวาด
“ทิ้งไว้หน่อยที่ในถาดอย่าขาดด้วน
ถึงเป็นโจรก็ควรรู้ควรไม่ควร
ค่าใช้จ่ายในวัดล้วนต้องใช้เงิน”


โจรทิ้งเศษเงินไว้หน่อยก่อนถอยฉาก
“ก่อนลาจากขอบคุณหน่อยอย่าห่างเหิน
เมื่อรับของจากใครแล้วอย่าทำเมิน”

โจรร้ายยิ้มอย่างเก้อเขินก่อน “ขอบคุณ”

ไม่กี่วันโจรร้ายนั้นพลันถูกจับ
ทำแผนรับสารภาพกันให้วุ่น
อาจารย์ส่งยิ้มให้ไปอย่างการุนย์
“เขาไม่ใช่คนทารุณ...เท่าที่รู้”

“เงินในวัดอาตมาเป็นผู้ให้
ก่อนเขาเดินจากไป...ขอบคุณอยู่...”

โจรนั้นยืนหลบก้มหน้าไม่กล้าดู
หลังทุกคนยินกับหูก็จากไป

เมื่อติดคุกคดีอื่นจนพ้นผิด
พลันฉุกคิดถึงอาจารย์ขึ้นมาได้
“เราเป็นโจรแท้แท้ยังห่วงใย
น่าละอายใจแค่ไหน...ไม่กลับตัว”






ปล.เมื่อออกจากคุกแล้ว โจรก็กลับมาหาอาจารย์ ชิจิริ โคจุน เพื่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของท่านต่อไป


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2011, 13:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


ที่ดินผืนสุดท้ายของชาวนา

ชาวนาได้ยินเสียงข่าวป่าวประกาศ
“แค่เศษเงินไม่ถึงถาดแลกที่สวย”
แสนตาลุกเป็นกำลังหวังร่ำรวย
“ข้าจะซื้อที่นี้ด้วยเงื่อนไขใด”

เจ้าของที่มองชายนี้ที่แสนโลภ
อยากทดสอบมูลละโมบสักแค่ไหน
“เอางี้เถิด ข้าขายถูกสุดหัวใจ
ขอเอาดวงตะวันใหญ่เป็นสัญญา

ขอให้ท่านเดินวนให้ไกลที่สุด
ตราบตะวันนั้นเริ่มรุดจากขอบฟ้า
ไม่ว่าเดินไกลแค่ไหนหวนกลับมา
ก่อนตะวันตกลับตา...เอาที่ไป

ท่านแลกที่ด้วยเงินถาดสุดแสนถูก
เอาสัญญามาพันผูกกันดีไหม”

ชาวนาตอบ“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ
เริ่มพรุ่งนี้เลยดีไหมอย่าช้านาน”


ความโลภบังคับใจให้ไกลที่สุด
ตื่นเช้าขึ้นก็เร่งรุดตามคำขาน
“อีกหน่อยข้าจะได้ที่ตามต้องการ
ผลลัพท์แห่งทรมานจักงดงาม”


เวลาล่วงเลยเที่ยงไปแสนไกลแล้ว
ชายคนนั้นคงวิ่งแน่วไม่เกรงขาม
ไม่ดื่มกินแม้เพียงแต่สักชั่วยาม
“พรุ่งนี้เถอะข้าจะข้ามความยากจน”

สาดแสงทองใกล้ถึงห้วงหล่นล่วงแล้ว
“ในที่สุดความแน่แน่วก็เกิดผล”
หลังวิ่งกลับสุดชีวิตในบัดดล
ถึงที่สุดก็ทรุดหล่นตรงเส้นชัย

ชัยชนะบังเกิดงามบนความโลภ
มูลละโมบจะจริงแท้สักแค่ไหน
ก่อนที่ชายคนนั้นจะพลันสิ้นใจ
เขายังกำดินเอาไว้...ในอุ้งมือ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2011, 13:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


เณรชูเคน(อิคคิวซัง)จับเสือ

ท่านโชกุนมีดวงจิตคิดทดสอบ
เรียกเณรน้อยเข้ามาตอบซึ่งปัญหา
“ได้ข่าวคราวว่าเจ้านั้นมากปัญญา
จงแสดงออกมาอย่าช้านาน”


ฉับพลันท่านหยิบกระดาษวาดรูปเสือ
แลคลับคล้ายดูร้ายเหลือแปะฝาม่าน
“เจ้าเสือร้ายตัวนี้มันอันธพาล
จงจับมันดัดสันดานอย่าชักช้า”


เห็นเณรน้อยนิ่งคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่ง
เตรียมเชือกขึงคล้ายต่อสู้ก่อนพูดว่า
“ก่อนที่ฉันจะจับมันมัดออกมา
วานท่านไล่เสือจากหน้า...กระดาษที!!!”







ปล.เรื่องราวในตำนานจะแตกต่างจากในการ์ตูนอิคคิวซังที่ทุกคนคุ้นเคย ตรงที่พระอิคคิวขณะที่บวชเป็นเณรอยู่ที่วัดอังโคะคุจิ นั้น ท่านยังใช้ชื่อว่า “ชูเคน” อยู่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2011, 13:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


ข้อคิดของช่างแกะสลัก

ชายผู้หนึ่งอยากเป็นนักแกะสลัก
ด้วยใจรักออกค้นคว้าหาความหวัง
พบช่างแกะปฏิมาผู้โด่งดัง
“โปรดสอนสั่งให้ศิษย์นี้ได้ปรีชา”

อาจารย์บอก“ไปตักน้ำที่ในบ่อ”
น้ำบางส่วนกระเซ็นก็...ร้องด่าว่า
“เจ้าทำงานได้แค่นี้ก็อย่ามา
พรุ่งนี้ออกให้พ้นหน้าจากนี้ไป”


ชายผู้นั้นแสนสับสนปนโศกเศร้า
“ไปผิดใจอาจารย์เข้าที่ตรงไหน”
กลางค่ำคืนแสงตะเกียงยังรำไร
อาจารย์พลันเรียกเขาให้เข้ามาพบ

เห็นอาจารย์พยักหน้าอย่างอ่อนโยน
“เหตุเจ้าโดน...ข้าด่าว่าให้เคืองขบ
ข้าให้เจ้าตักน้ำมาหนึ่งคำรบ
เพื่อสวนทบเจตนาของเจ้าเอง

น้ำในถังที่ตักนี้มีไม่มาก
เจ้ายังปล่อยมันไหลหลากเพราะรีบเร่ง
หากข้าสอนสั่งเจ้าไปก็หวั่นเกรง
อาจทำลายตัวเจ้าเองไม่หยุดพัก

พุทธปฏิมากร...นั้นอ่อนไหว
หาใช่เพียงเศษท่อนไม้ที่จำหลัก
เจ้าต้องสร้างท่านขึ้นมาจากความรัก
ด้วยดวงจิตที่แน่นหนักแฝงศรัทธา”


................................................

กลางค่ำคืนที่หรี่เพียงตะเกียงนี้
ชายผู้นั้นพลันรู้ดีตระหนักว่า
“หากจะสร้างสรรค์ซึ่งองค์พระปฏิมา
ต้องสรรค์สร้างโดยเมตตา...จากหัวใจ”


ปล.วันรุ่งขึ้นชายผู้นั้นก็ไปขอสมัครเรียนกับอาจารย์ใหม่ และได้กลายเป็นช่างแกะสลักที่มีชื่อเสียงในเวลาต่อมา...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2011, 14:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


หัวใจสิงห์

เพื่อชดเชยเรื่องความหลังครั้งอดีต
ซามูไรวางคมมีดเลิกเข่นฆ่า
เป็นขอทานพเนจรร่อนเร่มา
พบหน้าผาแห่งหนึ่งยังไร้หนทาง

“เราเคยผิดในอาญาฆ่าคนไว้
มีตราบาปเกาะกินใจทุกก้าวย่าง
แม้ไม่อาจจะชดใช้ให้แผ่วบาง
จะขอทำสิ่งดีบ้างเพื่อทดแทน”


มองหน้าผาสูงใหญ่ไร้ทางออก
ประชาชนชาวบ้านนอกสุดแร้นแค้น
จะข้ามเขาแต่ละครั้งไปต่างแดน
บ้างลำบากทุกข์ยากแสน,บ้างตกตาย

“เราจักขุดอุโมงค์ใหญ่ให้ทะลุ
ทำเส้นทางที่พอจุคนผ่านได้
งานชิ้นนี้อาจทุกข์ยากลำบากกาย
ขอชดเชยสิ่งเลวร้ายที่เคยทำ”


ชาวบ้านล้วนหัวเราะร่า,บ้าขอทาน
ผู้คิดเจาะหินตระหง่านผาสูงล้ำ
ชายผู้นี้ไม่เคยคิดจะจดจำ
กะเทาะหินตระหง่านง้ำอย่างตั้งใจ

พิสูจน์ด้วยสองมือนี้ที่เปื้อนเลือด
ด้วยหยาดเหงื่อระอุเดือดปานน้ำใส
ตราบชื่อเสียงบ้า,ขอทานสะท้านไกล
ประชาชนเริ่มหลั่งไหลมาร่วมมือ

ขณะเจาะอุโมงค์ได้ไม่ถึงครึ่ง
ชายผู้หนึ่งมาพร้อมมีดที่ยังถือ
“อดีตเจ้าฆาตกรฉ่อนระบือ
คนที่เจ้าเคยฆ่าคือพ่อข้าเอง”


ขอทานบอก “จะฆ่าฉันนั้นไม่ผิด
เสียดายงานที่อุทิศอย่างคร่ำเคร่ง
ไม่อยากหยุดชะงักวางแต่กลางเพรง
หลังแล้วเสร็จงานร้อนเร่งยินดีตาย”


“ตอนนี้งานเริ่มเสร็จไปได้ไกลแล้ว
เห็นแก่ความแน่แน่วข้ารอได้”

ขณะกำลังขนหินอยู่วุ่นวาย
ไม่ทันใจนักฆ่าชายบ่น “ชักช้า”

“เอาเถิดข้า จะแบกดินหินช่วยท่าน
เพื่อแล้วเสร็จในเร็ววันที่รอฆ่า”

หลายปีผ่านที่ขอทานไม่ร้างรา
ความมุ่งมั่นในแววตาส่องประกาย

ท่ามกลางความบากบั่นอันลำบาก
ท่ามหยาดเหงื่ออันทุกข์ยากไม่ขาดสาย
ท่ามความฝันของชาวบ้านอันพริ้งพราย
แสงสุดท้ายพลันฉายขึ้นที่ปลายอุโมงค์

“หัวของข้า...วางบนบ่าเวลานี้
จงมาบั่นมันเสียที่ให้เปล่าโล่ง
กฎแห่งกรรมไม่เคยมีการคดโกง
ดังสายโซ่คอยยึดโยงอยู่ช้านาน”


ชายนักฆ่าผู้แข็งกร้าวคุกเข่าทรุด
ทิ้งดาบที่เคยเร่งรุดมาประหาร
ด้วยบทเรียนไร้คำพูดพิสูจน์-กาล
“ศิษย์จะฆ่าผู้อาจารย์...ได้อย่างไร”






เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นกว่า 250 ปีมาแล้ว แต่บางตำนานก็กล่าวว่าเป็นเรื่องของพระธุดงค์ที่เจาะผาหินรูปหนึ่ง แต่เนื้อหาภายในเรื่องไม่แตกต่างกันครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2011, 14:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


พระอาจารย์กับขอทาน

วันหนึ่งมีขอทานที่แขนขาด
มาของานที่เขาอาจจะทำได้
อาจารย์บอกงานที่ทำนั้นง่ายดาย
“จงขนย้ายเศษก้อนดินหินนี้มา

จากหน้าวัดไปตรงนี้ที่ท้ายวัด
มีเวลาจำกัดอย่าชักช้า”
“แต่ข้ามีแขนเดียวแต่ก่อนมา”
“หรือเจ้าจะบอกข้าว่าเจ้าไม่ทำ”


ชายคนนั้นขนดินหินนั้นจนหมด
ใช้เวลาตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
อาจารย์มอบเงินน้อยนิดเป็นค่าทำ
ขอทานรับแล้วก็นำมันจากไป...

เช้าอีกวันรุ่งก็มีคนขอทาน
แขนขาครบมาของานอาจารย์ใหม่
“จงขนย้ายเศษดินหินท้ายวัดไป
ถึงหน้าวัดเมื่อไหร่...มาเอาเงิน”


ขอทานมองเศษเงินอย่างเหยียดหยาม
“ข้าไม่ขอทำตามงานตื้นเขิน”
พูดเสร็จแล้วก็จากไปไม่คิดเมิน
...จวบเวลานั้นก้าวเดินหลายสิบปี...

.....................................

วันนี้มีแขกคนใหม่ซึ่งแขนขาด
เสื้อสวยงามเปี่ยมอำนาจของเศรษฐี
น้อมคำนับกับอาจารย์อย่างยินดี
กล่าวขอบคุณอาจารย์นี้ที่ชี้นำ

บอกอาจารย์ “ให้ย้ายหินเศษดินนั้น
ด้วยจิตอันมีเมตตาไม่เหยียบย่ำ
สอนความหมายให้ชีวิตลิขิตจำ
พิการไม่ได้มืดดำแต่อย่างใด

ไม่ใช่เศษของเงินนี้ที่ช่วยเหลือ
แต่บนความเอื้อเฟื้อที่ยิ่งใหญ่
คือไม่ต้องการ ‘สงสาร’ จากใครใคร
พิการตัวแต่หัวใจ...ยังสมบูรณ์”





ปล.ขณะที่ขอทานแขนขาดที่ได้กำลังใจในการดำรงชีวิตจากการขนเศษดินหินเหล่านั้นได้ประสบผลสำเร็จ ขอทานผู้แขนขาครบแต่เหยียดหยามงานเล็กน้อยกลับต้องกลายเป็นขอทานไปตลอดชีวิต บางครั้งความแตกต่างของชีวิตคนเรากลับอยู่แค่มุมมองเท่านั้นเอง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2011, 14:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


เรื่องเล่าของสองต้นหลิว

หลิวต้นหนึ่งขึ้นอยู่ยังหลังบ้านใหญ่
แตกกิ่งใบเขียวชอุ่มแพพุ่มหนา
เคยผ่านการประคบประหงมแต่ก่อนมา
วันเวลาผันผ่านไปยิ่งใหญ่ยืน

หลิวต้นหนึ่งขึ้นอยู่ยังหลังป่าเขา
แคระแกรน...ผอมเศร้าเคียงไม้อื่น
ดิ้นรนเติบโตทุกวันคืน
ผ่านหิมะ,ขมขื่น,ชื้น,เดียวดาย

พายุใหญ่พัดมาหลายวันก่อน
หลิวหลังบ้านขุดรากถอนก่อนล้มหงาย
หลิวริมเขายังยืนหยัดอย่างท้าทาย
...อายุของ...สองต้นไม้...นั้นเท่ากัน...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2011, 14:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


“เซ็น” เหมือนอะไร

วันหนึ่ง...เหล่าศิษย์ถามอาจารย์ว่า
“เซ็น”นั้นหนาเป็นอย่างไรแจงให้เห็น
พระอาจารย์จึงแจกแจงแจ้งประเด็น
เปรียบเปรยถึงเรื่องของ“เซ็น”เป็นนิทาน

ครั้งหนึ่งลูกขโมยนั้นถามพ่อว่า
“เมื่อไหร่พ่อจะสอนวิชาเป็นแก่นสาร
ครอบครัวเราดำรงชีพมาช้านาน
ล้วนอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการขโมย”


พ่อจึงบอกกับลูกว่า “ข้าแก่แล้ว
ลดเรี่ยวแรงความคล่องแคล่ว,เริ่มอ่อนละโหย
เอาเถิดข้าจะสอนเจ้า,อีกครั้งโดย -
ขึ้นบ้านเศรษฐีกอบโกยทรัพย์สินกัน”


ขณะที่ย่องเข้าไปถึงในบ้าน
บอก“เจ้าจงไปกบดานในตู้นั่น”
พอลูกเข้าก็ปิดปั๊บในฉับพลัน
ขัดดาลกั้นปิดภายนอกห้ามออกมา

ก่อนแกกลับให้สำเนียงส่งเสียงลั่น
“มีขโมยขึ้นบ้านกัน...อีกแล้วจ้า...!!!”
ไฟจุดพรึบ อลหม่าน,ทุกคนพา
ฉวยมีดไม้เต็มอัตราหาตัวการ

ลูกขโมยระทึกใจอยู่ในตู้
จะหารูจากที่ไหนไปจากบ้าน
หลังจากที่เลิกค้นหา,ไปช้านาน
ทำเสียงหนูอย่างลนลานเล็ดลอดไป

เสียงสะกิดคนรับใช้ให้ตื่นขึ้น
ยามดึกดื่นหนูตัวนี้แอบที่ไหน
เดินไปแง้มเปิดตู้นั้นขึ้นทันใด
ชนกับหนูตัวใหญ่ใหญ่...โดยฉับพลัน

“ช่วยด้วยจ้า ที่ตรงนี้มีขโมย”
ลูกชายโจรร้องโอดโอยอย่างเสียขวัญ
โดยไหวพริบคิดขึ้นได้ในฉับพลัน
ทุ่มหินใหญ่ลงน้ำนั่นหลอกผู้คน

ขณะที่คนในบ้านนั้นล้อมสระ
ฉวยโชคงามช่องจังหวะยามสับสน
จึงหนีกลับไปถึงบ้านในบัดดล
พอกลับถึงก็ไปบ่นให้พ่อฟัง

“ดีใจด้วยเจ้าพากเพียรเรียนสำเร็จ
...กลเม็ดการขโมยโดยมุ่งหวัง...”

อาจารย์จบนิทานเซ็นแลเห็นดัง
“เซ็น....เหมือนเรื่องพ่อสอนสั่งลูกนั้นแล”


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2011, 14:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


วาทะของสองอาจารย์เซ็น



...................................“กายดุจดั่งต้นโพธิ์พ้นโผล่เหย้า
...........................จิตดังเช่นกระจกเงาสว่างไสว
...........................หมั่นเช็ดถูให้กระจ่างทุกครั้งไป
............................อย่าให้ฝุ่นละอองใดมาจับลง”


................................................................ เสิ่นซิ่ว(ค.ศ.605-706)




................................................................................ “.....โพธิ์นั้นไม่มีต้น....
............................................................ไร้กระจก ไร้ตัวตน หามีไม่
............................................................จิตเดิมแท้นั้นว่างเปล่า...ไม่มีอะไร
............................................................ฝุ่นละอองจากที่ใดมาเกาะมัน”


..............................................................................................................ฮุ่ยเหนิง(ค.ศ.594-657)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2011, 14:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


ภูเขาและสายน้ำ


“ก่อนที่ข้า...ร่ำเรียนเซ็น
ข้ามองเห็นภูเขาเป็นภูเขา
มองสายน้ำเป็นสายน้ำแต่นานเนา
ทุกรูปเงาข้ามองเห็นในสายตา

ขณะที่ข้า...ร่ำเรียนเซ็น
เขาและน้ำข้ามองเห็นประหนึ่งว่า
ไม่เคยมีรูปเงาเหมือนแต่ก่อนมา
ทุกขณะทุกเวลาเริ่มเปลี่ยนแปลง

ขณะนี้ข้า...รู้แจ้ง...วิชาเซ็น
น้ำและเขามองไม่เห็นใดแอบแฝง
เขาคือเขา น้ำคือน้ำไม่คลางแคลง
ธรรมชาติเริ่มสำแดงเส้นทางธรรม”





ชิงเหยียนสิงซือ(ค.ศ.660-740)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2011, 15:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


ก่อนที่ถือกำเนิดจากครรภ์มารดา...หน้าตาเจ้าเป็นอย่างไร?

“ก่อนที่ถือกำเนิดเจ้าเป็นอะไร”
คำถามหนึ่งทิ่มแทงใจเป็นปริศนา
แต่ก่อนนั้นเขาเป็นคนเจ้าปัญญา
ไร้คำตอบถ้อยค้นหาพระอาจารย์

เคยเสาะค้นคำตอบไปก็หลายครั้ง
แต่ชีวิตก็ยังมืดแปดด้าน
บอกตัวเองอย่างเจ็บปวดและร้าวราน
“เราไม่อิ่มรสอาหารเพราะการดู”

ออกเดินทางท่องเที่ยวไปในผืนพิภพ
เสียงอาจารย์แว่วกระทบสะท้อนอยู่
วันหนึ่งไปกวาดลานหินที่ลาดปู
หินก้อนหนึ่งกระเด็นสู่ลำไผ่ดัง

สิ้นสำเนียงเส้นเสียงใสกอไผ่แก้ว
ตัดขาดแล้วสิ่งแทงใจในหนึ่งครั้ง
สุขสงบตื่นหัวใจในภวังค์
“พบคำตอบดังมุ่งหวัง...แล้วอาจารย์”


แก้ไขล่าสุดโดย กระบี่ใบไม้ เมื่อ 13 มี.ค. 2011, 23:17, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2011, 15:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


เรือน้อยข้ามสายน้ำ

สายน้ำ ‘แยงซี’ รินรี่ไหล
เรือลำน้อยกางใบอยู่ในน้ำ
ศิษย์น้อมลงคารวะแล้วกล่าวความ
“ศิษย์ขอเป็นผู้พายข้ามด้วยตนเอง”

อาจารย์กล่าวควรเป็นท่านได้ส่งศิษย์
กลางทะเลแห่งชีวิตอันร้อนเร่ง
“ในภาวะไม่ตื่นรู้น่าหวั่นเกรง
จิตอาจารย์ย่อมคร่ำเคร่งเป็นห่วงใย

แต่ตอนนี้ศิษย์นั้นฟื้นตื่นขึ้นแล้ว
เป็นหน้าที่ศิษย์ต้องแจวข้ามน้ำไหล
อาจารย์ช่วยเปิดประตู,ศิษย์ก้าวไป
ฝ่าสายน้ำอันกว้างใหญ่...สู่ฟากนั้น”




จับความขณะอาจารย์หงเริ่นไปส่งศิษย์(อาจารย์ฮุ่ยเหนิง)ให้พายเรือข้ามสายน้ำหนีอันตราย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2011, 15:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ย. 2010, 08:28
โพสต์: 66

อายุ: 33
ที่อยู่: 333 ม.1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


มีพุทธะหรือไม่?

ศิษย์คนหนึ่งไถ่ถามว่า“ท่านอาจารย์
มีพุทธะในดวงมาลย์ข้าหรือไม่”

“ไม่มีหรอก”เสียงอาจารย์ร้องบอกไป
ศิษย์จึงเก็บความสงสัยในฤดี

“แล้วสรรพสิ่งทั่วทั่วไปในโลกเล่า”
“มีรูปเงาของพุทธะทุกถิ่นที่”
“แล้วเหตุใดตัวข้านั้นจึงไม่มี”
“รอคอยใจของเจ้านี้...เปิดรับมัน!!!”







หลังจากสิ้นคำตอบของอาจารย์ ซึโถวซีเฉียน ศิษย์คนนั้นก็บรรลุธรรม...


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 72 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร