วันเวลาปัจจุบัน 28 พ.ย. 2020, 00:41  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 มี.ค. 2009, 09:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2009, 14:41
โพสต์: 2


 ข้อมูลส่วนตัว


1. หากคนสองคนชาตินี้ทำทั้งกรรมดีและกรรมไม่ดีร่วมกัน...ต่างคนต่างอโหสิกรรมให้กันแล้ว..ชาติหน้าจะเจอกันอีกไหมคะ?
2. หากขออโหสิแต่กรรมไม่ดีที่ทำร่วมกัน... ชาติหน้าขอมาเจอกันแต่ด้วยกรรมดี ได้มั๊ยคะ?
3. หากอโหสิกรรมให้แก่กันทั้งสองฝ่าย ฝ่ายนึงไม่ขอเจอกันอีกให้ชาติหน้า..แต่อีกฝ่ายขอตามไปทุกชาติ เขาจะตามเราได้มั๊ย และจะเจอกันด้วยกรรมแบบใดคะ?
4. หากเราได้ทำกรรมไม่ดีกับบุคคลที่สามโดยไม่ได้ตั้งใจ เราไม่เคยรู้จักและไม่เคยรู้เรื่องเขามาก่อน...ขอย้ำอีกครั้งค่ะว่าไม่ทราบจริง ๆ แม้แต่นิดเดียว..ขอสาบานได้..เราจะบาปมั๊ย...หมายความว่าชาติที่แล้วเรากับเขาเคยทำกรรมอะไรร่วมกันไว้รึเปล่า...เคยขออโหสิไปแล้วแต่เขาไม่ตอบอะไร เราจะหมดเวรหมดกรรมต่อกันมั๊ย

โปรดช่วยตอบด้วยค่ะ
ไม่มีวันไหนเลยสักวันที่ไม่ทุกข์ทรมานใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 มี.ค. 2009, 14:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มิ.ย. 2008, 10:11
โพสต์: 30

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


ดิฉันตอบทุกคำถามของคุณด้วย ความคิดเห็นส่วนตัวนะค่ะ
1.เจอค่ะ แต่ไม่รู้ว่าชาติไหน ชาติที่เท่าไร แต่ด้วยกรรมไม่ว่าจะดีหรือเลวที่ได้ทำร่วมกันมา มันจะนำพาให้ได้มาพบเจอกันค่ะ แต่จะเจอกันในสถานะภาพอะไรไม่ทราบค่ะ
2.ดิฉันว่ายังไงทั้งกรรมดีและไม่ดีจะส่งผลทั้งสองอย่างนั่นแหละค่ะ แต่การอโหสิกรรมต่อกันเป็นเรื่องดีค่ะ เท่ากับว่าเราไม่มีความอาฆาตต่อกัน ให้อภัยกัน
3.ตามไปได้ค่ะ เพราะอีกฝ่ายมีจิตที่ยึดติดอยู่ จะเจอกันด้วยกรรมแบบใดก็เป็นไปตามกรรมของเค้าทั้งดีและชั่วค่ะ
4. คนเราที่มาเจอกันในชาตินี้ล้วนแต่ได้สร้างเหตุต่อกันไว้ก่อนแล้วทั้งสิ้นค่ะ คุณไม่ต้องกังวลเรื่องหมดเวรหมดกรรมหรอกค่ะ ทำเหตุวันนี้ให้ดี แล้ววันต่อไปจะดีเองค่ะ

.....................................................
ทุกข์หรือสุข อยู่ที่ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 มี.ค. 2009, 15:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2008, 14:47
โพสต์: 1562

อายุ: 0
ที่อยู่: หิมพานต์

 ข้อมูลส่วนตัว www



วันก่อนเมื่อคุณยังไม่อกหัก ก็มีใครบางคนอกหักมาก่อน
วันนี้คุณกำลังอกหัก ก็มีใครบางคนหายเศร้า ทำใจได้ไปล่วงหน้าแล้ว
พรุ่งนี้ถ้าคุณสดใสได้เหมือนมีชีวิตใหม่อีกครั้ง
ลืมความเศร้าจากอาการฟูมฟายเพราะเสียของน่ารักน่าใคร่
ก็จะมีใครบางคนมารับช่วงแทน
โศกเศร้า อาลัยอาวรณ์ ราวกับไม่อาจผ่านทางลำบากได้สำเร็จ

โลกเป็นอย่างนี้มานานเต็มที
แต่ก็ไม่มีใครรู้สึกว่าเป็นของน่าเบื่อหน่าย



เนื่องจากเรื่องของกรรมมันช่างสลับซับซ้อน เหตุการณ์ในชาตินี้อาจเป็นผลมาจากชาติก่อนๆ และเหตุการณ์ในชาติหน้าอาจจะไม่ใช่เหตุจากชาตินี้ เรื่องของกรรมมันช่างละเอียดอ่อนซับซ้อนยิ่งนักไม่มีใครจะพยากรณ์ได้นอกจากพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา

คนเราเกิดมาพร้อมกับความไม่รู้ หลงลืมอดีต มองไม่เห็นที่มาที่ไป

ในชาติเดียวกัน คนเรายังกลับไปกลับมาระหว่างเลวกับดีได้หลายร้อยหลายพันครั้ง แล้วข้ามชาติข้ามภพมาจะหาความแน่นอนอะไรได้?

คนเราถ้าเคยร่วมกันบาปมากกว่าร่วมบุญกันมา อยู่ด้วยกันป๊อบแป๊บ วันหนึ่งก็ต้องมีเหตุให้แยกจากกัน

พระพุทธองค์ตรัสว่า ความรักนั้น เกิดขึ้นด้วยเหตุ ๒ ประการ ประการแรกคือเพราะอยู่ร่วมกันในอดีตชาติ ประการที่สองคือเกื้อกูลกันในปัจจุบัน เหมือนดอกบัวที่เกิดเพราะอาศัยเหตุ ๒ ประการคือน้ำและเปือกตม ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้


การดึงกันปฏิบัติธรรมนั้นเป็นการสร้างแรงดึงดูดที่เหนือแรงดึงดูดด้วยกรรมร่วมชนิดอื่นใดทั้งสิ้นทั้งปวง เป็นตัวสร้างความนับถือกันและกันอย่างสูง เป็นตัวสร้างความสมานฉันท์กลมเกลียวที่แนบแน่นลึกลงไปถึงส่วนลึกที่สุดของจิตใจ

เหมือนความรักจะเป็นเครื่องยืนยันว่า
ของจริงคือทุกข์ ความสุขแค่ของปลอม

รักนั้น เป็นต้นเหตุแห่งทุกข์
เป็นที่มาของความผิดหวังเมื่อไม่ได้บุคคลอันเป็นที่รักมาครอง
เป็นที่มาของความคร่ำครวญเมื่อพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก
เป็นที่มาของความอึดอัดเมื่อได้อยู่ร่วมกับคนที่เข้ากับเราไม่ได้เต็มร้อย ฯลฯ

ธรรมชาติจะบังคับให้เราทิ้งทุกคนไปอยู่ดี เราเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม เรารักและหวังหอบหิ้วใครไปด้วยก็ตาม พวกเราต่างก็เป็นนักเดินทางผู้โดดเดี่ยว มาสวมหัวโขนเป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง คนรัก เพื่อน ศัตรู หรืออะไรอื่นเดี๋ยวเดียว แล้วก็ต้องตายจากไปเป็นอื่น แม้ในชาติเดียวกันก็อาจเป็นอะไรหลาย ๆ ฐานะ บางคนเดินชนไหล่หรือเหยียบเท้าใครอีกคนบนถนน ทะเลาะกันเลือดขึ้นหน้าเป็นพัก กว่าจะจำได้ว่าเคยเป็นเพื่อนรักสุดรักสมัยประถมมัธยมที่เคยอยากไปไหน ๆ ด้วยกันตลอดชีวิต แต่พอห่างกันมาก ๆ เจออีกทีอาจกลายเป็นศัตรูก็ได้ เราต่างถูกหลอกว่ามีคนรักและเครือข่ายญาติมิตร ทั้งที่จริงทุกคนไม่มีแม้แต่เงาติดตามตัวเองไปได้ตลอด

“พระพุทธองค์ท่านตรัสว่าคนเรามีรักร้อยก็นับว่าทุกข์ร้อย มีรักสิบก็นับว่าทุกข์สิบ มีรักหนึ่งก็นับว่าทุกข์หนึ่ง หากไม่มีรักเลย ก็แปลว่าไม่ต้องมีทุกข์เพราะรักเลยเช่นกัน… สรุปคือ ความรักเป็นแค่รูปแบบหนึ่งของความทุกข์เท่านั้น ต่อให้รักกันยืดยาวจนแก่เฒ่า วันหนึ่งก็ต้องทุกข์ใหญ่หลวงเพราะความพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รักอยู่ดี”

อยู่ในสังสารวัฏ ท่องเที่ยวเกิดตายไปเรื่อย ๆ นั้น
แม้สิ่งหนึ่งสิ่งเดียวที่สังสารสัตว์หวังฝากไว้ให้อบอุ่นใจ
คือความรัก ความมั่นคงของเนื้อคู่ที่จะติดตามกันไปทุกภพทุกชาติ
เอาเข้าจริงก็แค่ความไม่แน่นอนอีกชนิดหนึ่ง
ความแปรปรวนเป็นอื่นได้อีกชนิดหนึ่ง
ภพชาติ ความสัมพันธ์ และสายใยต่างๆนั้นซับซ้อน
มีความไม่แน่นอนเป็นความหวังได้ด้วยเหตุปัจจัยอันลึกลับเกินหยั่ง
ทำใจไว้แต่แรกว่าเราทุกคนเป็นนักเดินทางผู้โดดเดี่ยว จะได้สบายใจในระยะยาว

ความรักชั้นสูงคือความรักพระนิพพานครับ
เมื่อรักพระนิพพานอันเป็นธรรมชาติสูงสุดเหนือสมมุติได้
บุคคลย่อมไม่หลงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ต่ำกว่านั้นแบบยอมตายถวายชีวิตอีก


:b41:

.....................................................
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิฯ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์ นับแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มี.ค. 2009, 16:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2009, 16:34
โพสต์: 37

ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


คนเราเกิดมามีทั้งทุกข์ สุขปนกันไป อยู่ที่ว่าจิตใจของเราจะรับ หรือ แบกมันไว้ได้แค่ไหน
บางครั้งลองถามตัวเอง ดูแลตัวเอง และ รักตัวเราเองให้เยอะ ๆ มันจะมีคำตอบให้เรา แต่อยู่ที่ว่าความหนักแน่นในตัวเองมีแค่ไหน :b34: :b2: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มี.ค. 2009, 17:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
1. หากคนสองคนชาตินี้ทำทั้งกรรมดีและกรรมไม่ดีร่วมกัน...ต่างคนต่างอโหสิกรรมให้กันแล้ว..ชาติหน้าจะเจอกันอีกไหมคะ?
2. หากขออโหสิแต่กรรมไม่ดีที่ทำร่วมกัน... ชาติหน้าขอมาเจอกันแต่ด้วยกรรมดี ได้มั๊ยคะ?
3. หากอโหสิกรรมให้แก่กันทั้งสองฝ่าย ฝ่ายนึงไม่ขอเจอกันอีกให้ชาติหน้า..แต่อีกฝ่ายขอตามไปทุกชาติ เขาจะตามเราได้มั๊ย และจะเจอกันด้วยกรรมแบบใดคะ?
4. หากเราได้ทำกรรมไม่ดีกับบุคคลที่สามโดยไม่ได้ตั้งใจ เราไม่เคยรู้จักและไม่เคยรู้เรื่องเขามาก่อน...ขอย้ำอีกครั้งค่ะว่าไม่ทราบ จริง ๆ แม้แต่นิดเดียว..ขอสาบานได้..เราจะบาปมั๊ย...หมายความว่าชาติที่แล้วเรากับ เขาเคยทำกรรมอะไรร่วมกันไว้รึเปล่า...เคยขออโหสิไปแล้วแต่เขาไม่ตอบอะไร เราจะหมดเวรหมดกรรมต่อกันมั๊ย

โปรดช่วยตอบด้วยค่ะ
ไม่มีวันไหนเลยสักวันที่ไม่ทุกข์ทรมานใจ


เหตุกับผลต้องตรงกันเสมอครับ

เมื่อเราทั้งหลายทำดีแลชั่วสลับกันตลอดเวลาแล้ว ย่อมได้ทั้งสุขแลทุกข์สลับกันตลอดกาลเช่นกัน..สิ่งที่นำพาไปให้พบกันกับใครๆนั้นคือตัณหาและอุปาทาน ตราบเท่าที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์เราต้องเวียนเกิดและตายและต้องพบใครๆที่จิตผูกพันธ์อยู่ แต่เพราะเราจะคาดหวังว่าการพบเขาเหล่านั้นแล้วจะสุขหรือทุกข์อย่างเดียวย่อมไม่เป็นการควร เพราะแต่ละคนก็สั่งสมสันดานด้วยกิเลสตัณหาอันวิจิตร ชาติหนึ่งอาจเป็นคนดี แต่ใครจะรู้ว่าชาติหน้าจะยังดีเหมือนเดิมใหม?
..คนที่มักล่วงศีลนั้นย่อมมีทุคติไปในเบื้องหน้า และได้สั่งสมอุปนิสัยที่จะทำชั่วได้ง่ายและมากขึ้นหากไม่สามารถควบคุมรักษาตนได้ด้วยธรรมะมีหิริโอตตัปปะเป็นต้น ผู้ที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับบุคคลเช่นนี้ ย่อมได้รับทุกข์เป็นอันมาก..และพึงทราบว่า ในสังสารวัฏอันยาวนานหาเบื้องต้นไม่พบเบื้องปลายไม่ปรากฏนั้น เราทั้งหลายได้เกิดเกี่ยวข้องกันมามากแล้ว หายากนักที่ไม่เคยเกิดร่วมกับใครๆเลย นี่เป็นคำตรัสสอนของพระพุทธองค์...

การที่เราบอกว่าอโหสิกันนั้น ในความจริง กรรมก็ยังมีผลที่จะส่งให้เราอยู่ในเบื้องหน้า เพราะกรรมอันทำไปแล้ว ย่อมมีผลตามมาเสมอ ที่เราขออโหสิกันนั้นเป็นการลดทอนความเดือดร้อนใจของตนไม่ให้เป็นอกุศลในปัจจุบันเพื่อสำรวมระวังที่จะไม่ทำชั่วอีกและเร่งทำกุศลให้ถึงพร้อม..

ส่วนข้อที่ถามถึงการทำบุคคลที่สามให้ทุกข์ว่าเป็นบาปใหม ตอบว่่าบาป เพราะคนทุกคนพูดทำคิด ต้องประกอบด้วยเจตนาเสมอ คนที่ไม่มีเจตนาคือคนตายที่นอนนิ่งเท่านั้น..แต่เพราะไม่มีเจตนาทำร้ายผู้อื่นในกรณีนี้ บาปจึงมีกำลังน้อย และยิ่งสำนึกผิด ไม่ได้หลงเพลิดเพลินทำผิดต่อเนื่อง ทั้งยังคิดขออโหสิกรรมด้วยยิ่งมีผลน้อยลงไปอีก แม้คู่กรณีจะไม่ตอบอะไร ก็ไม่มีผลอันใดต่อความสำนึกผิดของเรา ข้อนี้ขอให้สบายใจและพยายามกำจัดความทุกข์เดือดร้อนใจเสีย และเร่งเจริญกุศล รักษาศีลให้มั่นคงต่อไป..

ขอให้พ้นทุกข์ครับ

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2009, 00:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5977

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


อดีตผ่านไปแล้ว เก็บมาคิดก็มีแต่ทุกข์ใจเปล่าๆ หาอะไรทำเถอะค่ะ อย่าปล่อยให้ตัวเองเหงา คนเราพอเหงา เรื่องเก่าๆมันก็ย้อนกลับมาให้เห็น ...

เริ่มต้นใหม่ดีกว่านะคะ คำถามที่ถามมา ได้คำตอบไปก็เท่านั้น ดีไม่ดี อาจจะทำให้เครียดไปกว่าเดิม รักตัวเองให้มากๆค่ะ

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร