วันเวลาปัจจุบัน 15 ก.ค. 2020, 15:49  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 พ.ค. 2020, 04:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5918


 ข้อมูลส่วนตัว




pic3.png
pic3.png [ 177.93 KiB | เปิดดู 54 ครั้ง ]
.
"โมหสมฺพนฺธโนโลโก ภพฺพรูโปว ทิสฺสติ;
อุปธิพนฺธโน พาโล ตมสา ปนิวาริโต.
อสฺสิรี วิย ขายติ ปสฺสโต นตฺถิ กิญฺจนนฺ" ติ

(ขุ.อุ. ๒๕/๗๐/๒๑๑)

โมหสมฺพนฺธโน โลโก โลกทีความเกี่ยวข้องกับโมหะ

(โมหะในอรรถกถา อธิบายว่า โมหะ หมายถึง สังโยชน์ที่มีอวิชชาเป็นเหตุ
ไม่ใช่โมหะอย่างเดียว แต่หมายเอา ส้งโยชน์ทั้งหมด แต่ที่ยก
โมหะขึ้นแสดงก็เนื่องจากโมหะเป็นมูลเหตุ ที่ทำให้โลกข้องติดอยู่
ด้วยสังโยชน์ คำว่า "มีโมหะเป็นมูล" ก็หมายถึง โลกทั้งหมดถูกโมหะรัดรึง)

ภพฺพรูโปว ทิสฺสติ ทิสฺสติ ย่อมปรากฏราวกะว่าเป็นสิ่งที่เหมาะ
(ภพฺพ รูป คือ รูปที่เหมาะที่ควร คือแสดงตัวออกมาราวกะว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้อง
เป็นสิ่งที่ดีงาม จริง ๆ แล้ว ทรงมีพระประสงค์จะบอกว่า แม้ว่า
คนเราจะถูกตราหน้าว่า วิปริต แต่เมื่อถูกโมหะครอบงำแล้วก็ย่อมมองเห็นสิ่งต่างๆ ว่าสวยงาม

ไม่สุขก็ว่าสุข เรียกว่าถูกปกปิดไว้ด้วยมายาภาพลวงตา
ล่อลวงให้ติดอยู่ในภาพมายาเหล่านั้น ในขณะเดียวกันมันก็แสดงเหมือกับว่า
ตัวเองเป็นสิ่งที่แท้จริงถูกต้องแล้ว เป็นสิ่งที่ดีแล้ว
อันนี้เรียกว่า ภพฺพรูโปว ทิสฺสติ)

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 พ.ค. 2020, 04:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5918


 ข้อมูลส่วนตัว


อุปธิพนฺธโน พาโล ตมสา ปริวาริโต : พาโล คนพาล
ตมสา ปริวาริโต ผู้ถูกความมืดคือโมหะห่อหุ้ม
อุปธิพนฺธโน อันกิเลส และอภิสังขารผูกไว้รึงรัดไว้

คนพาลถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความมืด ถูกผูกไว้ด้วยกิเลสและอภิสังขาร
คนที่อยู่ในความมืดย่อมมองไม่เห็นโทษของกามคุณ
(อุปธิ ในที่นี้หมายถึง กิเลสและอภิสังขาร อภิสังขารก็ได้แก่
ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร โดยเราจะคิดวนอยู่ ณ ที่ตรงนั้น
ก็สาเหตุที่เราถูกกิเลสและกรรมผูกไว้เนื่องจากว่า
เรามองไม่เห็นโทษของกาม มัวแต่ยินดีอยู่ในการทำกรรม)

อสฺสิริ วิย ชายติ คนพาลย่อมปรากฏเหมือนกับว่าเป็นสิ่งที่ไม่เป็นมงคล
ต่อบัณฑิต ที่ผ่านมา คนพาลคิดว่าตัวเองดีแล้ว แต่ในสายตา
ของบัณฑิตแล้วคนพาลก็เป็น อสฺสิริ(เสนียด)อปฺปมงคล(จัญไร)
ที่ผ่านมา คำว่า "ภพฺพรูโปว ทิสฺสติ" หมายถึง แสดงว่าตนงามแล้ว
เป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้ว แต่ในสายตาของบัณฑิตแล้ว

อสฺสิรี วิย ชายเต ปรากฏราวกะว่า เป็นสิ่งที่ไม่เป็นมงคล เป็นกาลกิณี

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร