วันเวลาปัจจุบัน 28 ต.ค. 2020, 05:10  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 9 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มี.ค. 2012, 20:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2011, 19:55
โพสต์: 146


 ข้อมูลส่วนตัว


วันนี้ไปทำบุญมา จึงมีเรื่องมาเล่าให้ทุกท่านได้ติดตามเพื่อเป็นข้อคิดและเป็นวิทยาทานครับ

ผมเองก็เป็นคนที่ไม่ค่อยมีทุนทรัพย์มากนัก จึงอาสา-กวาดลานวัดที่วัดแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง
ก็ไม่มีอะไรมากครับ กวาดลานวัดและเทขยะเก็บขยะทั้งวัน เหนื่อยมากครับแต่ไม่มีน้ำดื่มไว้บริการ
ผมจึงเดินไปขอน้ำดื่มจากหลวงพี่รูปหนึ่ง จริงๆผมก็ไม่ทราบหรอกครับว่าท่านเป็นหลวงพี่หรือว่าเณร
ซึ่งท่านเดินไปหยิบน้ำมาให้ ลืมบอกไปครับว่าวัดนี้มีร้านขายน้ำดื่มที่เป็นของวัดอยู่หน้าวัดอยู่เพียง
ร้านเดียว ส่วนด้านหลังวัดเป็นร้านอาหารซึ่งไม่มีน้ำเปล่าขายครับ มีแต่น้ำในกระติกไว้บริการลูกค้า
นอกนั้นเป็นน้ำอัดลมทั้งหมด หาซื้อน้ำเปล่ายากพอสมควรครับ เหนื่อยมากครับ กวาดเกือบรอบวัด
ประมาณ 80% ของบริเวณวัดทั้งหมดได้มั้งครับ

กวาดลานวัดเสร็จก็ค่ำแล้ว ประมาณ 6 โมงกว่ามั้งครับ ผมก็เดินไปไหว้พระขอพรให้แม่มีสุขภาพ
แข็งแรง

พอกลับถึงบ้านเล่าให้แม่ฟัง แม่บอกว่า"ทำไปเสียแรงเปล่า ไม่มีน้ำให้ดื่ม ไม่มีข้าวเลี้ยง" ผมจึงบอก
แม่ว่า"อย่าไปคิดแบบนั้น สิ่งที่เราทำเราทำด้วยใจที่เป็นกุศล อยากเห็นลานวัดสะอาด ใครไปใครมา
ทำบุญเขาจะได้สบายตา สบายใจ เขาจะมีน้ำให้ดื่มหรือไม่ให้ดื่มก็เรื่องของเขา ถ้าเขาไม่มี เราก็เดิน
ไปขอ หรือถ้าเขาจะไม่ให้ เราก็เดินไปซื้อดื่มเองนอกวัดก็ได้ แม่ควรจะอนุโมทนาให้ลูกที่ลูกทำสิ่งดีๆ
ทำประโยชน์ให้สังคม สิ่งที่แม่พูดมันเป็นบาปนะแม่" แม่ก็บอกว่า "จ้าา อนุโมทนาด้วยนะลูก" จริง
แล้วสิ่งที่แม่พูดท่านก็ไม่ได้หมายความอย่างที่ท่าพูดหรอกครับ ท่านเพียงแต่หวังว่า การที่เรามีน้ำใจ
ให้คนอื่นทำไมเราจึงไม่ได้รับน้ำใจบ้างเล็กๆน้อย โดยที่เราไม่ต้องไปขอเขา คือแม่ผมคิดว่าจะมีใคร
หยิบยื่นน้ำใจให้เราบ้างเล็กน้อยก็ยังดีเท่านั้นเองครับ ซึ่งผมก็บอกท่านไปว่า "การที่เราคิดดีทำดี ความ
ดีก็อยู่กับเรา เราทำให้ผู้อื่นแล้วจะได้รับน้ำใจตอบแทนหรือไม่นั้นไม่สำคัญสำหรับผม เราอย่าไปหวัง
ว่าใครจะมีน้ำใจให้เรา ขอเพียงแค่เรามีน้ำใจให้กับผู้อื่นก็พอแล้ว เราทำให้ผู้อื่นเราก็อิ่มเอิบใจ มีความ
สุขใจที่ได้ให้ผู้อื่น ผมไม่มีเงิน ไม่มีทุนทรัพย์ แต่ผมมีแรง ผมใช้แรงเท่าที่ผมมี แบ่งปันสิ่งดีๆให้กับผู้
อื่นเท่าที่เวลาจะอำนวย" เพราะผมคิดว่า การทำบุญ เงิน ไม่ใชสิ่งจำเป็นเสมอไป ใครมีก็ทำบุญด้วย
เงิน ใครไม่มีเงินก็ทำบุญด้วยแรง ผลลัพท์หรือค่าของมันก็เท่ากัน แม่ผมก็บอกว่า "จ้า แม่ขอบใจมาก
นะลูก ขอให้ลูกสุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยๆนะลูก"

จริงๆแล้วผมชอบปิดทองหลังพระนะครับ แต่ที่ผมโทรบอกแม่ว่าผมทำบุญให้ท่าน เพราะผมอยากเห็น
ท่านยิ้ม เห็นท่านดีใจที่เราทำสิ่งดีๆ ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น เป็นคนดีของสังคม

การทำให้บุพการียิ้ม มีความสุข สบายใจ สำหรับผมถือเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่นะครับ เพราะหากผมทำให้
ท่านยิ้มทุกวัน เมื่อวันหนึ่งหากท่านจากผมไปด้วยรอยยิ้ง ไม่มีห่วงกังวล ดวงวิญญาณหรือดวงจิตของ
ท่านก็เป็นสุข อันเป็นการเปิดหนทางให้ดวงวิญญาณของท่านไปจุติในแดนสวรรค์ หากดวงจิตก่อน
ออกจากร่างหากมีทุกข์ก็ตรงข้ามครับ(การทำให้บุพการีเป็นทุกข์ เป็นบาบมากครับ) เรื่องนี้ไม่ทราบ
ว่ามีใครรู้มาแบบเดียวกับผมหรือเปล่านะครับ แต่ผมเชื่ออย่างนี้นะครับผม

เรื่องนี้ขอให้ข้อคิดว่า "จงเป็นผู้ให้ที่ดี จงให้ผู้อื่น โดยอย่าหวังสิ่งตอบแทน ไม่สำคัญว่าเมื่อให้แล้ว
จะได้รับน้ำใจกลับมาหรือไม่ เพราะเมื่อเราให้ไปแล้ว สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความสบายใจ เป็นสุขใจ
เราเอง หรือหากว่าผู้รับเห็นความดีของเราที่เรามอบให้ แล้วเขาให้น้ำใจเรากลับมาบ้าง เราจงอย่า
กลัวที่จะรับน้ำใจตอบ แต่จงให้ผู้อื่นมากๆ และรับแต่น้อย รับอย่างสมเหตุสมผล เพราะการที่เขาให้
น้ำใจแก่เรา นั่นเป็นเพราะเขาเห็นความดีของเรา ซึ่งหากเราปฏิเสธที่จะรับทุกครั้งมันก็จะน่าเกลียด
นะครับ เพราะอาจทำให้เขาเสียน้ำใจ เสียความตั้งใจที่มีความปราถนาดีให้เรา เพราะฉนั้นจงรับบ้าง
ปฏิเสธบ้าง อย่างสมเหตุผลและ ถูกกาละเทศะ"

ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอ่านบทความนี้ หากเป็นประโยชน์ต่อท่านก็อนุโมทนาด้วยครับ
และกรุณาส่งต่องภายใจ 7 วัฯหลังจากที่ได้อ่านบทความ(555 ล้อเล่นนะครับ)

.....................................................
เก็บธรรมใส่กล่อง.....เรียนรู้จากบัณฑิต.....คบหากัลยาณมิตร.....จิตอ่อนน้อมในพระธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มี.ค. 2012, 20:47 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

การทำบุญด้วยเงิน...กับ...การทำบุญด้วยแรง...อะไรต้องใช้เวลา..ใช้ความพยายามมากกว่ากัน?

อะไรที่ต้องใช้ความพยายามมาก...อันนั้นแหละ...ได้บุญมาก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มี.ค. 2012, 21:04 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


การทำบุญ...ผู้ทำต่างก็ปรารถณาได้รับบางสิ่งบางอย่าง...

การที่จะปรารถณาอะไร..ก็ขึ้นอยู่กับสติปัญญาของผู้นั้น

ความปรารถณาที่ต่ำที่สุด....ก็ปรารถณามนุษย์สมบัติ..อันได้แก่...ลาภ...ยศ...คำสรรเสริฐ...สุข(แบบโลก ๆ)...ตัวอย่างก็เช่น...น้ำสักแก้ว...ข้าวสักห่อ...ผู้คนชมว่าเป็นคนดี...(จะรู้ว่ามีหรือเปล่าก็ดูใจตอนที่เขาว่าเราไม่ดี)...

ความปรารถณาปานกลาง....ก็ความปรารถณาสวรรค์สมบัติ...พรหมสมบัติ...

ความปรารถณาสูงที่สุด...ก็ปรารถณานิพพานสมบัติ

ทาน...คือการให้...การสละ...การสละความสะดวกสบายของตัวเราก็เรียกว่าทาน....สละประโยชน์ที่เราจะพึงได้รับ..ก็เรียกว่าทาน...สละสูงที่สุดก็สละ...ละ...ตัวเราเอง...

จะกล่าวว่า...นิพพานสมบัติจะไม่เกิดกับผู้ที่สละไม่เป็น...ก็ยังได้

ดังนั้น...ทานคำเดียว..จึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มี.ค. 2012, 21:10 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


เมื่อท่าน...ทำทานแล้ว...

ผู้ฉลาด..ควรหวังประโยชน์อันใด?....จะเอาสูง..หรือเอาต่ำ

หากทำแล้ว...ก็เฝ้ารอแต่จะถูกห่วย...จะได้โชค...เจ้านายหรือใคร ๆ มารักเรา...ก็ให้มีสติระลึกให้ได้ว่า..นี้เราปัญญาทรามขนาดนี้เชียวหรือ?


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มี.ค. 2012, 21:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2011, 19:55
โพสต์: 146


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
เมื่อท่าน...ทำทานแล้ว...

ผู้ฉลาด..ควรหวังประโยชน์อันใด?....จะเอาสูง..หรือเอาต่ำ

หากทำแล้ว...ก็เฝ้ารอแต่จะถูกห่วย...จะได้โชค...เจ้านายหรือใคร ๆ มารักเรา...ก็ให้มีสติระลึกให้ได้ว่า..นี้เราปัญญาทรามขนาดนี้เชียวหรือ?


แรงอ่ะาาาาา :b16: .....อนุโมทนานะครับ ขอบคุณทุกเมนท์ที่แบ่งปันนะครับ

.....................................................
เก็บธรรมใส่กล่อง.....เรียนรู้จากบัณฑิต.....คบหากัลยาณมิตร.....จิตอ่อนน้อมในพระธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มี.ค. 2012, 21:35 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


กล่องธรรม เขียน:

เราทำให้ผู้อื่นแล้วจะได้รับน้ำใจตอบแทนหรือไม่นั้นไม่สำคัญสำหรับผม เราอย่าไปหวัง
ว่าใครจะมีน้ำใจให้เรา ขอเพียงแค่เรามีน้ำใจให้กับผู้อื่นก็พอแล้ว
เราทำให้ผู้อื่นเราก็อิ่มเอิบใจ มีความ
สุขใจที่ได้ให้ผู้อื่น ผมไม่มีเงิน ไม่มีทุนทรัพย์ แต่ผมมีแรง ผมใช้แรงเท่าที่ผมมี แบ่งปันสิ่งดีๆให้กับผู้
อื่นเท่าที่เวลาจะอำนวย" เพราะผมคิดว่า การทำบุญ เงิน ไม่ใชสิ่งจำเป็นเสมอไป ใครมีก็ทำบุญด้วย
เงิน ใครไม่มีเงินก็ทำบุญด้วยแรง ผลลัพท์หรือค่าของมันก็เท่ากัน



เห็นน้ำใจคุณกล่องธรรม...แล้วชื่นใจ...

ชื่นใจแล้ว..ก็อยากให้กำลังใจ

อยากจะบอกว่า...ทำบุญด้วยแรง....ได้บุญมาก..กว่าการยื่นเงินออกไปง่าย ๆ ...ซะอีก

การอยากให้ผู้อื่นมีความสุข..นั้น..คือสุดยอดของทาน..
:b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มี.ค. 2012, 22:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1975


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณกล่องธรรมเขียน

อ้างคำพูด:
เรื่องนี้ขอให้ข้อคิดว่า "จงเป็นผู้ให้ที่ดี จงให้ผู้อื่น โดยอย่าหวังสิ่งตอบแทน ไม่สำคัญว่าเมื่อให้แล้ว
จะได้รับน้ำใจกลับมาหรือไม่ เพราะเมื่อเราให้ไปแล้ว สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความสบายใจ เป็นสุขใจ
เราเอง หรือหากว่าผู้รับเห็นความดีของเราที่เรามอบให้ แล้วเขาให้น้ำใจเรากลับมาบ้าง เราจงอย่า
กลัวที่จะรับน้ำใจตอบ แต่จงให้ผู้อื่นมากๆ และรับแต่น้อย รับอย่างสมเหตุสมผล เพราะการที่เขาให้
น้ำใจแก่เรา นั่นเป็นเพราะเขาเห็นความดีของเรา ซึ่งหากเราปฏิเสธที่จะรับทุกครั้งมันก็จะน่าเกลียด
นะครับ เพราะอาจทำให้เขาเสียน้ำใจ เสียความตั้งใจที่มีความปราถนาดีให้เรา เพราะฉนั้นจงรับบ้าง
ปฏิเสธบ้าง อย่างสมเหตุผลและ ถูกกาละเทศะ"


สิ่งที่คุณกล่องธรรมเขียนมา สำหรับเราน่ะค่ะเราเชื่อในสิ่งนี้มากเลยค่ะ
เราทำบุญหรือช่วยชีวิตสัตว์ หรือคน เราทำเพราะใจเราอยากจะช่วย
ไม่คิดหวังผลอะไร พอทำไปแล้วความรู้สึกสบายใจสุขใจเข้ามา
เรามานั่งนึกๆดู เราคิดว่านี่คือความสุขที่แท้จริงของมนุษย์เราน่ะ :b1:

คุณกล่องธรรมทำไปเรื่อยๆ ทำแล้วเอาความสุขเข้ามาใว้ในใจก็มากพอแล้วค่ะ
แล้วพอถึงเวลาที่คุณกล่องธรรมเป็นฝ่ายรับบ้าง เมื่อนั้นคุณกล่องธรรมจะรู้ได้เลยค่ะ
บางครั้งเราสะสมบุญไว้ เราไม่ต้องรอใช้ผลบุญนั้นถึงชาติหน้าหรอกค่ะ
ชาตินี้เราก็ได้ใช้แล้วค่ะ :b1:

ที่เค้าพูดว่า "ใครสร้างกรรมไว้ ถ้าถึงเวลาที่กรรมทำงานก็รับไปเถอะ"
เราคิดว่าคนที่สร้างบุญไว้ พอถึงเวลาที่บุญนั้นส่งผลอะไรที่ร้ายก็เปลี่ยนเป็นดีได้ค่ะ :b1: :b41: :b55: :b45:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2012, 05:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:
I went to a Thai temple on March7 2012 with my wife and her sister.We had a blessing time inside the temple with activity of listen to the pali from monks, making some donations for goodluck. I saw many cats and dogs walk by. They are living in the temple healthy with enough food. I love cats myself and like to comfort them with hand softly on their body. Not so many people want to touch a dirty cat but not me.I feels the sense of joy of cat face and that made me happy too. Later on, a guy beside me also does what I just did by toughing the dirty cat with a smile on his face. That the end of small story of myself (student) in a temple that day.

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2012, 07:01 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


กระผมนี้..แมวเดินหนี้....

แต่..หมา.. OK.
:b12: :b12:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 9 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 17 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร